Archive: Posts Tagged ‘สัตว์น้ำ’

Sponsored Links

โรคเหงาหลับในปลา

No comments December 24th, 2009

โรคเหงาหลับในปลา จัดเป็นโรค ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มียาหรือ สารเคมีที่สามารถใช้ในการกำจัดหรือรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ สาเหตุของโรคเกิดจากปรสิตเซลล์เดียวที่มีแส้ในเลือดของปลาน้ำจืด
ดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ จากสถาบันวิจัยสุขภาพน้ำจืด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้แสดง ผลวิจัยโดยการตรวจปรสิตในเลือดของ ตัวอย่างปลาน้ำจืดที่รวบรวมได้จากแหล่งน้ำ ธรรมชาติ ในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ราชบุรี, สิงห์บุรี และชัยนาท เป็นต้น พบปรสิตที่เป็นสาเหตุของโรคเหงาหลับในปลา จำนวน 9 ชนิด คือ ตะเพียนขาว, ดุกอุย, บู่ทราย, หมอไทย, กระดี่นางฟ้า, สลิด, กระดี่หม้อ, กะสง และปลาช่อน ส่วนปลาที่ไม่พบปรสิตเลยคือ ปลาสร้อยหลอด
ผลจากการวิจัยยังพบว่าปลาบู่ทรายมีความชุกชุมของปรสิตมากที่สุด และรองลงมาคือปลาช่อนและปลา กะสงตามลำดับ มีการตรวจพบปรสิตเซลล์ เดียวที่มีแส้ครั้งแรกในปลาทองต่อมาพบ [...]

โรคของปลากัด

No comments November 17th, 2009

ปลากัดปลอดเชื้อ
หลายคนยังไม่ทราบว่า “ปลากัด” ของไทยมีมูลค่าในการส่งออกอยู่ในลำดับที่ 1 ใน 3 ของปลาสวยงามส่งออกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543-2550 แต่ปัญหาหนึ่งของการผลิตปลากัดเพื่อการส่งออก คือ การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะโรควัณโรคในปลา ซึ่งพบว่ามีการแพร่ระบาดในปลาสวยงาม เช่น ปลากัด ปลาเทวดาและปลาออสก้า เป็นต้น
ต้นเหตุของโรคเกิดจากเชื้อมัยโคแบคทีเรียม ซึ่งเชื้อนี้สามารถพบในไรแดง ลูกน้ำ ไส้เดือนฝอย ฯลฯ จากการปนเปื้อนของเชื้อโรคดังกล่าวในกลุ่มอาหารมีชีวิตที่ได้มาในข้างต้น ทำให้ปลากัดที่เลี้ยงด้วยอาหารดังกล่าวมีโอกาสติดเชื้อและการแพร่ระบาดของ โรคนี้แพร่ไปได้ง่าย จากการสุ่มตรวจตัวอย่างปลาสวยงามดังกล่าว พบว่าประมาณ 90% ของตัวอย่างปลาพบเชื้อมัยโคแบคทีเรียม โดยที่ปลาไม่แสดงอาการป่วย เมื่อปลากัดเป็นโรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษา ดังนั้นการศึกษาการผลิตปลากัดปลอดเชื้อจึงเป็นแนวทาง หนึ่งในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อนี้ [...]

