Archive: Posts Tagged ‘ไฮโดรโปนิกส์’

ข่าวเกษตร 26 พฤศจิกายน 2551

No comments November 27th, 2008

เกาะข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กระทรวงเกษตรฯ จัดทำ แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (2551-2554) เน้นการเกษตรเพื่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศอย่างเพียงพอและปลอดภัย โดยอาหารจะต้องปลอดภัยจากสารพิษ สารปนเปื้อน สารตกค้าง และราคาสินค้าเกษตรต้องเป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงฯ จะสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสุดท้ายที่ มุ่งเน้นให้ชุมชนทุกจังหวัดในประเทศไทยมีการผลิตและการบริโภคอาหารปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยและสังคมส่วนรวมตลอดไป

กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผลิตกล้ายางพันธุ์ดี พันธุ์ JVP 80 เพื่อเป็นทางเลือกให้ กับเกษตรกร เนื่องจากยางพันธุ์ JVP 80 มีความเข้มข้นของน้ำยางสูงถึง 46% และมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแผ่นแห้งสูงถึง 42-48% ตลอดจนให้ผลผลิตน้ำยางสูงถึงปีละ 450-500 กก./ไร่ โดยในปี 2552 ตั้งเป้าที่จะผลิตกล้ายางพันธุ์ JVP 80 จำนวน 400,000 ต้น ซึ่งขณะนี้เรือนเพาะชำทั้ง 10 แห่งของบริษัทฯ ได้เริ่มทำการผลิตกล้ายางชำถุงแล้ว และจะสามารถจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจได้ทันฤดูฝนปีหน้า

สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.เทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา จะอบรมหลักสูตร การเตรียมโคเพื่อประกวดมีสนามประกวดที่มีมาตรฐานสากล วันที่ 6-7 ธันวาคม หลักสูตร ความรู้เรื่องดิน ปุ๋ย และการจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง วันที่ 18-19 ธันวาคม หลักสูตร การทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อการพึ่งพาตนเอง วันที่ 14-15 มกราคม หลักสูตร การปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์ วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ และหลักสูตร การเพาะเห็ดหอมและเห็ดเศรษฐกิจในถุงพลาสติก วันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณดวงใจ โทร.08-9424-3488, คุณสุชาดา โทร.08-9424-3419 หรือ 0-4422-4964-5.

ดงข้าว

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์

No comments October 4th, 2008

สูตรปุ๋ยสำหรับการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์…

พืชเติบโตทัดเทียมใช้ปุ๋ยเคมี

การปลูกพืชไม่ใช้ดิน คือการปลูกพืชลงในวัสดุปลูกอย่างอื่นที่ไม่ใช่ดิน เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดและปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับดินหรือพื้นที่ปลูก โดยการสร้างและควบคุมสภาวะต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก วัสดุที่ใช้ปลูกอาจใช้ชานอ้อย ขี้เลื่อย แกลบ ขี้เถ้า หิน กรวด แผ่นฟองน้ำ เส้นใยพลาสติก หรือแม้กระทั่งการปลูกในน้ำที่เราเรียกกันว่า การปลูกแบบ “ไฮโดรโปนิกส์” ที่เป็นการปลูกพืชที่ให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ซึ่งมีหลายรูปแบบเช่นกัน

ข้อมูลจาก www.wataranyik.com/ บอกไว้ว่า การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับว่าเราจะปลูกพืชชนิดใด ปลูกทำไมหรือปลูกเพื่ออะไร จากนั้นจึงเลือกวิธีปลูกและจัดเตรียมอุปกรณ์ ในทางทฤษฎีแล้ววิธีนี้สามารถใช้ปลูกพืชได้ทุกชนิดเนื่องจากวิธีการปลูกพืช แบบนี้เป็นการปลูกพืชโดยเลียนแบบการปลูกพืชบนดินตามธรรมชาติ เพียงแต่วิธีนี้ผู้ปลูกจะต้องจัดหาแร่ธาตุที่พืชต้องการใช้ในการเจริญเติบโต ให้แก่พืชซึ่งปกติแล้วพืชจะได้แร่ธาตุเหล่านี้มาจากดินที่ใช้ปลูก หรือบางครั้งได้มาจากปุ๋ยที่ผู้ปลูกเติมหรือใส่ลงไปในดินเมื่อต้องการปลูก พืชหลาย ๆ ครั้งในพื้นที่เดิม ซึ่งถ้าปลูกพืชซ้ำที่บ่อย ๆ แร่ธาตุที่มีอยู่ ในดินก็จะค่อย ๆ หมดไปเนื่องจากพืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะแร่ธาตุที่พืชต้องการใช้ในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแทสเซียม ในการปลูกพืชไม่ใช้ดินจึงต้องหาปัจจัยต่าง ๆ ที่ดินทำหน้า ที่ให้แก่พืชโดยตรงคือ เป็นแหล่งแร่ ธาตุ นอกจากนั้นดินที่ดีที่เหมาะสมจะนำมาใช้ปลูกพืชได้ต้องมีช่องว่างอากาศ มีปริมาณน้ำในดินที่เหมาะสมด้วยจึง จะใช้ปลูกได้ดี โดยทั่วไปในดิน 100 ส่วน ควรมีส่วนประกอบต่าง ๆ คิดเป็น ร้อยละ ดังนี้ แร่ธาตุหรือสารอนินทรีย์ 45% ช่องว่างอากาศในดิน 25% ปริมาณน้ำ 25% สารอินทรีย์ 5%

การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่น่ายินดีที่ว่าขณะนี้มีการพัฒนาสูตรปุ๋ยชีวภาพสำหรับปลูกพืชแบบนี้มา หลาย ๆ สูตร

รศ.ดนัย วรรณวนิช จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งที่ได้คิดค้นสูตรปุ๋ยชีวภาพสำหรับการผลิตผักระบบไฮโดรโปนิกส์

“โดยปกติสูตรสารละลายธาตุอาหารทุกสูตรได้มาจากสารอนินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมีชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งเป็นปุ๋ยที่พืชดูดไปใช้มากที่สุดเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโต และพืชที่ได้รับปุ๋ยไนโตรเจนในรูปของไนเตรทอย่างเพียงพอจะมีการเจริญเติบโต ที่สมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม หากพืชได้รับปุ๋ยไนโตรเจนในรูปของไนเตรทมากเกินไปจนใช้ไม่หมด จะเกิดการสะสมอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของพืช หากนำพืชนั้นไปบริโภค จะทำให้สารไนเตรทเข้าสู่ร่างกาย และเกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคได้” รศ.ดนัย บอก

ด้วยเหตุนี้เองจึงได้ศึกษาการใช้สารอินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ใน การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน โดยได้ใช้น้ำหมักปุ๋ยคอก น้ำหมักมูลค้างคาว น้ำสกัดชีวภาพจากนมสด น้ำหมักซุปเปอร์โบกาฉิ น้ำหมักดินระเบิด น้ำสกัดชีวภาพจากพืช น้ำสกัดชีวภาพจากมูลสัตว์ มาทดลองผสมกับปุ๋ยเคมีในอัตราส่วน 1:3 แล้วพบว่า การใช้น้ำหมักดินระเบิด และน้ำสกัดชีวภาพจากนมสด สามารถทำให้พืชผักมีการเจริญเติบโตทัดเทียมกับการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่าง เดียว

เห็นได้ชัดเจนเลยว่า การใช้ปุ๋ยสูตร รศ.ดนัยในการปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเลย แต่พืชก็เติบโตเสมือนได้รับปุ๋ยเคมี ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีให้สิ้นเปลืองต้นทุนการผลิตและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อมด้วย

ผู้ใดสนใจ ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-9236-5470.