Archive: Posts Tagged ‘เชื้อจุลินทรีย์สำหรับการเกษตร’

ส้มเขียวหวาน

No comments March 16th, 2009

ต้น ส้มเขียวหวาน

“ส้ม” เป็นไม้ผลที่มีการเพาะปลูกอยู่ทั่วโลกนับร้อยชนิด และได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากผลมีรสเปรี้ยวหรือหวาน และมีคุณค่าทางโภชนาการ ประกอบด้วย แคลเซียม โพแทสเซียม วิตามินเอ และวิตามินซี เปลือกส้มมีน้ำมันหอมระเหย ใช้ปรุงยาหอม แก้ลมจุกเสียด

ส้มเขียวหวานเป็นส้มพันธุ์หนึ่งที่มีการปลูกในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งมีอากาศหนาวเย็นจะช่วยให้ผิวของผลส้มมีสีเหลืองส้มมาก ขึ้น โดยมีการปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน แพร่ ลำปาง สุโขทัย พะเยา นอกจากจะเป็นผลไม้ที่ผู้บริโภคนิยมรับประทานแล้ว ยังสามารถส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศปีละหลายสิบล้านบาท โดยมีตลาดส่วนใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา

ส้มเขียวหวานเป็นพืชที่ชอบดินที่มีความร่วนซุย ถ้าปลูกในดินที่มีการระบายอากาศไม่ดีมักจะมีปัญหาจากโรครากเน่า โคนเน่า ทำให้มีการใช้สารเคมีจำนวนมากในการเพาะปลูก เนื่องจากมีแมลงศัตรูและโรคพืชหลายชนิด ส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่พืชผลกลับดูดปุ๋ยไปใช้ได้เป็นส่วนน้อย จึงทำให้เกษตรกรได้ผลตอบแทนต่ำ นอกจากนี้ยังมีผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ตลอดจนส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมีธาตุอาหารตกค้างในดินและปนเปื้อน ออกไปในแหล่งน้ำ

ด้วยเหตุนี้ ผศ.ดร.สมจิตร อยู่เป็นสุข จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และ ศ.ดร.เบญจวรรณ ฤกษ์เกษม เมธีวิจัยอาวุโส สกว. จึงได้ศึกษาวิจัยการ เพิ่มประสิทธิภาพของการดูดธาตุอาหารในต้นกล้าส้มเขียวหวาน มะนาว ส้มโอ และส้มเกลี้ยง ด้วยเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า โดยได้รับทุนวิจัยจากฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า เป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่ร่วมกับรากพืชแบบพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุให้แก่พืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอสฟอรัส ซึ่งดินส่วนใหญ่มักมีปัญหาขาดแคลนธาตุนี้ นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดิน เนื่องจากเส้นใยของเชื้อราจะช่วยทำให้เกิดการจับตัวกันของอนุภาคดินทำให้ เกิดเม็ดดิน ช่วยทำให้ดินร่วนซุยเหมาะแก่การระบายน้ำและอากาศ รวมทั้งช่วยทำให้พืชต้านทานต่อจุลินทรีย์ในดินที่เป็นสาเหตุของโรคพืชได้มาก ขึ้นด้วย เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่ามีอยู่ในธรรมชาติ แต่ในพื้นที่เพาะปลูกอาจมีปริมาณน้อยและไม่ใช่ชนิดที่มีประสิทธิภาพดีต่อการ เจริญเติบโตของต้นส้ม ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบหาเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่า เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาไปสู่การผลิตหัวเชื้อและส่งเสริมให้มีการนำไปใช้ ประโยชน์เป็นปุ๋ยชีวภาพมากยิ่งขึ้น

จากการศึกษาพื้นที่เพาะปลูกส้มในภาคเหนือของประเทศไทย ประกอบด้วย สวนส้มเขียวหวานในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย พบว่าเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าจะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของต้นมะนาว ส้มโอ และส้มเขียวหวานพันธุ์คลีโอพัตรา ฟรีมองต์ โอเชียน และสายน้ำผึ้ง ทั้งนี้ เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่ามีผลต่อการเจริญเติบโตของกิ่งตอนส้มเขียว หวานสายพันธุ์ ต่าง ๆ และพืชตระกูลส้มบางชนิด เช่น มะนาว และ ส้มโอ ที่มีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในระดับที่แตกต่างกัน โดยระดับฟอสฟอรัสในดินที่บริเวณสวนส้มมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การเข้าสู่รากของ เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าในต้นส้ม ทำให้เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าในรากและปริมาณสปอร์ในดินลดลง

ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนและฟอสฟอรัสในปริมาณมาก จะทำให้ศักยภาพของเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าในการส่งเสริมการเจริญของ ต้นส้มลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าช่วยให้ต้นกล้ามะนาวและ ส้มโอดูดธาตุอาหารจากดินได้ดี และโตเร็วกว่าต้นส้มชนิดอื่น รวมทั้งส้มเขียวหวานพันธุ์คลีโอพัตราและโทรเยอร์ที่นิยมใช้เป็นต้นตอของส้ม สายน้ำผึ้ง ต้นกล้าของมะนาวและส้มโอมีการตอบสนองต่อเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าได้ ดีมากเมื่อเปรียบเทียบกับต้นกล้าของส้มชนิดอื่น จึงน่าจะนำมาทดสอบเพื่อใช้เป็นต้นตอของส้มเขียวหวานพันธุ์สายน้ำผึ้ง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการเพาะปลูก การใช้ปุ๋ยและสารเคมี