การเลี้ยงปลาดุกไฟฟ้ายักษ์

1 comment October 3rd, 2009

“ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์” เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ปัจจุบันในธรรมชาติจะพบเฉพาะในแม่น้ำคองโกเท่านั้น ไม่พบในประเทศไทย จัดเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือน้ำไหลเอื่อย ๆ ชอบอาศัยตามโพรงหิน โพรงไม้และตามรากไม้จมน้ำที่มีแสงผ่านได้น้อยหรือเป็นน้ำหมักที่มีการสะสมของสารอินทรีย์ เช่น ใบไม้ทับถมกันและมีอุณหภูมิของน้ำเฉลี่ย 23-28 องศาเซลเซียส ลักษณะรูปร่างของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์จะมีรูปร่างกลมและยาวคล้ายไส้กรอก ไม่มีครีบหลังแต่จะมีครีบไขมันขนาดใหญ่ ที่อยู่ค่อนไปทางส่วนท้ายของลำตัวติดกับครีบหาง
คุณชวิน ตันพิทยคุปต์ หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาแปลกและสวยงาม ทั้งในและต่างประเทศได้ย้ำว่าปลาดุกไฟฟ้ายักษ์ไม่พบในแหล่งน้ำในประเทศไทย ใครที่ซื้อมาเลี้ยงเป็นปลาแปลกและปลาสวยงามแล้วเบื่อ ห้ามปล่อยลงสู่แหล่งน้ำไทยอย่างเด็ดขาด ลักษณะเด่นของปลาชนิดนี้จะมีอวัยวะที่สร้างไฟฟ้าเรียงตัวอยู่บริเวณด้านข้างของลำตัว สามารถสร้างกระแสไฟฟ้า ที่รุนแรงได้ถึง 350 โวลต์ โดยกระแสไฟฟ้าดังกล่าวใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวและฆ่าเหยื่อที่จะจับกิน บริเวณลำตัวมีสีเทา มีจุดประสีดำขนาดใหญ่และเล็กกระจายอยู่ทั่วลำตัว จัดเป็นปลาที่ค่อนข้างดุร้ายจึงไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น แม้แต่เลี้ยงรวมด้วยกันจะพบปัญหากัดกันเอง
อาหารหลักของปลาดุกไฟฟ้ายักษ์คือปลาเล็ก ๆ ทุกชนิด แต่จัดเป็นปลาที่เคลื่อน ที่ช้า ไม่ว่องไว ดวงตามีขนาดเล็กและใช้การได้ไม่ดีนัก วิธีการล่าเหยื่อจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตให้ปลาหมดสติหรือตายทันทีแล้ว ค่อยกลืนกินเป็นอาหาร คุณชวินยังบอกว่าหลายคนจะไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างปลาดุกไฟฟ้ายักษ์กับปลาดุกไฟฟ้า กับปลาดุกธรรมดา
ข้อแตกต่างที่สำคัญประการแรกก็คือขนาดและการเจริญเติบโต ปลาดุกไฟฟ้าธรรมดาที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติจะเจริญเติบโตได้เต็มที่มีความยาวของลำตัวได้ถึง 1 เมตร เรียกได้ว่าตัวใหญ่ที่สุดในบรรดาปลาดุกไฟฟ้าทุกชนิด แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้เป็นปลาสวยงาม จะเจริญเติบโตช้ามากจากประสบการณ์ของคุณชวินเคยพบมาโตเต็มที่ไม่เกิน 12 นิ้ว ในขณะที่ปลาดุกไฟฟ้ายักษ์เมื่อนำมาเลี้ยงในตู้พบว่าเจริญเติบโตเร็วมากขณะนี้มีคนเลี้ยงได้ขนาดลำตัวถึง 50-60 เซนติเมตรก็มี สำหรับข้อแตกต่างปลีกย่อยอื่น ๆ ก็คือรูปร่างลักษณะอื่น [...]

การเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล

No comments August 31st, 2009

เลี้ยงนวลจันทร์ทะเลเชิงพาณิชย์ อีกหนึ่งทางเลือกชาวประมงชายฝั่ง
กว่า 30 ปีที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ได้รวบรวมลูกปลา นวลจันทร์ทะเลจากธรรมชาติมาทดลองเลี้ยงไว้ในบ่อดินเพื่อรวบรวมไว้เป็นพ่อแม่ พันธุ์ พร้อมทั้งร่วมกับกองพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำในการพัฒนาการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ปลานวลจันทร์ทะเลในรูปแบบต่างๆ อาทิ ปลานวลจันทร์รมควัน ปลาก้างนิ่ม ปลาต้มเค็ม-ต้มหวานบรรจุกระป๋อง ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีรสชาติดีและสะดวกในการบริโภค แต่เนื่องจากเกษตรกรไม่มีการเลี้ยงอย่างต่อเนื่องจึงยังไม่สามารถพัฒนาผล ผลิตไปสู่เชิงพาณิชย์ได้
“ตอนนี้มีกำลังดูอยู่ 2 แนวทางคือส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงแล้วนำมาแปรรูปเองเพื่อพัฒนาเป็นโอท็อป ของจังหวัด ทำแบบครบวงจรไปเลย เพราะถ้าขายปลาเป็นๆ ราคาจะถูกมาก จึงต้องนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ก็ส่งเสริมให้มีการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อการส่งออก เพราะปลาชนิดนี้เป็นที่ต้องการของต่างประเทศมากโดยเฉพาะไต้หวัน จีนและประเทศในแถบยุโรป”
จินตนา นักระนาด ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลแก่ชาวบ้าน โดยเน้นในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นหลัก เนื่องจากปลาชนิดนี้พบมากในบริเวณแถบชายฝั่งทะเลของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ง่ายในการส่งเสริมเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน สอดรับกับนโยบายของกรมประมงที่มุ่งเน้นการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลานวลจันทร์ ทะเลอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา โดยมีหน่วยงานต่างๆ ภายใต้สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งได้ให้ความร่วมมือในการพัฒนาอาหาร สำหรับพ่อแม่พันธุ์ ตลอดจนเทคนิคการเพาะฟักและอนุบาล โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการ ผลิตไข่และลูกปลาแรกฟักให้แก่ศูนย์วิจัยต่างๆ และสถานีอื่นๆ นำไปทดลองอนุบาลและส่งเสริมการเพาะเลี้ยงให้แก่เกษตรกรที่สนใจต่อไป
ผู้อำนวยการศูนย์คนเดิมระบุอีกว่า สาเหตุที่เกษตรกรไม่นิยมเลี้ยงในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากราคารับซื้อปลาชนิด นี้ในท้องตลาดมีราคาต่ำเฉลี่ยระหว่าง 18-25 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันมีนักธุรกิจชาวไต้หวันได้เข้ามาลงทุนเลี้ยงอย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยนำเข้าลูกพันธุ์จากไต้หวันมาเลี้ยงที่ [...]

การขยายพันธุ์ปูแสม

No comments July 25th, 2009

การผลิตพันธุ์ปูแสม
สภาพแวดล้อมในปัจจุบันของป่าชายเลนไทยอยู่ในสภาพเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง มีการบุกรุกทำลายป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปูแสมทำให้ปริมาณ ของ ปูแสมในธรรมชาติลดน้อยลงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดผู้บริโภค ปูแสมรุ่นใหม่ ที่เกิดจากธรรมชาติทดแทนปูรุ่นเก่าไม่ทันการ แพร่กระจายของปูแสมในธรรมชาติพบได้ตั้งแต่ หมู่เกาะฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และอ่าวไทยและพบได้ทุกจังหวัดริมอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ตราด ไปจนถึง จ.นราธิวาส ในธรรมชาติปูแสมจะกินใบไม้และซากสัตว์ที่ผุเปื่อยเป็นอาหาร
ขณะนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสุราษฎร์ธานี ได้มีโครงการศึกษาและผลิตลูกพันธุ์ปูแสมเพื่อเน้นการอนุรักษ์ โดยผลิตลูกพันธุ์ปูแสมปล่อยเสริมลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนั้นยังได้ค้นคว้าและวิจัยเพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูแสมในเชิงพาณิชย์ ต่อไป เช่น การศึกษาการเลี้ยงปูแสมในบ่อผ้าใบโดยใส่ต้นโกงกางเป็นที่กำบัง, การศึกษาการเลี้ยงปูแสมในบ่อดิน ฯลฯ
ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสุราษฎร์ธานีได้ทำการผลิตลูกพันธุ์ปูแสม โดยการรวบรวมแม่พันธุ์ปูแสมไข่นอกกระดอง คัดเลือกเฉพาะแม่พันธุ์ปูแสมที่มีไข่สีน้ำตาลหรือดำ นำมาเพาะฟัก ใส่ในถังขนาด 150 ลิตร ที่บรรจุ น้ำทะเลสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนเรียบร้อยแล้ว ให้อากาศแบบหัวทรายตลอดเวลา จากไข่ปูแสมสีน้ำตาล, ดำ ใช้เวลา 1-3 วัน แม่ปูก็จะฟักไข่ออกเป็นตัวอ่อนระยะ Zoea หลังจากนั้นทำการแยกตัวอ่อนไปอนุบาลต่อในบ่อซีเมนต์ อนุบาลจนถึงระยะ Young Crab และในระยะนี้จะให้อาหารด้วยปลาสดบด จนลูกปูได้ขนาด 0.5-1 เซนติเมตร นำไปเลี้ยงในบ่อดินหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ในปี พ.ศ. 2551 ทางศูนย์ฯผลิตพันธุ์ปูแสมระยะ [...]