Archive: Posts Tagged ‘เห็ดโคนญี่ปุ่น’

“สาริน บางยี่ขัน” เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น

No comments July 24th, 2009


ว่างงานแสดงเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น อีกทางเลือก “สาริน บางยี่ขัน”

ยามว่างจากงานละคร “สาริน บางยี่ขัน” ดารานักแสดงชื่อดัง ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับวิถีเกษตรกร ด้วยการยึดอาชีพเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ เพื่อเป็นรายได้เสริม หวังให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ในบั้นปลายของชีวิต โดยเจียดพื้นที่กว่า 1 ไร่เศษในท้องที่ ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สร้างฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจรแห่งแรก ชื่อ วิภพ ฟาร์ม

“ปกติเป็นคนชอบทานเห็ดอยู่แล้ว โดยเฉพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นจะชอบมาก ทานเป็นประจำ และตั้งใจอยากจะมีฟาร์มเห็ดเป็นของตัวเอง บังเอิญว่าช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โครงการ คม ชัดลึก ฝึกอาชีพ เปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เลยลองสมัครเรียนดู”

สารินเผยต่อว่า จากการเข้าร่วมอบรมหลักสูตรเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในครั้งนั้น ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน อาจารย์สอนดีมาก เนื้อหาการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะเน้นการปฏิบัติจริง เริ่มตั้งแต่การฝึกทำก้อนเห็ด การเขี่ยเชื้อ การนึ่งก้อนเชื้อ การสร้างโรงเรือน การรู้จักคำนวณต้นทุนทั้งระบบ เทคนิคการเก็บดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลดอกเห็ดให้อยู่ได้นานที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเรียนรู้ในตำราได้ แต่จะต้องฝึกทดลองปฏิบัติจริงๆ เท่านั้น

“ผมยอมรับว่าการอบรม 2 วัน 1 คืนที่สวนเห็ดจิรวุฒิ ทำให้เข้าใจถึงกระบวนการเพาะเห็ดอย่างทะลุปรุโปร่งในทุกขั้นตอน จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันก็ลงทุนสร้างโรงเรือนจำนวน 3 หลังเพื่อทดลองทำเองดู โดยเริ่มจากซื้อก้อนเชื้อเห็ดจากสวนเห็ดของอาจารย์ (จิรวุฒิ อินทรานุกูล) จำนวน 1.5 หมื่นก้อน ก้อนละ 10 บาท ใส่โรงเรือนละ 5,000 ก้อน ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด เพราะดอกเห็ดออกมากจนเก็บไม่ทัน” เจ้าของวิภพฟาร์มกล่าวอย่างภูมิใจ

ผลจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาได้ขยายพื้นที่เพิ่มจากเดิม 3 โรงเรือนเพิ่มเป็น 6 โรงเรือน ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับลงทุนสร้างโรงผลิตก้อนเชื้อ เตานึ่ง และอุปกรณ์ทำก้อนทั้งหมด เพื่อที่จะผลิตก้อนเชื้อเอง ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น หากหวังจะยึดเป็นอาชีพในระยะยาว

“สำหรับโรงทำก้อนเชื้อขณะนี้ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมทำก้อน หลังก้อนเห็ดทั้ง 3 โรงเรือน หมดสภาพในอีกไม่เกิน 3 เดือนข้างหน้า จากนั้นก็จะใช้ก้อนเชื้อใหม่ที่ทำขึ้นมาเองใส่พร้อมกันทั้ง 6 โรงเรือนทันที”

กว่า 6 เดือนที่ผลผลิตเห็ดรุ่นแรกจาก “วิภพ ฟาร์ม” ได้ให้ผลผลิต แม้จะยังมีกำไรไม่มากนัก เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่จะนำไปแจกจ่ายให้แก่เพื่อนบ้านใกล้เคียงลองรับ ประทาน ส่วนที่เหลือก็ส่งให้แม่ค้าในตลาดทั้งในตัวเมืองกาญจนบุรีและที่กรุงเทพฯ สนนในราคา 160 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสดและความสมบูรณ์ของดอกเห็ดด้วย

จึงไม่แปลกหากเห็นสารินจะขลุกอยู่กับฟาร์มเห็ดของเขาในช่วงวันหยุดสุด สัปดาห์หรือว่างเว้นจากงานแสดงเพื่อมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ที่หวังจะยึดเป็นอาชีพสุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต

และในวันที่ 1-2 สิงหาคม 2552 นี้ โครงการ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” จะเปิดอบรมหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอีกครั้ง ณ สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดย อ.จิรวุฒิ อินทรานุกูล เจ้าของสวนและทีมงานจะถ่ายทอดเทคนิคต่างๆ ให้อย่างหมดเปลือกเหมือนเดิม สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2338-3356-7 (รับเพียง 40 ท่าน)

สุรัตน์ อัตตะ
komchadluk

การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น

9 comments April 23rd, 2009

ผู้ใหญ่สุภีร์ ดาหาร ทำฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น ขายกิโลกรัมละ 200 บาท ได้ผลดี ที่บ้านหนองโข่ย อำเภอเมืองขอนแก่น

