Archive: Posts Tagged ‘มะม่วง’

มะม่วงยู่เหวิน

No comments July 28th, 2009

มะม่วงยู่เหวิน
มะม่วงยู่เหวิน ใหม่สุด อร่อยทั้งสุกดิบ

มะม่วงพันธุ์นี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศไต้หวัน เช่นเดียวกับ มะม่วงอ้ายเหวิน ถูกนำเข้ามาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานกว่า 4-5 ปีแล้ว มีข้อเด่นคือ ผลใหญ่ รสชาติขณะดิบหรือห่ามมันกรอบหวานไม่มีเปรี้ยวปน ผลสุกหวานหอมไม่มีเสี้ยนและไม่เละ เคี้ยวหนึบอร่อยมาก ที่สำคัญสีของผล “มะม่วงยู่เหวิน” ไม่ว่าจะเป็นผลดิบหรือสุกจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก และจะติดผลดกทำให้เวลาติดผลทั้งต้น ดูแปลกตายิ่ง

มะม่วงยู่เหวิน อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบจะดูคล้ายใบของมะม่วงพันธุ์เขียวใหญ่ สีเขียวสด ใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม “ผล” เป็นรูปกลมรีคล้ายผลของมะม่วงอ้ายเหวิน หรือผลของมะม่วงจีนหวง ผลมีขนาดใหญ่ โตเต็มที่มีนํ้าหนักเฉลี่ยระหว่าง 1-1.5 กิโลกรัมต่อผล

ผลดิบสีม่วง มีนวลทั่วทั้งผล ผลห่ามมีรสชาติหวานมันกรอบอร่อยมาก ผลสุกเป็นสีม่วงเข้มเกือบดำ เนื้อผลเป็นสีเหลืองเข้ม รสหวานหอม ไม่มีเสี้ยน และไม่เละตามที่กล่าวข้างต้น เคี้ยวหนึบสุดยอดจริงๆ รสชาติ ใกล้เคียงกับมะม่วงนํ้าดอกไม้มัน เมล็ดลีบ ให้เนื้อเยอะ ติดผลปีละครั้ง แต่จะให้ผลดกทั้งต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

ปัจจุบัน “มะม่วงยู่เหวิน” ยังไม่มีกิ่งพันธุ์ ออกวางขาย เนื่องจากอยู่ ระหว่างทาบกิ่งกับต้นแม่และรากเพิ่งจะงอกยังไม่แข็งแรงดี “นายเกษตร” ใจร้อนและเห็นว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ ล่าสุดที่มีความอร่อย และสีของ ผลสวยงามมาก จึงรีบแนะนำให้แฟนคอลัมน์ที่นิยมปลูกไม้ผลได้รู้จักล่วงหน้าทันที

ส่วนใคร ที่ต้องการกิ่งพันธุ์ สามารถติดต่อ “คุณเล็ก” ผู้ขยายพันธุ์ได้ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผงตรงกันข้ามกับโครงการ 17 หรือ “คุณหลง-คุณก็อต” ตรงกันข้ามกับโครงการ 15 ราคา สอบถามกันเอง และสั่งจองเอาไว้ก่อนป้องกันต้นพันธุ์หมด

การปลูกมะม่วงยู่เหวิน เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย เติบโตได้ในดินทั่วไป ไม่ชอบนํ้าท่วมขัง หลังปลูกช่วงแรกรดนํ้าพอชุ่มทั้งเช้าและเย็น บำรุงปุ๋ยคอก หรือขี้วัวขี้ควายแห้ง กลบฝังดิบรอบโคนต้นเดือนละครั้ง ระยะปลูก 3-4 ปี จะเริ่มติดผลชุดแรก หลังเก็บผลผลิตต้องตัดแต่งกิ่งพร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงต้นสูตร 15-15-15 เดือนละครั้งทันทีจะมีผลดกทุกปีครับ.

