Archive: Posts Tagged ‘ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน’

การเลี้ยงไส้เดือนดิน

1 comment July 15th, 2009

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินสำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์
เพาะเลี้ยงไส้เดือนดินผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ

“ไส้เดือนดิน” จัดอยู่ในกลุ่มผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามที่อยู่อาศัยและนิสัยในการกินอาหารคือ ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์ และไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยการขุดรูอยู่ โดยไส้เดือนดินที่อยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์จะมีประสิทธิภาพในการย่อยสารอินทรีย์ในดินได้ดีกว่า และมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วกว่าด้วย โดยทั่วไปในธรรมชาติไส้เดือนดินมีอายุที่ยาวนาน ตั้งแต่ 4-10 ปีขึ้นอยู่กับชนิดของไส้เดือนดิน แต่เมื่อนำมาเพาะเลี้ยงมักพบว่าไส้เดือนดินมีอายุสั้นลง โดยทั่วไปจะมีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 2 ปี

สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน ประกอบด้วย 1.ความชื้น ไส้เดือนดินแต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในความชื้นที่แตกต่างกัน เช่น ความชื้นที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินคือ 40-70% ส่วนไส้เดือนดินที่อาศัยใต้กองมูลสัตว์หรือซากอินทรีย์จะเจริญเติบโตได้ดีที่ความชื้น 70-80% เป็นต้น 2.อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน อยู่ในช่วง 15-28 องศาเซลเซียส โดยไส้เดือนดินในเขตร้อนจะทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่าไส้เดือนดินในเขตอบอุ่น 3.ความเป็นกรด-ด่างของดินมีผลต่อไส้เดือนดิน โดยทั่วไปความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินอยู่ในช่วง 6.0-8.0 อย่างไรก็ตามพบว่าไส้เดือนดินบางชนิดสามารถอาศัยอยู่ในสภาพที่เป็นกรดจัดได้ (3.7-4.7) 4.ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไส้เดือนดินจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในดินที่มีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่าง 0.01-11.5% ถ้ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่สูงกว่าที่กำหนดจะเป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน

จากลักษณะการกินอาหาร (ซากอินทรีย์) และการอยู่อาศัยของไส้เดือนดิน ทำให้มีประโยชน์ต่อดินในแง่ของการย่อยสลายซากอินทรีย์ในดิน ทำให้ดินมีธาตุอาหารและสาร ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งการเคลื่อนที่ไปหาอาหารของไส้เดือนดินเป็นการไชชอนดิน ทำให้ดินมีความร่วนซุย มีการระบายของน้ำและการแพร่กระจายของอากาศในดินได้ดี จึงเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในดินไม่ว่าจะเป็นพืช จุลินทรีย์ และสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ

วัตถุประสงค์ของการนำไส้เดือนดินมาเพาะเลี้ยงในประเทศไทย มีจุดมุ่งหมายอยู่ 2 ประการคือ ประการแรกเป็นอาหารสัตว์ ประการที่สอง คือนำมาใช้ย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอาหารเพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เช่น เศษผัก ผลไม้หรือมูลสัตว์ เป็นต้น

วิธีการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินสำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์มีด้วยกันหลายชนิด โดยสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมดังนี้

1. การเลี้ยงไส้เดือนดินในภาชนะต่าง ๆ เช่น กระถางปลูกต้นไม้ ลังไม้ หรือบ่อซีเมนต์เป็นต้น เป็นการเลี้ยงขนาดเล็ก และทำได้ทุกครัวเรือน ใช้พื้นที่น้อย การดูแลง่าย แต่ปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้ก็น้อยตามขนาดของภาชนะที่เลี้ยง

2. การเลี้ยงไส้เดือนดินในภาชนะเป็นชั้น ๆ เช่น ชั้นไม้ หรือชั้นตู้พลาสติก เป็นต้น เป็นการเลี้ยงที่ใช้พื้นที่จำกัดได้ดี แต่มีข้อจำกัดคือต้องใช้แรงงานในการจัดการค่อนข้างมากและสิ้นเปลืองเวลา

3. การเลี้ยงไส้เดือนดินแบบแปลง กลางแจ้ง เป็นการเลี้ยงไส้เดือนดินที่ใช้เทคนิคง่าย ๆ ด้วยการตั้งกองอาหารเป็นแปลงสำหรับ เลี้ยงไส้เดือนดิน คลุมอาหารของไส้เดือนดินด้วยฟางและตาข่าย สำหรับป้องกันสัตว์มาคุ้ยเขี่ย แต่มีข้อจำกัดตรงที่ไส้เดือนดินสามารถเลื้อยหนีออกได้ง่ายเมื่อสภาวะไม่เหมาะสม เช่น อาหารหมดหรือน้ำท่วม เป็นต้น

4. การเลี้ยงไส้เดือนดินในโรงเรือน เป็นการเลี้ยงที่นิยมสำหรับฟาร์มเกษตรกรส่วนใหญ่ เพราะสามารถจัดการสภาพแวดล้อมต่าง ๆในการเลี้ยงไส้เดือนดินได้ง่าย เช่น การก่อบล็อกสำหรับทำซองหรือคอกเลี้ยงไส้เดือนดิน โรงเรือนจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับต้นทุนของผู้เลี้ยงไส้เดือนดินเป็นหลัก

5. การผลิตไส้เดือนดินแบบอัตโนมัติ เป็นการเลี้ยงไส้เดือนดินอย่างเป็นระบบ ทำให้จัดการได้ง่าย แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้นทุนสูงมาก ดังนั้นต้องมีการศึกษาพันธุ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด

ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากไส้เดือนดินมีอยู่ 2 ชนิดคือ ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดแห้งและปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุดิบหรืออาหารที่ใช้ โดยทั่วไปถ้าเป็นจากเศษพืชหรือผักจะได้ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งชนิดน้ำและแห้ง แต่มีปริมาณน้อย ส่วนมูลสัตว์จะได้ปริมาณปุ๋ยอินทรีย์ที่มากกว่า แต่ไม่ได้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีวิจัยลำตะคอง วว. เลขที่ 333 หมู่ 12 ถนนมิตรภาพ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130 โทร. 0-4439-0107, 0-4439-0150 , 08-1999-4770 โทรสาร 0-4439-0150 อีเมล lamtakhong@tistr.or.th, momtree_k@tistr.or.th

dailynews

ไส้เดือนดิน

No comments March 27th, 2009

ไส้เดือนดิน พันธุ์ขี้ตาแร่
สร้างบ้านให้ไส้เดือน เสริมปัจจัยเกษตรอินทรีย์

ไส้เดือนดิน จัดอยู่ใน Phylum Annelida ลักษณะทั่วไป ลำตัวเป็นปล้องๆ มีเยื่อ Cuticle คลุมผิวหนังเพื่อใช้หายใจ มีหัวใจเทียม (pseudoheart) อยู่ระหว่างปล้องที่ 8-13 ส่วนปล้องที่ 14, 15, 16 ใช้สร้างปลอกหุ้มไข่ (Cocoon) ซึ่งมีได้ ทั้งไข่ และ อสุจิในตัวเดียวกัน แต่ผสมพันธุ์กันในตัวเองไม่ได้ (เพราะเป็นกะเทย) มีเลือดสีแดงและเส้นประสาทที่บริเวณด้านท้อง Ventral nerve cord มีกึ๋น (Gizzard) ช่วยย่อยอาหารและขับถ่ายของเสียออกทางรูผิวหนัง อาศัยอยู่ทั่วไปตามดินชุ่มชื้นร่วนซุย แต่ในเมืองใหญ่ๆที่เป็นคอนกรีต พบได้บริเวณสวนหย่อมที่มีใบไม้ทับถมอยู่มากๆตามพื้นดินที่เป็น “กองขยะอินทรีย์” จากตลาดหรือในชุมชน

มันจะคืบคลานโดยชอนไชด้วยเดือยรอบๆปล้องไปตามซอกหลืบของเม็ดดินหากินเศษใบไม้ และพืชผักเป็นอาหาร อีกทั้งยังกินซากสัตว์ทุกชนิดที่เน่าเปื่อย รวมทั้งแมลงและตัวอ่อนได้อีกด้วย จึงถูกจัดอยู่ในสัตว์จำพวกกินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มองเห็นวงจรชีวิตของไส้เดือนดิน ที่ทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบ เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดีขึ้น จึงนำมาใช้ในการย่อยสลายขยะจากหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม สามารถลดปริมาณขยะลงไปเป็นจำนวนมาก

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จึงได้สนับสนุนเงินจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัด โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการจัดการขยะอินทรีย์สำหรับชุมชนขนาดย่อม พร้อมกับถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีนี้ให้กับองค์กรต่างๆ คือ โรงพยาบาลสันทราย, ศูนย์เรียนรู้อำเภอไชยปราการ, ตลาดสดเจดีย์แม่ครัว โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยการใช้ ไส้เดือนดินพันธุ์ขี้ตาแร่ ซึ่งเป็นพันธุ์ท้องถิ่นของทางภาคเหนือจำนวน 1,000 กิโลกรัม เข้ามาใช้ในกระบวนการกำจัดขยะอินทรีย์ทั้งโครงการฯให้กลายเป็น ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

โดย มูลนิธิโครงการหลวง ได้ให้นำผลิตภัณฑ์ “ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินและน้ำปุ๋ยชีวภาพ” ซึ่ง มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการปลูกพืชผลทางการเกษตรทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ผล และการทำเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี มาวางจำหน่ายอีกด้วย

เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รศ.ดร. เทพ พงษ์พานิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ถือฤกษ์เปิด “บ้านไส้เดือน” จำนวน 6 หลัง พร้อมปล่อยไส้เดือนดินพันธุ์ขี้ตาแร่เข้าสู่โรงเรือนหลังใหม่ โดยมี รศ.ดร.อานัฐ ตันโช อาจารย์ ภาควิชาทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม คณะผลิตกรรมการเกษตร เป็นผู้รับผิดชอบดูแล…

หน่วยงานหรือชุมชนที่ต้องการศึกษาดูงาน “การกำจัดขยะอินทรีย์โดยใช้ไส้เดือนดิน” กริ๊งกร๊างหา รศ.ดร.อานัฐ ได้ที่ 0-5387-3490 ต่อ 117 หรือ 08-9956-9830.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน
thairath