ฟาร์มไฮโดรโพนิกส์

ฟาร์มไฮโดรโพนิกส์ ผักไร้ดินเมืองจันท์
หากเอ่ยถึงจังหวัด จันทบุรี คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไม่ว่าจะเป็น น้ำตก ทะเล และภูเขา ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมองไปที่ภาพ เกษตรกรชาวสวน และ ผลไม้นานาพันธุ์ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัด อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ ซึ่งการทำสวนผลไม้ถือเป็น อาชีพหลัก ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่นี่เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามบนพื้นที่ที่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ใช่ว่าจะมีเพียงการทำสวนผลไม้เท่านั้น โดยที่ “บางกะจะไฮโดรโพนิกส์ฟาร์ม” เลขที่ 65 หมู่ 4 ต.บางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ติดกับวัดพลับ วัดโบราณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองจันท์ มีการทำ ฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ (พืชไร้ดิน) แห่งแรกของที่นี่ ผู้บุกเบิกคือ นายวีระ นามพระจันทร์ หรือที่ชาวจันท์เรียกกันติดปากว่า “ปลัดวีระ”
ที่มาที่ไปการทำฟาร์มผักบนดินแดนที่ได้ชื่อว่าเมืองผลไม้ คุณวีระ เปิดเผยว่า ตนรับราชการมา 25 ปี เป็นปลัดอำเภอมาหลายแห่ง กระทั่งปี 45 เป็นปลัดจังหวัดจันทบุรี ขณะรับราชการได้ ช่วยเหลือ ชาวสวนเรื่องปัญหาผลไม้ราคาตกมาโดยตลอด แต่เนื่องจาก ปัจจัยบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือชาวสวนได้อย่างเต็มที่ กระทั่งจุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นช่วงปี 47 เออร์ลี่ฯจากงาน อยู่บ้านว่าง ๆ เลย ลองปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ กินในครอบครัว ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย แต่ด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด เคยช่วยพ่อแม่ทำสวนมาก่อนจึงพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง
นักปกครองที่ผันตัวเองมาเป็นชาวสวน กล่าวต่อว่า คำว่า Hydroponics มาจากการรวมคำในภาษากรีก คือ Hydro หมายถึง “น้ำ” และ Ponics หมายถึง “งาน” เมื่อนำสองคำมารวมกันจะเป็น “Water Working” หมายถึงการ ทำงานที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช โดยไม่ใช้ดิน ซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิของสารละลายธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตให้ดี ผักที่ปลูกจึงมีความปลอดภัยสูง เป็นที่นิยมของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ วิธีทำไม่ได้ยากเย็น ก่อนอื่นจัดหาอุปกรณ์เฉพาะ อาทิ โฟม ถาดรอง โครงเหล็ก (โรงเรือน) ปรับแต่งได้ มุ้งกันแมลง และปั๊มน้ำ เมื่อได้ทุกอย่างแล้ว เริ่มต้นนำ ฟองน้ำ สำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมา รดน้ำให้ชุ่ม หยอดเมล็ดพันธุ์ลงไปในฟองน้ำไม่ต้องให้ลึกมากนัก รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน หาวัสดุปิด ไม่ให้โดนแสง 3 วัน วันที่ 4 เปิดให้ฟองน้ำโดนแสง ซึ่งเราจะเห็นเมล็ดพันธุ์ที่เพาะไว้ งอก ขึ้นมาจากหลุม จากนั้นให้น้ำไม่เกิน 2 วันก็สามารถนำไปปลูกต่อในโรงเรือน โดยนำไปใส่ในหลุมโฟมซึ่งมีถาดรองน้ำ ก่อนเปิดระบบปั๊ม น้ำวน ผ่านรากตลอดเวลา พร้อม กางมุ้ง ป้องกันแมลง ทั้งนี้ผักทั่วไปจะใช้เวลาปลูกไม่เกิน 30 วันก็จะได้ผลผลิต

ข้อดี ของการปลูกผักวิธีนี้ คือสามารถปลูกได้ ตลอดทั้งปี อีกทั้งช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วม บางพื้นที่ส่งผลให้ผักที่ปลูกกับดินได้รับความเสียหาย ขณะที่ผักไฮโดรโพนิกส์ ไม่ได้รับผลกระทบ ควบคุมปุ๋ยได้ต่างจากระบบปลูกดิน ทำราคาได้ดีกว่าผักทั่ว ๆ ไป และที่สำคัญควบคุมการใช้จ่ายในการผลิตได้ชัดเจน ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้สนใจ ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการการเกษตรฯ นักศึกษา เกษตรกร เดินทางมาดูงานที่ฟาร์มฯ เป็นจำนวนมาก โดยทางฟาร์มฯยินดีให้ความรู้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด.
ศุภฤกษ์ วิเชียรปัญญา