นายเกษตร
thairath

การทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่

No comments June 5th, 2009

การทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่

โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์มะม่วงในบ้านเราส่วนใหญ่จะใช้วิธีการทาบกิ่ง โดยเริ่มต้นจากการเพาะต้นตอด้วยเมล็ดมะม่วงพื้นบ้าน เช่น มะม่วงแก้ว, ตลับนาค ฯลฯ เมื่อต้นมะม่วงมีอายุได้ประมาณ 1 ปี จะถอนต้นตอออกมาและตัดรากทิ้งออกบางส่วนนำมาอัดในขุยมะพร้าวและนำไปทาบกับกิ่งมะม่วงพันธุ์ดี หลังจากทาบกิ่งไปประมาณ 45 วัน- 2 เดือน เมื่อรากในถุงออกดีจะตัดมาชำลงถุงดำเลี้ยงให้ต้นมะม่วงแข็งแรงและนำไปจำหน่ายหรือปลูกในแปลงต่อไป

คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา เกษตรกร อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หนึ่งในผู้บุกเบิกการปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทูเพื่อการส่งออกของประเทศไทยได้ทำการประยุกต์วิธีการทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่ด้วยการนำต้นตอมะม่วงพื้นบ้านที่มีขนาดต้นเท่ากับแท่งดินสอและนำมาปาดแผลขึ้นทาบกับกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูเลย เริ่มต้นจากการปาดกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูให้เป็นแผลมีความยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ต้นตอที่ถอนมาให้ปาดเป็นลิ่มแผลมีความยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว เช่นกัน ประกบแผลของต้นตอพื้นเมืองกับกิ่งอาร์ทูอีทูให้สนิทด้วยพลาสติกใสโดยพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน หลังจากนั้นนำขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำประมาณ 2 กำมือบีบน้ำออกให้พอหมาด ๆ ใส่ลงในถุงพลาสติกหูหิ้วขนาด 6×7 นิ้ว ใช้ถุงหูหิ้วที่บรรจุขุยมะพร้าวมัดรวบรากต้นตอพื้นเมืองพร้อมกับ มัดอ้อมให้หูหิ้วยึดกับกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทู จากนั้นใช้เชือกฟางมัดถุงให้แน่น หลังจากนั้นประมาณเดือนครึ่ง จะเห็นรากมะม่วงสีน้ำตาลจากต้นตอเดินเต็มถุง ให้ตัดกิ่งไปชำลงถุงเลี้ยงต่อในโรงเรือนเพาะชำ

ในกรณีที่มีความต้องการต้นมะม่วงอาร์ทูอีทูที่มีขนาดต้นใหญ่ เกษตรกรควรจะใช้ต้นตอยกขึ้นทาบด้วยวิธีการเดียวกันสัก 2 ต้นตอ เพื่อให้กิ่งทาบมีรากหากินสมส่วนกับกิ่งขนาดใหญ่ เริ่มต้นใช้ขุยมะพร้าวประมาณ 2 กำมือเช่นกัน แต่จะต้องเพิ่มขนาดถุงที่บรรจุขุยมะพร้าวนำไปล้อมถุงขุยมะพร้าวเดิมให้มีปริมาณขุยมะพร้าวเพิ่มมากขึ้น เมื่อพบว่ารากเดินเต็มถุงขุยมะพร้าวให้ตัดลงมาชำอนุบาลในโรงเรือน แต่ถ้าจะนำไปปลูกลงแปลงเลยก็ได้แต่จะต้องมีการทำหลังคาด้วยตาข่ายพรางแสงเพื่อบังแดดนานประมาณ 2 เดือน และมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญจะต้องมีไม้ค้ำยันเพื่อไม่ให้ต้นมะม่วงโยกคลอน

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงพื้นบ้านและมีต้นขนาดใหญ่ มีความต้องการจะเปลี่ยนยอดให้เป็นมะม่วงอาร์ทูอีทู ที่ไต้หวันจะใช้วิธีการตัดต้นตอเก่าให้สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร นำยอดมะม่วงอาร์ทูอีทู โดยคัดเลือกยอดที่มีตุ่มตาแตกออกมา ทำการเปิด เปลือกต้นตอให้มีความกว้าง 1 เซนติเมตร และยาว 1 นิ้ว เฉือนแผลยอดพันธุ์อาร์ทูอีทูเป็นรูปลิ่มยาวประมาณ 1 นิ้ว เสียบลงบนต้นตอที่กรีดแผลไว้ ใช้เทปพันแผลให้แน่นจากล่างขึ้นบน ครอบด้วยถุงพลาสติกและใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อทับอีกทีเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ตุ่มตาจะแตกออกมา ให้แกะกระดาษหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกออก.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