คุณ สุภีร์ ดาหาร อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองโข่ย อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ที่ 19 ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (เกษตรกรรม) จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาวิทยาเขตเกษตรลำปาง ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตลำปาง

หลัง จากจบการศึกษาแล้ว ก็ไปสมัครเข้าทำงานเป็นลูกจ้างของกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ปี 2527 ซึ่งงานที่ได้ทำส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นงานวิจัยส่งเสริมและพัฒนา หลังจากนั้นได้ไปเป็นครูอัตราจ้างอยู่ 1 ปีการศึกษา ก็หมดสัญญาจ้าง ปี 2529 ก็ไปสมัครเข้าทำงานซึ่งเป็นโครงการร่วมกับต่างประเทศของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ จากนั้นก็เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานโครงการของกรมวิชาการเกษตรมาตลอด จนถึงปี 2547 จึงลาออกจากงานมาทำกิจการของตัวเองอย่างจริงจัง

คุณสุภีร์ ดาหาร แต่งงานมีครอบครัวแล้วเมื่อปี 2530 กับ คุณทิพยาภา ดาหาร พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นชายทั้งหมด ซึ่งในช่วงที่ทำงานเป็นลูกจ้างของกรมวิชาการเกษตรนั้น ได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติงานฝึกอบรม ศึกษาดูงานทั่วทุกภาคของประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสานไปทุกจังหวัด จากแนวคิดตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ซึ่งคิดไว้อยากมีฟาร์มเป็นของตนเอง ประกอบกับชอบงานที่เป็นอิสระ เพราะในช่วงที่ทำงานอยู่นั้นก็ได้ศึกษาอาชีพที่ได้ไปเห็นมา หาข้อดี ข้อเสียมาเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่ของตนเองว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งมีที่ดินประมาณ 5 ไร่ ได้ปลูกมะม่วงไว้ 2 ไร่ ส่วนที่เหลือก็ปลูกมันสำปะหลังสลับกับข้าวโพดมาตลอด

ต่อมาปี 2540 ได้นำฝรั่งมาปลูกจำนวน 100 ต้น มะขามเทศ 50 ต้น และซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเปิดดอก จำนวน 2,000 ก้อน ฝรั่งที่ปลูกไว้ก็ให้ผลผลิตดี คุณภาพก็ดีในช่วงแรก แต่ก็มีปัญหาเรื่องแรงงานและต้องพ่นสารเคมีด้วย ซึ่งตนเองก็ไม่ชอบอยู่แล้ว และมะขามเทศก็มีปัญหาเช่นเดียวกับฝรั่ง

ส่วนเห็ดนั้นช่วงแรกจะเป็น เห็ดนางฟ้า โดยซื้อมาก้อนละ 4 บาท ปรากฏว่าได้ผลดีมากและก็ขายได้ราคาดี และสิ่งที่ชอบก็คือ ไม่ฉีดพ่นสารเคมี และก็ขายเห็ดได้ประมาณ 20,000 บาท หลังจากนั้นก็ได้ไปศึกษาดูงานการทำฟาร์มเห็ดจากหลายๆ แห่ง เพราะช่วงนั้นยังทำงานอยู่จึงมีโอกาสไปหลายแห่ง ซึ่งก็ได้นำข้อดี ข้อเสียของแต่ละฟาร์มมาปรับใช้กับฟาร์มของตนเอง จากนั้นก็ได้เริ่มซื้ออุปกรณ์มาเก็บไว้ พร้อมกับการศึกษาดูงานการเพาะเห็ดอยู่เรื่อยๆ และศึกษาจากหนังสือต่างๆ เริ่มหัดทำอาหารวุ้น PDA และทำหัวเชื้อและเมล็ดข้าวฟ่าง ทำช่วงแรกไม่ได้ผล แล้วก็ลองทำใหม่จนได้ผล หลังจากที่เตรียมอุปกรณ์การเพาะเห็ด ประกอบกับคิดว่ามีความชำนาญจากการเรียนรู้ด้วยตนเองแล้ว จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาทำฟาร์มเห็ดอย่างเต็มตัว โดยในปีแรกก็เริ่มทำก้อนเชื้อเอง แต่เชื้อเห็ดได้สั่งซื้อจากที่อื่น โดยเพาะเห็ดขอนขาว จำนวน 6,000 ก้อน จำนวน 1 โรงเรือน ซึ่งให้ผลผลิตดีมาก คือเก็บผลผลิตได้ 4 เดือน คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งในช่วงที่เปิดดอกเห็ดขอนขาวโรงแรกนี้ ก็ได้ฝึกทำเชื้อและทำอาหารวุ้นควบคู่กันไปด้วย เมื่อเริ่มทำได้แล้วก็เริ่มซื้ออุปกรณ์ในการทำหัวเชื้อ เช่น หม้อนึ่งความดัน ถังผสม และเครื่องอัดก้อนเชื้อ ซึ่งก็ได้ทุนมาจากผลผลิตของเห็ดขอนขาวโรงแรก

เมื่อผลิตหัวเชื้อได้ แล้ว ก็ได้เพิ่มการผลิตก้อนเชื้อเห็ดชนิดอื่นขึ้นอีก เช่น เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า เห็ดบด เห็ดนางนวล เห็ดหัวลิง เห็ดเป๋าฮื้อ และสุดท้ายก็ได้ทดลองเพาะเห็ดยานางิ (เห็ดโคนญี่ปุ่น) ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถผลิตหัวเชื้อเห็ดที่กล่าวมาข้างต้นได้ทุกชนิดพร้อม จำหน่าย ซึ่งการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในช่วงแรก เมื่อได้ผลผลิตในตอนแรกแม้แต่ตนเองก็ยังไม่กล้ารับประทานสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้เพาะแล้วก็ต้องลองดู ปรากฏว่าอร่อยดี จากนั้นก็ให้เพื่อนบ้านลองชิมดูก็มีทั้งคนกล้าและไม่กล้า แต่เมื่อได้ลองกินดูแล้วต้องขอเพิ่มอีก จากนั้นชาวบ้านก็เริ่มจะมีความคุ้นเคยกับเห็ดชนิดนี้ ลองซื้อไปทำกินที่บ้าน หลังจากนั้นจะกลับมาซื้อใหม่อีก ซึ่งในช่วงนั้นเห็ดโคนญี่ปุ่นก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นทั้งทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์มากขึ้น คนก็เริ่มรู้จักดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้บริโภคในช่วงแรกก็จะเป็นผู้ที่ทำงานในสำนักงานหรือส่วนราชการต่างๆ แต่ช่วงหลังมาระดับชาวบ้านก็ซื้อไปประกอบอาหารมากขึ้น โดยมีความเชื่อว่าเห็ดชนิดนี้เป็นได้ทั้งอาหารและยา ซึ่งเห็ดโคนญี่ปุ่นนี้จะมีข้อดีก็คือ การดูแลรักษาเหมือนเห็ดนางฟ้าแต่ราคาเท่าเห็ดหอม และก็สามารถผลิตได้ทุกฤดู อายุการให้ผลผลิตแต่ละรุ่นนาน 12 เดือน รสชาติอร่อย อ่อนนุ่ม กรอบ เมื่อเทียบกับเห็ดหอมมีความกรอบมากกว่า เป็นทั้งอาหารและมีสรรพคุณทางยาด้วย แต่จะมีข้อเสียก็คือ เมื่อให้ผลผลิตแล้วจะมีระยะพักตัวนานกว่าเห็ดชนิดอื่นคือ 20-30 วัน

วิธีการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น

สูตรส่วนผสมการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น

1. ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม

2. รำอ่อน 100 กิโลกรัม

3. ปูนขาว 2 กิโลกรัม

4. ดีเกลือ 3 ขีด

5. พูไมท์ 2 กิโลกรัม

6. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม

7. น้ำ 60-70%

วิธีคลุกส่วนผสมและการนึ่งฆ่าเชื้อ

นำวัสดุส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ในขั้นสุดท้ายนำน้ำมาผสมลงไปให้พอเหมาะ อย่าให้แฉะเกินไป บรรจุลงถุงอัดให้แน่น ใส่คอขวดพลาสติค รัดด้วยยางรัด แล้วนำไปนึ่ง ในอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง การจับเวลาในการนึ่งควรจับหลังจากที่มีไอน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นเส้นตรง หลังจากนึ่งเสร็จแล้วปล่อยให้เย็น แล้วนำออกจากหม้อนึ่ง นำเข้าห้องเขี่ยเชื้อ

วิธีการเขี่ยเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่นลงถุงพลาสติค

วัสดุในการเขี่ยเชื้อ

1. ขวดหัวเชื้อเห็ด

2. ตะเกียงแอลกอฮอล์

3. สำลี

4. ไม้ขีดไฟ

5. กระดาษหนังสือพิมพ์ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาด 2.5×4 นิ้ว

6. ยางรัด

ขั้นตอนการเขี่ยเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่น

1. จุดตะเกียงแอลกอฮอล์

2. นำขวดเชื้อมาลนไฟที่ตะเกียง

3. เช็ดมือให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ 70%

4. นำขวดเชื้อที่ลนไฟแล้วมาแคะหรือย่อยให้หัวเชื้อละเอียด

5. หลังจากเขี่ยเชื้อลงถุงเรียบร้อยแล้ว ปิดกระดาษ แล้วรัดด้วยยางรัดทันที

6. นำก้อนที่เขี่ยแล้วขึ้นตั้งเรียงไว้เพื่อบ่มเชื้อในโรงเรือนบ่ม ใช้ระยะเวลาในการบ่มประมาณ 45-50 วัน สามารถนำไปเปิดเอาดอกในโรงเรือนได้

7. เชื้อ 1 ขวด ควรเขี่ยลงถุงได้ 32-35 ถุง

ลักษณะโรงเรือนเห็ดโคนญี่ปุ่น

ลักษณะ โรงเรือนเหมือนกับการเพาะเห็ดนางฟ้านางรมทั่วๆ ไปคือขนาด 4.5×10 เมตร ด้านข้างสูงประมาณ 1.4 เมตร บรรจุก้อนเชื้อได้ 6,000 ก้อน หลังคามุงด้วยหญ้าคาหรือใบจาก ด้านข้างกั้นด้วยซาแรน 60% โครงสร้างภายในทำเป็นแผง เอียงทำมุม 75 องศาเซลเซียส การสร้างโรงเรือนควรสร้างในแนวทิศตะวันออก-ตก เพื่อการถ่ายเทอากาศได้ดี

