เกาะข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 กระทรวงเกษตรฯ จัดทำ แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (2551-2554) เน้นการเกษตรเพื่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีอาหารเพื่อการบริโภคภายในประเทศอย่างเพียงพอและปลอดภัย โดยอาหารจะต้องปลอดภัยจากสารพิษ สารปนเปื้อน สารตกค้าง และราคาสินค้าเกษตรต้องเป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงฯ จะสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายสุดท้ายที่ มุ่งเน้นให้ชุมชนทุกจังหวัดในประเทศไทยมีการผลิตและการบริโภคอาหารปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยและสังคมส่วนรวมตลอดไป กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผลิตกล้ายางพันธุ์ดี พันธุ์ JVP 80 เพื่อเป็นทางเลือกให้ กับเกษตรกร เนื่องจากยางพันธุ์ JVP 80 มีความเข้มข้นของน้ำยางสูงถึง 46% และมีเปอร์เซ็นต์เนื้อยางแผ่นแห้งสูงถึง 42-48% ตลอดจนให้ผลผลิตน้ำยางสูงถึงปีละ 450-500 กก./ไร่ โดยในปี 2552 ตั้งเป้าที่จะผลิตกล้ายางพันธุ์ JVP 80 จำนวน 400,000 ต้น ซึ่งขณะนี้เรือนเพาะชำทั้ง 10 แห่งของบริษัทฯ ได้เริ่มทำการผลิตกล้ายางชำถุงแล้ว และจะสามารถจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจได้ทันฤดูฝนปีหน้า สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม.เทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา [...]
เกาะข่าวเกษตรประจำวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 ปี 2552 กระทรวงเกษตรฯได้รับการจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งสิ้น 70,732 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ส่วนราชการ 68,823 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจ 1,460 ล้านบาท และกองทุนฯ 449 ล้านบาท สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเริ่มดำเนินการในปีแรก ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งสภาเกษตรกร และสร้างระบบประกันความเสี่ยงให้เกษตรกร รวมถึงการเร่งรัดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจาย น้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน สำหรับนโยบายด้านการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรที่จะดำเนินงาน ได้แก่ การพัฒนาการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตรอย่างครบวงจร พัฒนาการประมง เพิ่มศักยภาพการผลิตและการตลาดด้านปศุสัตว์ ส่งเสริม การเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตร ส่งเสริมการทำการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่ในระดับชุมชน การปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร การสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรทั้งระบบ นอกจากนี้ยังมีนโยบายเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรดิน มีข้อแนะนำจากกรมส่งเสริมการเกษตรสำหรับผู้ปลูกยางพารา ที่ราคากำลังตกต่ำลงในขณะนี้ว่า เกษตรกรควรชะลอการกรีดยาง หรือลดปริมาณวันกรีดยางในช่วงนี้ลง เพื่อให้ปริมาณยางในท้องตลาดลดลง และควรดูแลบำรุงรักษาสวนยางพาราในช่วงชะลอการกรีด เพื่อให้ต้นยางพาราได้มีโอกาสพัก พร้อมที่จะให้ผลผลิตเต็มที่ในการกรีดครั้งต่อไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายกรีดยางพาราต้นเล็กที่ยังไม่ได้ ขนาด รวมทั้งใช้ระบบกรีดถี่และกรีดหักโหม โดยไม่มีการใส่ปุ๋ยดูแลบำรุงรักษาสวนยาง นอกจากนี้ เกษตรกรควรทำยางแผ่นดิบหรือยางแผ่นรมควัน [...]
เกาะข่าวเกษตรประจำวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ในการประชุมนัดพิเศษร่วมกันระหว่าง สภาความร่วมมือด้าน ยางระหว่างประเทศ (IRTC) และ บริษัท ร่วม ทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) ที่ประชุม เห็นพ้องต้องกันว่า การที่ราคายางปรับตัวลดลงในขณะนี้เนื่องมาจากวิกฤติการณ์การเงินของโลกเป็น สำคัญ ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกัน ที่จะดำเนินการลดปริมาณผลผลิตยางด้วยการกำหนดเป้าหมายการปลูกยางใหม่ทดแทน ยางเก่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จาก 700,000 ไร่ เป็น 1,056,250 ไร่ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตหายไปจากตลาดประมาณ 215,000 ตัน พร้อมกันนี้ ไทยจะชะลอการปลูกยางใหม่ด้วยการปลูกพืชอื่นทดแทน ในขณะที่อินโดนีเซียจะควบคุมการขออนุญาตปลูกยางใหม่ อีกอย่างคือทั้ง 3 ประเทศจะส่งเสริมให้เกษตรกรลดวันกรีดยางลง และยุติการใช้สารเคมีเร่งน้ำยาง ซึ่งจะส่งเสริมได้ผลหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเกษตรกรแต่ละคนย่อมอยากได้ผลผลิตให้มากที่สุด…จริงไหม นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นพ้องกับสภาธุรกิจยางอาเซียน หรือ ARBC ซึ่งประกอบด้วยสมาคมผู้ส่งออกยาง 6 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา เกี่ยวกับมาตรการประสานงานด้านการตลาด ในการที่จะฟื้นความเชื่อมั่นทางการตลาดกลับคืน [...]
เกาะข่าวเกษตรประจำวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ราคาปัจจัยการผลิต ด้านการเกษตรส่วนใหญ่ผันแปรตามราคาน้ำมันในตลาด โลกโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย ฉะนั้น เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงเกษตรฯ จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาปรับลดราคาปัจจัย การผลิตด้านการเกษตรลง อาทิ ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ยาฆ่าแมลง อาหารสัตว์ เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันและราคาผลผลิตการเกษตรที่ปรับตัวลดลง การประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการองค์การสวนยาง กับกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และผู้เกี่ยวข้อง มีการ วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงวาง แนวทางแก้ไขปัญหาการผลิตและระบบตลาดราคายางพารา โดยในเบื้องต้นพบว่าสาเหตุสำคัญของราคายางพาราตกต่ำนั้น ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบมาจากการเกิดวิกฤติทางการเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงภาคเศรษฐกิจการเกษตร ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางพาราเพื่ออุตสาหกรรมในบางประเทศเกิดการชะลอตัว แต่อย่างไรก็ดี จากการหารือได้ข้อสรุปร่วมกันถึงภาพรวมของภาวะการซื้อขายในตลาดยางพารา ว่า ปริมาณความต้องการใช้วัตถุดิบยางพาราของผู้ซื้อและความต้องการจำหน่ายและผล ผลิตของผู้ขายยังคงมีความสอดคล้องกันอยู่มาก แต่อุปสรรค คือ เรื่องสภาพคล่องและความไม่แน่นอนทางการเงินในแต่ละประเทศ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้ประกอบการหันไป ใช้ยางสังเคราะห์ซึ่งมีราคาถูกกว่ายางธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาราคา ยางพารา โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการตรวจสต๊อกทั่วประเทศ รวมถึงเร่งสำรวจข้อมูลของส่วนต่างราคาที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าเกษตรกร อาจถูกเอาเปรียบจากผู้รับซื้อในการกำหนดราคาให้ต่ำกว่าราคาการซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงจะมีการเชิญกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อหารือตลอดจนสอบถามถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเมื่อได้ข้อมูลจากทุกส่วน นอกจากจะทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์วางแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไปอีกด้วย นอกจากนี้ การที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ตัดโค่นยางที่มีอายุ [...]
ยางพาราราคาตก…รู้สึกจะเป็นประเด็นที่ สร้างความหวาดแก่ เกษตรกรมากพอสมควร หลังจากที่เคยตีพุงรับทรัพย์กิโลกรัม 100 กว่าบาทมานานหลายปี จนลืมในอดีตครั้งที่อยู่ 12-13 บาท งานนี้ คุณธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯ ซึ่งรับผิดชอบสินค้าเกษตรตัวนี้ทิพยอาสน์ไม่นุ่มเลยออกมาแจงว่า… สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นเพียงระยะสั้น มันเป็นผลพวงมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกา กับ สหภาพยุโรป จึงทำให้กระทบกระเทือนต่อสินค้าโภคภัณฑ์…ประกอบกับ จีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของยาพาราชะลอตัวในการนำเข้า อีกทั้ง…นํ้ามันดิบ (ปิโตรเลียม) ราคาที่เคยอยู่ที่บาร์เรลเกือบ150 เหรียญ (สหรัฐฯ) ลดฮวบเหลือเพียง 70 กว่าเหรียญ ยางพาราในตลาดโลกก็ผกผันตามนํ้ามัน…ราคาจึงดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ ยางยังเป็นสินค้าในตลาดล่วงหน้ามีการเก็งกำไรและกลุ่มผู้ค้าจึงออกแอ็กชั่น เมื่อตกลงซื้อแล้วแต่ไม่ยอมรับสินค้ายอมให้โดนปรับ จากนั้นค่อยมาช้อนซื้อทีหลัง…จะได้ยางราคาถูก เพื่อความมั่นใจในสาเหตุที่แท้จริง ของปัญหา จึงได้ ส่งงานต่อให้กรมวิชาการเกษตร หารือกับกลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมวางแนวทางในการแก้ไข…เป็นการ โยนเผือกร้อน ให้กับ คุณสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร แล้ว อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ก็ออกมาบอกถึงความโยงใยว่า….เป็นปกติในช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคมราคายางจะลดลงประมาณ 10% ปีนี้ผนวกกันหลายปัจจัยจึงทำให้ ราคาตกต่ำมากกว่าที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม… เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้หาแหล่งเงินกู้ ให้กับผู้ประกอบธุรกิจเข้ามารับซื้อยาง [...]
