สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553

No comments May 8th, 2010

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ
๑. สหกรณ์การเกษตรทั่วไป สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๕ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
๒. สหกรณ์โคนม สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด บ้านเลขที่ ๖๔ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลในเมือง
อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
๓. สหกรณ์นิคม สหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด บ้านเลขที่ ๕๐ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลท่าแซะ
อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
๔. สหกรณ์ผู้ใช้น้ำ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำมะกอกเหนือ จำกัด บ้านเลขที่ ๖๓๖ หมู่ที่ ๑ ตำบล
มะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
๕. สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา สหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินบ้านทางเกวียน
จำกัด บ้านเลขที่ ๒๕๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
๖. สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๘ ถนนสนามบิน ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
๗. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักบุญเปโตร จำกัด บ้านเลขที่ ๔๖/๓๑
หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าข้าม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553

No comments May 8th, 2010

สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
๑. กลุ่มเกษตรกรทำนา กลุ่มเกษตรกรทำนาป่าคาย บ้านเลขที่ ๕๙/๓ หมู่ที่ ๕
ตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์
๒. กลุ่มเกษตรกรทำสวน กลุ่มเกษตรกรทำสวนควนเมา บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 1 ตำบล
ควนเมา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง
๓. กลุ่มเกษตรกรทำไร่ กลุ่มเกษตรกรทำไร่ด่านแม่ละเมา บ้านเลขที่ ๔๓๐ หมู่ที่ ๒
ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
๔. กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์บ้านกระออม บ้านเลขที่ ๔๐ หมู่ที่
๑ ตำบลกระออม อำเภอสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
๕. กลุ่มเกษตรกรทำประมง กลุ่มพัฒนาอาชีพผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ( เลี้ยงปลากะพงขาวใน
กระชัง ) บ้านเลขที่ ๔๔ หมู่ที่ ๗ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๖. กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ วิสาหกิจชุมชน ชาลี-วรรณ ชุมชนพัฒนา บ้านเลขที่
4/26 หมู่ที่ 11 ตำบลบางปลาอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
๗. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านประทุน หมู่ที่ ๔ บ้านประทุน ตำบลแตล อำเภอศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
๘. กลุ่มยุวเกษตรกร กลุ่มยุวเกษตรกรลำพญา โรงเรียนสถาพรวิทยา บ้านเลขที่ ๕๔
หมู่ที่ ๑๑ ตำบลลำพญา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
๙. กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านขัวขอนแคน บ้านเลขที่
๓๙/๑ หมู่ที่ ๕ ตำบลต้นผึง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
๑๐. สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก ที่
ทำการอ่างเก็บน้ำห้วยสะแบก บ้านป่าขี้ยาง ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
๑๑. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าว
ชุมชนตำบลชะโนดน้อย หมู่ที่ ๒ ตำบลชะโนดน้อย อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร
๑๒. ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่นๆ ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์
ข้าวชุมชนบ้านคลองกล้วย หมู่ที่ ๘ ตำบลคอรุม อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

รายชื่อ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553

No comments May 8th, 2010

เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
๑. อาชีพทำนา นางสาวธันชพร บุญท้วม บ้านเลขที่ ๑๔ หมู่ที่ ๘ ตำบลบาง
สมบูรณ์ อำเภอองค์รักษ์ จังหวัดนครนายก
๒. อาชีพทำสวน นายบุญชอบ เอมอิ่ม บ้านเลขที่ ๑๔๗ หมู่ที่ ๕ ตำบลคลอง
กระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
๓. อาชีพทำไร่ นายบุญศรี ใจเป็ง บ้านเลขที่ ๙ หมู่ที่ ๙ ตำบลแม่แฝกใหม่ อำเภอสัน
ทราย จังหวัดเชียงใหม่
๔. อาชีพไร่นาสวนผสม นายกิมฮก แซ่เตีย บ้านเลขที่ ๑๖๕ หมู่ที่ ๒ ตำบลตาลสุม
อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี
๕. อาชีพเลี้ยงสัตว์ นายธนศักดิ์ คำด่าง บ้านเลขที่ ๒๐๙ หมู่ที่ ๔ ตำบลโพธิ์ตาก
อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม
๖. อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นายสุวิน นะวะชีระ บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 8 ตำบลแห่ใต้
อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม
๗. อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย นายเอกพจน์ ยอดพินิจ บ้านเลขที่ ๙๙/๘๓ หมู่ที่ ๑
ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
๘. อาชีพปลูกสวนป่า นายบัวลอย ตุ้มสุข บ้านเลขที่ ๔๕/๒ หมู่ที่ ๘ ตำบลโคกสลุด
อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก
๙. อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ นายอนุชิต สนธิสถาพร บ้านเลขที่
๑๔/๑๗ ซอยสุขุมวิท ๕๗ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
๑๐. สาขาบัญชีฟาร์ม นายสุธรรม จันทร์อ่อน บ้านเลขที่ ๕๔ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทุ่งขวาง
อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
๑๑. สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นายสำรอง แตงพลับ บ้านเลขที่ ๖๙/๑
หมู่ที่ ๔ ตำบลไร่ใหม่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
๑๒. สาขาการใช้วิชาการเกษตรดีที่เหมาะสม นางธนิดา ขุนนา บ้านเลขที่ ๘๖ หมู่ที่ ๔
ตำบลหนองหัวโพ อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี
๑๓. ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร นายชาตรี ต่วนศรีแก้ว บ้านเลขที่ ๙ หมู่ที่ ๕ ตำบลบาง
ระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
๑๔. สมาชิกยุวเกษตรกร นางสาวนันธา ใหม่เจริญ บ้านเลขที่ ๗/๑ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลโพรง
อากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา

ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน
สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง นายผาย สร้อยสระกลาง อายุ ๘๐ ปี อาชีพเกษตรกร บ้านเลขที่ ๑๕๘ หมู่ที่ ๑ บ้านสระคูณ ตำบลโคกล่าม อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์.

วันพืชมงคล 2553: พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2553

No comments May 4th, 2010


วันพืชมงคล 2553: พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2553

๑. พระราชพิธีพืชมงคล
เป็นพระราชพิธีทางสงฆ์โดยจะประกอบพระราชพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งปีนี้มีกำหนดการดังนี้
วันพุธที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนถวายนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระพุทธรูปที่สำคัญพระราชาคณะถวายศีลจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายถวายดอกไม้บูชาพระคันธาราษฎร์ ทรงอธิษฐานเพื่อความสมบูรณ์แห่งพืชผลของราชอาณาจักรไทย แล้วพระมหาราชครูอัษฎาจารย์ประธานคณะพราหมณ์ อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคลพระสงฆ์ ๑๑ รูป เจริญพระพุทธมนต์จบแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบทรงหลั่งน้ำสังข์ พระราชทานใบมะตูม ทรงเจิม พระราชทานธำมรงค์กับพระแสงปฎักสำหรับตำแหน่งพระยาแรกนาแก่ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วทรงหลั่งน้ำสังข์พระราชทาน ใบมะตูม ทรงเจิมแก่เทพีผู้ที่จะเข้าในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ขณะนั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พนักงานประโคมฆ้องชัย เครื่องดุริยางค์ หลังจากนั้นทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมพระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ประกาศพระราชพิธีพืชมงคลนั้น เป็นคาถาภาษาบาลีพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๔ อ่านทำนองสรภัญญะจบแล้วดำเนินความภาษาไทยเป็นคำร้อยแก้ว เนื้อความเป็นคำอธิษฐาน ๔ ข้อดังนี้

