Archive: Posts Tagged ‘ผักออแกนิกส์’

ฟาร์มไฮโดรโพนิกส์

No comments July 27th, 2009

ฟาร์มไฮโดรโพนิกส์
ฟาร์มไฮโดรโพนิกส์ ผักไร้ดินเมืองจันท์

หากเอ่ยถึงจังหวัด จันทบุรี คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น น้ำตก ทะเล และภูเขา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองไปที่ภาพ เกษตรกรชาวสวน และ ผลไม้นานาพันธุ์ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ ซึ่งการทำสวนผลไม้ถือเป็น อาชีพหลัก ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่นี่เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามบนพื้นที่ที่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ใช่ว่าจะมีเพียงการทำสวนผลไม้เท่านั้น โดยที่ “บางกะจะไฮโดรโพนิกส์ฟาร์ม” เลขที่ 65 หมู่ 4 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ติดกับวัดพลับ วัดโบราณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองจันท์ มีการทำ ฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ (พืชไร้ดิน) แห่งแรกของที่นี่ ผู้บุกเบิกคือ นายวีระ นามพระจันทร์ หรือที่ชาวจันท์เรียกกันติดปากว่า “ปลัดวีระ”

ที่มาที่ไปการทำฟาร์มผักบนดินแดนที่ได้ชื่อว่าเมืองผลไม้ คุณวีระ เปิดเผยว่า ตนรับราชการมา 25 ปี เป็นปลัดอำเภอมาหลายแห่ง กระทั่งปี 45 เป็นปลัดจังหวัดจันทบุรี ขณะรับราชการได้ ช่วยเหลือ ชาวสวนเรื่องปัญหาผลไม้ราคาตกมาโดยตลอด แต่เนื่องจาก ปัจจัยบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือชาวสวนได้อย่างเต็มที่ กระทั่งจุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นช่วงปี 47 เออร์ลี่ฯจากงาน อยู่บ้านว่าง ๆ เลย ลองปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ กินในครอบครัว ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เคยช่วยพ่อแม่ทำสวนมาก่อนจึงพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง

นักปกครองที่ผันตัวเองมาเป็นชาวสวน กล่าวต่อว่า คำว่า Hydroponics มาจากการรวมคำในภาษากรีก คือ Hydro หมายถึง “น้ำ” และ Ponics หมายถึง “งาน” เมื่อนำสองคำมารวมกันจะเป็น “Water Working” หมายถึงการ ทำงานที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช โดยไม่ใช้ดิน ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตให้ดี ผักที่ปลูกจึงมีความปลอดภัยสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ วิธีทำไม่ได้ยากเย็น ก่อนอื่นจัดหาอุปกรณ์เฉพาะ อาทิ โฟม ถาดรอง โครงเหล็ก (โรงเรือน) ปรับแต่งได้ มุ้งกันแมลง และปั๊มน้ำ เมื่อได้ทุกอย่างแล้ว เริ่มต้นนำ ฟองน้ำ สำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมา รดน้ำให้ชุ่ม หยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปในฟองน้ำไม่ต้องให้ลึกมากนัก รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน หาวัสดุปิด ไม่ให้โดนแสง 3 วัน วันที่ 4 เปิดให้ฟองน้ำโดนแสง ซึ่งเราจะเห็นเมล็ดพันธุ์ที่เพาะไว้ งอก ขึ้นมาจากหลุม จากนั้นให้น้ำไม่เกิน 2 วันก็สามารถนำไปปลูกต่อในโรงเรือน โดยนำไปใส่ในหลุมโฟมซึ่งมีถาดรองน้ำ ก่อนเปิดระบบปั๊ม น้ำวน ผ่านรากตลอดเวลา พร้อม กางมุ้ง ป้องกันแมลง ทั้งนี้ผักทั่วไปจะใช้เวลาปลูกไม่เกิน 30 วันก็จะได้ผลผลิต

ผักไฮโดรโพนิกส์

ข้อดี ของการปลูกผักวิธีนี้ คือสามารถปลูกได้ ตลอดทั้งปี อีกทั้งช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วม บางพื้นที่ส่งผลให้ผักที่ปลูกกับดินได้รับความเสียหาย ขณะที่ผักไฮโดรโพนิกส์ ไม่ได้รับผลกระทบ ควบคุมปุ๋ยได้ต่างจากระบบปลูกดิน ทำราคาได้ดีกว่าผักทั่ว ๆ ไป และที่สำคัญควบคุมการใช้จ่ายในการผลิตได้ชัดเจน ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการการเกษตรฯ นักศึกษา เกษตรกร เดินทางมาดูงานที่ฟาร์มฯ เป็นจำนวนมาก โดยทางฟาร์มฯยินดีให้ความรู้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.

ศุภฤกษ์ วิเชียรปัญญา
dailynews

น้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์

1 comment June 25th, 2009

น้ำส้มสายชู จาก ข้าวอินทรีย์
นำข้าวอินทรีย์ผลิต “น้ำส้มสายชู” ต่อยอดผักปลอดฯ สู่ยี่ห้อ “ปลูกรัก”

“ไทย ออแกนิก ฟาร์ม” ภายใต้การนำของ กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป พลิกผืนนารกร้างทำเกษตรอินทรีย์ หวังคนไทยได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ปราศจากสารเคมี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” ล่าสุดเพิ่มไลน์ใหม่พัฒนา “สูตรน้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์” ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่มือผู้บริโภค

กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป ไทย ออแกนิก ฟาร์ม (Thai Organic Farm) ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” กล่าวถึงการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ว่า เพื่อตอบสนองในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความยั่งยืนไม่เบียดเบียนธรรมชาติ จึงได้ปรับพื้นที่นาร้างที่มีอยู่ 60 ไร่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี พัฒนาเป็นไร่เกษตรอินทรีย์ โดยใช้ชื่อว่า “ไร่ปลูกรัก”

“ฟาร์มแห่งนี้ผลิตผักออแกนิกภายใต้มาตรฐานไอโฟม (IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU REGULATION) นอกจากนี้ ผลิตผลของฟาร์มยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากสำนักงานมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (มกท.) ทำให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ”

ถึงวันนี้ “ไร่ปลูกรัก” ดำเนินการมาเป็นปีที่ 10 กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เพราะสินค้าค่อนข้างมีราคาจากข้อจำกัดและขั้นตอนการบำรุงรักษา อีกทั้งการไม่ใช้สารเคมีในการบำรุง หรือใช้ฮอร์โมนเร่งการเติบโตทำให้ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ไม่สามารถแข่งขันด้าน การตลาดได้มากนัก

จากปัจจัยดังกล่าว กานต์ บอกว่า “ไร่ปลูกรัก” จึงต้องการขยายตลาด โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ผักดอง พริกดอง และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อื่นๆ ที่ใช้น้ำส้มสายชูหมักเป็นวัตถุดิบ เพราะปัจจุบันยังไม่มีการผลิตที่ชัดเจน และเป็นการต่อยอดผลผลิตจากผักสด ปี 2550 การผลิตน้ำส้มสายชูจากข้าวเกษตรอินทรีย์จึงเกิดขึ้นเป็นทางเลือกให้แก่กลุ่ม คนรักสุขภาพ

“การผลิตน้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์จึงเริ่มขึ้นจากการความช่วยเหลือของ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มี รศ.วรวุฒิ ครูส่ง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษา”

กระบวนการผลิตน้ำส้มสายชูดังกล่าว กานต์ บอกว่า สำเร็จลุล่วงด้วยดี ทั้งการออกแบบและวางแผนการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการหมักข้าวอินทรีย์ให้เป็นน้ำตาลด้วยเชื้อรา การหมักไวน์ข้าวอินทรีย์ด้วยหัวเชื้อยีสต์บริสุทธิ์ การหมักน้ำส้มสายชูจากไวน์ข้าวเกษตรอินทร์ด้วยหัวเชื้อน้ำส้ม โดยอาศัยระบบการหมักในถังหมักน้ำส้มสายชูต้นแบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่ากลางปีนี้จะออกสู่ตลาดได้

“เราเคยนำผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูที่ผลิตขึ้นไปโรดโชว์ยังต่างประเทศ ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะลูกค้าทางยุโรป ตอนนี้ได้สั่งออเดอร์บ้างแล้ว เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเรามีรสชาตินุ่มไม่บาดคอเหมือนน้ำส้มสายชูจากองุ่น หรือแอปเปิ้ลที่นิยมผลิตกันในปัจจุบัน” เจ้าของไร่ปลูกรัก กล่าว

กานต์ ยังกล่าวถึงการที่เลือกข้าวเกษตรอินทรีย์มาเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำส้มสายชูว่า เพราะหาได้ง่ายในประเทศ ที่สำคัญยังไม่มีใครผลิต อีกทั้งแหล่งเพาะปลูกก็มีจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีโครงการต่อยอดคือ การผลิตน้ำจิ้มไก่อินทรีย์สำเร็จรูป ที่เน้นใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไร่ปลูกรักมาผลิต โดยมีนางทัศณีย์ ปิ่นแก้ว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เป็นที่ปรึกษาโครงการ

ไทย ออแกนิก ฟาร์ม จึงเป็นอีกตัวอย่างของเกษตรอินทรีย์ที่ประสบความสำเร็จครบวงจร แต่ตั้งแรกเริ่มที่ไม่ใช้สารเคมี ไปจนถึงการแปรรูปผักอินทรีย์เป็นเครื่องปรุงรส สอดรับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” สนใจเรื่องราวรายละเอียด “ไร่ปลูกรัก” สอบถามได้ที่โทร.0-2641-5366

ธานี กุลแพทย์
komchadluk

อบรมการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์

3 comments June 9th, 2009

การปลูกผักไฮโดรโพนิกส์
ถึงคิวเรียนปลูกผักไฮโดรฯ

ช่วงนี้ “คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ” พาผู้สนใจฝึกอบรมอาชีพนอกสถานที่บ่อยครั้ง ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้หาประสบการณ์จากสถานที่จริงๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตรเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นหรือเห็ดยานางิ ไปเรียนกันที่ จ.ชัยภูมิ หรือการจัดสวนหย่อมสไตล์รีสอร์ท ซึ่งยกพลกันไปเรียนที่รังสิต-นครนายก คลอง 15 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจผู้คนสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง

แล้วก็วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายนที่จะถึงนี้ เราจะเปิดหลักสูตร “เทคนิคการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์เพื่อธุรกิจ-แบบประหยัด” มีทั้งปลูกในโรงเรือนและในกล่องโฟมสี่เหลี่ยมที่ทำขึ้นเอง โดยหลักสูตรดังกล่าวนี้เราก็จะยกพลกันไปเรียนกันที่ “สวนแม่บัวหลวง ไฮโดรโพนิกส์” ของคุณอรรถพร สุบุญสันต์ อ.ลาดบัวหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อจะได้เห็นของจริง ฝึกทดลองปฏิบัติกันอย่างจริงๆ จังๆ

เนื้อหาการสอนจะเน้นทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ที่จะฝึกให้ทุกคนสามารถแปลงกล่องโฟมสี่เหลี่ยมให้กลายเป็นแปลงปลูกผักไฮโดรโพนิกส์อย่างง่ายได้ ซึ่งแปลงปลูกแบบนี้เหมาะสำหรับคนเมือง มีพื้นที่ใช้สอยน้อย เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยวที่มีเนื้อที่ใช้สอยไม่มากนัก โดยมุ่งเน้นปลูกเพื่อรับประทานกันเองในบ้าน ซึ่งการลงทุนปลูกจะใช้งบประมาณ 300-400 บาทต่อกล่องโฟม 1 ใบเท่านั้น

นอกจากได้เรียนรู้เทคการทำโรงเรือนในหลากหลายรูปแบบแล้ว วิทยากรก็ยังวิธีการปลูกผักไฮโดรฯ แต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งผักสลัดและผักทั่วไป วิธีการป้องกันโรคและแมลงตลอดจนการคำนวณต้นทุนและมุมมองเรื่องของการวางแผนการตลาดสำหรับพืชผักประเภทนี้ด้วยสำหรับผู้ที่คิดจะลงทุนในเชิงธุรกิจ ส่วนหลักสูตรเกี่ยวกับอาหารก็มีหลายวิชาเด็ดที่ผู้สนใจไม่ควรพลาดเช่นกัน

อย่างวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน มีเปิดสอนการทำก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำน้ำข้น-เย็นตาโฟทรงเครื่อง-ข้าวต้มปลา หลักสูตรเดียวมีสอนถึง 3 เมนู โดยคุณสมพล สืบสมาน เจ้าของร้านเกาเหลาเลือดหมู ย่านสวนหลวง กทม. และน้ำปั่นสุขภาพ (Smootie) เพื่อการค้า โดยสมศักดิ์ แผนสท้าน เจ้าของร้านจาโร่เม่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ก็มีการทำอาหารญี่ปุ่น 3 อย่างคือ ซาซิมิ ซูชิ และมากิ ซึ่งจะเน้นการแล่ปลาดิบเป็นหลัก โดยคุณณัฐนันท์ พึ่งบูญ เจ้าของร้าน “ไรวินทร์” และสุดท้ายการทำกุยช่าย 4 ไส้ 4 รส ได้แก่ กุยช่ายเผือก หน่อไม้ และมันแกว ากร้านกุยช่ายเจ้าเก่าย่านตลาดพลู กทม. แต่หลักสูตรอาหารทั้งหมดจะเรียนที่อาคารเนชั่น ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5) แขวงและเขตบางนา กทม.

สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7 พร้อมรับสิทธิ์สมาชิก “คม ชัด ลึก” ฟรี 1 เดือน

สุรัตน์ อัตตะ
komchadluk

ต้นแบบฟาร์มเกษตรอินทรีย์

No comments October 9th, 2008

ไร่ปลูกรัก

“ไร่ปลูกรัก” ต้นแบบฟาร์มเกษตรอินทรีย์

“ไร่ปลูกรัก” ที่ จ.ราชบุรี จัดว่าเป็นอีกหนึ่ง ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ที่ประสบความสำเร็จ มีผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระบบสากล (IFOAM Accredited) ได้เปิดฟาร์มให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมการทำเกษตรอินทรีย์ของที่นี่

ไร่ปลูกรัก เริ่มทำการเพาะปลูกมาตั้งแต่ปี 2543 จากคู่สามีภรรยา คเณศกานต์ ฤทธิ์ขจรและ อโณทัย ก้องวัฒนา ที่มีความตั้งใจจริงในการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ บนที่ดินกว่า 60 ไร่ ให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืชผักแบบไร้สารพิษ ไร้ยาฆ่าแมลง และไร้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น

แนวคิดในการทำไร่ปลูกรัก นั้น อโณทัย บอกว่า นอกจากจะเน้นการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์แล้ว เจ้าของยังต้องการเปิดฟาร์มให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ปลูกเอง ขายเอง จึงต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์แบบไม่ใช้สารเคมี ใดๆ เป็นอย่างไร เพราะในประเทศไทยยังเป็นอะไรที่ใหม่ อาจจะมีคนรู้จักไม่มากนัก หากได้มาเห็นกับตาจริงๆ จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร

เธอ บอกอีกว่า เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงไร่ปลูกรัก จะมีการต้อนรับด้วยเครื่องดื่มออแกนิกส์ มีการพูดคุยให้รู้จักเกี่ยวกับการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ จากนั้นจึงพาออกทัวร์ชมฟาร์มไปดูแปลงผักออแกนิกส์ คือผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ยากำจัดวัชพืช ปุ๋ยเคมี หรือผลิตภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆ แต่ใช้เป็นปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ผลิตขึ้นเองทั้งหมด

“เราปลูกผักรวมกว่า 30 ชนิด แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผักใบ ผักสลัด และผักกินลูก เศษผักที่เหลือก็นำไปทำปุ๋ยหมัก เหลือจากปุ๋ยหมักก็นำไปเป็นอาหารเป็ด อาหารปลา ทำให้เป็ดปลาเหล่านี้เป็นมังสวิรัติเพราะอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาก็เป็นอาหาร อินทรีย์ที่ไม่มีสารเคมีใดๆ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการทำอาหารก็ยังมีการสอนทำอาหารจากผักอินทรีย์ ต่างๆ ที่มีในฟาร์ม มีหลายเมนู อาทิ การทำน้ำสลัด ซุปข้าวโพด ทำน้ำมะเขือเทศ รวมไปถึงมีอาหารออแกนิกส์ที่ทางฟาร์มทำเองให้บริการแก่นักท่องเที่ยว” เจ้าของไร่ปลูกรักแจง

นอกจากนี้ไร่ปลูกรักยังมีกิจกรรมการปลูกผักใน กระถางเล็กๆ นำกลับไปฟูมฟักปลูกกินเองที่บ้าน และมีกิจกรรมการเก็บผัก ที่ทางฟาร์มจะให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้ลงมือเก็บผักสดๆ ด้วยตัวเองจากแปลงผัก เพื่อนำติดไม้ติดมือกลับไปรับประทานที่บ้านด้วย และจะได้ระลึกถึงชีวิตของเกษตรกรว่ากว่าจะได้ผักแต่ละต้นมานั้น ยากลำบากแค่ไหน หากใครอยากจะสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตชาวไร่ “ไร่ปลูกรัก” ยินดีเปิดฟาร์มต้อนรับทุกคน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2641-5366-70 ทุกวัน