Archive: Posts Tagged ‘น้ำหมักชีวภาพ’

ผลิตมะม่วงนอกฤดู

No comments April 8th, 2009

การผลิตมะม่วงนอกฤดู ด้วย สารชีวภาพ
การผลิตมะม่วงนอกฤดู ลดต้นทุนด้วยสารชีวภาพ

เมื่อกระแสการ “เปิบ” อาหารปลอดภัย ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นทุกขณะ เกษตรกรชาวสวนทั้งหลายจึงหันมาปรับเปลี่ยน มุ่งสู่การผลิต “พืชผักอินทรีย์” เกษตรกรผลิตม่ะม่วงนอกฤดูสายพันธุ์น้ำดอกไม้ ส่งออกตลาดต่างประเทศได้ “ฉลุย”

มะม่วง” ก็เป็นหนึ่งในผลิตผล ที่ไทยส่งไปขายในตลาดเพื่อนบ้าน อาทิ สิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง จีน ปีหนึ่งมีมูลค่านับล้านๆบาท และผลผลิตจาก นิคมเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็เป็นหนึ่งที่ติดปลายนวมกับเขาเช่นกัน

นายสุชาติ ขาวบาง ชาวบ้านตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 40 ไร่ ก่อนหน้านั้นปลูกสับปะรด ช่วงราคาตกต่ำ จึงเดินทางไปดู “การทำสวนมะม่วง” แถว จังหวัดสุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา เห็นว่าราคารับซื้อต่อกิโลกรัมค่อนข้างดีกว่าสับปะรด จึงเบน “เข็มอาชีพ” หันมาทำสวนมะม่วงพันธุ์ ฟ้าลั่น เขียวเสวย เพราะเข้าใจว่าส่งออกได้

แต่เอาเข้าจริงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจาก ตลาดต่างประเทศชอบสายพันธุ์น้ำดอกไม้ที่มี “รสหวานปนเปรี้ยว” ต้องโค่นออกเปลี่ยนมาปลูกน้ำดอกไม้สีทองเป็นหลัก และเพื่อให้ส่งออกตลาดต่างประเทศได้ “ฉลุย” ไม่มีปัญหาตามมา จึงเข้าโครงการเปลี่ยนระบบการผลิตที่ถูกต้องตั้งแต่พื้นที่ปลูก ดูแลรักษา เก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (GAP) กับ กรมวิชาการเกษตร ใช้เวลาอยู่นานกระทั่งผ่านเกณฑ์ และได้ มาตรฐานสินค้าเกษตรตัว Q

“…หาก มุ่งเคมีอาทิปุ๋ย ยา อย่างเดียวก็ไม่ไหว จึงเริ่มหันมาใช้อินทรีย์ เริ่มจากทำปุ๋ยใช้เองก่อน โดยสั่งมูลโคมาโรยตามโคนต้น ตามด้วยน้ำหมักชีวภาพฉีดทับ เพราะเรามีใบอินทรียวัตถุของพืชอยู่แล้วตามโคนต้น ฉีดน้ำหมัก เมื่อฝนตกก็จะย่อยสลายเอง ไม่ต้องเสียเวลา การลัดขั้นตอนดังกล่าวก็ได้ผลเหมือนกัน ส่วนเคมียังคงใช้บ้างแต่จำนวนน้อยลง…”

พร้อมทั้งหันมาทำ มะม่วงนอกฤดู การจัดการเริ่มจากตัดแต่งกิ่งเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ถ้ามีน้ำเพียงพอก็จะ ดึงใบ (แตกใบใหม่) โดยใช้สาร ไทโอยูเรีย ประมาณครึ่ง กก. น้ำ 200 ลิตร ควบคู่ น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ ช่วงเช้าหากแดดแรงต้องหยุด และฉีดอีกครั้งตอนเย็น สังเกตพอแตกใบอ่อน จะราดสาร แพคโคบิวทาโซน ยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช ในทางตรงกันข้ามจะสร้างตาดอกแทน หลัง 30 วัน ต้นจะเริ่มสะสมตาดอก

การใส่ปุ๋ยก็ต้องรู้สภาพดิน ฟ้า อากาศ ไม่ใช่รู้มาสูตรไหนใส่สูตรนั้น ทำให้ไม่ได้ผล ยิ่งการทำสวนมะม่วงนอกฤดูไม่มีสูตรที่ตายตัว หากทำตามหลักวิชาการ “เป๊ะๆ” ก็ ไปไม่รอด เพราะต้องดูด้วยว่าสภาพอากาศ การตัดแต่งทรงพุ่ม พื้นที่ไปดูงานมาเหมือนกับของเราหรือไม่ หากฝนไม่มากจะใส่ปุ๋ยสูตร 0-52-34 ซึ่งเป็นปุ๋ยกรด ฉีดพ่นทางใบ ทางดินจะใส่ 8-24-24 นิดหน่อย แต่ถ้าฝนตกชุกต้องเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 0-42-56 ซึ่งเป็นปุ๋ยด่าง