dailynews

มะม่วงแบน

No comments June 2nd, 2009

มะม่วงแบน, มะม่วงป่า, มะม่วงช้างเหยียบ, มะม่วงสะบ้า
มะม่วงแบน สุดยอดความเปรี้ยว

มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงป่าพันธุ์หนึ่ง แต่ไม่ค่อยได้พบเห็นนัก เนื่องจากจะขึ้นอยู่ตามป่าดงดิบที่อยู่ลึกมาก คนธรรมดาไม่สามารถเดินทางเข้าไปถึงได้ มีขนาดของลำต้นใหญ่มาก ต้นสูงเต็มที่ไม่ต่ำกว่า 40 เมตร ติดผลดกเต็มต้น ลักษณะของผลแตกต่างจากมะม่วงป่าสายพันธุ์อื่น เช่น มะม่วงกะล่อน และมะม่วงผลเล็กที่มีผลวางขายตามแผงจำหน่ายพืชผักพื้นเมืองอย่างชัดเจนคือ ผลของ “มะม่วงแบน” จะมีรูปทรงกลมและแบนคล้ายสะบ้า ขนาดก็เท่ากับสะบ้าด้วย บางคนจึงชอบเรียกอีกว่า “มะม่วงช้างเหยียบ”-”มะม่วงสะบ้า” เป็นต้น แต่ทางภาคอีสานเรียกมะม่วงชนิดนี้ว่า “มะม่วงโดน” พบขึ้นตาม ป่าดิบทุกภาคของประเทศไทย

ในยุคสมัยก่อน คนเดินป่าหาของป่านิยมใช้ “มะม่วงแบน” ปรุงอาหารแทนน้ำมะนาว รสชาติเปรี้ยวจัดยิ่งกว่าน้ำมะนาวอีก โดยคนเดินป่าจะนำเอาผลดิบหรือแก่จัดปอกเปลือกแล้วล้างน้ำ เพราะ “มะม่วงแบน” มียางเยอะ จากนั้นสับฝานตำบีบเอาน้ำพร้อมกากที่เหลือจากบีบน้ำแล้วคลุกกับพล่าเนื้อที่ย่างพอสุกหั่นเป็นชิ้นเลือดยังซิบๆอยู่ ทำให้เนื้อสุกได้ ใส่พริกขี้หนูหั่น ตะไคร้หั่น หอม แดงซอย เติมเกลือป่นเล็กน้อยรสชาติเด็ดขาดนัก

ปัจจุบัน ผมเพิ่งจะได้ทดลองชิมรสชาติของ “มะม่วงแบน” จากการมอบให้ของ “คุณกิจจา อ่อนอำไพ” เจ้าของไร่พีรภัทร อยู่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยปอกเปลือกแล้วสับฝานเป็นฝอยๆตำคั้นเอาเฉพาะน้ำ ใส่น้ำพริกกะปิแทนน้ำมะนาว ปรากฏว่าสุดยอดของความเปรี้ยวและทำให้น้ำพริกกะปิอร่อยได้พอๆกับการใช้น้ำมะนาวหรืออาจดีกว่าด้วยซ้ำ ซึ่ง “คุณกิจจา” เปิดเผยว่า ก่อนเข้าไปทำไร่พบต้น “มะม่วงแบน” อยู่ก่อนแล้ว ต้นใหญ่มาก สูงกว่า 30 เมตร เชื่อว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 70 – 80 ปีแล้ว จึงไม่กล้าตัดทิ้ง ปล่อยให้ อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรนัก

จนกระทั่ง เมื่อถึงฤดูติดผล จึงพบว่ารูปทรงของผลแปลกและมีรสเปรี้ยวทั้งดิบและสุก เมื่อนำไปทดลองคั้นเอาน้ำใช้แทนน้ำมะนาวได้ผลดี จึงเก็บผลแจกเพื่อนๆให้ทดลองชิม แต่ ไม่มีใครสนใจเลยเกรงว่า “มะม่วงแบน” หรือมะม่วงป่าชนิดนี้จะสูญ-พันธุ์ จึงเอาผลสุกแก่จัดแจกให้บรรดาคนขายกล้าไม้ไปเพาะเป็นต้นออกขาย และอนุญาตให้ไปตอนกิ่ง หรือเสียบยอดที่ต้นจริงในไร่อีกด้วย แต่ไม่มีใครกล้าปีนต้น เพราะกลัวความสูงนั่นเอง พร้อมกับเอาผลดิบให้ “นายเกษตร” ได้ทดลองรับประทานและรณรงค์ให้คนปลูก “มะม่วงแบน” ไม่ให้สูญพันธุ์ ดังกล่าว

มะม่วงแบน หรือ มะม่วงป่า มีลักษณะต้น ใบ เหมือนมะม่วงทั่วไป เพียง แต่ต้นจะใหญ่และสูงมาก เวลาติดผลจะดกเต็มต้น รูปทรงของผลแบน รสเปรี้ยวจัดทั้งผลดิบและสุก ใครต้องการต้นไปปลูกติดต่อ “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เพาะต้นไว้ไม่มากนัก ขอแบ่งไปปลูกได้ครับ.

