Archive: Posts Tagged ‘สวนสัตว์เชียงใหม่’

ลูกหมีแพนด้าคลอดแล้ว

No comments May 27th, 2009

ลูกหมีแพนด้า
komchadluk
“หลินฮุ่ย” กำเนิดแพนด้าน้อยหนัก200กรัม
ผอ.องค์การสวนสัตว์ ยิ้มร่าแถลงข่าว “หลินฮุ่ย” กำเนิดแพนด้าน้อย สุขภาพแข็งแรง คาดน้ำหนัก 200 กรัม เผยพยายามคาบลูก-สัญญาณดีเลี้ยงลูกเป็น ผู้เชี่ยวชาญจีนบินด่วนถึงเชียงใหม่พรุ่งนี้ งดชมแพนด้าหวั่นติดเชื้อ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ (27 พ.ค.) นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นพ.ประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูลทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทีมแพทย์ แถลงข่าวรายงานการเกิดลูกของแพนด้าหลินฮุ่ยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ หลังจากที่ได้ทำการผสมเทียม

นายโสภณ กล่าวว่า จากการติดตามการตั้งท้องของหลินฮุ่ยอย่างใกล้พบว่า ตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษวันนี้ หลินฮุ่ยเริ่มมีอาการเลียอวัยวะเพศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง การกินอาหารลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 08.00 น.เศษ ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่จะนำหลินฮุ่ยเข้ากรงบีบเพื่อตรวจสุขภาพตามปกติ ปรากฎว่าหลินฮุ่ยไม่ยอมเข้ากรงบีบเหมือนเช่นเคย แต่กลับสนใจแต่การเลียอวัยวะเพศ และเริ่มมีพฤติกรรมแบ่งจนอวัยวะเพศมีการขยายอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยหลินฮุ่ยออกจากส่วนจัดแสดงและกำชับให้ เจ้าหน้าที่สังเกตพฤติกรรมแบบไม่ให้คลาดสายตา ซึ่งพบว่าหลินฮุ่ยมีการเบ่งลูกเป็นระยะและมีความถี่เพิ่มมากขึ้นจากช่ง 20 นาทีมาเป็นช่วงความถี่ทุกๆ 10 นาที สลับกับการเลียอวัยวะเพศ

ต่อมาเมื่อวเลา 10.39 น.หลินฮุ่ยได้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าโก้งโค้ง และได้เบ่งลูกอีกครั้งจนลูกคลอดออกมาบนพื้น โดยหลินฮุ่ยพยายามคาบลูกไว้ในอ้อมกอด ซึ่งเป็นจุดสำคัญว่าหลินฮุ่ย สามารถเลี้ยงลูกได้ ซึ่งพฤติกรรมหลินฮุ่ย แสดงให้เห็นแล้วว่าเลี้ยงลูกเป็น และมีสัญลักษณ์ของการเป็นแม่ที่ดีถึงแม้ว่าจะเป็นท้องแรก

สำหรับลูกแพนด้าที่เกิดมานั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ตัวใหญ่ ร้องเสียงดัง ดิ้นแรง น่าจะมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กรัม ซึ่งเป็นลักษณะของแพนด้าที่มีความแข็งแรง จึงไม่น่าต้องแยกลูกแพนด้าออกมาเลี้ยง โดยช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังจากคลอดหมีแพนด้าน้อย จะยังไม่หิว และหลินฮุ่ยได้ทำการกอดและเลียให้ความอบอุ่นแก่ลูก ทำให้ลูกนอนนิ่งเงียบจะขยับตัวเป็ฯระยะและส่งเสียงร้องดัง แต่เมื่อหลินฮุ่ยอุ้มดีแล้วก็จะนอนเวียบ

นายโสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมการเลี้ยงลูกแพนด้าก็จะต้องทราบให้ได้ก่อนว่าลูกแพนด้าได้ก ินนมแม่หรือไม่ ถ้ากินได้ก็จะให้หลินฮุ่ยเลี้ยงต่อได้ แต่ถ้าไม่กินก็ต้องพยายามแยกออกมาป้อนนม แล้วค่อยนำกลับไปคืนให้หลินฮุ่ย แต่เท่าที่สังเกตได้ขณะนี้แพนด้าน้อย ได้กินนมจากหลินฮุ่ยได้บ้างแล้ว โดยตอนนี้ได้แจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนได้รับทราบแล้วและยืนยันว่าจะเดิน ทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) จำนวน 2 คน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแพนด้าน้อยนั้นยังไม่อนุญาตให้คนเข้า เนื่องจากเกรงว่าจะติดเชื้อได้

อย่างไรก็ตาม แพนด้าทั้ง 2 ตัวนั้นตามสัญญากับประเทศจีนจะอยู่ในประเทศไทยได้ 10 ปี หากเกิดลูกนั้นจะต้องส่งคืนให้กับประเทศจีนภายระยะเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม จะมีการเจรจากับทางประเทศจีนอีกครั้ง

สำหรับข้อมูลพื้นฐานแพนด้าทั้ง 2 ตัว คือ ช่วงช่วง และหลินฮุ่ยนั้น ได้เดินทางมาถึงประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ในวันที่ 12 ต.ค.2546 ช่วงช่วง รหัส 510 เพศผู้ อายุ 3 ขวบ น้ำหนัก 106 กิโลกรัม เกิดเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2543 ที่ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้าวู่ หลง พ่อชื่อซิน ซิ่น รหัส 329 แม่ชื่อไป๋เสวีย รหัส 418 สุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาการเจริญพันธุ์ ส่วนหลินฮุ่ย รหัส 539 เพศเมีย อายุ 2 ขวบ น้ำหนัก 60 กิโลกรัม เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2544 ที่ศูนย์กลางวิจัยและอนุรักษ์แพนด้าวู่หลง พ่อชื่อพ่าน พ่าน รหัส 380 แม่ชื่อ ถัง ถัง รหัส 446 สุขภาพแข็งแรงเช่นกัน ปัจจุบันแพนด้าช่วงช่วง อายุ 8 ปี 8 น้ำหนัก 141.67 กิโลกรัม และแพนด้าหลินฮุ่ย อายุ 7 ปี 7 เดือน น้ำหนัก 113.67 กิโลกรัม

นพ.ประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากกับข่าวดีที่เกิดขึ้น เนื่องจากได้ใช้ความพยายามมาหลายปี ถือเป็นของขวัญชิ้นที่ล้ำค่าที่สุดที่จะมอบให้กับประชาชนคนไทยและชาวโลก

หมีแพนด้า
thairath
ตื่นกันทั้งเมือง ปาฏิหาริย์ ลูกหลินฮุ่ยเกิดแล้ว
เบ่ง ออกมาแบบไม่รู้ตัว แพนด้าสาวหลินฮุ่ย คลอดลูก ตัวเท่าลูกหนู ร่างกายแข็งแรง เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถึงกับอึ้ง แพนด้าหลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบลูกอย่างทะนุถนอมและดูจะหวงลูกเป็นพิเศษ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ

ผู้ สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 พ.ค.) ว่า เมื่อเวลา 10.39 น.ขณะที่นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย ได้เข้าไปดูแลแพนด้าหลินฮุ่ยในบริเวณส่วนกักภายในตามปกติของทุกวัน และเห็นอาการของแพนด้าหลินฮุ่ยผิดปกติ มีอาการดิ้นเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นภาพที่แทบจะทำให้ตกตะลึงทั้งห้อง เมื่อแพนด้าหลินฮุ่ย ได้เบ่งพรวดมีแพนด้าน้อยตัวเท่าลูกหนูออกมา ทุกคนถึงกับอึ้ง

จาก นั้น แพนด้าหลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบลูกอย่างทะนุถนอมและดูจะหวงลูกเป็นพิเศษ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ และเห็นแพนด้าหลินฮุ่ยมีอาการรักลูกและหวงลูกมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบเพศได้

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเห็นชัดเจนแล้ว นายประเสริฐศักดิ์ จึงได้รีบรายงานด่วนให้นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์ และนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ทราบ โดยนายโสภณ ได้รีบเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อมาแถลงข่าวในเวลา 16.30 น.ที่สโมสรแพนด้าภายในสวนสัตว์เชียงใหม่

นาย ประเสริฐศักดิ์ กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า เวลาที่ทำการผสมเทียมให้หลินฮุ่ยในวันที่ 18 ก.พ.52 เวลา 10.39 น. ซึ่งเวลาตรงกับที่แพนด้าหลินฮุ่ยเกิดในเวลา 10.39 น.เช่นแทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องปฏิหาริย์ แค่หลินฮุ่ยคลอดลูกออกมาก็แทบจะไม่เชื่อ เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังลุ้นว่าท้องไม่ท้อง แต่กลับเกิดลูกออกมาแบบไม่ต้องให้ลุ้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุด ทางตนได้แจ้งให้ทางประเทศจีนรีบส่งผู้เชี่ยวชาญด้านลูกแพนด้าเดินทางมาโดย ด่วนแล้ว

dailynews
‘หลินฮุ่ย’คลอดลูกแล้ว แข็งแรงดีทั้งแม่และลูก

วันนี้(27 พ.ค.) นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะเข้าไปดูแลแพนด้าหลินฮุ่ยในบริเวณส่วนกักภายใน เห็นอาการของแพนด้าหลินฮุ่ยผิดปกติ มีอาการดิ้นเล็กน้อย ก่อนเบ่งลูกน้อยตัวขนาดเท่าลูกหนูออกมา ซึ่งเจ้าหลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบลูกอย่างทะนุถนอม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ ทำให้ยังไม่สามรถทราบเพศได้

ทั้งนี้ นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า ได้ทำการผสมเทียมให้หลินฮุ่ยในวันที่ 18 ก.พ.52 ในเวลา 10.39 น. ซึ่งตรงกับที่ลูกของหลินฮุ่ยเกิดในเวลา 10.39 น. แทบจะเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ อีกทั้งในช่วงนี้อยู่ในช่วงกำลังลุ้นว่าท้องไม่ท้อง แต่กลับคลอดลูกออกมา ซึ่งได้แจ้งให้ทางประเทศจีนรีบส่งผู้เชี่ยวชาญด้านลูกแพนด้าให้เดินทางมาโดย ด่วนแล้ว.

ซู อควาเรียม สวนสัตว์น้ำ เชียงใหม่

No comments October 31st, 2008

เชียงใหม่ ซู อควาเรียม

องค์การสวนสัตว์ฯ เตรียมอวดของใหม่ “ซู อววาเรียม”

แม้ช่วงนี้ฝนยังเทลงมาไม่ขาดสาย ทั้งที่ควรเป็นช่วงเวลาของปลายแห่งวสันตฤดู เตรียมเข้าสู่เหมันตกาล แต่แหล่งท่องเที่ยวที่สูงหลายแห่งก็พยายามงัดกลยุทธ์ ดึงคนเข้ามาในพื้นที่กันอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ภายใต้การดูแลขององค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็พยายามเต็มที่ในการรักษาสถานภาพความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ที่ต้องการมาสัมผัสเสน่ห์ของอดีตเมืองศูนย์กลางอาณาจักรล้านนาแห่งนี้

ในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา “สวนสัตว์เชียงใหม่” มีจุดขายที่ถือเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงคนเข้ามาเที่ยวก็คือ แพนด้า ที่มาอยู่เมืองไทยได้ครึ่งทาง คือครบ 5 ปี ไปเมื่อกลางตุลาคมนี้เอง และมีเวลาเหลือให้คนไทยไปชื่นชมอีกแค่ 5 ปีเท่านั้น

สวนสัตว์น้ำเชียงใหม่

“เชียงใหม่ ซู อควาเรียม” จึงถือกำเนิดขึ้นด้วยแนวคิด “เปิดประสบการณ์โลกใต้น้ำบนยอดดอย” บนพื้นที่ 10 ไร่ในสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อเติมเต็มให้เมืองเชียงใหม่สมบูรณ์แบบสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และเป็นอควาเรียมที่รวมพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มมาไว้รวมกัน ซึ่งความโดดเด่นของ “ซู อควาเรียม” คือ ตัวอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก มี ความยาวทั้งสิ้น 133 เมตร โดยแบ่งเป็นอุโมงค์น้ำจืดและน้ำเค็ม ความยาวอย่างละเท่ากันคือ 66.5 เมตร อุโมงค์เป็นอะคีลิคใสหนาประมาณ 5.5 เซนติเมตร เชื่อมต่อกันด้วยทางเลื่อนอัตโนมัติ สำหรับคนที่ไม่ต้องการเดินเอง

ส่วนช่วงเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์น้ำเค็มและน้ำจืดนั้น จัดเป็นจุดแสดงพื้นที่ป่าชายฝั่ง ให้ผู้มาชมได้เรียนรู้สภาพระบบนิเวศ นอกจากนี้ บริเวณรอบนอกอควาเรียม ก็จัด

แต่งเป็นห้องจัดแสดงสัตว์อนุรักษ์ น้ำตก ป่าโกงกาง ผืนป่าอินทนนท์ และนิทรรศการต่างๆ อาทิ นิทรรศการชีววิทยาของพันธุ์สัตว์น้ำ นิทรรศการแสดงหุบเขาและเขื่อนภูมิพล นิทรรศการแสดงป่าชุ่มน้ำ นิทรรศการแสดงแมลงนานาชนิด นิทรรศการแสดงปะการังชายฝั่ง

ด้วยการใช้งบประมาณก่อสร้างราว 600 ล้านบาท อันเป็นการร่วมทุนระหว่างองค์การสวนสัตว์ฯ กับภาคเอกชนในสัดส่วน 50:50 “เชียงใหม่ ซู อควาเรียม” มีพื้นที่อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำรวม 13,985 ตารางเมตร ภายในอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาว 133 เมตร ใช้ ปริมาณน้ำจุมากกว่า 8,000 ลูกบาศก์ลิตร ใช้เกลือเพื่อทำให้เป็นทะเลน้ำเค็มถึง 160,000 กิโลกรัม ภายในอุโมงค์รวบรวมสัตว์น้ำกว่า 250 สายพันธุ์ รวมพันธุ์ ปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม กว่า 8,000 ตัว รวมถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ แมลง และสัตว์ที่หาชมได้ยากจากทั่วโลก

