Archive: Posts Tagged ‘สหกรณ์การเกษตร’

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2553

1 comment May 8th, 2010

สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ
๑. สหกรณ์การเกษตรทั่วไป สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๕ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา
๒. สหกรณ์โคนม สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด บ้านเลขที่ ๖๔ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลในเมือง
อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
๓. สหกรณ์นิคม สหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด บ้านเลขที่ ๕๐ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลท่าแซะ
อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
๔. สหกรณ์ผู้ใช้น้ำ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำมะกอกเหนือ จำกัด บ้านเลขที่ ๖๓๖ หมู่ที่ ๑ ตำบล
มะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง
๕. สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา สหกรณ์กองทุนสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดินบ้านทางเกวียน
จำกัด บ้านเลขที่ ๒๕๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
๖. สหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด บ้านเลขที่ ๘/๑
หมู่ที่ ๘ ถนนสนามบิน ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
๗. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนนักบุญเปโตร จำกัด บ้านเลขที่ ๔๖/๓๑
หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าข้าม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

สถานการณ์ราคาผลไม้

No comments June 15th, 2009

ผลไม้
ฝ่าวิกฤติผลไม้ภาคตะวันออกปี 52 แนะรัฐเสริมความแกร่งสหกรณ์

แม้ปัญหาวิกฤติผลไม้ของภาคตะวันออกในปีนี้จะรุนแรงถึงขั้นปิดถนน ประท้วงเหมือนเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา ทว่ายังไม่มั่นใจ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาดังกล่าว เนื่องจากผลผลิตผลไม้ของปีนี้ บางชนิดยังออกสู่ตลาดไม่ถึง 20% ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเงาะ ซึ่งอยู่ในข่ายน่าเป็นห่วงที่สุด

เห็นได้จากตัวเลขของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก (War room) ที่กรมส่งเสริมการเกษตร จัดตั้งขึ้น ได้รายงานผลผลิตผลไม้ใน ปี 2552 ซึ่งประกอบด้วย 3 จ.ระยอง จันทบุรี และตราดนั้น ล่าสุด (8 มิ.ย.) มีตัวเลขประมาณการผลผลิตทั้งหมด 741,383 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 507,533 ตัน คิดเป็นร้อยละ 68.46

ในจำนวนนี้แยกเป็นทุเรียน ประมาณการผลผลิต 344,507 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 312,058 ตัน (ร้อยละ 90.58) เงาะ ประมาณการผลผลิต 225,218 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 96,333 ตัน (ร้อยละ 42.77) มังคุด ประมาณการผลผลิต 110,616 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 93,009 ตัน (ร้อยละ 84.08) และ ลองกอง ประมาณการผลผลิต 61,042 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว 6,133 ตัน (ร้อยละ 10.05)

“โดยภาพรวมแล้วราคาผลไม้ปี นี้ค่อนข้างดีในเกือบทุกชนิด ยกเว้นเงาะที่ยังน่าเป็นห่วง เพราะผลผลิตยังออกมาไม่ถึงครึ่ง แล้วก็เป็นไม้ผลที่เก็บไว้ได้ไม่นาน ทำให้การส่งออกค่อนข้างมีปัญหา จึงจำเป็นต้องทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ตอนนี้ผมได้ตั้งงบประมาณไว้ 6 แสนบาท เพื่อจัดทีมไปสำรวจตลาดว่าจะมีช่องทางไหนที่พอจะระบายผลผลิตได้บ้าง”

พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผู้ว่าฯ จันทบุรี เผยถึงสถานการณ์ผลไม้เมือง จันทบุรีในปีนี้ พร้อมย้ำถึงวิธีการแก้ปัญหาโดยเน้นความร่วมมือประสานงานกันอย่างใกล้ชิดของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ กรม กองต่างๆ บริษัทเอกชน ผู้ประกอบการส่งออก เครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ไม่เป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ผู้ว่าฯ คนเดิมเผยต่อว่าในปี 2552 นี้ ผลไม้ทั้ง 4 ชนิดของ จ.จันทบุรี ซึ่งได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองนั้น มีผลผลิตรวมกว่า 5 แสนตัน สามารถส่งออกทำรายได้เข้าประเทศประมาณ 1.5 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ผลผลิตส่วนที่เหลือยังต้องพึ่งพาตลาดภายในประเทศ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายปลายทางทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ช่วยกันรับประทานผลไม้ไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ได้อีกทางหนึ่ง

