มังคุดระยองตกเหลือโลละ 6บ. โดนค่าเก็บอีก 2บ. ดิ้นหาทางรอด เก็บให้ลูกชายลูกประดู่ นำไปขายที่ทำงานสนามบินอู่ตะเภา ได้กก.ละ 15 บาท เผยต้นเดือน พ.ค.ยัง กก.ละ 100 บาท แต่มังคุดยังไม่แก่ เก็บขายไม่ได้พอเก็บขายได้ราคาก็ลดลงมาเรื่อยๆ ผู้สื่อข่าว รายงานวันนี้ (19 พ.ค.) ว่า ราคาผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ตกลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะมังคุด นายพิม วิเศษศรี อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.6 ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ทำสวนมังคุดจำนวน 30 ไร่ กล่าวว่า ตนทำสวนผลไม้มากว่า 30 ปี ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ทุเรียนราคาตกก็โค่นทิ้ง เดี๋ยวนี้มีมังคุดอย่างเดียว ช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาราคามังคุด กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ขณะนั้นสวนมังคุดของตนผลยังไม่แก่จึงเก็บขายไม่ได้ อาทิตย์ที่ผ่านมาพอเก็บผลผลิตได้ก็เหลือ กิโลกรัมละ [...]
การปลูกไผ่เพื่อขายหน่อจัดเป็นรูปแบบเกษตรกรรมอินทรีย์และปลอดสารพิษ เนื่องจากมีการใช้สารเคมีน้อยมากหรือไม่ได้ใช้เลย นอกจากนั้นการปลูกไผ่ยังช่วยลดโลกร้อนได้ดีกว่าต้นไม้หลายชนิด อย่างกรณีของ คุณวรรณบดี และ คุณลำพึง รักษา เกษตรกร อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ซึ่งเริ่มจากการปลูกพืชผักและไม้ผลหลายชนิดและหนึ่งในนั้นคือปลูกไผ่บงหวาน เมื่อต้นไผ่บงหวานมีหน่อจำหน่ายได้ปรากฏว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ด้วย ลักษณะเด่นอยู่ที่หน่อไผ่มีรสชาติไม่ขม สามารถกินเป็นหน่อไม้ดิบเหมือนผักสดและไม่ขมติดลิ้นเหมือนหน่อไม้ไผ่พันธุ์อื่น ๆ นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ต้มจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย ชุบแป้งทอด และต้มจืดกระดูกหมู เป็นต้น ปัจจุบันรวมญาติพี่น้องขยายพื้นที่ปลูกไผ่บงหวานจำนวน 33 ไร่ คุณวรรณบดียังได้บอกถึงเทคนิคในการบริโภคไผ่บงหวานให้ได้รสชาติอร่อยจะต้อง ต้มน้ำให้เดือดแล้วค่อยใส่ไผ่บงหวานลงไปในน้ำเดือดเฉลี่ย 5-7 นาทีเท่านั้น นำมารับประทานได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง เป็นที่สังเกตว่าในการปลูกไผ่บงหวานของสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งนั้นคุณวรรณบดี ได้นำเมล็ดพันธุ์มาเพาะเมื่อ ปี พ.ศ. 2549 ลักษณะประจำพันธุ์เป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นเมื่อโตเต็มที่มีความสูงเฉลี่ย 7-12 เมตร หน่อที่เก็บจากต้นที่เจริญเติบโตเต็มที่จะมีน้ำหนัก 4-5 หน่อต่อกิโลกรัม ระยะที่ใช้ปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 200 ต้น [...]
อาร์ทูอีทู มะม่วงเพื่อการส่งออกของไทย ในปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้จัดเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มีทั้งที่ส่งขายเป็นผลสดซึ่งมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ราคารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดเอ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50 บาท นอกจากการส่งออกในรูปผลสดแล้วยังมีการส่งออกแบบแช่แข็งและดรายฟรีซ เป็นต้น ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในขณะนี้จะมุ่งเน้นในการขยายพื้นที่ปลูกน้ำดอกไม้สีทองเป็นหลัก แต่ในสภาพความเป็นจริงพ่อค้าที่มารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออกเกือบทุกรายมักจะถามเกษตรกรว่าได้ปลูกมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูกันบ้างหรือไม่ เนื่องจากเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการมากแต่เกษตรกรไทยยังขยายพื้นที่ปลูกกันน้อย “อาร์ทูอีทู” เป็นสายพันธุ์มะม่วงมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา นับเป็นเกษตรกรรายแรกที่ปลูกมะม่วงสายพันธุ์นี้ในเชิงการค้าและนำมาปลูกในเขตพื้นที่ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ผลผลิตและคุณภาพไม่แพ้ที่ปลูกในออสเตรเลีย และได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าปลูกได้ในทุกพื้นที่ที่ปลูกมะม่วงได้ในบ้านเรา มะม่วงอาร์ทูอีทู จัดเป็นมะม่วงประเภทกินสุกที่มีขนาดผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 800 กรัม-1 กิโลกรัม เมื่อผลสุกสีของผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวอมชมพูเป็นสีเหลืองอมแดงสวยงามสะดุดตาต่อผู้บริโภค รสชาติของมะม่วงสายพันธุ์นี้จะไม่หวานแหลมเหมือนกับมะม่วงน้ำดอกไม้ (มะม่วงอาร์ทูอีทูสุกวัดค่าความหวานได้ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์บริกซ์ ในขณะที่มะม่วงน้ำดอกไม้สุกวัดได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์บริกซ์) จัดเป็นมะม่วงที่มีเนื้อละเอียดเนียนและไม่มีเสี้ยน ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ เนื่องจากอาร์ทูอีทูเป็นมะม่วงที่ขนาดทรงพุ่มใหญ่ ในเรื่องของการจัดการแปลงปลูกควรจะใช้ระยะปลูก 6×6 เมตร เป็นอย่างน้อยและมีการติดตั้งระบบน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ ถ้าติดตั้งหัวมินิสปริงเกลอร์จะต้องวางอย่างน้อยต้นละ 1 หัว เป็นที่สังเกตว่าในการปลูกมะม่วงสายพันธุ์นี้ในเชิงพาณิชย์ได้มีการทดลองใช้สารแพคโคลบิวทราโซล บังคับให้มีการออกดอกและติดผลนอกฤดู ผล ปรากฏว่ามะม่วงสายพันธุ์นี้ไม่ตอบสนองต่อสารเท่าที่ควร ซึ่งแตกต่างจากการบังคับในมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงกินดิบสายพันธุ์อื่น ๆ ทำให้ผลผลิต [...]
เกาะข่าวเกษตรประจำวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ในการประชุมนัดพิเศษร่วมกันระหว่าง สภาความร่วมมือด้าน ยางระหว่างประเทศ (IRTC) และ บริษัท ร่วม ทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) ที่ประชุม เห็นพ้องต้องกันว่า การที่ราคายางปรับตัวลดลงในขณะนี้เนื่องมาจากวิกฤติการณ์การเงินของโลกเป็น สำคัญ ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกัน ที่จะดำเนินการลดปริมาณผลผลิตยางด้วยการกำหนดเป้าหมายการปลูกยางใหม่ทดแทน ยางเก่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จาก 700,000 ไร่ เป็น 1,056,250 ไร่ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตหายไปจากตลาดประมาณ 215,000 ตัน พร้อมกันนี้ ไทยจะชะลอการปลูกยางใหม่ด้วยการปลูกพืชอื่นทดแทน ในขณะที่อินโดนีเซียจะควบคุมการขออนุญาตปลูกยางใหม่ อีกอย่างคือทั้ง 3 ประเทศจะส่งเสริมให้เกษตรกรลดวันกรีดยางลง และยุติการใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ซึ่งจะส่งเสริมได้ผลหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเกษตรกรแต่ละคนย่อมอยากได้ผลผลิตให้มากที่สุด…จริงไหม นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นพ้องกับสภาธุรกิจยางอาเซียน หรือ ARBC ซึ่งประกอบด้วยสมาคมผู้ส่งออกยาง 6 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา เกี่ยวกับมาตรการประสานงานด้านการตลาด ในการที่จะฟื้นความเชื่อมั่นทางการตลาดกลับคืน [...]
เกาะข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ จัดงาน ราชพฤกษ์รวมใจภักดิ์รักพ่อหลวง ซึ่งกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2551 ซึ่งจะใช้พื้นที่การจัดงานพืชสวนโลกเดิมทั้งหมด แต่มีบางส่วนที่ต้องดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม เช่น งานปรับปรุงอาคารสิ่งก่อสร้าง งานปลูกต้นไม้และปรับปรุงภูมิสถาปัตย์ และงานการดูแลสวน 470 ไร่ ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน รวมถึงเพิ่มเติมความน่าสนใจมากขึ้น เช่น บริเวณสวนกล้วยไม้ที่จะรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้หายากของไทยมาจัดแสดง และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เกี่ยวกับงานในโครงการพระราชดำริ จากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ และประเทศ + 3 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการดำเนินงานโครงการการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลระหว่างประเทศอาเซียน และจีน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไป สู่ตลาดโลก โดยการเสริมศักยภาพของนักวิชาการเกษตร และการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบัน สถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉลี่ยมีอัตราการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น 20% /ปี [...]