นายเกษตร
thairath

มะม่วงไต้หวัน เออร์วิน และ จินหวง

No comments May 29th, 2009

มะม่วงไต้หวัน พันธุ์ เออร์วิน หรือเรียกว่า พันธุ์ เออร์วิน มะม่วงไต้หวัน พันธุ์ จินหวง หรือชื่อไทยคือ พันธุ์นวลคำ
ปลูกมะม่วงไต้หวัน พันธุ์เออร์วิน และ พันธุ์จินหวง เพื่อการส่งออก

สภาพพื้นที่ของไต้หวัน 2 ใน 3 เป็นป่ามีพื้นที่ราบสำหรับทำการเกษตรเพียง 1 ส่วนเท่านั้น มะม่วงจัดเป็นผลไม้หลักชนิดหนึ่งที่ไต้หวันได้มีการพัฒนาทั้งทางด้านสาย พันธุ์และการส่งออก ปัจจุบันมะม่วงไต้หวันได้มีการส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น แคนาดา สาธารณรัฐประชาชนจีน ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ฯลฯ

ผลผลิตมะม่วงไต้หวันจะออกสู่ตลาดใน ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ของทุกปีปัจจุบัน ไต้หวันปลูกมะม่วงอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ๆ คือ พันธุ์จินหวง และ พันธุ์อ้ายเหวิน (พันธุ์เออร์วิน) ปัจจุบันไต้หวันมีพื้นที่ปลูกพันธุ์จินหวงประมาณ 90,000 กว่าไร่ และพันธุ์อ้ายเหวิน ประมาณ 330,000 ไร่

ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่ามะม่วงพันธุ์จินหวงเป็นสายพันธุ์ดั้ง เดิมของไต้หวันและได้มีการนำพันธุ์มาปลูกในประเทศไทย ในหนังสือ “มะม่วงบนพื้นที่สูง” ของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้เขียนถึงพันธุ์มะม่วงบนพื้นที่สูงที่มูลนิธิโครงการหลวงได้นำพันธุ์จาก ต่างประเทศหลายสายพันธุ์มาทดสอบและวิจัยเพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะสม สำหรับพื้นที่สูง และหนึ่งในหลายสายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี แนะนำให้ ส่งเสริมปลูกเป็นพันธุ์การค้าได้คือ พันธุ์นวลคำ หรือ พันธุ์จินหวง นั่นเอง

เป็นพันธุ์ที่นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ลักษณะผลกลมยาว ก้นผลงอนและค่อนข้างแหลม ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผลประมาณ 600-1,300 กรัมต่อผล รับประทานได้ทั้งดิบและสุก เมื่อผลแก่จัดจะมีรสชาติมัน และเมื่อผลสุกสีของ ผลจะมีสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน ต่อมาได้มีการนำมะม่วงสายพันธุ์นี้มาปลูกในสภาพพื้นที่ราบ ของประเทศไทยทำให้ผลผลิตแก่และเก็บเกี่ยวได้ก่อนบนพื้นที่สูงและได้มีการ ตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่อีกหลายชื่อ มีหลายคนบอกว่ามะม่วงพันธุ์จินหวง, พันธุ์นวลคำ, พันธุ์งามเมืองย่าและพันธุ์เขียวใหญ่ น่าจะเป็นมะม่วงสายพันธุ์เดียวกัน

คนไต้หวันเรียกมะม่วงพันธุ์เออร์วินว่า “อ้ายเหวิน” และเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ไต้หวันมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดเนื่องจากเป็นสาย พันธุ์ที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและส่งออกไปขายญี่ปุ่นมากที่สุด มะม่วงสายพันธุ์นี้จัดเป็นมะม่วงที่มีผลขนาดปานกลาง น้ำหนัก 300 กรัมต่อผลโดยประมาณ รูปร่างค่อนข้างยาวรีหรือรูปไข่ ติดผลดกมาก ระยะผลดิบจะมีจุดประสีแดงบริเวณไหล่และแก้มผล ผิวผลสุกมีสีแดงประสีเลือดนก