จากนั้น 1 เดือน จะดึงตาดอก ตามหลักวิชาการจะใช้สาหร่ายทะเล ซึ่งมีราคาลิตรละ 200-300 บาท/น้ำ 1,000 ลิตร ทำให้ต้นทุนสูง ดังนั้นจึงปรับเปลี่ยนมาใช้ ไทโอฯ ควบ โปแตสเซียม ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ฉีดพ่น เมื่อดอกออก ต้องบำรุงรักษาให้แข็งแรง การดูแลมีหลายวิธีสังเกตหากธาตุอาหารเพียงพอก็ไม่ต้องบำรุงมาก และต้องรู้ด้วยว่าควรใส่ธาตุอาหารชนิดใดลงไป

พร้อมทั้งกำจัดแมลง ในครั้งแรกจำเป็นต้องใช้เคมีเพื่อ “ล้างดง” เป็นการ “น็อก” ให้ แมลงศัตรูพืชตายก่อน จึงเริ่มใช้ชีวภาพ ก่อนดอกบาน 3-5 วัน ควรหยุดเพื่อป้องกันเรื่องสารตกค้างช่อดอก เพราะจะทำให้แมลงไม่สามารถผสมเกสรได้ ทำให้ไม่ติดดอก ผล และเมื่อผลมีขนาดเท่าหัวไม้ขีด จึงฉีดยาซึ่งจะทำให้ขั้วผลแข็งแรงดูแลจะง่ายขึ้น

การประยุกต์ ปรับเปลี่ยนระบบการจัดการที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ในปี’ 49 สวนของสุชาติสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของจังหวัดมาได้ เกษตรกรรายใดที่สนใจจะลดต้นทุนสามารถ กริ๊งกร๊างสอบถามรายละเอียดกันได้ที่โทร.08-1744-5656 ในเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว
thairath

ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์

1 comment April 7th, 2009

การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์
ปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ทางแก้ปัญหาผลผลิตขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง

มะนาว พืชอาหารที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนไทย เป็นทั้งอาหารและใช้ในเชิงอุตสาหกรรม ในช่วงฤดูแล้งมะนาวมีราคาแพง แต่ความต้องการของตลาดมีสูง ถ้าเกษตรกรสามารถปลูกมะนาวให้มีผลดกและออกลูกในฤดูแล้งได้จะเป็นการสร้างราย ได้อย่างงาม

จากความคิดดังกล่าวข้างต้น พันโทจรัญ หนูเนียม อายุ 69 ปี อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก สังกัดกองทัพบก เจ้าของสวนส้มผู้พัน ซึ่งอาศัยอยู่ ณ บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าดี อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช หนุ่มใหญ่ผู้มีบุคลิกภาพ “พูดเสียงดัง ฟังชัดแบบคนใต้” เป็นคนหนึ่งที่มีใจรักงานด้านการเกษตร โดยใช้พื้นที่ 17 ไร่เศษ ทำเป็นสวนส้มเขียวหวาน สวนกระท้อน สวนมังคุด และปลูกแซมด้วยพืชไร่ พืชผัก หลังจากเกษียณจากราชการเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจให้กับอาชีพทำการเกษตร (ทำสวน) โดยพยายามหาวิธีลดต้นทุนการผลิตลง เช่น การทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง ทำน้ำหมักชีวภาพ ทำสารขับไล่แมลง การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมโดยการอ่านตำรา การศึกษาดูงาน การเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่ทางราชการหรือเอกชนจัด

พันโท จรัญ เล่าให้ฟังว่า เมื่อปลายปี 2549 ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ต้านทานโรค ให้ผลดก ผลโต น้ำเยอะ และให้ผลผลิตเร็วประมาณ 1 ปี บวกกับความคิดที่คิดจะปรับเปลี่ยนอาชีพการทำสวนมังคุด จึงได้เดินทางไปศึกษาดูงานและซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวพิจิตร 1 ดังกล่าวมาจากจังหวัดพิจิตร จำนวน 500 กิ่ง มาปลูกแทนในพื้นที่สวนมังคุดเดิม โดยโค่นต้นมังคุดทิ้ง แล้วปรับพื้นที่ให้เสมอ ทำคูระบายน้ำ แล้วนำบ่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80-100 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร มาวางเรียงให้ได้ระยะห่าง 3×4 เมตร ที่ก้นบ่อใช้ฝาซีเมนต์ขนาดเดียวกันมาวางรองเพื่อป้องกันไม่ให้รากต้นมะนาว ชอนไชลงถึงพื้นดิน เมื่อเตรียมบ่อซีเมนต์เสร็จ จัดวางระบบน้ำ นำกิ่งพันธุ์ลงปลูก ขณะนี้ปลูกไปแล้วกว่า 500 ต้น โดยปลูกในบ่อซีเมนต์ 200 ต้น และปลูกลงดิน 300 ต้น