ดาราเอกในอควาเรียม ที่ นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ว่ามาคือจะมีทั้ง อโรไพม่า ฉลามเสือดาว ปลากระเบน ปลาหมอทะเล ขณะที่ความคาดหวังของ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ ก็คือ ให้ “เชียงใหม่ ซู อควาเรียม” เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งนอกจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่แล้ว ยังจะเป็นศูนย์การศึกษาและวิจัยพันธุ์สัตว์น้ำให้แก่ เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพราะจะเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส “ปลาบึก” เจ้าแห่งลุ่มน้ำโขง ประชันกับ “ปลาเทพา” เจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึง “ฉลาม” นักล่าจากทะเลลึก

“อควาเรียม จะเป็นแม่เหล็กใหม่ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ และแวะมาชมพันธุ์สัตว์น้ำในอุโมงค์ใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ใกล้เคียงกับช่วงที่เปิดตัวแพนด้า “ช่วงช่วงกับหลินฮุ่ย” ทำให้สวนสัตว์เชียงใหม่มีรายได้เพิ่มขึ้น 250 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะมีเงินสะพัดในเชียงใหม่ มากขึ้นจากการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว” ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ตั้งเป้าไว้

แน่ล่ะหากทำได้อย่างที่เตรียมการไว้ อีก 5 ปี ข้างหน้า เมื่อไทยจำต้องส่งแพนด้าคู่ขวัญ “ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย” คืนเจ้าของเดิมคือประเทศจีน โดยไร้ทายาทไว้ดูต่างหน้า “สวนสัตว์เชียงใหม่” ก็ยังมีสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแบบกินยาว เพราะเป็นการเติมสิ่งที่ ขาดด้วย “สวนสัตว์น้ำ” หรือ “ซู อควาเรียม” ที่แน่นอน ผู้เข้าชมต้องเสียค่าเข้าต่างหาก…ซึ่งถ้าสมกับราคาที่จ่าย…ก็ถือ ว่าคุ้ม.

ซู อควาเรียม

กว่าจะเป็น “สวนสัตว์ เชียงใหม่”

เชื่อหรือไม่ว่า สวนสัตว์เชียงใหม่ ที่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเคียงคู่เมืองเชียงใหม่ มีอายุยาวนานเกินครึ่งศตวรรษ!

เอ้า เพราะถ้านับกันตั้งแต่วันก่อตั้ง ที่ดำเนินการโดยมิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ที่ชื่อ นายฮาโรลด์ เมสัน ยังอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี ที่เริ่มจากการเปิดเป็นสวนสัตว์เล็กๆ ของเอกชน ก็เมื่อประมาณ พ.ศ.2495 โน่นแน่ะ โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่เช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพของนายกีและนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ เป็นสถานที่เริ่มต้น ต่อมาเมื่อมีสัตว์จำนวนมากขึ้น เจ้าของที่จึงขอให้ย้ายทำเลไปยังที่ดินอีกแปลง ที่อยู่เชิงดอยสุเทพ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่นายฮาโรลด์ได้ติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เชียงใหม่โดยตรง ซึ่งก็ได้รับอนุมัติใช้พื้นที่มาประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2500 กระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรม ใน พ.ศ.2518 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงรับกิจการสวนสัตว์ของนายฮาโรลด์ไว้ในความดูแล

จากนั้น ก็มีการขยายพื้นที่มาเป็นระยะ จาก 60 ไร่ เขยิบเป็น 130 ไร่ และเพิ่มอีก 500 ไร่ จนกว้าง ใหญ่อย่างในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากมีพันธุ์ไม้หายากให้ชมแล้ว ที่นี่ยังมีการจัดแสดงสัตว์จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งโคอาล่า จากออสเตรเลีย ขวัญใจหนูๆ อย่าง แพนด้า จากจีน เสือขาวเบงกอล นกเพนกวิน แรดอินเดีย แกะภูเขา สวนสัตว์เปิด ที่มีฝูงกวาง เก้ง เนื้อทราย นกยูง อัลปากา และอื่นๆ กว่า 200 ชีวิต สวนชมนกนครพิงค์ ที่ มีนกนานาชนิดกว่า 800 ตัว ส่วนการจัดแสดงสัตว์แอฟริกา และการแสดงความสามารถของสัตว์อีกหลากหลายชนิด และล่าสุดก็คือ การยกทะเลมาไว้บนดอย ด้วย “ซู อควาเรียม” นี่แหละ.

วีวา