Archive: Posts Tagged ‘เกษตร’

พระโคแรกนา 2554

No comments May 8th, 2011


พระโค ในทางศาสนาพราหมณ์หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข้ง และหมายถึงสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแล ซึ่งเปรียบได้กับ ความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้มีพระโค เพศผู้เข้าร่วมพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์

ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมี สีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใสหูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้องลักษณะที่ดี กีบข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม

กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี พุทธศักราช 2554 จำนวน 2 คู่ คือ พระโคแรกนา 1 คู่ ได้แก่ พระโคฟ้า พระโคใส และพระโคสำรอง 1 คู่ ได้แก่ พระโคเทิด พระโคทูน

พระโคแรกนา 2554

พระโคฟ้า มีความสูง 171 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 230 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 225 เซนติเมตร อายุ 8 ปี

พระโคใส มีความสูง 173 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 240 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 215 เซนติเมตร อายุ 8 ปี

พระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2554 เป็นพระโคพันธุ์ไทยมีชื่อประจำพันธุ์ว่า “พันธุ์ขาวลำพูน” ซึ่งเป็นโคที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่เกษตรกรภาคเหนือ มีผิวสีขาวอมชมพู ขนสีขาวสะอาด ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ หรือสีอื่นบนลำตัว เขามีสีขาว ลำเขาเป็นลำเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกขาว กีบสีขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคฟ้า แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2551 และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2552-2554

นายยุทธ วัฒนกุล บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคใส แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2551และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2552-2554

พระโคสำรอง 2554

พระโคเทิด มีความสูง 168 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 275 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 224 เซนติเมตร อายุ 17 ปี

พระโคทูน มีความสูง 166 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 273 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 260 เซนติเมตร อายุ 17 ปี

พระโคสำรองเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูนลูกผสม คือ เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ขาวลำพูนกับพันธุ์อเมริกันบราห์มัน มีผิวสีขาว ขนสีขาวปนดี เขาสีดี ลำเขาเป็นลำเทียน โค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีดำ ขนตาสีดำ กีบสีดำ ขนหางเป็นพวงสีดำปนขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นางสาวสุนีย์ สัตตัญญู บริจาคทรัพย์ ซื้อพระโคเทิดและพระโคทูน แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์ นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2543-2544, 2549, 2552-2554 และเป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช 2545, 2547-2548 และ 2550-2551

การเลี้ยงเม่นแคระ

No comments November 24th, 2010

การเลี้ยงเม่นแคระ

“เม่นแคระ” ที่คนไทยได้นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์แอฟริกันหรือยุโรป ยังมีผู้เลี้ยงอีกเป็นจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงโดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมเกี่ยวกับความเป็นอยู่

เช่น เม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่ชอบหากินตามลำพัง ดังนั้นการเลี้ยงไม่ควรรวมกันเป็นฝูง เม่นแคระมีนิสัยชอบหลบหนี ดังนั้นสถานที่เลี้ยงควรมีผิวผนังเรียบเพื่อให้ปีนป่ายไม่ได้ ภายในกรงเลี้ยงควรมีวัสดุปูรองนอนในพื้นกรงเพื่อให้เม่นแคระได้ใช้มุดขุดเล่นคล้ายสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติ ในการเลี้ยงเม่นแคระเหมือนกับเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ควรหาวงล้อให้เขาถีบหรือวิ่งปั่น เหล่านี้เป็นต้น

คุณศิวกร อีนด้วง ชาวปทุมธานีได้อธิบายถึงลักษณะและพฤติกรรมของเม่นแคระเป็นสัตว์ที่มีใบหน้าแหลมคล้ายหนูหรือตัวแรคคูน แต่จมูกเล็ก จมูกมักจะขยับกระดุกกระดิกไปมาเหมือนกำลังสูดดมพบกลิ่นผิดปกติ ลำตัวมีหนามแหลม และมีสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่สีพื้นดำ หน้าดำ จมูกดำ ตาดำ ลำตัวและขน สีชอล์ก ส้ม น้ำตาล เทา ขาว หน้าขาวหรือสลับกันตามปริมาณของความหนาแน่นของสีขนนั้นไปจนถึงขาวแบบเผือกตาแดงก็มี

จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าเม่นแคระเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน จะตื่น ทั้งกลางวันและกลางคืนคล้ายกับแมว เจ้าของผู้เลี้ยงจึงเล่นได้ตลอด เชื่องและเข้ากับผู้เลี้ยงได้ง่าย ผู้ที่เลี้ยงเม่นแคระยังต้องทำความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรมที่เม่นแคระแสดงความเจ็บปวดหรือไม่พึงพอใจ เช่น ร้องด้วยความกลัวหรือหวีดเสียงดัง แล้วม้วนตัวกลม ขนแหลมตั้งชัน ฯลฯ

ถ้าพบว่าเม่นแคระมีท่าเดินเหย่งขาแสดงว่ามีอาการเจ็บขา ถ้าเจ็บปวดในปากมักจะมีน้ำลายไหลเยิ้ม เคี้ยวอาหารลำบากหรือคาบเหยื่อไม่อยู่และไม่กินอาหาร ในเรื่องของการให้อาหารเม่นแคระผักและผลไม้ ควรจะปลอดสารพิษ ไม่ควรทิ้งอาหารไว้ข้ามวันถ้าเม่นแคระกินไม่หมดโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนผักและผลไม้เน่าเสียง่าย ผลไม้ที่แนะนำเช่น แอปเปิ้ล, ชมพู่ ฯลฯ หากเป็นผักควรจะมีกากใยอาหารสูง ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง เนื่องจากถ้ากินมากอาจจะพบปัญหาเรื่องลำไส้อุดตันได้

เม่นแคระยังจัดว่ามีความเป็นสัตว์ป่า ดังนั้นถ้าผู้เลี้ยงได้เม่นแคระที่ถูกจับมาจากป่าที่ไม่คุ้นกับคน มักจะไม่ค่อยทนต่อความเครียด เมื่อมีการจับต้องมักจะป้องกันตัวเองและส่งเสียงร้องหรือขู่ แต่ถ้าเลี้ยงเม่นแคระที่เกิดจากการเพาะขยายพันธุ์มักจะไม่แสดงอาการหวาดระแวงหรือตกใจหวาดกลัว

แต่มีหลายอย่างที่มีความแตกต่างจากหนู คือ เม่นแคระเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างขี้ระแวงหากมีอะไรที่ผิดปกติ เช่น สิ่งของใหม่ กลิ่นแปลก ก็จะแสดงอาการต่อต้านหรือหลบเลี่ยงและผู้เลี้ยงมักจะพบว่าเม่นแคระชอบเล่นน้ำลายแล้วเอามาป้ายขนตัวเองอยู่เสมอ.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก

2 comments May 15th, 2010

มะนาว
“รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกคุ้ม

พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนเสาะหามะนาวพันธุ์ดีๆไปปลูกและขอให้แนะนำสายพันธุ์เจ๋งๆในคอลัมน์บ้าง ซึ่งความจริงแล้วมะนาวสายพันธุ์ดีๆ ที่ผู้ปลูกต้องการนั้นเคยเสนอในคอลัมน์ไปเกือบทุกชนิดแล้ว แต่เมื่อผู้อ่านไทยรัฐเรียกร้อง ประกอบกับพบว่าผู้ขายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์เยี่ยมๆ นำสายพันธุ์ออกวางขายมากมายอยู่ในเวลานี้ พร้อมกับมีผลจริงๆของแต่ละสายพันธุ์โชว์ให้ผู้สนใจได้ทดลองชิมรสชาติอีกด้วย จึงรีบ “รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกแล้วคุ้มค่าลงในคอลัมน์อีกครั้งทันที

