Archive: Posts Tagged ‘ผักปลอดสารพิษ’

น้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์

1 comment June 25th, 2009

น้ำส้มสายชู จาก ข้าวอินทรีย์
นำข้าวอินทรีย์ผลิต “น้ำส้มสายชู” ต่อยอดผักปลอดฯ สู่ยี่ห้อ “ปลูกรัก”

“ไทย ออแกนิก ฟาร์ม” ภายใต้การนำของ กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป พลิกผืนนารกร้างทำเกษตรอินทรีย์ หวังคนไทยได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ปราศจากสารเคมี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” ล่าสุดเพิ่มไลน์ใหม่พัฒนา “สูตรน้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์” ต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่มือผู้บริโภค

กานต์ ฤทธิ์ขจร ผจก.ทั่วไป ไทย ออแกนิก ฟาร์ม (Thai Organic Farm) ผู้ผลิตและจำหน่ายผักสดอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ “ไร่ปลูกรัก” กล่าวถึงการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ว่า เพื่อตอบสนองในเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความยั่งยืนไม่เบียดเบียนธรรมชาติ จึงได้ปรับพื้นที่นาร้างที่มีอยู่ 60 ไร่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี พัฒนาเป็นไร่เกษตรอินทรีย์ โดยใช้ชื่อว่า “ไร่ปลูกรัก”

“ฟาร์มแห่งนี้ผลิตผักออแกนิกภายใต้มาตรฐานไอโฟม (IFOAM : International Federation of Organic Agriculture Movements) และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU REGULATION) นอกจากนี้ ผลิตผลของฟาร์มยังได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากสำนักงานมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย (มกท.) ทำให้จำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ”

ถึงวันนี้ “ไร่ปลูกรัก” ดำเนินการมาเป็นปีที่ 10 กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เพราะสินค้าค่อนข้างมีราคาจากข้อจำกัดและขั้นตอนการบำรุงรักษา อีกทั้งการไม่ใช้สารเคมีในการบำรุง หรือใช้ฮอร์โมนเร่งการเติบโตทำให้ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ไม่สามารถแข่งขันด้าน การตลาดได้มากนัก

จากปัจจัยดังกล่าว กานต์ บอกว่า “ไร่ปลูกรัก” จึงต้องการขยายตลาด โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ผักดอง พริกดอง และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อื่นๆ ที่ใช้น้ำส้มสายชูหมักเป็นวัตถุดิบ เพราะปัจจุบันยังไม่มีการผลิตที่ชัดเจน และเป็นการต่อยอดผลผลิตจากผักสด ปี 2550 การผลิตน้ำส้มสายชูจากข้าวเกษตรอินทรีย์จึงเกิดขึ้นเป็นทางเลือกให้แก่กลุ่ม คนรักสุขภาพ

“การผลิตน้ำส้มสายชูจากข้าวอินทรีย์จึงเริ่มขึ้นจากการความช่วยเหลือของ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มี รศ.วรวุฒิ ครูส่ง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษา”

กระบวนการผลิตน้ำส้มสายชูดังกล่าว กานต์ บอกว่า สำเร็จลุล่วงด้วยดี ทั้งการออกแบบและวางแผนการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการหมักข้าวอินทรีย์ให้เป็นน้ำตาลด้วยเชื้อรา การหมักไวน์ข้าวอินทรีย์ด้วยหัวเชื้อยีสต์บริสุทธิ์ การหมักน้ำส้มสายชูจากไวน์ข้าวเกษตรอินทร์ด้วยหัวเชื้อน้ำส้ม โดยอาศัยระบบการหมักในถังหมักน้ำส้มสายชูต้นแบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่ากลางปีนี้จะออกสู่ตลาดได้

“เราเคยนำผลิตภัณฑ์น้ำส้มสายชูที่ผลิตขึ้นไปโรดโชว์ยังต่างประเทศ ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะลูกค้าทางยุโรป ตอนนี้ได้สั่งออเดอร์บ้างแล้ว เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเรามีรสชาตินุ่มไม่บาดคอเหมือนน้ำส้มสายชูจากองุ่น หรือแอปเปิ้ลที่นิยมผลิตกันในปัจจุบัน” เจ้าของไร่ปลูกรัก กล่าว

กานต์ ยังกล่าวถึงการที่เลือกข้าวเกษตรอินทรีย์มาเป็นวัตถุดิบผลิตน้ำส้มสายชูว่า เพราะหาได้ง่ายในประเทศ ที่สำคัญยังไม่มีใครผลิต อีกทั้งแหล่งเพาะปลูกก็มีจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีโครงการต่อยอดคือ การผลิตน้ำจิ้มไก่อินทรีย์สำเร็จรูป ที่เน้นใช้วัตถุดิบที่ปลูกในไร่ปลูกรักมาผลิต โดยมีนางทัศณีย์ ปิ่นแก้ว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เป็นที่ปรึกษาโครงการ

ไทย ออแกนิก ฟาร์ม จึงเป็นอีกตัวอย่างของเกษตรอินทรีย์ที่ประสบความสำเร็จครบวงจร แต่ตั้งแรกเริ่มที่ไม่ใช้สารเคมี ไปจนถึงการแปรรูปผักอินทรีย์เป็นเครื่องปรุงรส สอดรับนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” สนใจเรื่องราวรายละเอียด “ไร่ปลูกรัก” สอบถามได้ที่โทร.0-2641-5366

ธานี กุลแพทย์
komchadluk

สารพิษไซเปอร์เมทริน

No comments April 20th, 2009

ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทรินเบื้องต้นชนิดพกพา
ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทรินเบื้องต้นชนิดพกพา

สารพิษไซเปอร์เมทริน เป็นยาฆ่าแมลงกลุ่มไพเรทรอยด์ ซึ่งออกฤทธิ์กำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด จากการที่ผู้ประดิษฐ์ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทรินเบื้องต้นออกไป สำรวจ พบว่าแปลงผักของเกษตรกรที่ปลูกผักในภาคกลางและภาคตะวันออกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้สารพิษไซเปอร์เมทรินฉีดพ่นกำจัดศัตรูพืช สารพิษดังกล่าวจึงเป็นปัญหาที่ตรวจพบตกค้างในผักและผลไม้ส่งออกตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จนถึงปี 2549 โดยปี 2546, 2547, 2548 ตรวจพบไซเปอร์เมทรินมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และจากศูนย์ข้อมูลบริการแบบเบ็ดเสร็จของกรมวิชาการเกษตรปีล่าสุด 2551 พบสารไซเปอร์เมทรินมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ของผักและผลไม้ที่ส่งออก โดยเฉพาะพวกสมุนไพร เช่น ใบกะเพรา และใบโหระพา พบสูงถึง 9 ppm สูงกว่าค่าความปลอดภัย ซึ่งกำหนดโดย CODEX MRL ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล

นางอุดมลักษณ์ อุ่นจิตวรรธนะ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยวัตถุมีพิษ สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ผู้ประดิษฐ์ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทรินเบื้องต้น กล่าวว่า สารไซเปอร์เมทรินจะออกฤทธิ์กับแมลงหรือคน ทำให้ระบบประสาทผิดปกติ เพราะสารนี้จะไประงับการทำงานเซลล์เมนเบรนในระบบประสาท ซึ่งมีผลต่อการทรงตัวของแมลงหรือคน แต่เนื่องจากแมลงมีรูปร่างเล็กกว่าคนมาก ถ้าได้รับสารนี้ในปริมาณมากอาจหมดสติหรือที่เรียกว่า น็อกดาวน์ สำหรับคนอาจมีอาการมึนซึมหรือการเคลื่อนไหวร่างกายมีอาการผิดปกติเล็กน้อย เนื่องจากคนมีน้ำหนักตัวมากกว่าแมลง จึงไม่ถึงขั้นเป็นอันตราย นอกจากจะได้รับสารเข้าไปเป็นปริมาณมาก

“ในการส่งพืชผักผลไม้ไปจำหน่ายต่างประเทศ ถ้าพบว่ามีสารไซเปอร์เมทรินตกค้าง สูงกว่าค่าความปลอดภัย คือ เกินกว่าค่า CODEX MRL หรือ MRL ของแต่ละประเทศที่นำเข้าจะถูกส่งกลับคืนมา แต่เนื่องจากค่าความปลอดภัยของแต่ละประเทศมีค่าไม่เท่ากัน ถ้าเป็น EU หรือกลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่น ได้กำหนดค่าความปลอดภัย (MRL) ไว้ต่ำมาก แสดงว่าพืชผักนั้นมีความปลอดภัยสูง ซึ่งเขากำหนดค่าความปลอดภัยไว้ 0.01 ppm สำหรับหน่อไม้ฝรั่งถ้าตรวจพบสูงกว่านี้จะถูกส่งกลับทันที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละ ประเทศจะกำหนด และขึ้นอยู่กับพืชผักแต่ละชนิดด้วย”

นางอุดมลักษณ์ กล่าวอีกว่า พืชผักที่มีปัญหาทุกวันนี้ คือ หน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งกำหนดค่าความปลอดภัยไว้ 0.01 ppm ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำมาก แต่ประเทศไทยไม่มีการใช้สารพิษไซเปอร์เมทรินในหน่อไม้ฝรั่ง เพราะเกรงว่าถ้าใช้แล้ว พบตกค้างเกินค่าที่กำหนด จะส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและประเทศญี่ปุ่นไม่ได้

จากปัญหาที่พบสารไซเปอร์เมทรินตกค้างในพืชผักผลไม้ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา และประเทศผู้นำเข้าสินค้าจากประเทศไทยได้ส่งสินค้ากลับคืนมา ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรคิดค้นอุปกรณ์การตรวจ สอบสารพิษอย่างง่าย ๆ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เป็นโครงการเร่งด่วนเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ และผลิตผลการเกษตรอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบปริมาณการปนเปื้อนสารพิษก่อนออกสู่แหล่งจำหน่ายและก่อนออกสู่ ผู้บริโภค ทำให้สามารถจำแนกได้ว่า ผลิตผลหรือสินค้านั้นมีการปนเปื้อนสารพิษไซเปอร์เมทริน มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ระดับความปลอดภัยที่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานสากลและมาตรฐาน ภายในประเทศอย่างไรหรือไม่

การประดิษฐ์ชุดตรวจสอบนี้ได้มาจากการวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจสอบสารพิษตก ค้างอย่างง่ายและรวดเร็วโดยวิธีเคมี โดยพัฒนามาจากการวิเคราะห์ด้วยทินเลเยอร์โครมาโตกราฟฟี่ แต่นำมาย่อขนาดและลดขั้นตอนยุ่งยากต่าง ๆ ลง แต่ยังคงมีประสิทธิภาพใช้ได้ตามวัตถุประสงค์

ชุดตรวจสอบนี้ทำเป็นกล่องกระดาษ น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม หลังจากบรรจุอุปกรณ์ทุกอย่างลงไปในกล่อง เรียกว่า ชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทริน หรือ Test Kit for Cypermethrin Residue ชุดตรวจสอบนี้สะดวกในการนำไปใช้ตรวจที่แปลงเกษตรกรและลดขั้นตอนยุ่งยากที่ทำ ในห้องปฏิบัติการ คือ ไม่มีขั้นตอนการฉีดพ่นสารที่เป็นสี โดยผสมสีลงไปพร้อมกับสารซิลิกาชนิดพิเศษตอนเริ่มต้น การแปลผลใช้เปรียบเทียบกับรูปที่ให้มากับคู่มือการใช้งานซึ่งบรรจุอยู่ภายใน กล่องชุดตรวจสอบ ขั้นตอนและวิธีทำจะบอกอย่างละเอียดในคู่มือที่ให้มา อ่านเข้าใจง่าย สามารถทำเองได้

“ประโยชน์ของชุดตรวจสอบสารพิษตกค้างไซเปอร์เมทรินเบื้องต้นที่ประดิษฐ์คิด ค้นขึ้นมานี้ ก็คือ ประหยัดเงินและเวลาในการวิเคราะห์ สะดวกในการพกพาไปใช้ตรวจในแปลงผักของเกษตรกร ทำให้ผลผลิตที่แปลงก่อนจะออกสู่แหล่งจำหน่ายปลอดภัยในระดับหนึ่ง” นางอุดมลักษณ์ กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยวัตถุมีพิษการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-6123 โทรสาร 0-2940-5420.

นวลศรี โชตินันทน์
dailynews

ผักปลอดภัยจากสารพิษ

No comments November 25th, 2008

ผักปลอดสารพิษ
พัฒนาตลาดผักปลอดสารพิษ…เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์ หากเราสามารถพัฒนาและสร้างกระบวนการผลิตอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัยจากสารพิษต่าง ๆ ก็ย่อมที่จะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในประเทศ ทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในด้านปัญหาสุขภาพอีกทางหนึ่ง

ในปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมให้ มีการผลิตอาหารจำพวกผักและผลไม้ที่ปลอดจากสารพิษกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีผู้ผลิตอีกเป็นจำนวนมากที่มิได้ใส่ใจในเรื่องเหล่านี้ รวมไปถึงผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังขาดความเอาใจใส่ในเรื่องคุณภาพชีวิตของตนเอง นอกจากนี้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าปลอดสารพิษยังขาดแหล่งจำหน่ายผลผลิตที่มีการ แยกตลาดอย่างชัดเจนกับสินค้าทั่วไป ทำให้กระแสความนิยมในการบริโภคผักปลอดสารพิษของประชาชนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าดีแต่ก็ไม่รู้จะไปหาซื้อได้จากที่ไหน

เหตุนี้ทาง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดขอนแก่น ดำเนินงาน “โครงการผักปลอดภัยจากสารพิษ จังหวัดขอนแก่น” ขึ้นมาโดยมุ่งหวังให้ประชาชนในเมืองดอกคูนเสียงแคนได้มีโอกาสบริโภคอาหารที่ สะอาดและปลอดภัยจากสารพิษอย่างยั่งยืน

รศ.ดร.สุพัตรา ชาติบัญชาชัย ผู้จัดการแผนงานผักปลอดสารพิษ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า โครงการผักปลอดภัยจากสารพิษ ได้รับทุนการสนับสนุนจาก สสส. เพื่อจัดทำระบบการปลูกผักปลอดสารพิษ โดยคิดค้นกระบวนวิธีให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานผักปลอดสารพิษได้อย่างแท้ จริง ซึ่งต้องเริ่มที่เกษตรกรผู้ปลูกผัก ร้านค้าที่รับซื้อ และความตระหนักของผู้บริโภค ในการทำงานจึงมีการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด อาทิ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขต 3 เข้าไปสร้างองค์ความรู้ในเรื่องนี้ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละภาคส่วน และเน้นสร้างแรงกระตุ้นเข้าไปสู่การปกครองในระดับท้องถิ่นเพื่อให้การทำงาน มีความเข้มแข็งและมีรูปแบบที่ชัดเจน

“เราต้องการให้กลุ่มเป้าหมายคือชาวบ้านตั้งแต่ในระดับชุมชน ได้มีวัตถุดิบที่ปลอดภัยไปประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือน จึงวางแผนการทำงานโดยผลักดันนโยบายไปสู่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงให้เข้ามามี ส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกผักและตลาด ซึ่งมีหน้าที่กระจายสินค้า โดยให้ทั้ง 2 ส่วนได้ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ประชาชนคำนึงถึงความปลอด ภัยจากการบริโภคอีกด้วย” รศ.ดร.สุพัตรา กล่าว

