Archive: Posts Tagged ‘ไม้ผล’

สถานการณ์ราคาผลไม้

No comments June 15th, 2009

ผลไม้
ฝ่าวิกฤติผลไม้ภาคตะวันออกปี 52 แนะรัฐเสริมความแกร่งสหกรณ์

แม้ปัญหาวิกฤติผลไม้ของภาคตะวันออกในปีนี้จะรุนแรงถึงขั้นปิดถนน ประท้วงเหมือนเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา ทว่ายังไม่มั่นใจ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาดังกล่าว เนื่องจากผลผลิตผลไม้ของปีนี้ บางชนิดยังออกสู่ตลาดไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเงาะ ซึ่งอยู่ในข่ายน่าเป็นห่วงที่สุด

เห็นได้จากตัวเลขของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก (War room) ที่กรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้น ได้รายงานผลผลิตผลไม้ใน ปี 2552 ซึ่งประกอบด้วย 3 จ.ระยอง จันทบุรี และตราดนั้น ล่าสุด (8 มิ.ย.) มีตัวเลขประมาณการผลผลิตทั้งหมด 741,383 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 507,533 ตัน คิดเป็นร้อยละ 68.46

ในจำนวนนี้แยกเป็นทุเรียน ประมาณการผลผลิต 344,507 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 312,058 ตัน (ร้อยละ 90.58) เงาะ ประมาณการผลผลิต 225,218 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 96,333 ตัน (ร้อยละ 42.77) มังคุด ประมาณการผลผลิต 110,616 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 93,009 ตัน (ร้อยละ 84.08) และ ลองกอง ประมาณการผลผลิต 61,042 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 6,133 ตัน (ร้อยละ 10.05)

“โดยภาพรวมแล้วราคาผลไม้ปี นี้ค่อนข้างดีในเกือบทุกชนิด ยกเว้นเงาะที่ยังน่าเป็นห่วง เพราะผลผลิตยังออกมาไม่ถึงครึ่ง แล้วก็เป็นไม้ผลที่เก็บไว้ได้ไม่นาน ทำให้การส่งออกค่อนข้างมีปัญหา จึงจำเป็นต้องทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ตอนนี้ผมได้ตั้งงบประมาณไว้ 6 แสนบาท เพื่อจัดทีมไปสำรวจตลาดว่าจะมีช่องทางไหนที่พอจะระบายผลผลิตได้บ้าง”

พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าฯ จันทบุรี เผยถึงสถานการณ์ผลไม้เมือง จันทบุรีในปีนี้ พร้อมย้ำถึงวิธีการแก้ปัญหาโดยเน้นความร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ กรม กองต่างๆ บริษัทเอกชน ผู้ประกอบการส่งออก เครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ไม่เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ผู้ว่าฯ คนเดิมเผยต่อว่าในปี 2552 นี้ ผลไม้ทั้ง 4 ชนิดของ จ.จันทบุรี ซึ่งได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองนั้น มีผลผลิตรวมกว่า 5 แสนตัน สามารถส่งออกทำรายได้เข้าประเทศประมาณ 1.5 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตส่วนที่เหลือยังต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายปลายทางทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ช่วยกันรับประทานผลไม้ไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ได้อีกทางหนึ่ง

ขณะที่ มงคลัตถ์ พุกะนัดด์ ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ผลไม้ในภาคตะวันออก ยอมรับว่าขั้นตอนการขนส่งผลไม้ไปยังตลาดต่างประเทศหรือระบบโลจิสติกส์ค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากต้องใช้ทางเรือเป็นหลักในการขนส่ง ทำให้ผลไม้บางชนิดมีปัญหา โดยเฉพาะเงาะที่มีอายุการเก็บไว้ได้ไม่นาน ในขณะที่ทุเรียนและมังคุดนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

“อย่างมังคุดเมื่อไปถึงญี่ปุ่นเขาจะขายเป็นลูก ลูกละ 50-60 บาท หรือทุเรียนก็ไม่อร่อยเหมือนบ้านเรา ไปถึงที่โน่นเนื้อทุเรียนก็เละ ไม่อร่อย เพราะกว่าจะเดินทางถึงต้องใช้เวลาเกือบอาทิตย์ ไหนต้องผ่านขั้นตอนการตรวจที่ด่านอีก ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเงาะกว่าจะไปถึงผลก็ดำหมดแล้ว นี่คือปัญหา” มงคลัตถ์กล่าวถึงปัญหาขั้นตอนการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ

เช่นเดียวกับ ขวัญเมือง บำรุงพนิชถาวร ประธานชมรมสวนมังคุดร้อยปี จ.จันทบุรี ที่มองว่าการแก้ปัญหาผลไม้ในภาคตะวันออกปีนี้ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมกันมานาน แต่บังเอิญปีนี้ผลไม้เกือบ ทุกชนิดให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี จึงทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ส่วนตลาดต่างประเทศก็ไม่ได้แก้ปัญหาในเรื่องราคามากนัก เนื่องจากผู้ส่งออกไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา แต่กลับเป็นผู้รับซื้อจะเป็นผู้กำหนดราคาเองทั้งหมด

“ต้องยอมรับความจริงว่า ทุกวันนี้บ้านเราไม่มีบริษัทผู้ส่งออกผลไม้ไป ยังต่างประเทศโดยตรง แต่จะเป็นผู้รับออเดอร์จากเขาแล้วจัดส่งไปให้ตามจำนวนที่สั่ง แล้วเขาก็เป็นผู้กำหนดราคามาเท่าไหร่ ก็เท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยก็คือ ต้องเข้ามาดูแลล่งให้เขาเข้มแข็ง สามารถส่งออกเองได้โดยตรงหรือถ้าเป็นไปได้ก็ต้องผ่านระบบสหกรณ์ที่ต้องดิว โดยตรงกับประเทศคู่ค้านั้นๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ทางเราจะกำหนดราคาเองได้ว่าเกรดดี ไปตลาดไหน อย่างไร เช่นถ้าเกรดดีไปญี่ปุ่น อเมริกา รองลงมาไปตลาดจีน อินเดีย แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดราคาเองทั้งหมด” ประธานชมรมสวนมังคุดร้อยปีกล่าว พร้อมย้ำว่า

ถ้ารัฐบาลพัฒนาระบบเครือข่ายสหกรณ์ให้เข้มแข็ง เสริมความแข็งเกร่งให้แก่ล่ง ซึ่งเป็นผู้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในเครือข่าย จึงมั่นใจได้ว่ารัฐบาลแก้ปัญหาได้ถูกทางแล้ว จะไม่มีปัญหาในเรื่องผลไม้ล้นตลาดและราคาตกต่ำ เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนจะเป็นผู้กำหนดเอง ทั้งในเรื่องกระบวนการผลิตและราคาจำหน่าย

“พาณิชย์”เร่งเจาะตลาดต่างแดน

พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาผลไม้ของรัฐบาล ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดขบวนคาราวานผลไม้เมืองจันทบุรี บริเวณจุดพักรถ ถนนมอเตอร์เวย์ (ขาเข้า) ว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนผลไม้มัก ประสบก็คือ ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัวในช่วงสั้นๆ ปริมาณไม่สัมพันธ์กับความต้องการ ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่าง ประเทศ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น การกระจายไปสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรขายได้ในราคาที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศชาติก็จะมีความมั่งคั่งและมั่นคง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม

“จำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องปรับตัวและพัฒนาการผลิตให้มี คุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล ด้วยการลดการใช้สารเคมีที่เกินความจำเป็นและปรับเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยชีวภาพให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังได้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ที่สำคัญยังดีต่อสุขภาพของตัวเกษตรกรผู้ผลิตเองด้วย” รมว.พาณิชย์กล่าวย้ำ

สุรัตน์ อัตตะ
komchadluk

ละมุดสาลี่

No comments March 11th, 2009

ละมุดสาลี่

ละมุดสาลี่ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเวียดนาม บางคนจึงเรียกว่า ละมุดเวียดนาม เคยแนะนำในคอลัมน์ไปนานแล้ว อยู่ในวงศ์ SAPOTACEAE เป็นไม้ยืนต้น หรือไม้พุ่ม สูง 3-5 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นทรงกลม หรือทรงกรวยคว่ำ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับจำนวนมากบริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปรี หรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลมโคนมน ผิวใบเรียบเป็นมันสีเขียวสด

ดอก ออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก สีนวล มีกลีบดอก 5 กลีบ “ผล” รูปกลมหรือรีเล็กน้อย ผลมีขนาดใหญ่กว่าผลส้มเขียวหวานทั่วไป โตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 4 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ผลสุกเนื้อในเป็นสีแดงอมส้ม ไส้กลางเป็นสีขาว รสหวานจัดมาก หวานกว่าละมุดสายพันธุ์ใดๆ ไม่เป็นทราย รับประทานอร่อย ซึ่ง “ละมุดสาลี่” ติดผลปี ละครั้ง มีเมล็ดน้อย ติดผลดกเต็มต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด

ปัจจุบัน “ละมุดสาลี่” หรือ ละมุดเวียดนาม มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 แผง “คุณหลง-คุณก็อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 และ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามโครงการ 13 ส่วนใหญ่เป็นกิ่งตอน ราคาอยู่ที่ขนาดของต้น หรือสอบถามกันเอง

การปลูกละมุดสาลี่ เป็น สายพันธุ์ที่ปลูกง่าย เติบโตเร็ว เจริญและงอกงามได้ดีในพื้นที่ๆเป็นดินปนทราย หรือดินร่วน ชอบแดดจัด ไม่ชอบน้ำท่วมขัง เหมาะจะปลูกในบริเวณบ้านจำนวนต้นหรือสองต้นเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือปลูกหลายๆต้นเพื่อเก็บผลขาย โดยปลูกห่างกัน 5 เมตรต่อต้น หลังปลูกรดน้ำพอชุ่มเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยมูลสัตว์จำพวกขี้วัว หรือขี้ควายแห้ง โรยกลบฝังดินรอบโคนต้นเดือนละครั้ง หลังเก็บผลต้องตัดแต่งกิ่งทันที เพื่อทำให้ “ละมุดสาลี่” แตกกิ่งใหม่และติดผลในชุดต่อไป และมีผลดกเต็มต้นครับ.

นายเกษตร
thairath

ชมพู่ม่าเหมี่ยว

No comments March 5th, 2009

ชมพู่ม่าเหมี่ยว
ชมพู่ม่าเหมี่ยว เสียบยอดติดผลเลย

ปัจจุบัน การขยายพันธุ์ไม้ผลบางชนิด มีการพัฒนาวิธีการทำกิ่งหรือทำต้นให้ปลูกแล้วติดผลเร็วขึ้น กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะ “ชมพู่ม่าเหมี่ยว” ที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเสียบยอดสามารถนำไปปลูกพอต้นแข็งแรงแล้ว มีดอกและติดผลได้เลย กำลังฮือฮาเวลานี้ ไม่ต้องปลูกแล้วรอกินผลนานถึง 4-5 ปี เหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป เรียกว่าปลูกแล้วทันกินทันขายไม่เหนื่อยนั่นเอง

ชมพู่ม่าเหมี่ยว หรือ SYZYGIUM MALACCENSE (L.) MERRILL�PERRY ชื่อสามัญ MALAY APPLE อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม เป็นรูปใบหอก ปลายและโคนใบแหลม

ดอก ออกเป็นช่อกระจะตามลำต้นและกิ่งก้าน มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอกแยกกัน 4 กลีบ เป็นสีชมพู และเกสรจำนวนมากสีชมพูเช่นเดียวกัน “ผล” รูปกลม รี สุกเป็นสีแดง มีลายขาว เนื้อในค่อนข้างหนา รสหวานปนเปรี้ยว จิ้มเกลือผสมพริกป่นอร่อยมาก มีเมล็ด ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด ซึ่งต้นที่เสียบยอดจะมีข้อพิเศษคือ ปลูกแล้วสามารถติดผลได้เลย มีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง

นายเกษตร
thairath

การตัดแต่งช่อดอกลองกอง

No comments February 27th, 2009

ลองกอง

มือใหม่สวนลองกองจากนราธิวาสบอกมาว่า เข้าไปซื้อสวนลองกองแปลงหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้กำลังปรับปรุงสวนอยู่ ถามมาว่าจะทำอย่างไรให้ผลผลิตที่ออกมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยลูกสวยงามเป็นช่อตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะจะได้ราคาดี

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีการศึกษาเปรียบ เทียบไว้อย่างน่าสนใจโดย สถาบันวิจัยพืชสวน ศูนย์วิจัยพืชสวนสุราษฎร์ธานี กรมวิชาการเกษตรเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งทำการศึกษาในระหว่างการพัฒนาของช่อผลลองกอง มีการหลุดร่วงของผลตลอดเวลา ทำให้เมื่อเก็บผลแล้ว ได้ช่อผลลองกองที่ไม่สวย ขายไม่ได้ราคา การทดลองในครั้งนั้น ได้ทำการตัดแต่งช่อดอกลองกองเหลือ 1 ช่อ 2 ช่อและ 3 ช่อ ต่อกลุ่มตาดอกตามลำดับเพื่อเปรียบเทียบ ผลปรากฏว่าความยาวช่อดอก น้ำหนักช่อผล จำนวนผลที่เหลือเมื่อเก็บเกี่ยว เปอร์เซ็นต์การติดผลของลองกองของการตัดแต่งช่อผลให้เหลือ 1 ช่อต่อกลุ่มตาดอก มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับการตัดแต่งช่อดอกลองกองให้เหลือ 2 ช่อและ 3 ช่อ ต่อกลุ่มตาดอกหรือการไม่ตัดแต่งช่อดอกเลย โดยวิธีเหลือ 1 ช่อดอก ให้ผลดีที่สุด คือทำให้ช่อผลลองกองมีความยาวสูงสุด ปริมาณผลที่เหลือเมื่อเก็บเกี่ยวและเปอร์เซ็นต์การติดผลสูงสุด ซึ่งทำให้ได้ช่อผลลองกองที่สวยและเป็นไปตามความต้องการของตลาด

หมอเกษตร
dailynews

มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ

1 comment February 25th, 2009

มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ
มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ ผลไม้ดีนนทบุรี

พอเข้าสู่ฤดูร้อนทุกปี ผลไม้ไทยหลายชนิดจะมีผลสุกวางขายมากมาย ซึ่งมะยงชิดเป็นผลไม้ฮิตอย่างหนึ่งที่ถูกเก็บผลออกจำหน่ายได้ก่อนผลไม้ชนิด อื่น และที่ จ.นครนายก เป็นแหล่งปลูกมะยงชิดสายพันธุ์ดังๆมากมาย จะมีเทศกาลขายเฉพาะมะยงชิดอย่างเดียวทุกปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวและซื้อหาไปรับประทานแพร่หลาย จนกลายเป็นงานสัญลักษณ์ของชาวจังหวัดนครนายกโดยปริยาย

แต่ “มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ” เป็นสายพันธุ์ที่นิยมปลูกแถบ ต.ท่าอิฐ จ.นนทบุรี นานกว่า 10 ปีแล้ว โดยต้นแรกที่นำไปปลูกเจ้าของซื้อพันธุ์ไปจากงานเกษตรแห่งชาติ จำไม่ได้ว่าเป็นมะยงชิดพันธุ์อะไร เมื่อติดผลปรากฏว่า ผลมีขนาดใหญ่เท่าไข่เป็ด (ดูภาพประกอบคอลัมน์) รสชาติแปลกคือ หวานปนเปรี้ยวแบบพอดี รับประทานอร่อยมาก โดยเฉพาะเวลาปอกเปลือกล้างน้ำใช้มีดคมๆเฉือนเป็นแว่นๆไม่มียางติด และไม่มีเสี้ยน เคี้ยวอร่อยลิ้นดีจริงๆ เจ้าของพันธุ์จึงขยายพันธุ์ปลูกเก็บผลขายพร้อมตอนกิ่งออกขายในชื่อ “มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ” ได้รับความนิยมจากผู้รับประทานและผู้ปลูกมาก

มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ อยู่ในวงศ์ ANACAR-DIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม รูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายและโคนใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนาและแข็ง สีเขียวเข้มเป็นมัน

ดอก ออกเป็นช่อที่ซอกใบใกล้ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีขาว หรือ สีขาวนวล “ผล” รูปกลมรี ผลโตเต็มที่ประมาณไข่เป็ดทั่วไป เวลาติดผลจะเป็นพวงน้ำหนักของผล 8-10 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม ผล สุกเป็นสีเหลือง เนื้อในเยอะ เนื่อง จากเมล็ดเล็กรสหวานปนเปรี้ยว ไม่มีเสี้ยน และไม่มียางขม รับประทานอร่อยมาก ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และเสียบยอด มีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง

การปลูก มะยงชิดเติบโตได้ในดินทั่วไป หลังปลูกระยะแรกรดน้ำพอชุ่มวันละครั้ง บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 สลับกับใส่ปุ๋ยจำพวกขี้วัวหรือขี้ควายแห้งโรยกลับฝังดินรอบโคนต้นเดือนละครั้ง เมื่อ “มะยงชิดพันธุ์ท่าอิฐ” เริ่มติดผลโตเท่าปลายนิ้วก้อยมือผู้ใหญ่ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 เพื่อบำรุงผลพร้อมฉีดสารสะเดาป้องกันแมลงรบกวน เมื่อเก็บเกี่ยวผลให้ตัดแต่งกิ่งทันที เพื่อให้แตกกิ่งใหม่มาแทนที่และใส่ปุ๋ยตามลำดับที่กล่าวข้างต้นครับ.

นายเกษตร
thairath