การดูแลรักษา

หลัง จากบ่มเชื้อครบ 45-50 วัน แล้วนำก้อนเชื้อเข้าสู่โรงเปิดดอก โดยแกะกระดาษ เขี่ยข้าวฟ่างและสำลีออกให้หมด ทำความสะอาดพื้นโรงเรือน รดน้ำให้ชุ่ม วันละ 3 เวลา คือเช้า เที่ยง เย็น เห็ดจะออกดอกได้ดี

วิธีการเก็บดอกเห็ดโคนญี่ปุ่น

ใช้ มือกดปากถุงเห็ดไว้ อีกมือหนึ่งค่อยๆ ดึงดอกเห็ดออกจากถุงอย่าให้หน้าก้อนเห็ดแตก และอย่าพยายามให้มีเศษขาของดอกเห็ดปิดรูถุง เพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา ปิดปากถุงเห็ดกันเห็ดรุ่นต่อไปไม่ให้ออกดอกมาได้

สำหรับราคาจำหน่าย เห็ดภายในฟาร์มมีดังนี้ ราคาดอกเห็ด เห็ดโคนญี่ปุ่น กิโลกรัมละ 150-200 บาท เห็ดบด 100 บาท เห็ดขอนขาว 60 บาท เห็ดนางฟ้า-นางรม 50 บาท เห็ดเป๋าฮื้อ 60 บาท ส่วนราคาก้อนเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่นก้อนละ 10 บาท ขอนขาว 6 บาท นางฟ้า นางรม 5 บาท เป๋าฮื้อ 7 บาท

ในปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่า กิจกรรมหลักในสวนจะเป็นการเพาะเห็ด แต่ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำผสมผสานกันไป ซึ่งได้แก่ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากก้อนเชื้อเห็ดเก่าจำหน่าย การเลี้ยงกบ จำนวน 4 บ่อ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ จำนวน 2 บ่อ เตาเผาถ่านคุณภาพสูง จำนวน 1 เตา เพื่อผลิตน้ำส้มควันไม้ เลี้ยงหมูป่า และหมูลูกผสม พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 4 ตัว ปลูกน้อยหน่า 50 ต้น ฝรั่ง 50 ต้น และปลูกไผ่บงหวาน จำนวน 100 กอ โดยกิจกรรมเสริมทั้งหมดนี้ได้ทำควบคู่ไปกับการเพาะเห็ด และก็ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วทุกกิจกรรม ทำให้มีรายได้และความเป็นอยู่ดีขึ้นเป็นลำดับ

ปัจจุบันคุณสุภีร์ ดาหาร ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในหมู่บ้าน ให้เป็นผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองโข่ย หมู่ที่ 19 ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และยังให้ความร่วมมือกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองขอนแก่น ใช้ฟาร์มเห็ดของตนเองเป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจโดยทั่วไป ท่านใดสนใจอยากจะเยี่ยมชมผลงานหรือสอบถามความรู้และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (081) 975-2612, (043) 261-835

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 453
อำพน ศิริคำ
matichon

อบรมเห็ดโคนญี่ปุ่นที่สวนเห็ดจิรวุฒิ

2 comments December 8th, 2008

เข้าคอร์สติวเข้มเห็ดโคนญี่ปุ่น 2 วัน 1 คืน ที่สวนเห็ดจิรวุฒิ

ช่วงปลายฝนต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บรรดาเหล่าผู้สนใจการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น หรือเห็ดยานางิ เกือบ 50 ชีวิต เดินทางไปอบรมหลักสูตร “เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเชิงธุรกิจครบวงจร” ตามโครงการ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” สัญจร ณ สวนเห็ดจิรวุฒิ ต.บุ่งคล้า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

โดย มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติในสถานที่จริง พร้อมกับเยี่ยมชมกิจการฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จใน ละแวกใกล้เคียง

การเดินทางไปอบรมครั้งนี้ แม้จะมีเวลาแค่ 2 วัน 1 คืน แต่ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวว่าคุ้มจริงๆ เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้กระบวนการเพาะเห็ดแบบครบวงจรอย่างละเอียดทุกขั้น ตอนแล้ว ยังได้เพื่อนใหม่และพร้อมที่จะสานต่อเป็นเครือข่ายพันธมิตรผู้เพาะเห็ดโคน ญี่ปุ่นในอนาคตอีกด้วย

สาริน บางยี่ขัน ดารานักแสดงชื่อดัง หนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเผยถึงความรู้สึกที่เข้ารับการอบรมเพาะเห็ด โคนญี่ปุ่นสัญจรครั้งนี้ว่า รู้สึกประทับใจในการเข้าคอร์สอบรมเห็ดญี่ปุ่นที่ “คม ชัด ลึก” จัด เพราะได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งเพื่อนใหม่ ที่สำคัญอยากจะไปดูงานที่สวนเห็ดจิรวุฒิมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส บังเอิญว่าได้อ่านจากหนังสือพิมพ์ “คม ชัด ลึก” รับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นที่นั่น จึงตัดสินใจสมัครทันที