ผลมะนาว ที่ผู้ขายกิ่งพันธุ์มะนาวนำไปวางรวมกันโชว์บนจานเท่าที่สังเกต มีด้วยกัน 4 สายพันธุ์ เริ่มจาก มะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นจริยา มะนาวแม่ไก่ไข่ดก และ มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไม่มีเมล็ด ทั้ง 4 สายพันธุ์ถือเป็นมะนาวเด่นที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เคยแจกแจงรายละเอียดในคอลัมน์ไปทุกพันธุ์แล้ว บางพันธุ์มีผลทะวายหรือตลอดปี ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด ติดผลดก แต่ละพันธุ์ที่กล่าวข้างต้นปลูกแล้วคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะมะนาวแป้นพิจิตร เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่นักวิชาการเกษตรบำรุงพันธุ์ให้ทนทานต่อโรคแมลงทุกชนิด และยังสามารถติดผลดกในช่วงฤดูแล้งที่ผลมะนาวมีราคาแพงด้วย เกษตรกรในปัจจุบันจึงนิยมปลูกมะนาวสายพันธุ์ แป้นพิจิตรอย่างแพร่หลาย

ส่วนมะนาวแป้นจริยา มีความโดดเด่นตรงเวลาติดผลจะเป็นพวงเกินกว่า 5 ผลขึ้น และที่เป็นจุดดีอีกอย่างได้แก่ เปลือกผลของมะนาวแป้นจริยาจะบางมาก จึงทำให้มีน้ำเยอะรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะนาวแม่ไก่ไข่ดก จะติดผลกระจายทั่วทั้งต้นได้ดีและสม่ำเสมอ แม้จะไม่เป็นพวงแต่จะให้ผลดกมาก มีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไป สุดท้าย มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด มีลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่เกือบเท่าลูกเทนนิส เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้ปลูกนิยมปลูกกันมาก เนื่องจากให้น้ำเยอะ เวลาติดผลดกทั้งต้นจะคุ้มค่ายิ่งนัก ซึ่งมะนาวดีทั้ง 4 สายพันธุ์มีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามกับโครงการ 13 มีผลจริงของแต่ละสายพันธุ์ให้ดูและทดลองชิมด้วย ราคาสอบถามกันเอง ส่วนใหญ่เป็นต้นเสียบยอด จะทำให้ ใช้เวลาปลูกเพียง 8-10 เดือน สามารถติดผลให้เก็บใช้ประโยชน์ได้

ส่วนอีก 2 สายพันธุ์ ที่อยากแนะนำให้ปลูกได้แก่ มะนาวด่านเกวียน กับ มะนาวพวง ทั้งสองชนิดมีรูปทรงของผล น้ำจากผล ผิวผลคล้ายกับ “เลมอน” ของฝรั่งมาก เวลาติดผลจะเป็นกระจุกแน่นเกิน 10 ผล ต่อพวงน่าชมมาก ที่สำคัญจะติดผลตลอดปีครับ.

ดอกสะแบง

ฟาร์มหอยนางรม

No comments May 15th, 2010

ฟาร์ม หอยนางรม
ฟาร์มสเตย์หอยนางรม: แหล่งทำเงินรักษ์ธรรมชาติ

ในการดำเนินกิจการการเกษตรประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการนำวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี รูปแบบเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และความแปลกใหม่มาสู่กิจการเพื่อความทันสมัยและก้าวล้ำไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าอดีตแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของเกษตรกรไว้อย่างมีคุณค่า

แหล่งเลี้ยงหอยนางรมและหอยแครงที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวบ้านดอน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จะห่างจากชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร มีเกษตรกรหลายรายดำเนินกิจการหนึ่งในนั้นก็มีนายสมชาย สินมา โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายพิสันต์ ประทานชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายสุทธา สายวาณิชย์ ผอ.สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายสมพร อรุณรัตน์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และคณะ ได้เข้าไปเยี่ยมชมกิจการของฟาร์ม

โดยฟาร์มแห่งนี้ เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ ฟาร์มที่ดำเนินการเลี้ยงหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ ในบริเวณอ่าวบ้านดอน ที่มีเนื้อที่กว่าแสนไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอของ จ.สุราษฎร์ธานี มีเกษตรกรที่เลี้ยงหอยนางรม หอยแครง หอยแมลงภู่ มากกว่า 300 ราย โดยแต่ละรายนั้นจะมีการปลูกสร้างขนำ (กระท่อม) กลางทะเลไว้คอยดูแล เฝ้ารักษาหอยนางรม หอยแครง และหอยแมลงภู่ไม่ให้พวกมิจฉาชีพเข้ามา ขโมยในยามวิกาล