ข้อ ๑. เป็นคำนมัสการสรรเสริญพระคุณพระพุทธเจ้าว่าทรงดับทุกข์ได้ มีพระหฤทัยคงที่ ทรงปลูกธรรมให้งอกงามจำรูญแก่บรรดาสาวกพุทธเวไนยสืบ ๆ มา แม้ว่าโลกจะเร่าร้อนด้วยเพลิงกิเลสพระสัทธรรมอันมีผลเป็นอมตะก็ยังงอกงามได้ด้วยเดชะพระบารมีของพระองค์ บัดนี้เราทั้งหลายบูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นกับพระธรรมและพระสงฆ์แล้วจะปลูกพืช คือ บุญในพระรัตนตรัยอันเป็นเนื้อนาบุญอย่างดี พืชคือบุญนี้เมล็ดผลเป็นญาณความรู้อันเป็นเครื่องถ่ายถอนทุกข์ในโลก สามารถส่งผลให้ได้ทั้งในปัจจุบันและในกาลภายหน้าสืบ ๆ ไป ตามกาลอันควรจะให้ผลเป็นอุปการะนานาประการ ขอให้พืชคือบุญที่เราหว่านแล้ว จงให้ผลตามความปรารถนา อนึ่งขอให้ข้าวกล้าและบรรดาพืชผลที่หว่านที่เพาะปลูกลงในที่นั้น ๆ ทั่วราชอาณาเขต จงงอกงามจำรูญตามเวลา อย่าเสียหายโดยประการใด ๆ
ข้อ ๒. ยกพระคาถาที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงการทำนาของพระองค์แก่พราหมณ์ชาวนาผู้หนึ่งว่า “ศรัทธา-ความเชื่อเป็นพืชพันธุ์ข้าวปลูกของเรา ตบะ-ความเพียร เผาบาป เป็นเมล็ดฝน ปัญญา-ความรอบรู้เป็นแอกและไถ หิริ-ความละอายใจ เป็นงอนไถ ใจเป็นเชือกชัก สติ-ความระลึกได้ เป็นผาลและปฎักเราจะระวังกายระวังวาจาและสำรวมระวังในอาหาร ทำความซื่อสัตย์ให้เป็นท่อไขน้ำ มีโสรัจจะ-ความสงบเสงี่ยมเป็นที่ปลดไถมีวิริยะ-ความเพียรเป็นแรงงานชักแอกไถ เป็นพาหนะนำไปสู่ที่อันเกษมจากเครื่องผูกพันที่ไปไม่กลับที่ไปแล้วไม่เศร้าโศก การไถของเราเช่นนี้มีผลเป็นอมตะ มิรู้ตาย บุคคลมาประกอบการไถเช่นว่านี้แล้วย่อมพ้นจากทุกข์สิ้นทุกประการ” ดังนี้มายกขึ้นเป็นคำอธิษฐานว่าที่พระพุทธเจ้าตรัสนี้เป็นความสัตย์จริงด้วยอำนาจแห่งความสัตย์นี้ ขอให้ข้าวกล้าและพืชผลที่หว่านที่เพาะปลูกจงงอกงามทั่วภูมิมณฑลอันเป็นราชอาณาเขต
ข้อ ๓. ยกพระคาถาอันเป็นภาษิตของพระเตมีย์โพธิสัตว์ ความว่า “บุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร โคย่อมจำรูญพูนเกิดแก่เขาพืชที่หว่านในนาของเขาย่อมงอกงามจำเริญ เขาย่อมได้รับบริโภคผลแห่งพืชพันธุ์ที่หว่านแล้ว” และว่า “บุคคลผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรอันศัตรูหมู่อมิตรไม่อาจย่ำยีได้ดุจไม้ไทรมีรากและย่านอันงอกงามพายุไม่อาจพัดพานให้ล้มไปได้ฉันนั้น” มาตั้งเป็นสัตยาธิษฐานว่าด้วยอำนาจสัจวาจานี้ ขอให้ข้าวกล้าและพืชผลที่หวานเพาะปลูกในภูมิมณฑลทั่วราชอาณาเขต จงงอกงามไพบูลย์
ข้อ ๔. อ้างพระราชหฤทัยของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งทรงพระเมตตากรุณาแก่ประชาราษฎร ตั้งพระราชหฤทัยจะบำรุงให้อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้าเป็นความสัตย์จริง ด้วยอำนาจความสัตย์นี้ขอให้ข้าวกล้าและพืชผลงอกงามบริบูรณ์ทั่วราชอาณาเขต

ต่อจากนั้น เป็นการกล่าวถึงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า “พระคัณธาราษฎร์” ที่มีพุทธานุภาพบันดาลให้ฝนตกอันเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญในพระราชพิธีนี้ แสดงตำนานโดยลำดับจนรัชกาลที่ ๑ ได้ทอดพระเนตร และได้โปรดให้หล่อขึ้นใหม่สำหรับตั้งในพระราชพิธี และต่อนั้นไปว่าด้วยการพระราชกุศลที่ทรงบำเพ็ญในพระราชพิธีนั้น ทรงพระราชอุทิศแก่เทพยดาทั้งปวงแล้วอธิษฐานเพื่อให้ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ และฝนตกตามฤดูกาล พระสงฆ์จะสวดต่อท้ายการสวดมนต์ในพระราชพิธีพืชมงคล
ส่วนพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) เป็นพิธีพราหมณ์นั้นจะได้ประกอบพิธีบริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงโดยได้ตั้งโรงพิธีประดิษฐานเทวรูปสำคัญ อาทิ พระอิศวร พระพรหม พระนารายณ์ พระอุมาภควดี พระมหาวิฆเนศวร์ พระลักษมี พระพลเทพ และพระโคอุศุภราช ซึ่งในตอนค่ำพระมหาราชครูจะทำพิธีบวงสรวงเพื่อความสวัสดีแก่พืชผลด้วย

๒. พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
เป็นงานพระราชพิธีที่กระทำในตอนเช้าของรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ณ บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวง ที่มีแจ้งไว้ในกำหนดการดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๐๗.๓๐ น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นายยุคลลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนาพร้อมด้วยเทพีขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูสวัสดิโสภา ถนนสนามไชยไปยังมณฑลพิธีสนามหลวง เมื่อเดินทางมาถึงจะได้ตั้งกระบวนแห่อิสริยยศ แล้วเดินกระบวนแห่อิสริยยศไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนาจุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้วจะได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งแต่งกาย ไว้พร้อม เมื่อพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบได้ผ้านุ่งผืนนั้นทับผ้านุ่งเดิมอีกชั้นหนึ่งนุ่งอย่างบ่าวขุนเตรียมออกแรกนา

ครั้นเวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไปยังพลับพลาที่ประทับบริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธีไถหว่าน ระหว่างเวลา ๐๘.๒๙ – ๐๙.๐๙ น. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละออกธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถแล้วไถดะไปโดยรี ๓ รอบ เพื่อพลิกดินให้เป็นก้อน ไถโดยขวาง ๓ รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดธัญพืช พนักงานประโคมฆ้องชัยเครื่องดุริยางค์แล้วไถกลบอีก ๓ รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืชลงในดินเสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใดโหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาต่าง ๆ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่น สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติสาขาต่าง ๆ และผู้รับรางวัลสมทบ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนา เป็นกระบวนอิสริยยศออกจากโรงพิธีพราหมณ์พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพีไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพลับพลาพิธีไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาได้เข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธีฯ ในปีต่อไป

เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นอันเสร็จพระราชพิธี

พระโคแรกนา ประจำปีพุทธศักราช 2553

No comments May 4th, 2010

พระโค ในทางศาสนาพราหมณ์หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข้ง และหมายถึงสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแลซึ่งเปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้มีพระโคเพศผู้เข้าร่วมพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์
ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า ๑๒๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า ๑๘๐ เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใสหูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้องลักษณะที่ดี กีบข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม

กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๓ จำนวน ๒ คู่ คือ พระโคแรกนา ๑ คู่ ได้แก่ พระโคฟ้า พระโคใส และพระโคสำรอง ๑ คู่ ได้แก่ พระโคเทิด พระโคทูน

พระโคแรกนา
พระโคฟ้ามีความสูง ๑๗๑ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก ๒๒๕ เซนติเมตร อายุ ๗ ปี
พระโคใส มีความสูง ๑๗๓ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๔๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก ๒๑๕ เซนติเมตร อายุ ๗ ปี
พระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ เป็นพระโคพันธุ์ไทยมีชื่อประจำพันธุ์ว่า “พันธุ์ขาวลำพูน” ซึ่งเป็นโคที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่เกษตรกรภาคเหนือ มีผิวสีขาวอมชมพู ขนสีขาวสะอาด ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ หรือสีอื่นบนลำตัว เขามีสีขาว ลำเขาเป็นลำเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกขาว กีบสีขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคฟ้า แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓
นายยุทธ วัฒนกุล บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคใส แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓

พระโคสำรอง
พระโคเทิด มีความสูง ๑๖๘ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๗๕ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก ๒๒๔ เซนติเมตร อายุ ๑๖ ปี
พระโคทูน มีความสูง ๑๖๖ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๗๓ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก ๒๖๐ เซนติเมตร อายุ ๑๖ ปี
พระโคสำรองเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูนลูกผสม คือ เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ขาวลำพูนกับพันธุ์อเมริกันบราห์มัน มีผิวสีขาว ขนสีขาวปนดี เขาสีดี ลำเขาเป็นลำเทียน โค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีดำ ขนตาสีดำ กีบสีดำ ขนหางเป็นพวงสีดำปนขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นางสาวสุนีย์ สัตตัญญู บริจาคทรัพย์ ซื้อพระโคเทิดและพระโคทูน แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ – ๒๕๔๔ , ๒๕๔๙ , ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ และเป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ , ๒๕๔๗ – ๒๕๔๘ และ ๒๕๕๐ – ๒๕๕๑.