Archive: Posts Tagged ‘ไบโอดีเซล’

การลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมัน

1 comment May 4th, 2010

ปาล์มน้ำมัน

การผลิตปาล์มน้ำมัน

ปัจจุบันปาล์มน้ำมัน มีพื้นที่ปลูกรวม 3.89 ล้านไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 88 อยู่ในภาคใต้ จังหวัดที่ปลูกมาก คือ จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร รองลงมาเป็นภาคตะวันออกและภาคกลาง ร้อยละ 11 ส่วนภาคอื่น ๆ ร้อยละ 1 พื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้วมีประมาณ 3.19 ล้านไร่ ให้ผลผลิตปาล์มสด รวม 8.16 ล้านตัน สามารถสกัดน้ำมันปาล์มได้ 1.42 ล้านลิตร ผลผลิตน้ำมันปาล์มส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศ ปริมาณ 8-9 แสนลิตร โดยนำไปผลิตไบโอดีเซล 3-4 แสนลิตร ที่เหลือส่งออกและเก็บสำรองเป็นสต๊อกภายในประเทศ

สำหรับสถานการณ์การผลิตในปี 2553 คาดว่าจะมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว รวม 3.6 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจาก ปี 2552 ประมาณ 440,000 ไร่ เนื่องจากมีการปลูกใหม่เมื่อปี 2550 ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และแหล่งผลิตเดิมในภาคใต้ ที่ปลูกทดแทนสวนไม้ผลเก่า เช่น ทุเรียน เงาะ กาแฟ รวมทั้งที่นา และพื้นที่ป่าพรุ พื้นที่ให้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้คาดว่าจะได้ผลผลิตปาล์มสด 10.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 จำนวน 1.9 ล้านตัน เนื่องจากสวนปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่เป็นปาล์มน้ำมันพันธุ์ดี และอยู่ในช่วงให้ผลผลิตสูง ประกอบกับปริมาณน้ำฝนและสภาพดินฟ้าอากาศเหมาะสม ส่งผลให้ต้นปาล์มให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยว่า จากการเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มประเทศ อาเซียนตามข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) มีผลกระทบกับสินค้าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เนื่องจากประเทศคู่แข่ง คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีต้นทุนการผลิตสินค้าต่ำกว่าประเทศไทย ซึ่งหากมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มราคาถูกจากประเทศดังกล่าว จะมีผลกระทบทำให้ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศตกต่ำ และเมื่อวิเคราะห์ปัญหาการผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันของไทย พบว่าต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันของไทยเพิ่มสูงขึ้นจาก 2.14 บาท/กิโลกรัม ในปี 2550 เป็น 2.58 บาท/กิโลกรัม ในปี 2552 (ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้น เกษตรกรใช้ปุ๋ยในอัตราที่มากเกินความต้องการของพืช และพบว่าโครงสร้างต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมัน ร้อยละ 40 เป็นค่าปุ๋ยเคมี

สำหรับพืชปาล์มน้ำมัน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ โดยรัฐบาลให้แนวทางรองรับการเปิดเสรีสินค้าเกษตร คือ

ขั้นที่ 1 การบริหารการนำเข้า ณ ด่านศุลกากร การเข้มงวดการตรวจใบรับรองต่าง ๆ เช่น ใบรับรองสุขอนามัย

ขั้นที่ 2 เยียวยาเกษตรกรเพื่อให้สามารถผลิตเพื่อการแข่งขันได้

และ ขั้นที่ 3 ใช้มาตรการปกป้องพิเศษโดยการขึ้นค่าธรรมเนียมปกป้องทันทีเพื่อระงับผลกระทบชั่วคราว

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน ปี 2551-2555 โดยใช้งบกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยจัดถ่ายทอดความรู้เป็นการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต และปรับปรุงคุณภาพผลผลิต ให้เกษตรกรมีความสามารถในการผลิตปาล์มน้ำมันเพื่อแข่งขันได้ใน อนาคต

ในการลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของต้นปาล์มน้ำมัน โดยเกษตรกรควรตรวจวิเคราะห์ดิน และใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำเพื่อให้ต้นปาล์มน้ำมันได้รับธาตุอาหารอย่างเหมาะสม เป็นการลดค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมี และช่วยเพิ่มผลตอบแทนแก่เกษตรกร

นอกจากนั้นเกษตรกรควรปรับปรุงคุณภาพผลผลิต โดยการเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มสุก ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง จะมีส่วนให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มสามารถสกัดน้ำมันได้เปอร์เซ็นต์สูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มของประเทศลดลงตามไปด้วย.