“ปกติผมเป็นคนชอบกินเห็ดอยู่แล้ว จึงสนใจเรื่องเห็ด อยากจะทำเป็นธุรกิจอย่างจริงๆ โดยเฉพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นที่ขณะนี้ราคาดีมากและมีความต้องการของตลาดสูง พอดีผมมีที่ดินอยู่ที่ภูเรืออยู่แปลงหนึ่งยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ก็อยากจะใช้เป็นที่เพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น คิดว่าน่าจะโอเค ในอนาคตกะว่าจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น” สาริน เผยเป้าหมาย

ไม่เพียงแต่สารินเท่านั้นที่คิดมาเอาดีในวิถีเกษตร ด้วยความตั้งใจที่จะเปิดฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น ลุงอุทัย ศรีหาญวรพงศ์ วัยใกล้ 60 สมาชิกเข้าร่วมโครงการอีกราย จาก อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว แม้วันนี้มีอาชีพเพาะเลี้ยงเห็ดฟางขายเป็นรายได้หลักอยู่ แต่ก็สนใจการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เนื่องจากขายได้ราคาดีกว่า จึงอยากจะมาเรียนรู้กระบวนการเพาะเห็ดชนิดนี้กับ “คม ชัด ลึก”

“จากการอบรมมา 2 วัน 1 คืน ก็ได้เรียนรู้อย่างละเอียดในทุกขั้นตอน คือจริงๆ แล้วขั้นตอนการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากเห็ดทั่วไปมากนัก เพียงเอาใจใส่มันมากกว่า การดูแลต้องละเอียดรอบคอบ ต้องทำตารางที่กำหนดแน่นอน และยังให้ผลผลิตได้ในระยะยาว หากมีการเพาะเลี้ยงอย่างถูกวิธี” อุทัยกล่าวหลังเสร็จสิ้นการอบรม

ไม่ใช่แค่เกษตรกรเท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ประกอบธุรกิจโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อย่าง ทศพร หวังธนอนุรักษ์ ก็สนใจการเพาะเห็ดชนิดนี้เช่นกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการนำขี้เลื่อยจากโรงงานมาเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมา เป็นวัตถุดิบในการทำก้อนเชื้อเห็ด จึงอยากมาเรียนรู้กระบวนการผลิตก้อนเชื้อเห็ดจากที่นี่ มั่นใจว่าสามารถทำได้ และหลังจากกลับไปก็จะไปทดลองทำดู เพราะมีวัตถุดิบพร้อมอยู่แล้ว

“คงไม่คิดทำเป็นธุรกิจหลักหรอก เพียงแต่อยากนำขี้เลื่อยที่ขณะนี้ยังไม่ไช้ประโยชน์อะไรมาทำก้อนเชื้อเห็ด ขาย ถ้าทำได้ไม่มีปัญหาอะไรก็พร้อมจะลงทุน เพราะเรามีขี้เลื่อยพร้อมอยู่แล้ว” ทศพรเผยความตั้งใจ

ในขณะที่ อุรษา ฉัตรสถาพรชัย นักศึกษาเอแบค ชั้นปีที่ 4 สมาชิกโครงการที่มีอายุน้อยที่สุดยอมรับว่า แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการเกษตรมาก่อน โดยเฉพาะเรื่องการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น แต่หลังจากเข้าคอร์สอบรมครั้งนี้แล้วรู้สึกว่าได้รับความรู้เยอะมากเลย อนาคตถ้ามีโอกาสก็อยากจะทดลองเพาะดูบ้าง

“ที่มาก็เพราะโดนแม่ บังคับ แต่พอมาเรียนจริงๆ ก็รู้สึกดีมาก อาจารย์สอนดี ได้ความรู้เยอะมาก พี่ๆ ทุกคนดีมาก มีความเป็นกันเองดี ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาที่นี่อีก” สมาชิกคนเดิมกล่าวอย่างอารมณ์ดี

นี่เป็นความรู้สึกของสมาชิกส่วน หนึ่งที่เข้าร่วมโครงการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นสัญจรครั้งที่ผ่านมา และในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2551 ที่จะถึงนี้ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” สัญจร จะพาผู้สนใจเข้าคอร์สอบรมหลักสูตรเทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเชิงธุรกิจแบบ ครบวงจรอีกครั้ง ณ สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7(ค่าลงทะเบียน 3,745 บาท รับเพียง 40 ท่าน)

กำหนดการเดินทาง

เสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2551

06.00 น. -นัดพบกันที่อาคารเนชั่น

(รับประทานชา กาแฟร้อน พร้อมปาท่องโก๋)

06.30 น. – ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ

11.30 น. – ถึงสวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

12.00 น. – รับประทานอาหารกลางวัน (เน้นเมนูเห็ดโคนญี่ปุ่น)

