นำข้าวอินทรีย์ผลิต “น้ำส้มสายชู” ต่อยอดผักปลอดฯ สู่ยี่ห้อ “ปลูกรัก” “ไทย ออแกนิก ฟาร์ม” ภายใต้การนำของ กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป พลิกผืนนารกร้างทำเกษตรอินทรีย์ หวังคนไทยได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ปราศจากสารเคมี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” ล่าสุดเพิ่มไลน์ใหม่พัฒนา “สูตรน้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์” ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่มือผู้บริโภค กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป ไทย ออแกนิก ฟาร์ม (Thai Organic Farm) ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” กล่าวถึงการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ว่า เพื่อตอบสนองในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความยั่งยืนไม่เบียดเบียนธรรมชาติ จึงได้ปรับพื้นที่นาร้างที่มีอยู่ 60 ไร่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี พัฒนาเป็นไร่เกษตรอินทรีย์ โดยใช้ชื่อว่า “ไร่ปลูกรัก” “ฟาร์มแห่งนี้ผลิตผักออแกนิกภายใต้มาตรฐานไอโฟม (IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU REGULATION) [...]

 

ปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ของศูนย์เรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.สงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เกิดจากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในงานส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ “เกษตรกร อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ภายใต้การนำของ นายเฉลิมศักดิ์ ลิ้มวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ที่มีความตั้งใจจะทำให้พื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 3 ไร่ ในบริเวณสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ให้เป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ ในงานส่งเสริมการเกษตรให้มากที่สุด มีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ คราวที่แล้วบอกเรื่องการทำปุ๋ยหมักสูตรของศูนย์ฯแห่งนี้ไป มีผู้สนใจกันมากมาย โทรฯ มาถามไถ่กันมากเหลือเกิน หากใครสนใจก็ไปดูกันได้ที่ศูนย์แห่งนี้เพราะที่นี่เขาเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ พืชพื้นบ้านในท้องถิ่นภาคใต้ นอกจากนี้ที่ตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมด้านการ ผลิตทางการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่ภาคใต้ มีกิจกรรมหนึ่ง ที่น่าสนใจและที่นี่ก็มีข้อแนะนำสำหรับการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ดังนี้… สำหรับท่อซีเมนต์ขนาดที่เหมาะสมกับสถานที่ ขนาด 80-100 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตรด้านล่างก้นท่อมีแผ่นซีเมนต์วางรองอยู่ชนิดไม่เชื่อมกับก้นท่อ หรืออาจจะใช้ท่อซีเมนต์ที่มีรูระบายน้ำก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่รดลงไปขังอยู่ด้านล่างและไม่ให้รากมะนาวแทงลงดิน นอกก้น โดยแต่ละท่อควรวางห่างกัน ประมาณ 3×4 เมตร [...]

 

น้ำเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา เมื่อราคาข้าวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ชาวนาอยากทำนาปรังในฤดูแล้ง แต่น้ำชลประทานที่มีจำกัดไม่พอแบ่งปันให้ทั่วถึง เมื่อถึงนาปีชาวนาส่วนใหญ่ที่ทำนาน้ำฝนมักจะประสบปัญหาขาดน้ำเมื่อฝนทิ้ง ช่วง แต่ตอนนี้ชาวนาคลายความวิตกกังวลได้แล้ว เนื่องจาก ศ.ดร.เบญจวรรณ ฤกษ์เกษม หัวหน้ากลุ่มวิจัย “ทรัพยากรพันธุกรรมและธาตุอาหารพืช” มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเมธีวิจัยอาวุโส สกว. สาขาพืชไร่ ได้แนะ วิธีการปลูกข้าวโดยไม่ขังน้ำ เรียกว่า “ข้าวแอโรบิก” น่าจะเป็นทางออกได้ทางหนึ่ง สำหรับชาวนาที่มีปัญหาเรื่องน้ำ และจะช่วยให้ประเทศไทยผลิตข้าวได้มากขึ้นจากน้ำที่มีอยู่จำกัด โดยการใช้น้ำน้อยลงสำหรับการผลิตข้าว แต่ละไร่และแต่ละกิโลกรัม ศ.ดร.เบญจวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันการปลูกข้าวไร่ด้วยระบบดั้งเดิมยังพอมีเหลืออยู่ในที่สูง และที่ยังให้ผลผลิตดีต้องการระยะเวลา หมุนเวียนอย่างน้อยถึง 7 ปี แต่การปลูกข้าวแอโรบิกนี้มีความแตกต่างตรงที่เป็นระบบเพาะปลูกสมัยใหม่ที่มี การดูแลรักษาและให้ปัจจัยการ ผลิต อาทิ ปุ๋ย น้ำ อย่างพอเพียงทั่วถึง มีการกำจัดศัตรูพืชโดยเฉพาะวัชพืชเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นระบบที่มีการเพาะปลูกเชิงการค้าอย่างได้ผลมาแล้วนับสิบ ๆ ล้านไร่ในประเทศบราซิลและ จีนทางเหนือ โดยการขาดแคลนน้ำในการทำนา ทำให้ประเทศจีนมีแผนที่จะขยายพื้นที่ปลูกข้าวแอโรบิกให้ได้ถึง 55 ล้านไร่ นับเป็นร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งประเทศ ทั้งนี้ ข้าวแอโรบิกแตกต่างจากการทำนาสวนตรงที่ไม่มีการทำเทือก ไม่มีความพยายามขังน้ำในกระทงนา แต่ให้น้ำพอดินชุ่มเหมือนพืชไร่อื่นที่ไม่ใช่ข้าว [...]