ทิศทางพืชพลังงานของไทย

No comments December 4th, 2008

ไบโอดีเซล ผลิตจาก พืชพลังงาน

ขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง น้ำมัน ดิบมีราคาต่ำกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวลดลงตามไปด้วย

ย้อนไปในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเฉียด 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รัฐบาลต้องเร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในระยะสั้นรัฐบาลได้ใช้มาตรการในด้านภาษี ส่วนระยะยาวก็คือ การหาพลังงานทดแทน และที่มีความเป็นไปได้สูงก็คือ พลังงานทดแทนจากพืช ดังนั้นรัฐบาลจึงคลอดยุทธศาสตร์พืชพลังงานทดแทนออกมา

เมื่อราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง

อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์พืชพลังงานทดแทนหรือไม่อย่างไร

นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการตามแผนส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน ตามยุทธศาสตร์พืชพลังงานทดแทนต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติชัดเจน ให้กระทรวงการคลังสนับสนุนงบประมาณเพื่อผลักดันพืชพลังงาน ในส่วนของอ้อยประมาณ 13,000 ล้านบาท มันสำปะหลังประมาณ 9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีงบประมาณเพื่อการสนับสนุนงานวิจัย ซึ่งพืชพลังงานถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯที่จะขับเคลื่อน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สำหรับพืชพลังงานทดแทนที่เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุดนั้น จากการศึกษาวิจัยมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีพบว่า มันสำปะหลังและอ้อยจัดเป็นพืชที่มีแนวโน้มในการนำมาผลิตเอทานอลได้มากที่สุด เนื่องจากเป็นพืชที่มีการปลูกภายในประเทศ เกษตรกรมีความชำนาญในการปลูก หากมีการนำเทคโนโลยีเข้าไปส่งเสริมแล้วการเพิ่มผลผลิตจะทำได้ไม่ยาก

การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์พืชพลังงานของรัฐบาลนั้น กรมวิชาการเกษตรถือเป็นหน่วยงานหลักหน่วยงานหนึ่งที่ได้ดำเนินงานในเรื่อง นี้มาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดี กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ปรับกระบวนการวิจัยด้านการเกษตรของประเทศใหม่ เพื่อรองรับอนาคต โดยหวังผลงานวิจัยว่า จะต้องมีผู้นำไปใช้ให้ได้มากที่สุด โดยได้ตั้งเป้างานวิจัยทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของชาติ โดยเน้นเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต หากเป็นพืชเศรษฐกิจจะต้องเน้นการปรับปรุงคุณภาพ เพื่อการส่งออก ทั้งนี้กลุ่มที่เน้นหนักคือ พืชพลังงาน

นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรยังนำผลงานวิจัยต่าง ๆ เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตพืชพลังงาน โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก เพื่อไม่ให้กระทบต่อ สัดส่วนที่จะนำมาใช้ในการผลิตอาหาร

เมื่อนำนโยบายของรัฐบาล และหน่วยงานภาคปฏิบัติที่ยังให้ความสำคัญของพืชพลังงาน ประกอบกับสถานการณ์ ราคาน้ำมันที่มีช่องห่าง ของราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ซึ่งเป็นน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสม ของเอทานอลที่พืชพลังงานแล้ว พืชพลังงานทดแทนไม่น่าจะได้รับผลกระทบ

ราคาน้ำมันเบนซินในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ณ สถานีบริการน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ยังคงมีราคาสูงกว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดยน้ำมันเบนซินออกเทน 91 มีราคาเฉลี่ย 22.99 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซินออกเทน 95 มีราคาเฉลี่ยระหว่าง 26.99-27.99 บาทต่อลิตร

ถึงกระนั้นก็ตามน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ก็ยังมีราคาถูกกว่ามากเมื่อเทียบกับน้ำมันที่มีค่าออกเทนเท่ากัน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 17.49 บาทต่อลิตร ถูกกว่าน้ำมันเบนซินออกเทน 91 กว่า 5.50 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 18.25 บาทต่อลิตร ถูกกว่าน้ำมันเบนซินออกเทน 95 เกือบ 10.00 บาทต่อลิตร และยิ่งนำไปเปรียบเทียบกับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E-20 ซึ่งราคาลิตรละ 16.99 แล้ว น้ำมัน E-20 จะมีราคาถูกกว่าถึง 11 บาทต่อลิตร

จากราคาน้ำมันดังกล่าวจะเห็นได้ว่า แม้ราคาน้ำมันเบนซินจะมีราคาลดลงกว่าเดิมมาก ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ก็ลดลงมากเช่นเดียวกัน และยังถูกกว่าราคาน้ำมันเบนซินประมาณ 5-10 บาทต่อลิตร หากช่วงห่างราคาน้ำมันทั้ง 2 ประเภท เป็นเช่นนี้ เชื่อว่า ประชาชนก็ยังใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์เช่นเดิม และในทางตรงข้ามยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ล้วนจะผลิตออกมาเพื่อรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทั้งสิ้น

ดังนั้นจากเหตุผลข้างต้นดังกล่าว จึงเชื่อได้ว่า ยุทธศาสตร์พืชพลังงานทดแทนของประเทศ จะไม่สะดุดแน่นอน แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะลดลงก็ตาม เพราะพืชพลังงานไม่ใช่แค่จะสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศเท่า นั้น แต่ยังจะทำให้ช่วยพี่น้องเกษตรกรขายผลผลิตอ้อยและมันสำปะหลังได้ในราคาที่ ยุติธรรม สามารถลดมลพิษในอากาศ ลดดุลการค้าระหว่างประเทศ และมีราคาถูกกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไปอีกด้วย

ราคาน้ำมันที่ลงลดอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเรื่องพลังงานทดแทนมีความมั่นใจกันว่าน่า จะไม่กระทบต่อยุทธศาสตร์พืชพลังงานของไทย และความฝันที่จะผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นโอเปกด้านพืชพลังงานแห่งที่ 2 ของโลกรองจากประเทศบราซิลนั้นก็ยังคงเป็นความหวังที่สามารถมองเห็นรูปธรรมอยู่.

วิกฤติกล้าปาล์ม

No comments November 21st, 2008

วิกฤติ พลังงาน แม้ว่าในยามนี้จะผ่อนคลายลงไปบ้าง เนื่อง จาก ราคาปิโตรเลียมเริ่มลดลง แต่ในบาง ประเทศก็มิได้ประมาทได้ ปลูกพืชพลังงานทดแทนกันอย่างต่อเนื่อง

ปาล์มน้ำมัน เป็น พืชพลังงานทดแทนชนิด หนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะประเทศใน กลุ่มอเมริกากลาง อเมริกาใต้ แอฟริกา อินโดนีเซีย มาเลเซีย รวมทั้ง ไทย เราด้วย ซึ่งมีการขยายพื้นที่ปลูก จึงทำให้ ต้นกล้าปาล์มนํ้ามัน หมิ่นเหม่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

คุณสมชาย ชาญ ณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พูดถึงเรื่องนี้ว่า ไทยเรามีความต้องการต้นกล้าปาล์มน้ำมันค่อนข้างสูง เนื่อง จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแผนพัฒนาและส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันรอง รับการผลิตไบโอดีเซล ถึง 3 ล้านไร่

ช่วงที่ผ่านมาทั่วประเทศ เกษตรกรปลูกปาล์มไปแล้วประมาณ 4-5 แสนไร่ คาดว่า ปี หน้า (2552) พื้นที่ปลูกปาล์มจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 5 แสนไร่ ซึ่งจะต้องใช้กล้าปาล์มน้ำมันประมาณ 11 ล้านต้น (22 ต้น ต่อไร่)

กรมวิชาการ เกษตร ได้เร่งตรวจสอบความพร้อมของต้นกล้าพันธุ์ปาล์มแล้ว ปีนี้กรมฯผลิตพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมสุราษฎร์ธานีให้กับเกษตรกร โดยแยกเป็นเมล็ดงอก จำนวน 2.7-3 ล้านเมล็ด ต้นกล้า เล็ก อายุ 3-5 เดือน 6 แสนต้น และต้นกล้าใหญ่ อายุ 8 เดือนถึง 1 ปี 3 แสนต้น

ซึ่ง กำหนดราคาขาย เมล็ดงอกอยู่ที่ 12 บาท กล้าเล็กต้นละ 25 บาท และกล้าใหญ่ต้นละ 50 บาท ขณะนี้เกษตรกรได้สั่งจองแล้วกว่า 4 แสนต้น ทางกรมฯก็จะทยอยส่งมอบให้ ตามคิวที่สั่งจอง

