Archive: Posts Tagged ‘ไม้ดอกไม้ประดับ’

รังนกกระจาบ

No comments September 23rd, 2009

รังนกกระจาบ

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากสงสัยว่ารังนกแขวนขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคารังละ 50-70 บาท เป็นรังนกอะไร ทำไมมีมากมายนัก หรือผู้ขายทำขึ้นเองแล้วนำไปขายให้คนซื้อไปแขวนประดับเพื่อความสวยงาม ซึ่งความจริงแล้ว รังนกดังกล่าวเป็น “รังนกกระจาบ” ผู้ขายไม่ได้ทำขึ้นอย่างแน่นอน เป็นรังนกธรรมชาติที่นกกระจาบเจ้าของรังได้ทิ้งรังไปแล้ว ผู้ขายจึงเก็บมาขาย ทิ้งไว้ก็ไร้ประโยชน์

คุณสมปอง ผู้จำหน่ายต้นปาล์มชนิดต่างๆบริเวณโครงการ 10 ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มีสวนขยายพันธุ์ต้นปาล์มขนาดใหญ่ที่คลอง 12 ถนนสายปทุมธานี-นครนายก และ เป็นผู้นำ “รังนกกระจาบ” ไปขายด้วย เล่าให้ฟังว่า ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีฝูงนกกระจาบนับพันตัว มีนกผู้นำฝูงพากันบินไปทำรังในสวนขยายพันธุ์ต้นปาล์มของตัวเองเป็นร้อยๆรัง โดยเหล่านกกระจาบจะบินไปจิกเอาฟางข้าวแห้งมาสร้างรังให้เกาะติดที่ปลายใบย่อยของใบปาล์ม เป็นรังขนาดใหญ่ห้อยเป็นระย้าเต็มไปหมด

ลักษณะรังจะมี 2 รูปแบบ คือ ถ้าเป็นรังทรงกลมไม่มีกรวยยาวก้นรัง มีรูเข้าออกก้นรัง 2 รู จะเป็นรังสำหรับตัวผู้กับตัวเมียใช้อาศัยเพื่อผสมพันธุ์กันในช่วงเดือนสิงหาคมทุกปี ตามที่กล่าวข้างต้น ส่วนชนิดรังใหญ่ มีกรวยยาวก้นรัง และมีรูเข้าออกรูเดียว เป็นรังสำหรับตัวเมียใช้วางไข่และฟักไข่จนกลายเป็นลูกนกกระจาบ เลี้ยงดูอยู่จนกระทั่งลูกนกทั้งหมดจะแข็งแรงและสามารถบินเองได้ จากนั้นนกจ่าฝูงหรือ ผู้นำฝูงจะพาลูกฝูงทิ้งรังบินไปยังที่อื่น ไม่ทราบว่าไปที่ไหน

เมื่อถึงฤดูกาลผสมพันธุ์ในปีต่อไประหว่างเดือนสิงหาคม ฝูงนกกระจาบเหล่านี้จะบินกลับมาสร้างรังผสมพันธุ์ออกไข่ฟักไข่ จนเป็นลูกนกกระจาบอีกครั้ง แต่จะไม่สนใจรังเก่าที่เคยสร้างไว้แต่อย่างใด แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ฝูงนกกระจาบบินหายไป 3-4 ปี จึงจะเวียนกลับมายังสวนปาล์มที่คลอง 12 อีก ดังนั้น “รังนกกระจาบ” ที่นำไปขายจึงเป็นรังเก่าที่นกกระจาบทิ้งไว้ ไม่ใช่ไปแย่งรังมาจากนกแต่อย่างใด

คุณสมปอง บอกอีกว่า ต้นไม้ที่ฝูงนกกระจาบชอบไปสร้างรังผสมพันธุ์เป็นร้อยรังได้แก่ ต้นปาล์มชนิดต่างๆ เช่น ปาล์มฟ็อกเทล ต้นยูคาลิปตัส และ ต้นแวก เป็นต้น และที่สวน “คุณสมปอง” มีต้นไม้เหล่านี้จำนวนมากจึงมีนกกระจาบไปทำรังทุกปี ผู้ซื้อนิยมนำไปแขวนประดับเพื่อความสวยงาม แต่ก็มีบางรายบอกว่าแขวนไว้แล้ว นกกระจอกไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่มีขี้นกทำให้พื้นสกปรกอีก นั่นคือเรื่องราวน่ารู้ของ “รังนกกระจาบ” ครับ.

นายเกษตร
thairath

ช้องมาลี

No comments August 14th, 2009

ช้องมาลี
ช้องมาลี สวยน่ารัก

ไม้ชนิดนี้พบขึ้นตามธรรมชาติทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย โดยจะขึ้นอยู่ในป่าดิบชื้น ป่าดิบเขามากมาย ส่วนใหญ่พบขึ้นเป็นกอตามซอกลานหินกว้างที่มีเศษใบไม้ตายทับถมมากๆ หรือขึ้นอยู่ตามซอกผาบริเวณหน้าผา ตามง่ามต้นไม้ใหญ่ เวลาแตกเป็นกอหลายๆ ต้นจะดูสวยงามน่ารักดี เป็นพืชอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ช้องนางคลี่ แต่ขนาดของ “ช้องมาลี” จะเล็กกว่า และที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของ “ช้องมาลี” ได้แก่ ต้นจะไม่ห้อยลงเป็นระย้าเหมือนกับ ช้องนางคลี่ คนทั่วไปนิยมเรียกอีกชื่อว่า “ช้องนางแคระ” นิยมปลูกประดับกันแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน

ช้องมาลี หรือ ช้องนางแคระ เป็นพืชจำพวกเฟิร์นอิงอาศัย มีขึ้นทั่วไปในเขตร้อนชื้นและป่าฝน เป็นไม้อยู่ในวงศ์ LYCOPODIALEAE ลำต้นชูตั้งขึ้น สูงเต็มที่ประมาณ 6-7 นิ้วฟุต ลำต้นเมื่อแก่จัด หรือเติบโตเต็มที่มักจะแตกกิ่งแขนงเป็น 2 กิ่งบริเวณปลายลำต้น

ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับถี่รอบลำต้นตั้งแต่โคนต้นจนถึงปลายยอด ใบเป็นรูปรี แกมรูปใบหอก ปลายแหลม โคนสอบติดกับลำต้น เนื้อใบหนาและแข็ง ผิวใบเรียบ เป็นสีเขียวสด ใบมีขนาดเล็ก เวลามีใบดกเรียงกันหนาแน่นทำให้ดูคล้ายหางสิงสวยงามน่ารักมาก ซึ่งไม้ชนิดนี้ไม่มีดอก แต่จะมีใบเกล็ดขนาดเล็กบริเวณปลายยอด และมักมีอับสปอร์ติดอยู่ที่ส่วนโคนด้วย ซึ่งสปอร์ดังกล่าวหล่นหรือถูกลมพัดปลิวไปตกที่ใด เมื่อได้ความชื้นที่พอเหมาะจะสามารถแตกเป็นต้น “ช้องมาลี” หรือ “ช้องนางคลี่แคระ” ขึ้นมาเองตามธรรมชาติได้ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นจากกอและเพาะสปอร์

ปัจจุบันต้น “ช้องมาลี” หรือ “ช้องนางคลี่แคระ” มีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 24 แผง “คุณแก้ว-คุณหล้า-คุณนิด” ราคาสอบถามกันเอง การปลูก “ช้องมาลี” เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงได้ยาก ผู้ปลูกหลายคนเคยปลูกแล้วท้อ แต่ผู้ขายยืนยันว่า “ช้องมาลี” ที่ขายเป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย เนื่องจากมีดินจากแหล่งที่ขึ้นอยู่ติดมากับเหง้าหรือกอด้วย เมื่อผู้ซื้อนำไปปลูกประดับลงกระถางกล้วยไม้ชนิดแขวนให้เอาขุยมะพร้าวแห้ง กับมอสติดกับดินที่มีวางขายทั่วไปคลุกให้เข้ากันจนได้ที่ใส่เพิ่มลงไปอีก หนึ่งส่วน เสร็จแล้วนำกระถางแขวนไปแขวนในที่รำไรมีแสงแดดส่องถึงบ้างเป็นบางเวลา รดนํ้าเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 หรือปุ๋ยออสโมโคตอย่างสมํ่าเสมอเดือนละครั้ง จะทำให้ “ช้องมาลี” หรือ “ช้องนางคลี่แคระ” แตกต้นเป็นกอเพิ่มขึ้นและมีใบสวยงามครับ.