นายสมชาย เล่าถึงการเลี้ยงหอยนางรมไว้อย่าง น่าสนใจว่า หอยนางรมดำรงชีวิตอยู่ได้โดยการดูดน้ำรอบ ๆ ตัวเข้าไปทางด้านหนึ่งและปล่อยทิ้งออกอีกด้านหนึ่ง อาหารและก๊าซออกซิเจนจะเข้าไปพร้อมกับน้ำ อาหารของหอยนางรม ได้แก่ แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ ตอนสัตว์ที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ การเลี้ยงหอยนางรมนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้สภาพน้ำ อากาศนั้นคงที่และบริสุทธิ์เพื่อที่จะให้หอยนางรมมีความสมบูรณ์มากที่สุดและเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยทั่วไปแล้วการเลี้ยงก็ใช้วิธีการเลี้ยงในกระบะไม้ การเลี้ยงโดยใช้แท่งซีเมนต์ การเลี้ยงโดยใช้หลักไม้ การเลี้ยงโดยใช้หลอดหรือท่อซีเมนต์ และการเลี้ยงแบบพวงอุบะแขวน ซึ่งในแต่ละฟาร์มนั้นมีวิธีการที่เลี้ยงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และความเชี่ยวชาญของเกษตรกรผู้เลี้ยง โดยฟาร์มของตนนั้นจะมีการเลี้ยงในหลายรูปแบบและมีการอนุรักษ์ธรรมชาติและระบบนิเวศในชุมชนควบคู่กันไปด้วยเพื่อผลผลิตจากฟาร์มและสังคมที่เราอาศัยอยู่

นายสมชาย เล่าต่อว่า ในปี 45 ได้เกิดแนวความคิดที่จะพัฒนาปรับรูปแบบการทำฟาร์มหอยมาเป็นสถานที่เรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจ ภายใต้คำขวัญ “ชิมหอยนางรม ชมขนำกลางทะเล พักฟาร์มสเตย์ มนต์เสน่ห์อ่าวบ้านดอน” โดยวัตถุประสงค์ในการพัฒนาฟาร์มเลี้ยงหอยธรรมดามาเป็นฟาร์มสเตย์นั้น เพื่อเป็นที่พักผ่อนแห่งใหม่ พร้อมกับเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของการทำอาชีพต่าง ๆ ของชาวประมง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้อาชีพประมงกับสิ่งแวดล้อมป่าชายเลนให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และองค์กรต่าง ๆ ที่สนใจ

สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรมนั้น ได้มีการนำเยาวชนในท้องถิ่นมาเป็นมัคคุ เทศก์น้อยเพื่อเป็นผู้นำนักท่องเที่ยวชมการสาธิตการเลี้ยงหอยนางรม หอยแมลงภู่ และหอยแครง ขั้นตอนการเลี้ยงจนถึงการเก็บเกี่ยว, การแกะหอยเพื่อการบริโภค รวมถึงการนำนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมการวาง อวนเพื่อดักปลา, ปู, กุ้ง, การช้อนปลากระบอก การคราดหอยแครง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนด้วย.

อรุณี วิทิพย์รอด-นพปฏล รัตนพันธ์

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553

1 comment May 8th, 2010

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ
๑. สหกรณ์การเกษตรทั่วไป สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๕ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
๒. สหกรณ์โคนม สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด บ้านเลขที่ ๖๔ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลในเมือง
อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
๓. สหกรณ์นิคม สหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด บ้านเลขที่ ๕๐ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลท่าแซะ
อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
๔. สหกรณ์ผู้ใช้น้ำ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำมะกอกเหนือ จำกัด บ้านเลขที่ ๖๓๖ หมู่ที่ ๑ ตำบล
มะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
๕. สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา สหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินบ้านทางเกวียน
จำกัด บ้านเลขที่ ๒๕๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
๖. สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๘ ถนนสนามบิน ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
๗. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักบุญเปโตร จำกัด บ้านเลขที่ ๔๖/๓๑
หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าข้าม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม