โครงการส่งเสริมปลูกไม้โตเร็วเพื่อเป็นพลังงานทดแทน

ไม้โตเร็ว อีกทางเลือกของวิกฤติพลังงาน
ในสภาวะปัจจุบัน สถานการณ์พลังงานของประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากการขยายทางด้านเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มในการใช้พลังงานเพิ่ม มากขึ้น ราคาน้ำมันมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับพลังงานที่ได้มาจากเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิล ซึ่งเป็นพลังงานประเภทใช้แล้วหมดไป และคาดว่าจะหมดไปในระยะอันใกล้นี้ เป็นเหตุให้ต้องหันมาค้นคว้าและวิจัยแหล่งพลังงานเพื่อมาทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดใช้จ่ายด้านพลังงานให้อยู่ในระดับเหมาะสม ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มีนโยบายดำเนินการจัดหาพลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูง ก่อให้เกิดปัญหามลพิษ และเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาภาวะโลกร้อน โดยการปลูกไม้โตเร็วเป็นพลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้า
จากการสำรวจ การถือครองพื้นที่ป่าไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามแผนการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ระดับพื้นที่ ระหว่างปี พ.ศ. 2541-2543 พบว่ามีราษฎรถือครองพื้นที่ป่าไม้จำนวนประมาณ 340,000 คน เนื้อที่ประมาณ 5.78 ล้านไร่ และกำลังดำเนินการให้สิทธิทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ (สทก.) และพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินจะได้รับการส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในเขตปฏิรูปอย่างยั่งยืน ซึ่งผลการจัดที่ดิน โดยมอบสิทธิประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินทั้งประเทศ 435,416 ราย จำนวน 6.39 ล้านไร่ พื้นที่เหล่านี้มีศักยภาพในการส่งเสริมปลูกไม้โตเร็วเพื่อเป็นพลังงานทดแทน ทางกรมป่าไม้จึงได้ จัดทำ “โครงการส่งเสริมปลูกไม้โตเร็วเพื่อเป็นพลังงานทดแทน”
นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงวัตถุประสงค์โครงการนี้ว่า เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือพลังงานทดแทนอื่น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับราษฎร รวมทั้งช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และลดภาวะโลกร้อน ทั้งนี้เป้าหมายเมื่อสิ้นสุดโครงการในปี 2555 จะส่งเสริมให้ปลูกไม้โตเร็วให้ได้ 1 ล้านไร่ โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 100,900 ราย ซึ่งในปี 2552 จะดำเนินการในพื้นที่ 37,000 ไร่ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 4,600 ราย ปี 2553 จำนวนพื้นที่ 0.25 ล้านไร่ เกษตรกร เข้าร่วมโครงการ 25,000 ราย ปี 2554 จำนวนพื้นที่ 0.30 ล้านไร่ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 30,000 ราย และปีสุดท้าย 2555 จำนวนพื้นที่ 0.413 ล้านไร่ จำนวนเกษตรกร 41,300 ราย ซึ่งขณะนี้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ไม้โตเร็วที่ขายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว จำนวน 26 ราย และที่ลงนามสัญญาแล้วแต่รอขายไฟฟ้าเข้าระบบ จำนวน 11 ราย และโรงไฟฟ้าที่ยื่นข้อเสนอแล้วแต่ยังไม่ลงนามในสัญญาจำนวน 82 ราย รวมทั้งสิ้น 119 ราย
ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะให้การสนับสนุนกล้าไม้โตเร็ว 400 ต้นต่อไร่ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ 1-200 ไร่ และได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท แต่มีเงื่อนไขเกษตรกรต้องปลูกและบำรุงต้น ไม้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หากต้นไม้ได้รับความเสียหายหรือตาย ต้องดำเนินการปลูกซ่อมทันที หากเกษตรกรไม่ดำเนินการปลูกซ่อมหรือบำรุงต้นไม้ตามเงื่อนไข โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ใช่เกิดจากเหตุสุดวิสัย ผู้เข้าร่วมโครงการต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยกลับคืนให้ราชการ
ส่วนหลักประกันทางด้านรายได้ ขณะนี้มีการรับซื้อไม้โตเร็วอยู่ระหว่าง 400-500 บาทต่อตัน หรือประมาณ 3,000 บาทต่อไร่ต่อปี นอกจากนี้ในยุทธศาสตร์กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายในช่วง 8 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2546-2554 จะต้องใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นจาก 0.5% ของการใช้พลังงานทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 8% ในอีก 8 ปีข้างหน้า ให้เพิ่มการรับซื้อไฟฟ้า 1,700 เมกะวัตต์ ภายในปี 2555-2563 ซึ่งการผลิตไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ ต้องใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงปีละ 15,000 ตัน ใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 2,250 ไร่ต่อปี หากรอบหมุนเวียนการตัดฟัน 3 ปี จะใช้พื้นที่ปลูกประมาณ 6,750 ไร่ ถ้าจะผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1,700 เมกะวัตต์ เราต้องปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นประมาณ 11,475,000 ล้านไร่
สำหรับไม้โตเร็วที่ส่งเสริมให้มีการปลูกคือ กระถินยักษ์, ยูคาลิปตัส, กระถินเทพา, กระถินลูกผสม และ กระถินณรงค์ ซึ่งผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถไปติดต่อได้ที่ สำนักจัด การทรัพยากรป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขา หรือ ศูนย์ประสานงานทรัพยากรป่าไม้ประจำ จังหวัด โดยผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเจ้าของที่ดินหรือมีสิทธิใช้ประโยชน์ ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น โฉนดที่ดิน, นส 3., ส.ป.ก. 4-01 หรือที่ดินอื่น ๆ ซึ่งมีเอกสารการอนุญาตอย่างถูกต้อง หากเป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อที่ดินจะต้องมีหลักฐานสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อ ที่ดินนั้น ต้องมีสัญชาติไทย และเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย.