นายเกษตร
thairath

ต้นจังกัต

No comments August 5th, 2009

จังกัต
จังกัต คล้ายขดลวด

ในตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ที่เปิดขายเฉพาะไม้ดอกไม้ผลและไม้ยืนต้นเพียงอย่างเดียว ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ มักจะมีไม้แปลกๆออกมาวางขายให้พบเห็นอยู่เป็นประจำ อยู่ที่ว่าผู้ซื้อจะชื่นชอบหรือไม่เท่านั้น ซึ่งต้น “จังกัต” เป็นไม้แปลกอีกต้นหนึ่งที่พบวางขายรวมกับไม้อื่นๆ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เพราะเป็นไม้ไม่มีดอกสวยงาม รูปร่างแปลกหงิกงอ ดูเหมือนขดลวดสีเขียว ประกอบกับผู้ขายไม่ได้เขียนชื่อปักเอาไว้ คนเลยไม่รู้ พอสอบถามจึงทราบชื่อว่า ต้น “จังกัต” มีความสวยงามเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

จังกัต เป็นไม้ในตระกูล กก เป็นไม้น้ำหรือกึ่งไม้น้ำ มีถิ่นกำเนิดจากต่างประเทศ แต่ผู้ขายจำไม่ได้ว่าเป็นประเทศอะไร มีหลากหลายสายพันธุ์ แตกต่างกันที่ขนาดและถิ่นที่พบ ลักษณะเป็นไม้มีเหง้าใต้ดิน ใบ แทงขึ้นจากเหง้า เป็นเส้นกลมเล็กโตเท่าเส้นลวดหรืออาจใหญ่กว่านิดหน่อย สีเขียวสด ไม่มีลำต้นและกิ่งก้านซึ่งใบสามารถยาวได้ถึง 1 ฟุต

เมื่อใบ เริ่มแทงขึ้นจากเหง้าใหม่ๆ จะเริ่มบิดม้วนเป็นเกลียวหรือเหยียดเป็นเส้นตรงพันกันไปมาเป็นกลุ่มไม่เป็น ระเบียบ ดูคล้ายขดลวดสีเขียวสวยงามมาก ใบแก่จัดจะแห้งเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาล สามารถถอนทิ้งได้ หรือหากใบมีความยาวก็ตัดแต่งได้ จะทำให้ยิ่งแตกใบดกมากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมปลูกลงกระถาง ขนาดใหญ่หรือเล็กตามขนาดของกอที่จะปลูก ปลูกในกระถางบัวได้ โดยเอาดินบัวใส่ลงกระถาง 2 ใน 3 ของความสูงขอบกระถาง จากนั้นนำเอา “จัง-กัต” ลงปลูก เทน้ำลงไปให้ท่วมแล้วนำกระถางไปตั้งในที่มีแสงแดดส่องตลอดวัน บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อละ 5 เม็ด กดลงดินตามขอบกระถาง 3-5 ห่อ เดือนละครั้ง จะทำให้มีใบโผล่ขึ้นเหนือน้ำบิดเป็นเกลียวคล้ายขดลวดสวยงามมาก

ถ้าปลูกต้นจังกัตลงกระถางธรรมดาใช้เครื่องปลูก คือ ดิน 1 ส่วน กาบมะพร้าวแห้งหั่น 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน คลุกให้เข้ากันจนได้ที่ จากนั้นนำต้น “จังกัต” ลงปลูก นำไปตั้งในที่มีแสงแดดส่องตลอดวัน รดน้ำเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 เดือนละครั้งสลับกับปุ๋ยออสโมโคตสม่ำเสมอ จะทำให้ “จังกัต” มีใบงดงามเป็นธรรมชาติดีมาก ปัจจุบัน “จังกัต” มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผง “ป้าแอ๊ด-คุณขวัญ-คุณแจ๊ค” ราคาสอบถามกันเองครับ.

นายเกษตร
thairath

บัวยักษ์ออสเตรเลีย

No comments August 4th, 2009

บัวฮัดซัน
บัวฮัดซัน ดอกใหญ่หอมอ่อน

บัวชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศออสเตรเลีย อยู่ในกลุ่มเดียวกับ บัวยักษ์ออสเตรเลีย ซึ่งจะมีด้วยกันหลายสายพันธุ์และหลายสี ส่วนใหญ่ที่เห็นปลูกตามสวนไม้ประดับขนาดใหญ่ทั่วไปมักจะเป็นชนิดที่มีดอก เป็นสีม่วง แต่ที่มีวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ และกำลังเป็นที่นิยมของผู้ปลูก จะเป็นชนิดที่มีดอกเป็นสีขาว มีความโดดเด่น คือ ขนาดของดอกจะใหญ่มาก และดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จึงทำให้เวลามีดอกดูงดงามมาก และมักจะมีตัวผึ้งบินวนเวียนเข้าไปดูดกินน้ำหวานจากดอกตลอดเวลา

บัวฮัดซัน หรือ NYMPHAEA GIGANTEA-HOOKER อยู่ในวงศ์ NYMPHAEACEAE เป็นกลุ่มเดียวกับบัวสายในบ้านเรา แต่ดอกของบัวสายจะเล็กกว่าเยอะ เป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นใต้ดินคล้ายหัวเผือก มีหลากหลายสายพันธุ์จะแตกต่างกันที่สีของดอก ขนาดของใบ และขนาดของดอก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับถี่ลอยบนผิวน้ำเรียงเป็นวง แผ่นใบรูปค่อนข้างกลม โคนเว้าลึก ส่วนใหญ่ขอบใบจัก มีบางสายพันธุ์ ขอบใบเรียบ ด้านบนเป็นมัน สีเขียวเข้ม หรือสีเขียวอมแดง ด้านล่างสีเขียว หรือสีม่วงแดง มีขนนุ่มและมีเส้นใบนูน ในก้านใบมีน้ำยางใส เมื่อหักดูจะมีใยติดกันยืดและยาวสีขาว

ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆบานเหนือน้ำเล็กน้อย มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ เป็นรูปรีแกมรูปไข่ ด้านนอกเป็นสีเขียว มีแนวเส้นของกลีบเด่นชัด ด้านในเป็นสีเดียวกับสีของกลีบดอก กลีบดอกมีจำนวนมาก เรียงซ้อนกันหลายชั้น มีด้วยกันหลายสี เช่น สีขาว สีม่วง และ สีชมพู ดอกเมื่อบานเต็มที่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-7 นิ้วฟุต จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า “บัวยักษ์ออสเตรเลีย”

ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มีเกสรตัวผู้จำนวนมากเป็นสีเหลือง ออกเป็นกระจุกที่ใจกลางดอก เวลาดอกบานจึงดูสวยงามอร่ามตาและบริสุทธิ์สดใสมาก “ผล” ค่อนข้างกลม เรียกว่า “โตนด” มีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกออกตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและหน่อ ปัจจุบัน “บัวฮัดซัน” หรือ “บัวยักษ์ออสเตรเลีย” มี ขายที่ตลาด นัดไม้ดอก

ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 2 แผงจำหน่ายไม้น้ำ แผง “คุณเกด” ราคาสอบถามกันเองการปลูก “บัวฮัดซัน” ซึ่งเป็นบัวที่แตกกอใหญ่ ใบใหญ่ จึงใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก กินน้ำลึก หากปลูกในกระถางขอบกระถางต้องสูงกว่าปกติและมีขนาดใหญ่ด้วย ใช้ดินบัวรองก้นกระถาง 2 ใน 3 ของความสูงขอบกระถาง จากนั้นนำหน่อลงปลูกนำกระถางไปตั้งที่มีแดดทั้งวัน ใส่น้ำให้เต็ม บำรุงปุ๋ยห่อกระดาษกดลงดินใต้น้ำเดือนละครั้ง จะมีดอกตลอดครับ.