ขณะที่ มงคลัตถ์ พุกะนัดด์ ประธานสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ผลไม้ในภาคตะวันออก ยอมรับว่าขั้นตอนการขนส่งผลไม้ไปยังตลาดต่างประเทศหรือระบบโลจิสติกส์ค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากต้องใช้ทางเรือเป็นหลักในการขนส่ง ทำให้ผลไม้บางชนิดมีปัญหา โดยเฉพาะเงาะที่มีอายุการเก็บไว้ได้ไม่นาน ในขณะที่ทุเรียนและมังคุดนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

“อย่างมังคุดเมื่อไปถึงญี่ปุ่นเขาจะขายเป็นลูก ลูกละ 50-60 บาท หรือทุเรียนก็ไม่อร่อยเหมือนบ้านเรา ไปถึงที่โน่นเนื้อทุเรียนก็เละ ไม่อร่อย เพราะกว่าจะเดินทางถึงต้องใช้เวลาเกือบอาทิตย์ ไหนต้องผ่านขั้นตอนการตรวจที่ด่านอีก ซึ่งต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นเงาะกว่าจะไปถึงผลก็ดำหมดแล้ว นี่คือปัญหา” มงคลัตถ์กล่าวถึงปัญหาขั้นตอนการส่งออกผลไม้ไทยไปยังต่างประเทศ

เช่นเดียวกับ ขวัญเมือง บำรุงพนิชถาวร ประธานชมรมสวนมังคุดร้อยปี จ.จันทบุรี ที่มองว่าการแก้ปัญหาผลไม้ในภาคตะวันออกปีนี้ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมกันมานาน แต่บังเอิญปีนี้ผลไม้เกือบ ทุกชนิดให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี จึงทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ส่วนตลาดต่างประเทศก็ไม่ได้แก้ปัญหาในเรื่องราคามากนัก เนื่องจากผู้ส่งออกไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคา แต่กลับเป็นผู้รับซื้อจะเป็นผู้กำหนดราคาเองทั้งหมด

“ต้องยอมรับความจริงว่า ทุกวันนี้บ้านเราไม่มีบริษัทผู้ส่งออกผลไม้ไป ยังต่างประเทศโดยตรง แต่จะเป็นผู้รับออเดอร์จากเขาแล้วจัดส่งไปให้ตามจำนวนที่สั่ง แล้วเขาก็เป็นผู้กำหนดราคามาเท่าไหร่ ก็เท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยก็คือ ต้องเข้ามาดูแลล่งให้เขาเข้มแข็ง สามารถส่งออกเองได้โดยตรงหรือถ้าเป็นไปได้ก็ต้องผ่านระบบสหกรณ์ที่ต้องดิว โดยตรงกับประเทศคู่ค้านั้นๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ทางเราจะกำหนดราคาเองได้ว่าเกรดดี ไปตลาดไหน อย่างไร เช่นถ้าเกรดดีไปญี่ปุ่น อเมริกา รองลงมาไปตลาดจีน อินเดีย แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ ผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดราคาเองทั้งหมด” ประธานชมรมสวนมังคุดร้อยปีกล่าว พร้อมย้ำว่า

ถ้ารัฐบาลพัฒนาระบบเครือข่ายสหกรณ์ให้เข้มแข็ง เสริมความแข็งเกร่งให้แก่ล่ง ซึ่งเป็นผู้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในเครือข่าย จึงมั่นใจได้ว่ารัฐบาลแก้ปัญหาได้ถูกทางแล้ว จะไม่มีปัญหาในเรื่องผลไม้ล้นตลาดและราคาตกต่ำ เนื่องจากเกษตรกรชาวสวนจะเป็นผู้กำหนดเอง ทั้งในเรื่องกระบวนการผลิตและราคาจำหน่าย