จัดเป็นมะม่วงกินสุกเมื่อสุกเนื้อมีสีเหลืองทอง ไม่มีเสี้ยน กลิ่นไม่แรง รสชาติหวาน ความจริงแล้วมะม่วงพันธุ์เออร์วินนิยมบริโภคกันทั่วโลก เนื่องจากมะม่วงพันธุ์อ้ายเหวิน จัดเป็นมะม่วงที่มีผิวบาง ดังนั้นทุกขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวจะต้องมีความประณีตเหมือนกับขั้นตอนการส่ง มะม่วงน้ำดอกไม้ของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
dailynews

มะม่วงนนทิพย์

No comments May 13th, 2009

มะม่วงพันธุ์นนทิพย์
มะม่วงนนทิพย์ ผลทั้งปี อร่อยทั้งดิบสุก

มะม่วงนนทิพย์ เป็นมะม่วงสายพันธุ์เก่าแก่ มีถิ่นปลูกในแถบจังหวัดนนทบุรี และปลูกกันมากในย่านอำเภอไทรน้อย และเขตใกล้เคียง เช่น ย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี เป็นมะม่วงที่มีรสชาติดีทั้งผลดิบและสุก โดยผลดิบหรือผลแก่จัด จะมีรสหวานมัน เนื้อแน่นกรอบ สามารถรับประทานเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มน้ำปลาหวาน หรือเกลือป่นได้เลย เพราะไม่มีรสเปรี้ยวแม้แต่นิดเดียว คนสมัยก่อนนิยมเอาผลดิบหรือผลแก่จัดปอกเปลือกแล้วเฉาะเป็นชิ้นใส่จานรับ ประทานยามว่างอร่อยมาก

ส่วนผลสุกเนื้อจะแน่น ไม่มีเสี้ยน รสหวานจัดมาก ถ้าหากเทียบความหวานกับมะม่วงน้ำตาลเตา ที่ถือว่าเป็นมะม่วงที่มีรสหวานที่สุด น่าจะหวานหย่อนกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะหวานใกล้เคียงหรือหวานกว่ามะม่วงยายกล่ำที่เป็นสายพันธุ์ของจังหวัด นนทบุรีเหมือนกัน คนโบราณนิยมรับประทานเนื้อจากผลสุกของ “มะม่วงนนทิพย์” กับข้าวสวยร้อนๆ หรือกินกับข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ๆ ยังร้อนและนุ่มอยู่จะทำให้ได้รสชาติหวานอร่อยแบบพอดี หากรับประทานกับข้าวเหนียวมูนจะหวานมากเกินไป เพราะเนื้อของ “มะม่วงนนทิพย์” มีความหวานจัดอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ในสมัยก่อนชาวบ้านที่ปลูก “มะม่วงนนทิพย์” ไว้ มักจะเก็บผลดิบและผลสุกใส่ชะลอมเป็นของฝากให้ผู้นับถือหรือผู้เป็นที่รัก ชื่นชอบมาก ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ “มะม่วงนน-ทิพย์” คือ จะติดผลตลอดปี หรือที่นิยมเรียกกันว่า ทะวายนั่นเอง จึงทำให้ได้รับความนิยมปลูกกันแพร่หลายในยุคสมัยก่อน เพราะสามารถเก็บผลรับประทานหรือเก็บผลขายได้ตลอดไม่ขาดต้น แต่ในปัจจุบันหาซื้อผลรับประทานได้ยากมาก และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ น้อยคนนักจะรู้จักมะม่วงพันธุ์นี้

มะม่วงนนทิพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ เหมือนกับมะม่วงทั่วไปคือ MANGIFERA INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ ANACAR-DIACEAE เป็นไม้ยืนต้นสูง 10-20 เมตร ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก แต่ใบของ “มะม่วงนน-ทิพย์” จะมีขนาดเรียวเล็กกว่าใบของมะม่วงทั่วไป ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมรีคล้ายผลมะม่วงยายกล่ำแต่ทรงผลจะสวยกว่า ผลโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 4-5 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อเยอะเมล็ดลีบ เสี้ยนน้อย รสชาติอร่อยทั้งผลดิบและผลสุกตามที่กล่าวข้างต้น ติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และ เสียบยอด มีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 กับ แผง “คุณหลง-คุณก๊อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเองครับ.

นายเกษตร
thairath