13.00 น. – ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ดโคนญี่ปุ่น

13.30 น. – ทฤษฎีการทำถุงก้อนเห็ด

14.00 น. – ฝึกปฏิบัติการทำถุงก้อนเห็ด

15.00 น. – พักเบรก

15.15 น. – ทฤษฎีการนึ่งฆ่าเชื้อเห็ด

16.00 น. – ฝึกปฏิบัติการนึ่งเชื้อเห็ด

18.30 น. – รับประทานอาหารเย็น

อาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2551

08.30 น. – ลงทะเบียน

09.00 น. – ทฤษฎีการตรวจเชื้อเห็ด และฝึกปฏิบัติการต่อเชื้อเห็ด

10.00 น. – การสร้างโรงบ่มก้อนเชื้อและสร้างโรงเรือนเปิดดอก

10.30 น. – ฝึกเทคนิคคัดเลือกดอกเห็ดเพื่อจำหน่ายและการเก็บรักษาคุณภาพ

11.30 น. – เทคนิคการเก็บรักษาคุณภาพดอกเห็ดก่อนนำสู่ตลาด

12.00 น. – รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. – ดูงานฟาร์มเห็ดของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ

14.00 น. – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

18.00 น. – ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

สุรัตน์ อัตตะ

เห็ดโคนญี่ปุ่น ทางเลือกใหม่

No comments December 5th, 2008

คำกล่าวที่ว่า “พรสวรรค์หรือจะสู้พรแสวง” น่าจะใช้ได้ดีสำหรับ “วรเทพ ชนะชัย” หรือที่ลูกศิษย์ลูกหามักเรียกจนติดปากว่า “อาจารย์อ้วน” เจ้าของฟาร์ม “สุขสมบูรณ์” ที่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย เห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ รายใหญ่ แห่งบ้านหนองสมบูรณ์ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ

แต่กว่าจะถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเขาต้องใช้ความพยายามอย่าง มากในการศึกษาเรียนรู้วงจรชีวิตของเห็ดชนิดนี้จาก ฟาร์มเห็ด “จิรวุฒิ” ของ อาจารย์จิรวุฒิ อินทรานุกูล ต้นตำรับเห็ดโคนญี่ปุ่น ในฐานะผู้ริเริ่มและจุด ประกายให้เกษตรกรไทยหันมาสนใจเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นในเชิงธุรกิจ เนื่องจากขาย ง่าย ได้ราคาดีและมีความต้องการของตลาดสูงมาก

“ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรมาก่อน ผมจบวิศวะคอมพ์ หลังเรียนจบก็ทำ งานที่บริษัทผลิตซอฟท์แวร์อยู่พักหนึ่งแล้วก็ลาออกมาเปิดบริษัทผลิตถุงน้ำยา ปรับผ้านุ่ม แต่ก็ไปไม่รอด สู้บริษัทใหญ่ไม่ได้ เพราะเขามีตัวแทนจำหน่าย อยู่ทั่วประเทศ” วรเทพย้อนอดีตอันขมขื่น ก่อนจะมาลงเอยที่เห็ดโคนญี่ปุ่น

เขายอมรับว่าเริ่มแรกไม่ได้เจาะจงมาที่เห็ดโคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะ แต่ อยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร เนื่องจากเห็นว่าน่าจะไปได้ดี โดยมองมาที่ พืชที่ให้ผลผลิตเร็ว ขายได้ราคาดีและมีตลาดรองรับที่แน่นอน ฉะนั้นการเพาะเห็ด จึงอยู่ในความคิดที่จะทำในเชิงธุรกิจ เนื่องจากทำง่าย ให้ผลผลิต เร็ว เมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจตัวอื่น

“ตอนแรกคิดจะเพาะเห็ดโคน เพราะเป็นเห็ดที่ขายได้ราคาดี เมื่อเทียบ กับเห็ดชนิดอื่น แต่บังเอิญเห็นเรื่องเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นของฟาร์มจิรวุฒิลง ในสื่อ สนใจอยากจะลองทำดู จึงตัดสินใจมาเรียนการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นที่ฟาร์ม จิรวุฒิ ซึ่งเขาเปิดอบรมทุกเดือน ตอนนั้นใช้เวลาอบรมแค่ 2 วันเท่านั้น”

แม้ใช้เวลาอบรมเพียงแค่2 วัน แต่เขาก็มีความรู้มากพอที่จะต่อยอดมา ทำในเชิงธุรกิจได้ จากนั้นก็ได้เช่าพื้นที่ของชาวบ้านใน อ.จัตุรัส จ. ชัยภูมิ ประมาณ 2 ไร่เศษสำหรับทำฟาร์มเห็ด ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวประกอบไป ด้วยโรงเรือนสำหรับเปิดดอก 4 หลัง โรงบ่ม 1 หลัง โรงตีก้อน 1 หลัง และบ้าน พักอาศัยอีก 1 หลัง

วรเทพเผยต่อว่าหลังก่อสร้างฟาร์มแล้วเสร็จก็ลงมือปฏิบัติการทันที โดยเริ่มแรกทำก้อนเชื้อเอง เพาะเลี้ยงเอง ทำเองทุกอย่าง จากนั้นก็ ค่อยๆ ขยายมาผลิตก้อนเชื้อขาย เนื่องจากการผลิตดอกอย่างเดียวจะทำไม่ได้ ตลอด เพราะบางช่วงอาจต้องหยุดพักโรงเรือน แต่การทำก้อนเชื้อขายนั้นทำได้ทุก วันไม่มีวันหยุด

“ตอนนี้เราจะทำสองอย่างควบคู่กันไป ทั้งผลิตดอกและทำก้อน เชื้อ ส่วนตลาดนั้นไม่มีปัญหา ทางฟาร์มจิรวุฒิเขารับซื้อไม่อั้น ขณะนี้ดอก เห็ดราคาส่งอยู่ที่ 130-150 บาทต่อกิโล ส่วนก้อนเชื้อจะอยู่ที่ก้อน ละ บาท ตอนนี้ก็ผลิตไม่ทันขาย ต้องสั่งจองล่วงหน้า” เจ้าของฟาร์มเห็ดสุข สมบูรณ์เผย

กว่า 3 ปีที่วรเทพเปลี่ยนวิถีชีวิตจากลูกจ้างบริษัทผลิตซอฟท์แวร์ ยักษ์ใหญ่ในเมืองหลวง มีรายได้เดือนละหลายหมื่น หันมาสวมหมวกเกษตรกรเต็ม ขั้น ด้วย การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น พร้อมกับการเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่อง เห็ดโคนญี่ปุ่นแก่ผู้ที่สนใจ แม้มีรายได้ไม่มาก แต่ก็มีความสุขกับงานที่ตัว เองรัก ในชื่อ “ฟาร์มสุขสมบูรณ์”

และในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2551 นี้ โครงการ “คมชัดลึก ฝึกอาชีพ” สัญจร จะพาผู้สนใจเข้าคอร์สอบรมหลักสูตร “เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ” อีก ครั้งณ สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พร้อมเยี่ยมชมกิจการฟาร์มเห็ดของ วรเทพ ชนะชัย ด้วย สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.0-2338-3356-7 (ค่าลง ทะเบียน 3,745 บาท รับเพียง 40 ท่าน)

สุรัตน์ อัตตะ

เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจร

11 comments October 19th, 2008

เข้าแคมป์เพาะเห็ดครบวงจร (จบ) เรียนรู้เทคนิค “โคนญี่ปุ่น-โคนหิมะ”

เห็ดโคนญี่ปุ่น-เห็ดโคนหิมะ

2 วัน 1 คืนในการเข้าแคมป์เรียนรู้เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นที่ “สวนเห็ดจิรวุฒิ” อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายนนี้ ตามโครงการ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ สัญจร”

ซึ่งจะจัดขึ้นในลักษณะนี้ ไม่บ่อยนักและครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกในหลักสูตร “เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น” ที่ยกพลไปเรียนกันถึงฟาร์มเห็ด

ถึงแม้จะมีเวลาน้อยเพียงแค่ 2 วัน แต่ก็คุ้มค่า ซึ่งคุณจิรวุฒิ อินทรานุกูล เจ้าของสวนเห็ดจิรวุฒิยืนยันว่าเรียนจบหลักสูตรสามารถเปิดฟาร์มเห็ดได้เลย เพราะกระบวนการเรียนรู้จะเน้นการเพาะเห็ดแบบครบวงจร มีทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน ตลอดจนกวิธีการเก็บเกี่ยว การดูแลรักษาดอกเห็ดให้อยู่ได้นาน ที่สำคัญมีการสอนคำนวณต้นทุนจริงให้ด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ทำในเชิงธุรกิจอุตสาหกรรม

คุณ จิรวุฒิเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการฝึกอบรมว่า หลังรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จก็จะเข้าห้องประชุมเพื่อเรียนภาคทฤษฎีการเพาะ เห็ดแบบต่างๆ อย่างครบวงจร ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็จะฝึกทำก้อนเชื้อเห็ดใส่ถุง พร้อมส่วนผสมที่ถูกต้องแล้วเช็กเชื้อเห็ดว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วมาดูวิธีคัดเชื้อที่ถูกต้องก่อนจะนำก้อนเชื้อมาเข้าโรงบ่ม

วันรุ่งขึ้นช่วงเช้าหลังรับประทานก็จะเรียนรู้ถึงการต่อเชื้อ เรียนทฤษฎีเกี่ยวกับโรงบ่ม การสร้างโรงเรือนแบบต่างๆ เพื่อลดต้นทุน แล้วมารู้จักวิธีการทำให้เห็ดเปิดดอกเพื่อให้ผลผลิตสูง ตลอดจนเทคนิคการเก็บเกี่ยวเห็ดที่ถูกวิธีและวิธีการเก็บรักษาไว้ให้นานที่ สุด ก่อนถึงมือผู้บริโภค จากนั้นในช่วงบ่ายก็จะออกเดินทางไปดูงานฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่นของเกษตรกรที่ ประสบความสำเร็จ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

คุณจิรวุฒิเผยอีกว่า สำหรับการอบรมหลักสูตร “เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นครบวงจร” ใน “โครงการ คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพสัญจร” ครั้งนี้จะมีความพิเศษที่ต่างๆ ไปจากการอบรมที่จัดขึ้นตามปกติ เพราะนอกจากจะเรียนรู้เรื่องเห็ดโคนญี่ปุ่นแล้ว ยังจะได้เรียนรู้เห็ดตัวใหม่ที่ฟาร์มเพิ่งคิดค้นขึ้นมา นั่นก็คือเห็ดโคนหิมะ ซึ่งมีรสชาติ ความกรอบอร่อยดีกว่าโคนญี่ปุ่น ที่สำคัญราคาจะแพงกว่า 10-20 %