นายเกษตร
thairath

เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น

No comments July 24th, 2009

เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น
เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น ใบด่างปลายหางปลา

เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสองของกลุ่มเฟิร์นที่เป็นพันธุ์แท้ อยู่ในวงศ์ “ASPLENIACEAE” เป็นเฟิร์นวงศ์ใหญ่มีด้วยกัน 3 สกุล มากกว่า 700 ชนิด มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศอินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย รัฐควีนส์แลนด์ ญี่ปุ่น และประเทศไทย ซึ่งลักษณะของ “เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น” เป็นไม้อิงอาศัยเหง้าสั้น ตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกชิดกันรอบๆ เหง้าเป็นกระจุกและแผ่ออกคล้ายรังนก

แผ่นใบเป็นรูปขอบขนานถึงใบหอก ก้านใบสั้น ปลายใบตัดเป็นแฉกๆรูปหางปลา ใบแคบกว่าใบเฟิร์นข้าหลวงสายพันธุ์อื่น โคนใบมน ใบมี 2 รูปแบบคือ เป็นสีเขียวสดล้วนๆ กับใบด่าง 2 สี คือสีเขียวขาวสดใสชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการกลายพันธุ์แบบถาวร (ปกติ ใบเฟิร์นทั่วไปเป็นสีเขียวเท่านั้น) ใบยาวประมาณ 1.5 ฟุต โตเต็มที่อาจยาวได้ถึง 1 เมตร เวลามีใบดกจะดูสวยงามมาก มีสปอร์ติดบริเวณด้านหลังใบ แต่น้อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ และเลี้ยงเนื้อเยื่อ

เฟิร์นชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น มีลักษณะเด่นและแตกต่างจากเฟิร์นข้าหลวงที่คนทั่วไปรู้จักคือ ใบจะแคบและมีขนาดเล็กกว่า ใบด่างเป็นสองสีคือ สีเขียวขาวสดใสมาก และที่สำคัญถือว่าเป็นสุดยอดของ “เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น” ได้แก่ ปลายใบจะเป็นแฉกคล้ายรูปหางปลา ทำให้เวลามีใบดกดูเหมือนตัวปลากำลังแกว่งหางไปมา น่ารักน่าชมมาก (ดูภาพประกอบคอลัมน์) แต่ราคาขายแพงมาก ต้นที่เสนอภาพประกอบคอลัมน์ ราคาเริ่มที่ 5,000 บาท คนไม่มีเงินและไม่ รักการปลูกเฟิร์นจริงๆคงไม่กล้าแตะแน่นอน “นายเกษตร” แนะนำเป็นความรู้เท่านั้น

ปัจจุบัน มีการปลูกเลี้ยงเฟิร์นเพื่อเป็นการค้ากันเยอะ และมีสายพันธุ์แปลกๆใหม่ๆออกสู่ตลาดไม้ประดับมากมาย ทั้งเป็นสายพันธุ์ ของไทยแท้ๆ และสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น “เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น” เป็นต้น มีทั้งชนิดที่กลายพันธุ์เองโดยธรรมชาติ และกลายพันธุ์ด้วยการจงใจของผู้ปลูกเลี้ยง ราคาส่วนใหญ่จะแพงตามความงามและหายาก ซึ่ง “เฟิร์นข้าหลวง-ญี่ปุ่น” มีต้นขายที่ ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 5 ปากทางออกประตู 3 แผง “คุณเมฆ”

เฟิร์นข้าหลวงญี่ปุ่น นิยมปลูกลงกระถางขนาดใหญ่หรือเล็กตามขนาดของต้นที่ปลูก หรือปลูกลงกระเช้าที่ใช้ปลูกกล้วยไม้ตั้งหรือแขวนในที่แจ้งหรือที่มีแดด 50% รดน้ำเช้าเย็น บำรุงปุ๋ยสูตร 16-16-16 เดือนละครั้ง จะทำ ให้มีใบดกสีสันงดงามมากครับ.

นายเกษตร
thairath