 

สหกรณ์กองทุนสวนยางพารา จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำในระยะยาว ปัจจุบันมีสมาชิกสหกรณ์ฯ อยู่กว่า 700 แห่ง และกำลังประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะไม้ยางพาราซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตยางแผ่นรมควันมีราคาสูง ส่วนหนึ่งมีผลมาจากการแข่งขันทางด้านการตลาดที่มีการนำไม้ยางพาราไปใช้ ประโยชน์ในรูปแบบอื่นมากขึ้น จนดูเหมือนว่ากลุ่มสหกรณ์กำลังตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อกระบวนการผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาไม้ยาง เป็นเรื่องที่ดีที่ตอนนี้มีการพัฒนาเตาอบยาง เพื่อกำจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไปได้ โดยเตาอบยางแผ่นรมควันรุ่นใหม่เป็นผลงานการพัฒนาของโครงการสนับสนุนพัฒนา เทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ที่ปรึกษาเทคโนโลยี iTAP เล่าให้ฟังว่า จากการศึกษาปัญหา พบว่าเตาอบยางแผ่นรมควันมีสภาพเก่า มีขนาดห้องเผาไหม้เล็ก ประกอบกับมีพื้นที่ถ่ายเทความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงกับ อากาศที่นำออกจากห้องอบยางแผ่นรมควันไม่สมดุลกัน ความร้อนส่วนใหญ่จึงสูญเสียไปกับก๊าซที่ไหลออกจากปล่องควันหรือทางประตูห้อง รมยาง ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ผ่านมาพบว่ายางแผ่น กว่า 20% เป็นยางด้อยคุณภาพ เนื่องจากลมร้อนในห้องรมยางไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่ยางแผ่นต้องการความร้อนเพียง 40-60 องศาเซลเซียสเท่านั้น แต่สำหรับเตาใหม่นี้ทางผู้ทำการรมยางสามารถควบคุมและผ่อนถ่ายความร้อนจากเตา ได้เองจากบานเปิดปิดท่อส่งความร้อนระหว่างเตากับห้องรมยาง หากเป็นเตาเก่าจะให้ความร้อนในอุณหภูมิที่สูงกว่าและให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ยางแผ่นไหม้ไม่ได้คุณภาพ ดร.นันทิยา กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลเบื้องต้นทางเครือข่าย iTAP ก็ได้นำปัญหากลับมาวิเคราะห์และวางแผนงานก่อสร้างเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน โดยมีระยะดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551-31 กรกฎาคม 2552 ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นลงแล้วเหลือเพียงขั้นตอนการทดลอง เดินเครื่องเพื่อปรับปรุงและหารูปแบบในการปรับตั้งเตาอบยางแผ่นรมควัน [...]

 

เหมาะเลี้ยงสพื้นที่อีสาน เลี้ยงง่าย น้ำนมดี เหตุจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ อีสาน เป็นพื้นที่ร้อนและแห้งแล้ง ดังนั้น โคนมที่เลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโคนมสายพันธุ์จากต่างประเทศ จึงไม่คุ้นเคยกับสภาพภูมิอากาศของเมืองไทย ส่งผลให้โคนมที่เลี้ยงในอีสานมีปริมาณน้ำนมน้อย ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.วิโรจน์ ภัทรจินดา ภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงหันมาพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคนมเพื่อให้เหมาะกับการเลี้ยงในพื้นที่ภาค อีสาน โดยใช้ระยะเวลาในการพัฒนาสายพันธุ์กว่า 16 ปี จึงประสบความสำเร็จในการพัฒนาโคนมสายพันธุ์ใหม่ ภายใต้ชื่อ โคนมทนร้อนมหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKU101) โดยมีลักษณะเด่น คือ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศร้อน-ชื้น และสภาพการเลี้ยงแบบไทย ๆ ที่มีคุณภาพอาหารค่อนข้างต่ำได้ นอกจากนี้ยังมีลักษณะให้ผลผลิตน้ำนมสูง โดยให้น้ำนมเฉลี่ย 12 กก./วัน หรือ 4,400 กิโลกรัม/ปี มีระยะการให้น้ำนมนานถึง 300 วัน และหากนำโคนมพันธุ์ดังกล่าวไปเลี้ยงในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็น โคจะตอบสนองต่อการกินอาหารและการให้น้ำนมที่สูงขึ้นถึง 15-18 กิโลกรัม/วัน หรือ 5,500-6,500 กิโลกรัม/ปี จึงนับได้ว่า โคนมทนร้อน KKU101 เป็นโคนมที่มีความสวยงาม [...]

© 2012 ข่าวเกษตร Suffusion theme by Sayontan Sinha