โดยมีพื้นที่ตัวอย่างที่ดำเนินตามแนวทางโครงการฯ ที่ทาง สสส. ได้เข้าไปสนับสนุนตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้อย่างยั่งยืน มีผลผลิตกระจายสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องคือ กลุ่มเกษตรกรที่หมู่บ้านบ้านหม้อ ต.คูคำ อ.ซำสูง จ.ขอน แก่น ซึ่งใช้วิธีปลูกผักกางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูพืช ลดการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง

เดิมเมื่อเจอแมลงรบกวนก็ใช้ยาฆ่าแมลงตลอด แต่เมื่อได้เปลี่ยนเป็นการปลูกผักกางมุ้ง ก็ช่วยลดต้นทุนการใช้ยาฆ่าแมลง ค่าน้ำ และค่าปุ๋ยลงได้ หากเจอแมลงรบกวนมาก ๆ ก็จะไถทิ้งให้เป็นปุ๋ยแล้วปลูกใหม่ทันที เพราะเรานึกถึงสุขภาพของตัวเองและผู้บริโภคเป็นหลัก” นายสุนันท์ เผ้าหอม ผู้ใหญ่บ้านบ้านหม้อ เล่าถึงแนว คิดที่ส่งผลดีต่อทั้งคนปลูกและคนซื้อ

ด้านหัวหน้ากลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ นายสมจิตร เผ้าหอม กล่าวเสริมว่า การปลูกผักปลอดสารพิษ มีต้นทุน ค่าไถกลบ ค่าปุ๋ยมูลสัตว์และค่าเมล็ดพันธุ์เท่านั้น ที่เหลือจึงเป็นกำไรเฉลี่ยไร่ละ 3-4 หมื่นบาท มากขึ้นกว่าตอนที่ใช้สารเคมีถึง 2 เท่า และที่สำคัญคือ เมื่อก่อนสังเกตได้ว่าเมื่อใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง คนทำไร่เองมักจะเป็นโรคต่าง ๆ ค่อนข้างมาก แต่พอได้เรียนรู้วิธีการปลูกผักปลอดสารพิษแล้ว สังเกตได้ว่า สุขภาพของผู้ปลูกเองก็ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผู้บริโภคเองก็ได้สุขภาพที่ดีกลับไป

ผลผลิตของชาวบ้านหม้อ เป็นผักตามฤดูกาลที่นิยมบริโภคกันทั่วไปได้แก่ ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ถั่วฝักยาว และมะเขือ ซึ่งมีการปลูกหมุนเวียนสลับกันไป ในแต่ละวันชาวบ้านจะนำผลผลิตที่ได้มารวมกันแล้วให้ตัวแทนหมู่บ้านนำไปขายที่ ตลาดสด ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองขอนแก่น เพื่อลดปัญหาการถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา และผู้บริโภคก็จะได้รับประทานผักปลอดสารพิษสดใหม่ทุกวัน

โครงการผักปลอดภัยจากสารพิษ จังหวัดขอนแก่น ก่อให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตและตลาด ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอาหารที่มีความปลอดภัยได้โดยง่าย ส่งผลดีกับทุกฝ่ายทั้งในเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจในชุมชน และสังคมในระดับท้องถิ่น

เมื่อผู้ผลิตเองมีจิตสำนึกผลิตอาหารปลอดภัย และตลาดมีจิตสำนึกในการขายสินค้าที่มีคุณภาพ สิ่งที่ชาวขอนแก่นจะได้รับคือ สุขภาพอนามัยที่ดี ซึ่งเกิดจากการได้บริโภคอาหารดี ๆ ที่มีคุณภาพ และสามารถเข้าถึงผักปลอดภัยจากสารพิษอย่างต่อเนื่องและตลอดไป