ผศ.ดร.สมจิตร อยู่เป็นสุข เป็นผู้ทำการวิจัยทางไมคอร์ไรซ่า ในกลุ่มวิจัยทรัพยากรพันธุกรรมและธาตุอาหารพืชที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สนับสนุนโดย สกว. ซึ่งนอกจากส้มแล้ว ไม้ยืนต้นชนิดอื่น เช่น กาแฟ และยางพารา ยังได้ประโยชน์ จากการติดเชื้อราไมคอร์ไรซ่าที่รากด้วย กล้าไม้ที่มีเชื้อราไมคอร์ไรซ่าจะแข็งแรงและโตเร็ว มีอัตราการรอดสูง และสามารถเจริญเติบโตได้ดีเมื่อนำออกลงปลูกในแปลง

ผู้สนใจในการใช้เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซ่าในพืช ติดต่อสอบถามได้ที่ ผศ.ดร.สมจิตร อยู่เป็นสุข ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 โทร. 0-5394-1946-8 ต่อ 143 หรือ e-mail : scboi027@chiangmai.ac.th.

dailynews

จุลินทรีย์ บำรุงต้นพืชและป้องกันโรค

1 comment October 13th, 2008

เลือกจุลินทรีย์สายพันธุ์ดี มาบำรุงต้นพืชและป้องกันโรค

จุลินทรีย์

อาหารพืช…มีทั้งธาตุอาหารหลัก รองและ เสริม ซึ่งอยู่ในธรรมชาติทั้งใน ดิน อากาศ และ น้ำ โดยเกษตรกรยังไม่สามารถเข้าใจถึงการนำออกมาใช้ประโยชน์…

กับ…อีกหนึ่งปัญหาคือ แมลงและโรคพืช ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างความเสียหาย…เกษตรกรจึงใช้วิธีง่ายๆ คือซื้อ ปุ๋ยเคมี ในราคาแพงจึงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผศ.ดร.นารีรัตน์ มูลใจ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กับ ทีมงาน จึงได้วิจัยหาเชื้อจุลินทรีย์มาใช้กับการเกษตร…เพื่อหาทางลดต้นทุนให้กับเกษตรกร

และได้เผยถึงโครงงานว่า…เชื้อจุลินทรีย์ที่ดี มีอยู่หลายสายพันธุ์ ประกอบด้วย Azotobacter vinelandii, Bacillus megaterium, Bacillus circulans, Bacillus amyloliquefaciens, Saccharomyces cerevisiae, Trichoderma harzanum, Bacillus subtilis, Beauveria bassiana, Metarhizium anisopliae

เริ่มการทดลองในห้องแล็บ โดยเพาะเชื้อราที่ก่อโรคแก่พืช แล้วนำเชื้อ Bacillus subtilis ซึ่งเป็นเชื้อไม่ก่อโรคมาใส่ในถาดทดลองเดียวกัน ในอัตรา 1 ต่อ 5 ส่วน

จึงสังเกตพบว่าระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง เชื้อจุลินทรีย์ที่ดีสามารถสร้าง สารป้องกันและยับยั้งเชื้อราก่อโรค ได้ แล้วทำการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อ Trichoderma harzianum ที่เป็น ปรสิต ทำลายเชื้อราก่อโรคพืช ให้หยุดการเจริญเติบโตและตายไปในที่สุด

ทีมงานได้ศึกษาข้อมูลพบอีกว่ายังมีจุลินทรีย์ สายพันธุ์ Beauveria bassiana กับ Metarhizium anisopliae สามารถควบคุมแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยต่างๆ แมลงหวี่ขาว ตั๊กแตน มวน ด้วง มอด หนอนเจาะ และ หนอนต่างๆ โดยวิธีการสร้าง เส้นใยเข้าไปทำลายให้แมลงเบื่ออาหารตายในเวลาต่อมา…

เมื่อได้ผลงานวิจัยครบองค์ประกอบทั้งหมดจึงนำเชื้อจุลินทรีย์ที่ดี มาเพาะเลี้ยงด้วย เทคโนโลยีชีวภาพ ให้เป็นเชื้อที่บริสุทธิ์ มีความเข้มข้นสูง แล้วนำมามิกซ์กันก่อนใช้ทดลองกับ ไม้ผล พืชไร่ และ ข้าว ในแปลงทดลองผลปรากฏว่า ช่วยตรึง ไนโตรเจน (N) จากอากาศ ช่วยละลาย ฟอสเฟต (P) และ โพแทสเซียม (K) ที่ตกค้างในดิน

พืชจึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ และให้ ผลผลิตดีขึ้นกว่าการใช้ปุ๋ยแบบเดิม อีกทั้งยัง ป้องกัน และ กำจัดแมลงศัตรูพืช ได้อีกด้วย

ผศ.ดร.นารีรัตน์ ยังบอกต่ออีกว่า….ทีมงานได้ส่งตัวอย่างผลผลิตงานวิจัยนี้ไปตรวจวิเคราะห์ ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข …ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ให้การรับรองว่า มีความปลอดภัยจากเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคในคน สัตว์ และ พืช

ข้อมูลทั้งหมดได้มอบให้กับภาคเอกชนรายหนึ่ง เนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนทำโครงการวิจัยชิ้นนี้ เพื่อนำไปต่อยอดออกมาเป็น ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ…หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม กริ๊งกร๊างที่ ผศ.ดร. นารีรัตน์ 0-3834-0050-1 ไม่เว้นวันหยุดราชการ.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน