Archive: Posts Tagged ‘สวนสัตว์เชียงใหม่’

4 ชื่อแพนด้าน้อยที่เข้ารอบสุดท้าย

4 comments June 15th, 2009

แพนด้าน้อย
สุวิทย์ แถลง 4 ชื่อแพนด้าน้อย

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส แถลง ผลการคัดเลือกชื่อลูกหมีแพนด้า จาก 10 รายชื่อเหลือ 4 รายชื่อ จากที่มีผู้สนใจส่งเข้ามาประกวดตั้งชื่อทั้งสิ้น 560,000 คนรวม 54,000 รายชื่อ จากนั้นคณะกรรมการได้คัดเลือกที่มีนายยุวรัตน์ กมลเวชช เป็นประธาน คัดเลือกเหลือ 300 รายชื่อและ 10 รายชื่อจนกระทั้งเหลือ 4 รายชื่อตามลำดับ ดังนี้

1. ขวัญไทย แปลว่า ขวัญใจของคนไทย

2. หลินปิง แปลว่า ป่าน้ำแข็ง

3. ไทจีน แปลว่า ทองคำไทย หรือไทยจีน

4. หญิงหญิง แปลว่า เต็มเปี่ยมอุดมสมบูรณ์

หลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป ส่งโหวตชื่อลูกหมีแพนด้า โดยจะเริ่มเปิดขายไปรษณียบัตรตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ถึง วันที่ 5 สิงหาคม โดยจะเตรียมไปรษณียบัตรจำนวน 30 ล้านฉบับเพื่อรับผลโหวต หาชื่อที่ชนะเพียบชื่อเดียว เพื่อตั้งเป็น ชื่อแพนด้าน้อย ต่อไป เบื้องต้นนี้สามารถโหวตจากเว็บไซต์คมชัดลึกก่อนได้ด้านล้างขวามือ

ส่วนผู้โชคดีได้รับการคัดเลือกได้รับรางวัลรอบแรก รางวัลละ 100,000 บาท สี่รางวัล มาจากการส่ง sms 2 รางวัล ส่วนอีก 2 รางวัลได้จากการส่งไปรษณียบัตร คือ ด.ญ. พิชญสินี ไชยเชษฐ์ จากจังหวัดนครราชสีมา และ นาย พลชัย สุเมธาชาติ จากจังหวัดนครปฐม

komchadluk

ไปรษณียบัตรโหวตชื่อลูกหมีแพนด้า
ไปรษณีย์ได้ 4 ชื่อ แพนด้าน้อย เปิดโหวตชิงดำ

บริษัทไปรษณีย์ไทย ประกาศ 4 รายชื่อแพนด้าน้อย ที่เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่

ขวัญไทย, หลินปิง, ไทจีน และ หญิงหญิง

เปิดให้ส่งไปรษณีย์​โหวต จนถึงวันที่ 5 ส.ค.​ก่อนประกาศชื่อที่ได้รับคะแนนมากสุด วันที่ 12 ส.ค. 52

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประมาณ 17.00 น.​ วันนี้ (15 มิ.ย.) ที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศ รายชื่อแพนด้าน้อย 4 รายชื่อ ที่เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ ขวัญไทย หลินปิง ไทจีน และ หญิงหญิง ซึ่งจากนั้น ไปรษณียบัตรพิเศษชุดหมีแพนด้า จะเริ่มวางจําหน่ายในกทม.และปริมณฑล ตั้งแต่ 19 มิ.ย. เป็นต้นไป ต่างจังหวัด เริ่ม 22 มิ.ย. ในราคาแผ่นละ 5 บาท เงื่อนไขในการเลือก ให้ทําเครื่องหมายถูกหน้าชื่อที่ต้องการเพียงชื่อเดียวเท่านั้น ส่งได้ทั้งที่ ปณ.และหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ทุกแห่ง กําหนดส่งไปรษณียบัตรโหวตเสียงได้จนถึงวันที่ 5 ส.ค.2552 เวลา 18.00 น. หลังจากนั้นจะเริ่มคัดแยก แต่ละชื่อออกเป็น 4 กอง ระหว่างวันที่ 5-10 ส.ค. นับจํานวนเสียงโหวตมากที่สุดด้วยวิธีการชั่งน้ําหนัก (1 กก. ประมาณ 350 ใบ) และวันที่ 12 ส.ค. ประกาศชื่อที่ได้รับเสียงโหวตจากประชาชนมากที่สุดเพียงชื่อเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อไทย หรือชื่อจีน หลังจากนั้นจะจับรางวัลจากไปรษณียบัตรชื่อที่ได้รับเสียงโหวตมากที่สุด

ส่วน บรรยากาศที่สวนสัตว์เชียงใหม่ตลอดทั้งวันนี้ (15 มิ.ย.) ผู้ที่เข้าชมทั้งภายในสวนสัตว์ และผู้ที่ชมผ่านโทรทัศน์วงจรปิดที่มีการถ่ายสัญญาณภาพสดไปตามสวนสัตว์ต่างๆ ทั้งประเทศรวมไปถึง บริษัทไปรษณีย์ไทย ที่ทีมสัตวแพทย์ และทีมงานวิจัยหมีแพนด้า ได้ถ่ายสดในตอนที่นำแพนด้าน้อยออกมาตรวจร่างกายและชั่งน้ำหนัก วัดตัวพร้อมทั้งอบตัว ถือว่าเป็นการแพร่ภาพเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความตื่นตาตื่นในของผู้ที่ได้ชมภาพอริยาบทต่างๆที่น่ารักของแพนด้า น้อยพร้อมๆกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ทางทีมสัตวแพทย์ นำโดยสัตวแพทยหญิงกรรณิการ์ นิ่มตระกูล หรือ ‘หมอก้อย’ สัตวแพทยประจำตัวหลินฮุ่ย และแพนด้าน้อย ที่ทั้งสองให้ความไว้วางใจมากที่สุด โดยสัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ได้เข้าไปแยกลูกแพนด้าน้อยออกมาจากหลินฮุ่ย ซึ่งแพนด้าหลินฮุ่ยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยสามารถแยกได้โดยใช้เวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น หลังจากที่นำลูกน้อยออกไปแทนที่หลินฮุ่ยจะแสดงอาหารหวงลูกกลับแสดงท่าทาง ผ่อนคลายบิดร่างกายไปมาก่อนที่จะกินขนมปังไผ่ แอบเปิ้ลและน้ำพร้อมทั้งเดินไปขับถ่ายปัสสาวะ ทางทีมพี่เลี้ยงเกรงว่าหากนานเกินไปก็จะทำให้หลินฮุ่ยเกิดความเครียดและ กังวลหาลูก จึงได้รีบนำของเล่นต่างๆ ประกอบด้วยกล่องใส่ผลไม้ ไอติมผลไม้ ไผ่ห่อผลไม้ เพื่อให้หลินฮุ่ยเบี่ยงเบนความสนใจ ซึ่งหลินฮุ่ยก็ได้เล่นจนเวลาล่วงเลยไปกว่า 30 นาทีก็เริ่มส่งเสียงร้องหาลูก

ทาง ด้านการตรวจสุขภาพของแพนด้าน้อย ทางนายเว่ยหมิง ผู้เชี่ยวชาญจากจีน และ สัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ชั่งน้ำหนักพบว่ามีแพนด้าน้องมีความสมบูรณ์แข็งแรงดีมาก น้ำหนักปัจจุบัน 810 กรัม เพิ่มขึ้นจากเดิม 180 กรัม ความยาวลำตัว 26 ซม. เพิ่มจากเดิม 2 ซม. ความยาวของหางและขาและรอบอกเท่าเดิม สามาถนอนในตู้อบโดยไม่ต้องห่มผ้า โดยแพนด้าน้อยชอบนอนในท่าคว่ำ ไม่ชอบนอนหงาย เมื่อนายเว่ยหมิง จับหงายท้องจะร้องและดิ้นอย่างแรง เมื่อวางลงจะสามารถยกตัวและหัวได้อย่างดี แต่ยังไม่คลานไม่ได้

หลัง จากตรวจสุขภาพแล้วทางสัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ เปิดเผยว่า หลินฮุ่ยในตอนหลังๆ นี้มีความคุ้นเคย และไว้วางใจทีมพี่เลี้ยง จนสามารถนำแพนด้าน้อยออกมาได้ง่ายขึ้น สำหรับการตรวจแพนด้าน้อยน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาและหลีบหูและตาชัดเจนขึ้น ในการที่วันนี้ได้นำแพนด้าน้อยออกมานานกว่า 30 นาที ก็เพื่อเตรียมความพร้อมในงานวันเฉลิมฉลองที่จะมีขึ้นในวันที่ 4-6 ก.ค.นี้ ก็เพื่อดูพฤติกรรมของหลินฮุ่ยว่าจะให้ลูกออกมาจากอกได้นานแค่ไหน วันนี้นำแยกออกมาถึง 35 นาทีหลินฮุ่ยก็เริ่มเดินหาลูกแล้ว ทางทีมงานจึงรีบนำไปคืนก่อน แต่ครั้งต่อไปที่จะนำออกมากจะยืดเวลานาน ขึ้นเรื่อยๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการเตรียมป้องกันโรคต่างๆที่อาจจะติดมาเสื้อผ้าผู้ที่จะเข้ามาชม มีการป้องกันอย่างไร สัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ได้ตอบว่าเรื่องนี้จะมีการเตรียมติดตั้งเครื่องพ่นป้องกันเชื้อโรคฆ่าเชื้อ บริเวณที่นักท่องเที่ยวจะเดินผ่านเข้ามาชมแพนด้าน้อย และจริงแล้วทางเราไม่ได้ให้เข้าไปอยู่โดยตรงกับลูกหมี สำหรับหน้ากากที่จะมีผู้ปิดเข้ามาน่าจะเป็นการป้องกันนักท่องเที่ยวด้วยกัน เองมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากแพนด้าน้อยมีอาการติดเชื้อไข้หัด สุนัขจะมีอาการอย่างไร สัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ตอบว่าก็จะมีอาการเหมือนในสุนัขเลยก็มีอาการปวดบวมท้องเสีย

ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าจะฝากขอความร่วมมือกับผู้ที่จะเข้ามาชมลูกแพนด้าน้อยในวันที่ 4-6 ก.ค.อย่างไร สัตวแพทย์หญิงกรรณิการ์ ตอบว่าต้องขอความร่วมมือ

1. ก่อนจะมาชมแพนด้าน้อยขอให้ยกเว้นการเล่นกับสัตว์เลี้ยงที่บ้านก่อน

2. ห้ามถ่ายรูปแพนด้าน้อยเพราะเป็นกฎระเบียบของทางสวนสัตว์

3. ในช่วงเวลานั้นแพนด้าน้อยมีหูเกิดขึ้นแล้วการที่มีผู้คนจำนวนมากมาชมจะมี เสียงดัง จึงของดใช้เสียงด้วยเพราะหวั่นจะเกิดผลกระทบขึ้นได้กับแพนด้าน้อย ซึ่งสำหรับการดูแพนด้าน้อยจะได้เห็นผ่านกระจกห่างเพียง 50 ซม.เท่านั้น

thairath

ประกวดตั้งชื่อลูกแพนด้า ชิง 1 ล้านบาท

2 comments June 4th, 2009

ลูกแพนด้า
เชิญชวนตั้งชื่อ “แพนด้าน้อย” ชิง 1 ล้านบาท

“สุวิทย์” เยี่ยมครอบครัวแพนด้า เผยดันตั้งศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าไทย-จีนถาวรที่เชียงใหม่ ส่วนคืบหน้าตั้งชื่อได้กติกาการประกวดชิงเงินรางวัลชนะเลิศสูง 1 ล้าน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 มิ.ย. ที่ส่วนจัดแสดงแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงฯและคณะเดินทางมาเยี่ยมชมครอบครัวแพนด้าผ่านโทรทัศน์จรปิดด้านนอกคอกกัก เพื่อรอการแยกตัวลูกแพนด้าน้อยออกมาจากแม่มาตรวจสุขภาพ โดยมีนายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และนายไพโรจน์แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าถึงสุขภาพของแพนด้าน้อยและหลินฮุ่ย

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ครบวันที่ 7 ของการให้กำเนิดแพนด้าน้อยตัวแรกของเมืองไทย ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจในความสำเร็จทางด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาการของแพนด้าเป็นความร่วมมือของไทยและจีนกว่า 6 ปี จนมีแพนด้าน้อยออกมาเป็นผลสำเร็จ

หลังจากนี้มีจะมีการพัฒนาความร่วมมือไทยจีนโดยการตั้งทำศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์แพนด้าที่เชียงใหม่อย่างถาวร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัยแพนด้าใน จ.เชียงใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญของจีนเดินทางมาเรียนรู้ที่ไทยมากขึ้น

นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับการเจรจาขอยืดระยะเวลาในการส่งกลับแพนด้านั้น ระดับรัฐมนตรีและองค์การสวนสัตว์ฯจะเดินทางไปเจรจาที่จีนและเดินทางไปยังเมืองเฉินตูล่วงหน้าเพื่อหารือกับทางการจีนภายในต้นเดือนนี้ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเดินทางไปจีนในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานทางจีนอยู่เพื่อรอความพร้อมสองฝ่าย เรื่องดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จร่วมกันและคาดว่าจะขอให้จีนยืดเวลาในการอยู่เมืองไทยให้กับแพนด้าทั้ง 3 ตัวไม่แค่ลูก

เนื่องจากแพนด้าพ่อกับแม่ชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่แล้ว นักวิจัย สัตว์แพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมดูแลกันนานกว่า 6 ปี จนประสบผลสำเร็จ น่าจะสร้างความเชื่อมั่นสูง เพราะเป็นการสร้างการเรียนรู้ ร่วมกัน และหากตกลงเป็นศูนย์วิจัยถาวรได้ ฝ่ายจีนก็น่าจะมาอยู่ที่นี่หรือไปกลับได้นานขึ้น ซึ่งองค์การสวนสัตว์ และกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย

ด้านนายโสภณ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยว่า การตั้งชื่อนี้ถือเป็นเรื่องของประชาชน คาดจะมีผู้เข้าร่วมตั้งชื่อประกวดเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นตกลงที่จะให้มีการส่งชื่อผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง และสวนสัตว์ 5 แห่งทั่วประเทศ จากนั้นคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯจะเป็นผู้รวบรวมชื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 4 ชื่อ ในขั้นนี้ผู้ที่ตั้งชื่อและผ่านเข้ารอบนี้จะได้รับเงินรางวัล รายละ 100,000 บาท พร้อมรับสิทธิพาครอบครัวไปเที่ยวชมศูนย์วิจัยแพนด้าที่จีน

จากนั้นคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯจะนำ 4 ชื่อที่เหลือเปิดให้ประชาชนโหวตผ่านทางไปรษณียบัตรเพื่อร่วมโหวตชื่อสุดท้ายให้เหลือเพียงชื่อเดียวตรงนี้คาดว่าน่าจะมีผู้โหวตชื่อเข้ามาเป็นหลักแสนหลักล้านคน จึงตัดสินใจใช้วิธีจับสลากชื่อผู้โชคดีที่ส่งโหวตชื่อสุดท้ายมาให้เหลือเพียง 1 รายเพื่อรับเงินรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท และอาจจะมีรถยนต์มอบให้อีก 1 คันซึ่งส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างรอผู้ให้การสนับสนุน

หลังจากนั้นนายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ในฐานะผู้แจ้งเกิดได้มอบสูติบัตรแพนด้า น้อยขนาดใหญ่ ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษให้กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพย์ฯและนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงฯ ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งเกิดแพนด้าน้อย ทั้งนี้ในสูติบัตรพิเศษดังกล่าวมีรายละเอียดทั้งภาพถ่าย 3 วันของแพนด้าน้อยและระบุถึงข้อมูลทั้งชื่อ เพศ วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด ผู้ทำคลอด น้ำหนักตัว เพศ ชื่อพ่อแม่

หลังการแถลงข่าวนายสุวิทย์ได้เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ ในระหว่างการที่ผู้เชี่ยวชาญจีนและทีมสัตวแพทย์ทำการแยกตัวแพนด้าน้อยออกมาตรวจร่างกายในตู้อบอย่างใกล้ชิด โดยผลการตรวจสุขภาพวันนี้พบว่า แพนด้าน้อยมีความเปลี่ยนแปลงคือหูมีสำดำเข้มมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 30 กรัม คือจากเดิม 260 กรัม เป็น 290 กรัม ลำตัวยาว 18.5 เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ลำตัวอ้วนขึ้นจาก 17.5 เซนติเมตร เป็น 18 เซนติเมตร แต่ขายาวเท่าเดิม

komchadluk

ข่าวลูกหมีแพนด้า

No comments May 30th, 2009

แพนด้าน้อย
komchadluk

เด็กอยากให้สื่อเล่นข่าวลูกแพนด้าต่อเนื่อง

หัวหน้าโครงการแพนด้าฯ เผยตรวจร่างกาย “แพนด้าน้อย” น้ำหนักกลับมาเท่าวันแรก 235 กรัมหลังร่างกายสูญเสียความชื้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจีนสอนวิธีเลี้ยงแพนด้า – เตรียมให้นม ระบุใช้เวลาเพียง 1 นาทีอุ้มลูกแพนด้าตรวจร่างกายหลัง 2 วันแรกใช้เวลานานกว่า 30 นาที ผู้ว่าฯรุดเยี่ยมระบุรออายุครบ 1 เดือนจัดประเพณีต้อนรับแบบล้านนา

เมื่อเวลา 15.20 น . วันที่ 29 พ.ค. นายเว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าหยาอัน ประเทศจีน นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าแห่งประเทศไทย ส . พญ . กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประตัวหลินฮุ่ย พร้อมทีมงาน ได้นำตัวแพนด้าน้อยวัย 3 วัน ออกมาชั่งน้ำหนัก วัดอุณหภูมิ วัดความยาวและน้ำหนักเพื่อตรวจสอบพัฒนาการร่างกาย

นายประเสริฐศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสภาพร่างกายแพนด้าน้อย วานนี้ ( 28 พ.ค.) น้ำหนักตัวที่ลดลงไป 10 กรัม แต่วันนี้ ( 29 พ.ค.) เพิ่มขึ้นมาที่ 235 กรัม เท่ากับแรกเกิดแล้ว ส่วนความยาวยังเท่าเดิมคือ 17.5 เซนติเมตร ทั้งนี้ เรียกว่าอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ เพราะเติบโตได้ดีจากการกินนมแม่ได้เอง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะสูญเสียน้ำหนัก เพราะสูญเสียความชื้น ขณะนำตัวออกมาตรวจสอบทำให้เราไม่จำเป็นต้องให้น้ำนมสำรองที่เตรียมไว้

สำหรับผู้เชี่ยวชาญจีนนายเว่ย หมิง ได้ให้คำแนะนำให้ทีมสัตวแพทย์เรียนรู้การจับ การทดสอบอุณหภูมิร่างกาย และการห่อผ้า เพื่อให้มีความกระชับแบบเดียวกับอ้อมกอดของแม่แพนด้า ส่วนการแยกตัวแพนด้าน้อย ออกมาจากแม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความคล่องแคล่วมากขึ้น และหลินฮุ่ยลดความหวาดระแวงลงไปเกือบหมด เพราะมีความไว้ใจพี่เลี้ยง จึงง่ายที่จะแยกลูกออกจากจากเดิมใช้เวลานานกว่า 30 นาที เป็นเพียง 1 นาทีเท่านั้น

นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการทดสอบแพนด้าน้อยมีการทรงตัวได้ดี แต่ยังไม่รู้จักการยกมือหรือยกขาเพราะยังเด็กมาก แต่ไม่นานนี้คงทำได้ทั้งหมดและค่อยๆ แข็งแรงขึ้น

ผู้ว่าฯเยี่ยมเตรียมจัดประเพณีต้อนรับแบบล้านนา

นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยหลังการเดินทางมาฟังการให้กำเนิดแพนด้าน้อยและเยี่ยมชมภายในคอกกักหลินฮุ่ยและแพนด้าน้อย เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ ( 29 พ.ค.) ว่า จะนำขึ้นถวายรายงานแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาธินัตดา มาตุ ซึ่งเสด็จเป็นองค์ประธานในการสมโภชพระวิหารวัดเจดีย์หลวงวรวิหารในเย็น วันนี้ ทั้งนี้ การจะเฉลิมฉลองจะต้องมีการหารือกันทุกฝ่ายเรื่องการเตรียมการเฉลิมฉลองให้ กับแพนด้าน้อย

คาดว่าน่าจะจัดตามแบบประเพณีล้านนา ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรจะมีการกำหนดกันเพื่อให้เหมาะสมตามประเพณีสองฝ่ายอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้แพนด้าน้อย อายุได้เพียง 3 วัน น่าจะรอ 2-3 สัปดาห์ หรือให้ครบ 1 เดือน เพื่อให้แข็งแรงมากขึ้น และประชาชนจะได้ใกล้ชิดเต็มที่ ทั้งนี้ จากการที่เข้าไปดูหลินฮุ่ยอย่างใกล้ชิดพบว่าหวงลูกมาก และนอนกกแพนด้าน้อยตลอดเวลา ไม่ยอมให้เห็นลูกได้โดยง่าย

ทั้งนี้ ต้องเตรียมรับมือประชาชนที่จะเดินทางเยือนในไม่ช้านี้ และเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ได้มาก เพราะนี่ถือเป็นผลงานของทีมสัตวแพทย์ไทยที่ทำได้ สำเร็จเป็นครั้งแรกในปีนี้

เด็กอยากให้สื่อเล่นลูกแพนด้าต่อเนื่อง

สวน ดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นจากเด็กประถมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 585 คน ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรื่อง “เด็กๆ คิดอย่างไร กับการเกิดลูกแพนด้าตัวแรกของเมืองไทย” พบว่า ร้อยละ 34.58 เด็กอยากให้สื่อนำเสนอการเจริญเติบโตของ “ลูกแพนด้า” การเลี้ยงดูมากที่สุด ร้อยละ 26.17 ระบุการเป็นอยู่ของลูกแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่ ร้อยละ 21.49 ระบุอาหารของลูกแพนด้า

ส่วนความรู้สึกของเด็กต่อการเกิดลูกแพนด้าตัวแรกของเมืองไทย พบว่าร้อยละ 57.08 อยากให้สื่อทุกชนิดนำเสนอข่าวของลูกแพนด้าอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 17.17 มีความสุขและภูมิใจที่ลูกแพนด้าเป็นตัวแรกที่เกิดในเมืองไทย ร้อยละ 14.16 อยากให้ลูกแพนด้าอยู่ที่เมืองไทยตลอดไป สำหรับชื่อลูกแพนด้า ร้อยละ 40.76 ให้ใช้ชื่อภาษาไทย เช่น คำเอ้ย ขนปุย คำงาม ชมพู่ ดอกปุย เป็นต้น ขณะที่ร้อยละ 34.78 ให้ใช้ภาษาจีน เช่น ช่วงหลิง หลิงช่วง หมิงหมิง หลิงหลิง เป็นต้น และร้อยละ 24.46 ระบุได้ทั้ง 2 แบบ

แม่หมีแพนด้าอุ้มลูกแพนด้าน้อย
dailynews
จีนยันแข็งแรงทั่วโลกประโคมลูกสาวหลินฮุ่ย

“แพนด้าน้อย” ขวัญใจคนไทย เป็นเพศเมียผู้เชี่ยวชาญหมีแพนด้าจีน บินถึงไทยยัน ลำตัวเป็นสีชมพู สุขภาพแข็งแรงดี สั่งจับตา 1 สัปดาห์ เฝ้าดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ประคบประหงมไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ชี้เป็นตัวแรกในโลกที่เกิดในปี 2009 ด้าน “หลินฮุ่ย” ยังเลียอวัยวะเพศไม่เลิกอาจมีลุ้นอีกตัว ชาวเหนือแห่ชื่นชม ต้องผิดหวังดูผ่านกล้องวงจรปิดแทนสื่อต่างชาติ ตีข่าวทั่วโลกเมืองไทยเจ๋ง ผอ.องค์การสวนสัตว์ เตรียมวิ่งแก้บน เผยไทยเตรียมจ่ายเงินทางการจีน 1.5 แสนดอลลาร์ หรือ 5 ล้านบาท ภายใน 30 วัน ตามข้อตกลง เพื่อช่วยเหลือลูกหมีแพนด้า ที่เกิดตามธรรมชาติในจีน “สุวิทย์” พร้อมเจรจาต่ออายุยืมหมี จากรัฐบาลจีนให้นานที่สุด

กรณีที่แพนด้าหลินฮุ่ย ได้ผสมพันธุ์เทียมกับ ช่วง ช่วง จนประสบความสำเร็จตกลูกออกมา เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา สร้างความดีใจต่อคนไทยทั่วประเทศ เกี่ยวกับความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ที่สวนสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อชื่นชมแพนด้าน้อยที่เกิดใหม่จากหลินฮุ่ย ปรากฏว่าต้องผิดหวังเพราะทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ไม่สามารถนำออกมาให้ชมได้เนื่องจากอยู่ในช่วงระยะพักฟื้นและกลัวแพนด้าน้อย ติดเชื้อ สร้างความผิดหวังให้กับประชาชน ที่เดินทางมาเพื่อชื่นชมแพนด้าน้อยเป็นอย่างมาก แต่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้นำกล้องวงจรปิดมาเปิดให้ประชาชนดูแทน และส่วนหนึ่งก็เข้าไปชมช่วง ช่วง ในส่วนที่จัดแสดงแทนทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก

ด้านนายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูล พูนทวี หน.โครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย และ น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผู้ช่วย ผอ.ส่วนอนุรักษ์วิจัยและการศึกษา องค์การสวนสัตว์ และ น.สพ.หญิง กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมทีมงานได้เฝ้าดูอาการของหลินฮุ่ย หลังตกลูกตลอดทั้งคืน เพราะหลินฮุ่ย ได้ส่งสัญญาณว่าอาจมีแพนด้าน้อยอีกตัวโผล่ออกมาในช่วงเวลา 5-10 ชั่วโมง หลังตกลูกตัวแรก

นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทีมงานได้เฝ้าดูแลและสังเกตการณ์ และพบว่าพฤติกรรมของหลินฮุ่ย ทำหน้าที่แม่ ไม่ยอมหลับนอน คอยดูแลลูกตลอดทั้งคืน ทำให้มีความมั่นใจว่าหลินฮุ่ยจะดูแลลูกได้ดี ถึงแม้หลินฮุ่ยจะมีอาการอ่อนเพลียอยู่บ้าง แต่แพนด้าน้อยก็ยังดิ้นและร้องเสียงดัง ซึ่งคนไทยยังมีลุ้นกันอีก เนื่องจากตลอดทั้งคืนหลินฮุ่ยจะก้มลงเลียอวัยวะเพศของตัวเองบ่อยครั้ง ทำให้ทราบทันทีว่าหลินฮุ่ยอาจจะมีลูกตัวที่ 2 ซึ่งก็คงจะต้องติดตามผลต่อไป โดยจะเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง หากมีน้ำคร่ำไหลแตกออกมาหรือมีการเบ่งออกมา ทางเราก็จะแยกลูกที่ออกมาใหม่มาเลี้ยงด้วยมือ ซึ่งเตรียมความพร้อมในตู้อบ และอุปกรณ์พร้อมแล้ว

หน.โครงการวิจัยฯ กล่าวต่อว่า ส่วนการจะใช้เวลาในการดูแลนานเท่าใดนั้นก็ต้องดูแลเป็นพิเศษทุกวัน แต่ที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือเรื่องการกินนมของลูก เราอาจจะสร้างความมั่นใจว่าลูกได้กินนมแน่นอนจึงต้องปรึกษาทางผู้เชี่ยวชาญ จีนว่าจะมีวิธีไหนที่รู้ว่าลูกได้กินนม และขับถ่ายออกมาปกติ นอกเหนือจากการที่เราจะแยกแพนด้าน้อยออกจากอกแม่ บางครั้งอาจจะทำได้หรือทำไม่ได้ ตรงนี้จึงต้องปรึกษาผู้มีประสบ การณ์ในการเลี้ยงลูกแพนด้า ถ้าเรามั่นใจว่าหลินฮุ่ยเลี้ยงลูกได้และลูกได้กินนมตามความต้องการในแต่ละ วัน ก็จะสามารถลดระดับการเฝ้าระวังลงไปได้ ตามปกติในศูนย์วิจัยที่ประเทศจีน เขาจะแยกลูกออกจากแม่ประมาณ 6 เดือน แต่ในกรณีหลินฮุ่ยกับลูก ทางเราจะประเมินดูว่าจะ เป็นระยะไหน แต่เมื่อแยกออกมาก็จะต้องมีการพิจารณาดูกันอีกว่าเวลาไหน คิดว่าในช่วงวันปีใหม่น่าจะให้ได้ชมกันแล้ว

ขณะที่ นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้เดินตรวจดูความเรียบร้อยพร้อมทั้งได้เรียกประชุมพนักงานสวนสัตว์ทั้งหมด เพื่อประเมิน สถานการณ์ และเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเรื่องแพนด้าน้อย ไม่ว่าจะเป็นด้านประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะเข้ามาเยี่ยมชมและมาตรการดูแล ความเรียบร้อยพร้อมทั้งแผนการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ พร้อมกันนี้ได้เตรียมให้ประชาชนร่วมกันประกวดตั้งชื่อและการติดตั้งป้ายแสดง ความยินดีทั่วเชียงใหม่และตามสวนสัตว์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ

นายโสภณ กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลหลินฮุ่ย และลูกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลินฮุ่ยมีโอกาสตกลูกได้อีก หลังจากห่างจากตัวแรกภายในระยะเวลา 50 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นลูกแฝดจะห่าง ประมาณ 5-10 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้เกินเวลาการเป็นลูกแฝดแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางสวนสัตว์เชียงใหม่เตรียมจ่ายเงินให้กับทางการจีน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5 ล้านบาท หลังเกิดลูกแพนด้า 30 วัน โดยงวดแรกจะจ่าย 2,500,000 บาท ภายในเวลาไม่เกิน 10 วัน และอีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายในปีต่อไป ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทย-จีนที่จะนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือลูกหมี แพนด้า ที่เกิดตามธรรมชาติในประเทศจีน ส่วนตนเองจะมีการวิ่งแก้บนรอบสวนสัตว์ หลังจากบนขอให้หลินฮุ่ยกำเนิดลูกด้วย ส่วนการจัดงานเฉลิมฉลองจะมีการประชุมกับทางจังหวัดต่อไป

แพนด้าน้อย

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายเว่ยหมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหมีแพนด้าจากประเทศจีน ได้เดินทางมาดูแพนด้าน้อยภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยมีนายโสภณ พร้อมทีมงานให้การต้อนรับ หลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสุขภาพของหมีแพนด้า ประมาณ 30 นาที ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตอนแรกที่เข้าไปดูนั้นพบว่าหลินฮุ่ยจะหวงลูกมาก จึงทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำแพนด้าน้อยออกมาได้ จึงได้ถอนตัวออกมาก่อน จากนั้นจึงได้วางแผนและเข้าไปใหม่ โดยการใช้ผลไม้ล่อให้หลินฮุ่ยเกิดความสนใจ

จากนั้นทีมแพทย์จึงได้แยกลูกแพนด้าน้อยออกมาจากอกแม่ จากนั้นจึงได้นำเข้าตู้ปลอดเชื้อเพื่อทำการตรวจสุขภาพพร้อมกับชั่งน้ำหนัก ซึ่งก็พบว่าแพนด้าน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเป็นเพศเมีย ทั่วทั้งตัวเป็นสีชมพู ซึ่งบ่งบอกว่ามีสุขภาพที่แข็งแรง อีกทั้งตัวใหญ่ด้วย และที่สำคัญจากการตรวจสอบการเกิดของหมีแพนด้าทั่วโลกในปัจจุบันนี้ยังไม่มี หมีแพนด้าในประเทศไหนเกิดเลย ถือว่าแพนด้าน้อยตัวนี้เป็นตัวแรกที่เกิดภายในปีนี้ นอกจากนี้ปกติแล้วหมีแพนด้าจะไม่เกิดในช่วงเดือน พ.ค. เพราะนิสัยปกติแล้วช่วงเดือน มี.ค. ถึงเดือน พ.ค. เป็นช่วงที่อยู่ในการผสมพันธุ์ และช่วงเดือน ก.ค. ถึงเดือน ก.ย. นั้นจะเป็นช่วงของการเกิด แต่ครั้งนี้ก็ถือว่าไม่ผิด เพราะหลินฮุ่ยตั้งท้องอยู่ในกำหนดจึงถือว่าไม่มีปัญหาอะไร

จากการตรวจสอบอึของลูกแพนด้า พบว่าเป็นก้อนสีเขียวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณ บ่งบอกว่าได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่อง และในช่วง นี้ถือว่าเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ที่ ต้องให้ผ่านพ้นเวลา 1 อาทิตย์ไปก่อน ถึงจะปลอดภัย และในช่วงเวลา 1 เดือนหากสุขภาพร่างกายของหลินฮุ่ยแข็งแรงดีแล้ว ก็จะให้ออกไปอยู่ในส่วนจัดแสดงได้ แต่ต้องทำการแยกลูกแพนด้าออกมาดูแลก่อน และหลังจากนี้ก็ได้ให้ทีมผู้ดูแลคอยแยกแพนด้าน้อยออกจากแม่เพื่อนำมาตรวจ สุขภาพทุก ๆ วัน วันละ 1 ครั้ง ถึงแม้ว่าน้ำหนักตัวหลังแรกเกิดจะลดลงก็ตามเพราะผิวหนังขาดความชุ่มชื้นจึง เป็นปกติแล้วที่น้ำหนักตัวจะลดลง แต่หลังจากผ่านพ้นช่วง 3 วันไปแล้ว น้ำหนักก็จะคงที่และเพิ่มขึ้นเองปกติ ส่วนตัวหลินฮุ่ย หลังคลอดนั้นยังสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง จึงต้องให้อาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สำหรับการตั้งชื่อนั้นแล้วแต่ทางสวนสัตว์เชียงใหม่จะดำเนินการ รวมถึงเรื่องการฉลองต่าง ๆ ด้วย

สำหรับเรื่องที่ว่าจะให้หมีแพนด้าน้อยอยู่ต่อหลังจากครบกำหนด 2 ปี แล้วนั้นไม่ สามารถตอบได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับทางผู้บริหาร แต่ตอนนี้ต้องมีทีมผู้ดูแลคอยเฝ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดอาการผิดปกติก็ให้ประสานไปยังผู้เชี่ยวชาญในประเทศจีนทันที เพื่อจะได้แก้ไข ได้ทัน ส่วนการจะให้เข้าชมเมื่อไหร่นั้นต้องรอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งอาจจะประมาณ 1 เดือน ส่วนที่หลายฝ่ายมีความหวังว่าจะมีแพนด้าน้อยอีกตัวอยู่ในท้องหลินฮุ่ยนั้น ตามปกติแล้วถ้าแพนด้าจะตกลูกตัวที่ 2 นั้นจะอยู่ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังตกลูกตัวแรก แต่จากที่ดูแล้วความหวังได้ลูกแพนด้าตัวที่ 2 นั้นลดน้อยลงมากในขณะนี้

ส่วนนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยา กรฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ขณะไปประชุมที่ประเทศนอร์เวย์ ว่า ได้ทราบเรื่องการตกลูกของหลินฮุ่ยแล้ว ส่วนความเป็นห่วงในเรื่องการส่งลูกของหลินฮุ่ยกลับเมืองจีนในอีก 2 ปีนั้น ตนยืนยันว่าจะมีการประสานกับทางการจีนเพื่อต่ออายุการอยู่ในประเทศไทยของ แพนด้าน้อย โดยเป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะต้องให้หลินฮุ่ยได้เลี้ยงลูกไปก่อน โดยจะขอต่ออายุให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องนี้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ด้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักข่าวซินหัวของจีน ได้รายงานข่าวดังกล่าวไปทั่วประเทศจีน ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ พาดหัวข่าวแพนด้าตกลูก สร้างความประหลาดใจให้คนไทย ถือว่าประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่.

ลูกแพนด้าเป็นเพศเมีย

No comments May 29th, 2009

ลูกแพนด้า เป็น เพศเมีย
ผู้เชี่ยวชาญจีนระบุ แพนด้าน้อย เพศเมีย

ผู้เชี่ยวชาญจีนยันแพนด้าน้อยเป็นเพศเมีย สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สั่งเฝ้าระวังจับตา 1 สัปาดห์จัดเจ้าหน้าที่ดูแล 24 ชั่วโมง ระบุใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนประคบประหงมก่อนนำออกส่วนจัดแสดง เผยหลินฮุ่ยท้อง 97 วันเรื่องปกติ แต่แพนด้าน้อยถือเป็นกรณีพิเศษซึ่งเกิดจากการผสมเทียม และถือเป็นแพนด้าน้อยตัวแรกในโลกที่เกิดในปี 2552

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 28 พ.ค. 2552 ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายเหว่ย หมิง (Wei Ming)ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์อนุรักษ์เพาะพันธุ์แพนด้าประเทศจีน แถลงข่าวการตรวจแพนด้าน้อย

ผู้สื่อว่ารายงานว่า ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนดูลักษณะภายนอกกรงหลินฮุ่ย พบว่ามีอาการเดินหนีคล้ายกับได้กลิ่นแปลกปลอมและหวงลูก ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์จึงทำหน้าที่หลอกล่อโดยการให้อาหารหลิน ฮุ่ยด้วยแอ๊ปเปิ้ล สามารถเบี่ยงเบนความสนใจได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็นำแพนด้าน้อยออกมายังห้องอบเพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนได้ตรวจร่างกายและตรวจสอบเพศ โดยใช้เวลาสั้นๆ เพียง 2 นาทีเท่านั้น

นายเหว่ยหมิง เปิดเผยหลังการตรวจแพนด้าน้อยว่า จากการตรวจสุขภาพแพนด้าน้อย พบว่าเป็นเพศเมีย ลักษณะอวัยวะเพศเป็นรูปตัววีคว่ำ แต่หากเป็นตัวผู้ลักษณะอวัยวะเพศจะเป็นรูปตัวโอ และจากการตรวจลักษณะภายนอกผิวมีสีชมพู ไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บจากการคลอด เสียงร้องกังวลชัดเจน และการเคลื่อนไหวสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถกินนมจากแม่ได้อย่างราบรื่น โดยในระหว่างที่ตรวจสภาพภายนอกแพนด้าน้อยได้มีการกระตุ้นให้มีการอุจจาระ เพื่อตรวจสอบ โดยพบว่าอุจจาระมีสีเขียวขนาดเล็ก ซึ่งหมายความว่าแพนด้าน้อยมีสุขภาพสมบูรณ์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าแพนด้าน้อยสามารถกินนมจากแม่ได้ ซึ่งเป็นนมน้ำเหลืองที่มีประโยชน์และคุณภาพสูงที่สุด

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องเป็นห่วงคือหลังจากนี้ 1 สัปดาห์ ต้องเฝ้าระวังทั้งแม่หลินฮุ่ยและแพนด้าน้อยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงเวลานี้ร่างกายของทั้งสองจะมีการเปลี่ยนแปลงหลากหลายปัจจัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกที่แพนด้าน้อยไม่คุ้ยเคย หากมีการสั่นสะเทือนอาจเกิดอันตรายได้ง่าย เนื่องจากการทำงานวิจัยแพนด้าใน อดีตพบว่าช่วงเวลาดังกล่าวโอกาสรอดน้อยมาก แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างใกล้ชิด และยืนยันชัดเจนได้ว่าโอกาสรอด 100% ไม่ตายอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ช่วง 1-3 วันแรกแพนด้าน้อย อาจจะมีน้ำหนักตัวลดลง 10 กรัม ซึ่งเป็นผลเนื่องจากความชื้นที่ผิวหนังหายไปแต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากนั้นเข้าสู่วันที่ 3 น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นเป็นปกติ ส่วนแม่หลินฮุ่ยนั้นหลังจากคลอดจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ต้องมีการบำรุงด้วยอาหารเสริม ให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ซึ่งหากผ่านพ้นช่วง 1 สัปดาห์ไปแล้ว แพนด้าน้อยก็จะมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและสามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้

กระนั้น สิ่งที่เจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ต้องดำเนินการจากนี้คือการเฝ้าระวังและติดตามแพนด้าน้อยและหลินฮุ่ยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงและจะต้องตรวจสุขภาพแพนด้าน้อยเป็นประจำทุกวัน โดยจะใช้ระยะเวลาให้สั้นมากที่สุดครั้งละไม่เกิน 2 นาที สำหรับการนำแพนด้าน้อย ออกสู่ส่วนจัดแสดงนั้นต้องรอให้ร่างกายสมบูรณ์ก่อน คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน แต่หลินฮุ่ยนั้นจะสามารถออกสู่ส่วนจัดแสดงได้ หลังจากนั้น 1 เดือนเช่นกัน เพื่อให้เกิดการยืดเส้นยืดสาย

นายเหว่ยหมิง กล่าวอีกว่า การที่หลินฮุ่ยอุ้มท้องแพนด้าน้อยเพียง 97 วันนั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากแพนด้าไม่สามารถกำหนดระยะเวลาในการตั้งครรภ์ที่ชัดเจนได้ แต่ละตัวจะมีระยะเวลาไม่เท่านั้น แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมากก่อนที่แพนด้าน้อยเกิดในเดือนพ.ค. เนื่องจากช่วงระยะเวลามี.ค. – เม.ย.จะเป็นช่วงที่แพนด้าติดสัตว์ แต่แพนด้าส่วนมากมักจะให้กำเนิดลูกในเดือนก.ค.- ก.ย. แต่แพนด้าน้อยถือเป็นกรณีพิเศษซึ่งเกิดจากการผสมเทียม และถือเป็นแพนด้าน้อยตัวแรกในโลกที่เกิดในปี 2552

ส่วนเรื่องการตั้งชื่อนั้นโดยปกติแล้วที่ประเทศจีนจะตั้งชื่อให้หลังจากที่ลูกแพนด้าอายุครบ 1 เดือนแล้ว โดยจะให้นักท่องเที่ยวร่วมในกิจกรรมการตั้งชื่อ ส่วนการจัดงานเฉลิมฉลองนั้นที่มณฑลเฉินตู ประเทศจีน มีแพนด้าเกิดลูกเป็นจำนวนมากจึงไม่มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เหมือนประเทศอื่น ทั้งนี้ ในส่วนของแพนด้าน้อยลูกหลินฮุ่ยก็ต้องแล้วแต่ความเหมาะสมของผู้บริหาร

ททท.เตรียมใช้”แพนด้าน้อย”กระตุ้นท่องเที่ยวเชียงใหม่

นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีกับคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ลูกแพนด้าน้อย จากแพนด้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ย ทูตสันถวไมตรีไทยและจีน โดยหวังว่าแพนด้าน้อยจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน จ.เชียงใหม่ ในระยะนี้ เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะเร่งประชาสัมพันธ์ข่าวการตกลูกแพนด้าน้อย ตัวแรกในประเทศไทย ไปยังบริษัทนำเที่ยว เพื่อให้บรรจุลงในรายการส่งเสริมการขาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ลดลงไปจากช่วงต้นปีถึงร้อยละ 40

komchadluk

ลูกแพนด้า

No comments May 28th, 2009

ลูกแพนด้า ตัวผู้ หรือ ตัวเมีย
แพนด้าน้อยหนัก 200 กรัม คาดเพศเมีย

ฮือฮาแพนด้า “หลินฮุ่ย” เบ่งลูกออกมาตัวเท่าลูกหนู ทั้งที่อัลตราซาวนด์ไม่พบมาก่อน จนท.เห็นคาตาขณะเบ่งลูกถึงกับอึ้ง ผอ.สวนสัตว์สุดตื่นเต้นบินด่วนร่วมแถลงข่าว เผยแพนด้าน้อยสุขภาพแข็งแรงดี คาด นน. 200 กรัม คาดเพศเมีย ชี้พยายามคาบลูก-สัญญาณดีเลี้ยงลูกเป็น พร้อมสั่งงด ปชช.เยี่ยมชม หวั่นติดเชื้อ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจีนรู้ข่าว บินด่วนถึงเชียงใหม่ทันควัน

ตื่นเต้นกันทั้งเมือง เมื่อจู่ๆ แพนด้าหลิ นฮุ่ยตกลูกออกมาแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว เนื่องจากไม่สัญญาณใดๆ ว่าจะตกลูกมาก่อน ช่วงนาทีการตกลูกดังกล่าวมีรายงานว่า เมื่อเวลา 10.39 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ขณะที่ นพ.ประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและส่วนจัดแสดงหมีแพนด้าใน ประเทศไทย ได้เข้าไปดูแลหลินฮุ่ยในบริเวณส่วนกักภายในตามปกติของทุกวัน ก็สังเกตเห็นอาการของหลินฮุ่ยผิดปกติ มีอาการดิ้นเล็กน้อยก่อนจะเห็นภาพที่ทำให้ต้องตกตะลึง เมื่อหลินฮุ่ยเบ่งพรวดแพนด้าตัวน้อยเท่าลูกหนูออกมาต่อหน้าต่อตา ทำให้อึ้งไปตามๆ กัน

จากการสังเกตในช่วงดังกล่าวพบว่า หลินฮุ่นรีบใช้ปากคาบ เลียลูกอย่างทะนุถนอม และหวงลูกเป็นพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ และเห็นหลินฮุ่ยมีอาการรักลูกและหวงลูกมาก จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ทราบเพศได้

เมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้ว นพ.ประเสริฐศักดิ์ได้รีบรายงานด่วนให้นายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์ และนายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ทราบ จากนั้นนายโสภณเดินทางมายังสวนสัตว์เชียงใหม่ทันที

นพ.ประเสริฐศักดิ์กล่าวในเบื้องต้นอย่างตื่นเต้นว่า มีการผสมเทียมให้หลินฮุ่ย เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 10.39 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่หลินฮุ่ยเกิด จึงแทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องปฏิหาริย์ แค่หลินฮุ่ยตกลูกออกมาก็แทบจะไม่เชื่อ เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังลุ้นว่าท้องหรือไม่ท้อง แต่กลับตกลูกออกมาแบบไม่ต้องให้ลุ้นเรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวที่ดีที่สุด ล่าสุดได้แจ้งให้ประเทศจีนรีบส่งผู้เชี่ยวชาญด้านลูกแพนด้ามาโดยด่วนแล้ว

กระทั่ง เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายโสภณ นายธนภัทร นพ.ประเสริฐศักดิ์ พร้อมด้วยทีมแพทย์ ร่วมกันแถลงข่าวอีกครั้ง นายโสภณกล่าวว่า จากการติดตามการตั้งท้องของหลินฮุ่ยอย่างใกล้ ชิดพบว่า ตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืนเศษวันเดียวกัน หลินฮุ่ยเริ่มมีอาการเลียอวัยวะเพศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง การกินอาหารลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาช่วงเวลา 08.00 น.เศษ ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่จะนำหลินฮุ่ยเข้ากรงบีบ เพื่อตรวจสุขภาพตามปกติ ปรากฏว่าหลินฮุ่ยไม่ยอมเข้ากรงบีบเหมือนเช่นเคย แต่กลับสนใจแต่การเลียอวัยวะเพศ และเริ่มมีการเบ่ง จนอวัยวะเพศขยายอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยหลินฮุ่ยออกจากส่วนจัดแสดง พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่สังเกตพฤติกรรมแบบไม่ให้คลาดสายตา ซึ่งพบว่ามีการเบ่งลูกเป็นระยะและมีความถี่เพิ่มมากขึ้น จากช่วง 20 นาทีมาเป็นช่วงความถี่ทุกๆ 10 นาที สลับกับการเลียอวัยวะเพศ ต่อมาเวลา 10.39 น.หลินฮุ่ยได้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าโก้งโค้ง และเบ่งลูกอีกครั้งจนลูกตกออกมาบนพื้น โดยหลินฮุ่ยพยายามคาบลูกไว้ในอ้อมกอด ซึ่งเป็นจุดสำคัญว่าหลินอุ่ยสามารถเลี้ยงลูกได้ ซึ่งพฤติกรรมของหลินฮุ่ยแสดงให้เห็นแล้วว่าเลี้ยงลูกเป็น และมีสัญญาณของการเป็นแม่ที่ดีถึงแม้ว่าจะเป็นท้องแรก

นายโสภณกล่าวว่า สำหรับลูกแพนด้าที่เกิดมานั้นมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ตัวใหญ่ ร้องเสียงดัง ดิ้นแรง น่าจะมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กรัม ซึ่งเป็นลักษณะของแพนด้าที่มีความแข็งแรง จึงไม่น่าต้องแยกลูกแพนด้าออกมาเลี้ยง โดยช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังจากตกลูกแพนด้าน้อยจะยังไม่หิว และหลินฮุ่ยได้กอดและเลียให้ความอบอุ่น ทำให้ลูกนอนนิ่งเงียบ จะขยับตัวเป็นระยะและส่งเสียงร้องดัง

ทั้งนี้ การเตรียมการเลี้ยงลูกแพนด้า ก็จะต้องทราบก่อนว่าลูกแพนด้ากิน นมแม่ได้หรือไม่ ถ้ากินได้ก็จะให้หลินฮุ่ยเลี้ยงต่อได้ แต่ถ้าไม่กินก็ต้องพยายามแยกออกมาป้อนนม แล้วค่อยนำกลับไปคืนให้หลินฮุ่ย แต่เท่าที่สังเกตได้ขณะนี้แพนด้าน้อย กินนมจากแม่ได้บ้างแล้ว โดยตอนนี้ได้แจ้งให้ผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนได้รับทราบแล้ว และยืนยันว่าจะเดินทางมาถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2 คน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแพนด้าน้อยนั้นยังไม่อนุญาตให้คนเข้าไปเยี่ยมชม เนื่องจากเกรงว่าจะติดเชื้อได้

อย่างไรก็ตาม แพนด้าทั้ง 2 ตัวนั้นตามสัญญากับประเทศจีนจะอยู่ในประเทศไทยได้ 10 ปี หากเกิดลูกนั้นจะต้องส่งคืนให้แก่ประเทศจีนภายในระยะเวลา 2 ปี แต่จะมีการเจรจากับประเทศจีนอีกครั้ง ว่าจะยืดเวลาออกไปอีกได้หรือไม่

ขณะที่ นพ.ประเสริฐศักดิ์กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากกับข่าวดีที่เกิดขึ้น เนื่องจากได้ใช้ความพยายามมาหลายปี ถือเป็นของขวัญชิ้นที่ล้ำค่าที่สุดที่จะมอบให้แก่ประชาชนคนไทยและชาวโลก

ล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้นำลูกแพนด้าน้อยออกมาชั่งน้ำหนัก และวัดขนาดลำตัว โดยมีน้ำหนักตัว 230 กรัม ซึ่งหนักกว่ามาตรฐานปกติของลูกแพนด้า ที่มีน้ำหนักแรกเกิด 200 กรัม มีขนาดความยาวลำตัว 17.5 เซนติเมตร รอบหัว 10 เซนติเตร และรอบอก 17.5 เซนติเมตร เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเพศเมีย

ทั้งนี้ ข้อมูลพื้นฐานแพนด้าทั้ง 2 ตัว ช่วงช่วง และหลินฮุ่ยนั้น เดินทางมาถึงประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ในวันที่ 12 ตุลาคม 2546 ช่วงช่วง รหัส 510 เพศผู้ อายุ 3 ปี น้ำหนัก 106 กิโลกรัม เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2543 ที่ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้าวู่ หลง พ่อชื่อซินซิ่น รหัส 329 แม่ชื่อไป๋เสวีย รหัส 418 สุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาการเจริญพันธุ์ ส่วนหลินฮุ่ย รหัส 539 เพศเมีย อายุ 2 ปี น้ำหนัก 60 กิโลกรัม เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2544 ที่ศูนย์กลางวิจัยและอนุรักษ์แพนด้าวู่ หลง พ่อชื่อพ่านพ่าน รหัส 380 แม่ชื่อถังถัง รหัส 446 สุขภาพแข็งแรงเช่นกัน ปัจจุบันช่วงช่วง อายุ 8 ปี 8 เดือน น้ำหนัก 141.67 กิโลกรัม และหลินฮุ่ย อายุ 7 ปี 7 เดือน น้ำหนัก 113.67 กิโลกรัม

komchadluk