“พาณิชย์”เร่งเจาะตลาดต่างแดน

พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาผลไม้ของรัฐบาล ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดขบวนคาราวานผลไม้เมืองจันทบุรี บริเวณจุดพักรถ ถนนมอเตอร์เวย์ (ขาเข้า) ว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนผลไม้มัก ประสบก็คือ ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัวในช่วงสั้นๆ ปริมาณไม่สัมพันธ์กับความต้องการ ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่าง ประเทศ ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศให้มากยิ่งขึ้น การกระจายไปสู่ผู้บริโภคอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรขายได้ในราคาที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศชาติก็จะมีความมั่งคั่งและมั่นคง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม

“จำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องปรับตัวและพัฒนาการผลิตให้มี คุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล ด้วยการลดการใช้สารเคมีที่เกินความจำเป็นและปรับเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยชีวภาพให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังได้สินค้าที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ที่สำคัญยังดีต่อสุขภาพของตัวเกษตรกรผู้ผลิตเองด้วย” รมว.พาณิชย์กล่าวย้ำ

สุรัตน์ อัตตะ
komchadluk

ข่าวเกษตร 24 ตุลาคม 2551

No comments October 24th, 2008

เกาะข่าวเกษตรประจำฉบับวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 จังหวัดชัยนาท กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ฝ้ายเส้นใยสีเขียว ซึ่งเป็นฝ้ายคุณภาพดีสีธรรมชาติประเภทเส้นใยยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินผล เพื่อขอรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง

ทางด้าน นางปริญญา สีบุญเรือง นักวิชาการเกษตร 8ว. ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ เปิดเผยว่า การวิจัยพันธุ์ฝ้ายมี 2 สีด้วยกัน คือ สีเขียว และสีน้ำตาล ซึ่งขณะนี้ได้นำไป ทดลองปลูกในแปลงเกษตรกรแล้ว สำหรับข้อดีของฝ้ายเส้นใยสีเขียว เมื่อนำมาทอเป็นผ้าฝ้ายสีจะสวยงามตามธรรมชาติ และเมื่อนำไปซักแล้วตากในที่ร่มสีเขียวจะเข้มขึ้น นอกจากนี้ผ้าฝ้ายสีเขียวจะมีความนิ่ม สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็สวยงาม รวมทั้งยังเป็นฝ้ายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีสารฟอกย้อม สามารถลดมลพิษทางน้ำจากสารฟอกย้อมได้ เหมาะสำหรับปลูกในแปลงขนาดเล็กไม่เกิน 1 ไร่ เพื่อนำมาใช้ในงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยได้ตั้งราคาขายกิโลกรัมละ 50 บาท หรือถ้าทอเป็นผ้าจะขายราคาเมตรละ 800 บาท สูงกว่าฝ้ายทั่วไป

นายบุญส่ง พานิชการ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการตัดสินการประกวดผลงานการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอ เพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เปิดเผยว่า มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในปี 2551 ส่งเข้ามาประกวดเป็นจำนวนมาก ทางคณะกรรมการได้ทำการพิจารณาคัดเลือกแล้วผ่าน การคัดเลือกจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย

1. สหกรณ์การเกษตรทับคล้อ จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตร

2. กลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านถ้ำ ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพะเยา

3. กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพัทลุง

4. สหกรณ์การเกษตรนครไทย จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก

5. สหกรณ์การเกษตรแม่ทา จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดลำพูน

6.สหกรณ์นิคมอ่าวลึก จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกระบี่

7. สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี

8. สหกรณ์การเกษตรเกาะยาว จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพังงา

9. สหกรณ์การเกษตรสามชุก จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี

10. สหกรณ์การเกษตรกันทรวิชัย จำกัด ส่งเข้าประกวดโดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ทั้ง 10 สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับรางวัล เป็นเงินสดรางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ที่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรได้รับการคัดเลือกจะได้รับเกียรติบัตรจากกรมส่ง เสริมสหกรณ์ว่าเป็นสำนักงานสหกรณ์จังหวัดที่มีผลงานดีเด่นในการขับเคลื่อนปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ปลา น้ำกร่อย