“ตอนนี้เรามีเห็ดตัวใหม่ออกมาคือเห็ดโคนหิมะ มีลักษณะคล้ายกับเห็ดโคนญี่ปุ่น แต่จะมีสีขาวทั้งดอกคล้ายหิมะ ขณะนี้ยังไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพราะอยู่ระหว่างการเตรียมขยายพันธุ์ให้เครือข่ายของเรา ส่วนราคารับซื้อจะอยู่ที่ 140-160 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เห็ดโคนญี่ปุ่นปัจจุบันจะอยู่ที่ 120-150 บาทต่อกิโลกรัม”

เจ้าของสวนเห็ดจิรวุฒิกล่าวถึงจุดเด่นเห็ดโคนหิมะว่ารสชาติดีกว่าเห็ดโคนญี่ปุ่น เก็บได้ยาวนานกว่า เพราะมีความแข็งแรงมากกว่า ที่สำคัญราคาดีกว่าเห็ดโคนญี่ปุ่นมาก เนื่องจากเป็นเห็ดสายพันธุ์ใหม่ทำให้ตลาดมีความต้องการสูง โดยขณะนี้ฟาร์มสามารถผลิตเห็ดชนิดนี้ได้เพียง 400 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เท่านั้น แต่ความต้องการมีเป็นพันกิโลกรัม ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

“วิธีการเพาะก็เหมือนกับโคน ญี่ปุ่นทุกประการ แต่ปัญหาก็คือจะให้ดอกน้อยมาก ฉะนั้นจะทำอย่างไรที่จะให้โคนหิมะสามารถเปิดดอกให้ได้ในปริมาณมากเท่ากับโคน ญี่ปุ่น ซึ่งเราจะมาเรียนรู้กันในตรงจุดนี้ด้วย” คุณจิรวุฒิกล่าว พร้อมยืนยันว่าสำหรับผู้ที่มีฟาร์มเห็ดหรือประกอบอาชีพเพาะเห็ดอยู่แล้ว แม้จะเป็นเห็ดสายพันธุ์อื่นก็ไม่มีปัญหา เพราะการวิธีการเพาะโคนญี่ปุ่นและโคนหิมะจะใช้วิธีการเดียวกัน จะต่างกันตรงที่เทคนิคการเปิดดอกเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือน การทำก้อนเชื้อ การบ่มและอื่นๆ

“หากผู้ที่มีความรู้เรื่องการเพาะ เห็ดหรือประกอบอาชีพเพาะเห็ดอยู่แล้วก็จะดีหน่อยเพราะมีพื้นฐานอยู่แล้ว เพียงแต่มาเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติม สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยก็ไม่มีปัญหาสามารถเรียนรู้เท่าทันกัน ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาหน่อย แล้วก็ต้องลงทุนสร้างโรงเรือนด้วยหากคิดจะทำ” เจ้าของสวนเห็ดจิรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย

และในวันที่ 1-2 พฤศจิกายนนี้ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ สัญจร” จะพาผู้สนใจเข้าแคมป์เรียนรู้เทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นอย่างครบวงจร ที่สวนเห็ดจิรวุฒิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338 -3356-7(ค่าลงทะเบียน 3,745 บาทต่อท่าน รับเพียง 40 ท่านเท่านั้น)

กำหนดการเดินทาง

เสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551

06.00 น. -นัดพบกันที่อาคารเนชั่น

(รับประทานชา กาแฟร้อน พร้อมปาท่องโก๋)

06.30 น. – ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ

11.30 น. – ถึงสวนเห็ดจิรวุฒิ จ.ชัยภูมิ

12.00 น. – รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. – ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเห็ดโคนญี่ปุ่น

13.30 น. – ทฤษฎีการทำถุงก้อนเห็ด

14.00 น. – ฝึกปฏิบัติการทำถุงก้อนเห็ด

15.00 น. – พักเบรก

15.15 น. – ทฤษฎีการนึ่งฆ่าเชื้อเห็ด

16.00 น. – ฝึกปฏิบัติการนึ่งเชื้อเห็ด

18.30 น. – รับประทานอาหารเย็น

อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

08.30 น. – ลงทะเบียน

09.00 น. – ทฤษฎีการตรวจเชื้อเห็ด และฝึกปฏิบัติการต่อเชื้อเห็ด

10.00 น. – การสร้างโรงบ่มก้อนเชื้อและสร้างโรงเรือนเปิดดอก

10.30 น. – ฝึกเทคนิคคัดเลือกดอกเห็ดเพื่อจำหน่ายและการเก็บรักษาคุณภาพ

11.30 น. – เทคนิคการเก็บรักษาคุณภาพดอกเห็ดก่อนนำสู่ตลาด

12.00 น. – รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. – ดูงานฟาร์มเห็ดของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ

14.00 น. – เดินทางกลับกรุงเทพฯ

18.00 น. – ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

สุรัตน์ อัตตะ