แม้ว่า กรมวิชาการเกษตรจะเร่งผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ก็ยังไม่ทัน และ พอเพียงกับความต้อง การของเกษตรกร ก็ยังพอมีทางออกเพราะว่ามีภาคเอกชน ประมาณ 3-4 บริษัท อาทิ บริษัท ยูนิวานิชปาล์มน้ำมัน จำกัด (มหาชน) บริษัท เปารงค์ ออยด์ปาล์ม จำกัด บริษัท อุติพันธุ์พืช จำกัด และบริษัท ทักษิณปาล์ม (2521) จำกัด ได้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันเพื่อรองรับ ความ ต้องการของเกษตรกร ราคาจำหน่ายอยู่ที่ต้นละ 90-120 บาท

คุณวราวุธ ชูธรรม ธัช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี กรมวิชาการเกษตร เสริมว่า กรมฯ ได้ติดตามตรวจสอบการผลิตกล้าปาล์ม นํ้ามัน ของภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และ ตรวจสอบแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์ พร้อม ควบคุมแปลงเพาะกล้าของผู้ประกอบการ ด้วย

ปัจจุบันมีผู้ขอรับใบอนุญาตรวบรวม เมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันเพื่อการค้าแล้วทั้งสิ้น 363 ราย ทั้งยังขึ้นทะเบียนตรวจ รับรองแปลงฯ แล้ว 567 แปลง คาดว่าจะช่วยให้ เกษตรกรรายย่อยมีโอกาสซื้อต้นกล้า ที่ได้มาตรฐานจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ฤดูปลูกปีนี้ เกษตรกรได้ซื้อต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ค้างสต๊อก ตั้งแต่ปี 2549-2550 ลงแปลงปลูกไปหมดแล้ว ในขณะที่ปี 2551 มีการชะลอ การนำเข้าเมล็ดฯ จากต่างประเทศ พอเกิดความต้องการกล้าปาล์ม เพิ่มขึ้น

เมล็ดงอก ปาล์มจึงขาดแคลนและไม่เพียงพอกับความต้องการ..!!

ดอกสะแบง

พัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมัน

2 comments November 10th, 2008

ปาล์มน้ำมัน
แม่โจ้พัฒนาปาล์มน้ำมัน หลากหลายพันธุ์โชว์งาน 75 ปี

ปาล์มน้ำมัน (Oil palm) จัดเป็นพืชเศรษฐกิจ มีถิ่นกำเนิดอยู่ใน ทวีปแอฟริกา อยู่ในตระกูล ปาล์ม มีลำต้นเดี่ยว ลักษณะคล้ายต้นตาล

ใบเป็นรูปก้างปลา โคนกาบใบคล้ายหนามแต่ ไม่คมมาก พืชชนิดนี้แยกเพศ ต้นที่เป็นเพศผู้ก็จะให้เกสรตัวผู้เพียงอย่างเดียว ส่วนต้นที่ให้เกสรตัวเมียจึงจะติดผลเป็นทะลายเกาะติดกันแน่น

น้ำมันจากผลปาล์ม สามารถนำมาแปรรูปใช้ใน การประกอบอาหาร เช่น น้ำมันเนย ทั้งยัง ใช้ผสมในไบโอดีเซล ด้วย ประเทศไทย มีการปลูกทางภาคใต้และภาคตะวันออก พันธุ์ปาล์มน้ำมันที่ส่งเสริม ให้เกษตรกรปลูกเป็น ปาล์ม น้ำมันลูกผสมเทเนอรา

ในช่วงภาวะวิกฤติน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง บ้านเราต้องใช้เงินซื้อ น้ำมันดีเซล จากต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่า ปีละประมาณ 270,000 ล้านบาท และ ยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ฉะนั้นด้วยเหตุผลนี้ นายสุดประสงค์ สุวรรณเลิศ ผู้ อำนวยการสถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดทำผลงานวิจัยใน “โครงการปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสม เทเนอรา DXP เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมคุณภาพดี” ซึ่งเป็นการผสมพันธุ์ปาล์มน้ำมันจาก 2 สายพันธุ์ คือ ดูรา (Dura) ใช้เป็นแม่พันธุ์ ผลมีเนื้อชั้นนอก 35-60% มีกะลาหนา 2-8 มิลลิเมตร เนื้อในหนาไม่มีเส้นใย กับพ่อพันธุ์ ฟิสิเฟอรา (Pisifera) มีลักษณะผลไม่มีกะลา เนื้อชั้นนอกหนา 70-95% เนื้อในบางมีเยื่อรอบกะลา

ผู้อำนวยการสถานี วิจัยสิทธิพรกฤดากร บอก อีกว่า แม่พันธุ์ดูรา (Dura) นั้นทาง หม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ได้นำมาจาก ประเทศมาเลเซีย และปลูกไว้ที่ สถานีสิทธิพรกฤดากร อำเภอบางเบิด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเป็นโอกาสดีที่เรานำไปทดสอบคัดเลือก โดยจัดทำแปลงรวบรวมสายพันธุ์ไว้ที่แปลงจากนั้นนำ สายพันธุ์ฟิสิเฟอรา (Pisifera) มาผสม กันในแปลง…กระทั่งกลายมาเป็น DxP เทเนอรา (Tenera) ซึ่งเป็นพันธุ์ผสมจากทั้งสองสายพันธุ์ มีลักษณะผลออกมามีเนื้อชั้นเปลือกนอก 60-90% ของน้ำหนักผล กะลาบาง มีเส้นใยรอบกะลา ที่ให้ผลผลิตที่สูงกว่าสายพันธุ์เดิมๆและเหมาะสมกับทุกสภาพพื้นที่ในการนำไป ปลูก

ในคาบเวลาเดียวกัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร อำเภอละแม จังหวัดชุมพร ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้วิจัยเกี่ยวกับพัฒนาปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ได้ร่วมมือกับ บริษัทอาร์แอนด์ดี เกษตรพัฒนา จำกัด ผลิตกล้าปาล์มคุณภาพดีใน “โครงการความร่วมมือสหกิจศึกษาทางวิชาการเกษตร” ตั้งอยู่พื้นที่อำเภอละแม 250 ไร่ อำเภอสวี 37 ไร่ อำเภอรัตภูมิ 10 ไร่ และอำเภอควนกาหลง จังหวัดชุมพร อีกจำนวน 20 ไร่

โดยการนำ ลูกผสม DxP เทเนอรา มาใช้ใน โครงการและยังพัฒนาอีกหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ Deli x Nigeria มีคุณสมบัติ ทะลายสดให้ ผลผลิต 4 ตันต่อไร่ต่อปี ทนแล้ง เหมาะกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง พันธุ์ Compact ลักษณะเด่น มีต้นเตี้ยเก็บผลผลิตง่าย ทางใบสั้นเหมาะกับพื้นที่ ภาคตะวันออก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในบางจังหวัด

ส่วนอีกพันธุ์หนึ่ง เป็น สายพันธุ์สุราษฎร์ธานี 2 ต้นเตี้ย ทรงพุ่มปานกลาง แต่ทนแล้งให้ผลผลิตดี แม้จะมีสภาพที่ไม่เหมาะสม ผลดิบสีดำ ผลสุกจะมีสีแดงส้ม และ ให้น้ำมันดิบไม่ต่ำกว่า 26-28% ต่อ ทะลาย ซึ่งทุกสายพันธุ์เป็นที่ยอมรับและรับรอง โดย กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้นำเข้าสู่โครงการ “เปลี่ยนนาร้างมาเป็นนาปาล์ม”

ผู้สนใจสามารถชมปาล์มน้ำมันได้ที่งาน “75 ปีมหาวิทยาลัยแม่โจ้-เชียงใหม่” ในวันที่ 4-10 ธันวาคม 51 สอบถามข้อมูลที่ 0-5387-3397 www.mju.ac.th

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ซีพีเอฟนำร่อง ผลิตไบโอดีเซลชุมชน

No comments November 3rd, 2008

ไบโอดีเซล

ผลิต…ไบโอดีเซลชุมชน ซีพีเอฟนำร่องประหยัดพลังงาน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เป็นหน่วยงานหนึ่งของภาคเอกชนที่นำเอาน้ำมัน ที่ใช้แล้ว ผันเข้าสู่ขบวนการผลิตไบโอดีเซล

ไบโอดีเซล หมายถึง เชื้อเพลิงพลังงานทดแทนจากธรรมชาติ ที่ผลิตได้จากน้ำมันพืช หรือไขมันสัตว์ ทั้งที่ยังใหม่และผ่านการใช้งานแล้ว มาทำปฏิกิริยาทางเคมี (transesterification) กับเมทานอล ด่าง จนเกิดเป็นสารเอสเตอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล

นายนพดล ศิริจงดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฯ บอกว่า…โรงงานอุตสาหกรรมธุรกิจอาหารแปรรูปเนื้อไก่ (สระบุรี-โคราช) แห่งนี้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ด้วยขบวนการที่ถูกสุขลักษณะทันสมัยตามกรรมวิธีต่างๆ ทั้งทอด ย่าง อบ นึ่ง

ซึ่ง จะ มี น้ำมันพืชที่ใช้ผ่านกระบวนการผลิตอาหารแล้ว มีจำนวนมากถึง 100,000 ลิตรต่อเดือน และ เพื่อรักษาระดับมาตรฐานการผลิตอาหารปลอดภัย จึงมีการตรวจสอบคุณภาพ ด้วยการวัดค่าความเป็นกรด (AV:Acid Valud) ถ้าเกินมาตรฐานจะเอาออกจากขบวนการผลิต

ในอดีตที่ผ่านมาก็จะมีกลุ่มพ่อค้ามาประมูลซื้อน้ำมันที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งก็เป็นสิทธิของเขาเมื่อได้สินค้า จะนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆต่อไป ทว่าหากนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารอีก ก็จะทำให้นโยบายของชาติ ที่ต้องการให้ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้รับอาหารปลอดภัยไม่บรรลุความ สำเร็จ

และเพื่อป้องกันการวนกลับมาใช้ใหม่ที่อาจมีบางส่วนเล็ดลอดออกไป ประกอบกับ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานฯ เน้นนโยบายการประหยัดและลดต้นทุนการผลิตให้กับองค์กร

บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) จึงเริ่มโครงการผลิต “ไบโอดีเซล” ลักษณะ ชุมชนภาคเกษตร ตามระบบในทางเคมีวิศวกรรม แล้วนำมาใช้กับกิจการทั้งขนส่งอาหารไปยังฟาร์มเครือข่าย รถส่งเอกสาร รถยก ฯลฯ ให้เป็นต้นแบบหรือนำร่อง

ซึ่งเดือนหนึ่งสามารถทดแทนการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 35,000 ลิตร เมื่อได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก็จะขยายโครงการไปยังโรงงานที่โคราชและมีนบุรีในอันดับต่อไป

นายกฤษฎา โทษาธรรม

นายกฤษฎา โทษาธรรม ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมระบบ เผยถึงขบวนการผลิตไบโอดีเซล ที่ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่า เริ่มจากนำน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้แล้ว มาทำอุณหภูมิใส่สารเคมีคือ เมทานอลและอื่นๆ พออุณหภูมิได้ตามกำหนด จึงโหลดสารเคมีเข้าทำปฏิกิริยาซึ่งใช้เวลา 30 นาที ช่วงนี้น้ำมันพืชจะเปลี่ยนเป็นไบโอดีเซล

จากนั้นนำเข้าสู่ขบวน การแยกกลีเซอรีน ซึ่งใช้ เวลา 2 ชม.นำกลับมาทำปฏิกิริยาอีกรอบ ครั้งนี้ใช้เมทานอลกับด่างทำปฏิกิริยา โดยใช้เวลา 10 นาที ส่งเข้าสู่การแยกกลีเซอรีน เสร็จแล้วเข้าสู่ขบวนการล้างน้ำเพื่อกำจัดสาร 4 รอบ ขั้นตอนนี้จะได้ชั้นไขสบู่และน้ำ นำมาแยกจึงได้ไบโอดีเซลที่ยังคงมีความชื้น จึงต้องใช้ความร้อนที่ 105 ํC ไล่ความชื้น เป็นอันว่า ได้ไบโอดีเซลคุณภาพ ซึ่งได้รับรองมาตรฐาน ไบโอดีเซลชุมชน จากกรมธุรกิจพลังงาน

จากการทดลองใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อหันมาดีดลูกคิดรางแก้วหักลบแล้ว คุณนพดลแอบกระซิบว่า สามารถประหยัดเม็ดเงินที่ต้องสั่งนำเข้าน้ำมันได้ไม่มากน้อยแค่ 80-90 ล้านบาท /ปีเท่านั้นเอง

โอ้ว…อุแม่เจ้า!…โบนัสปลายปีของพนักงานเริ่มส่งกลิ่นหอมกรุ่นแล้ว.

เพ็ญพิชญา เตียว