สำหรับขั้นตอนในการปลูก เริ่มจากการเตรียมดิน ควรเลือกหน้าดินที่มีอินทรียวัตถุเพียงพอ ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2 : 1 การเลือกกิ่งพันธุ์ ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่ การปลูก ขุดหลุมเล็กกลางวงบ่อ ปลูกกิ่งพันธุ์มะนาวโดยแผ่รากไม่ให้ขดเป็นก้อน กลบดินที่โคนต้น ปักไม้ผูกกับต้นมะนาวเพื่อป้องกันการโยกของต้น ใช้เศษหญ้าคลุมหน้าดิน รดน้ำให้ชุ่ม การให้น้ำ สัปดาห์แรกรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ให้ดินชุ่ม ครั้งต่อไปรดน้ำวันเว้นวันและรดน้ำเมื่อดินแห้ง การให้ปุ๋ย เมื่อปลูกได้ประมาณ 2 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือ 16-16-16 ปริมาณ 1 ช้อนแกงครึ่ง ต่อต้น สลับกับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ปริมาณ 1 ช้อนแกงครึ่ง ต่อต้น โดยหว่านรอบโคนต้นแล้วรดน้ำตาม ควรใส่ปุ๋ยครั้งละน้อยๆ ทุก 20 วัน อาจให้ปุ๋ยทางใบและฮอร์โมน โดยผสมสารป้องกันโรค หลังเก็บลูกและตัดแต่งกิ่ง ให้เติมดินร่วนผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 1 : 1 ในวงบ่อให้เต็มปากบ่อโดยการพูนดินเป็นรูปหลังเต่าและใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ อัตรา 1 ช้อนแกงครึ่ง ต่อต้น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

การตัดแต่งกิ่งมะนาว หลังจากเก็บลูกให้ตัดแต่งกิ่งพุ กิ่งไขว้กัน กิ่งที่อยู่ชิดดินให้เหลือเฉพาะกิ่งหลัก ตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึง การค้ำกิ่งมะนาวที่ปลูกในบ่อซีเมนต์มีรากอยู่ในพื้นที่จำกัด เมื่อติดลูกมากอาจทำให้ต้นล้มหรือกิ่งหักได้ จึงควรค้ำกิ่งแบบคอกสี่เหลี่ยมหรือใช้ไม้ง่าม การเก็บลูกมะนาวที่ปลูกในบ่อซีเมนต์ จะเริ่มติดลูกเมื่อปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ควรเก็บลูกทิ้งบ้างเพื่อให้ต้นเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ปีต่อมาจึงค่อยให้มีลูกมาก เมื่อลูกมะนาวแก่จัดไม่ควรทิ้งไว้นาน ควรเก็บลูกทันทีเพราะอาจทำให้ต้นทรุดได้ง่าย การบังคับให้มะนาวออกลูกนอกฤดู ให้ต้นมะนาวอดน้ำในเดือนกันยายน-ตุลาคม โดยใช้ผ้าพลาสติคคลุมรอบวงบ่อ งดการให้น้ำ 10-15 วัน เมื่อใบมะนาวเหี่ยวหรือร่วงบ้าง ให้เอาผ้าพลาสติคออกและให้น้ำตามปกติ พร้อมให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 หรือ 8-24-24 ต้นละ 1-2 ช้อนแกง หลังจากนั้น 10-15 วัน ต้นมะนาวจะออกดอก บำรุงต้นมะนาวตามปกติอีก 4-5 เดือน จะสามารถเก็บผลมะนาวได้

ผลผลิตจะมีแม่ค้ามารับซื้อ ราคาขาย ขายเป็นกิโลกรัม กิโลกรัมละ 30-40 บาท 1 กิโลกรัม จะได้ผลผลิตประมาณ 12-18 ลูก และในช่วงที่มะนาวมีราคาแพงอาจขายได้ถึงกิโลกรัมละ 50-60 บาท นอกจากนี้ ยังสามารถขายกิ่งพันธุ์ได้ในราคากิ่งละ 200 บาท

ตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน สวนส้มผู้พันจะเป็นแปลงเรียนรู้ทางการเกษตรของคนในชุมชนและพันโทจรัญจะเป็น ผู้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียน รู้ ถ่ายทอดความรู้ ผู้สนใจสามารถไปเยี่ยมชมและซื้อกิ่งพันธุ์สำหรับนำไปปลูกได้ที่สวนส้มผู้พัน ตามที่อยู่ข้างต้น โทรศัพท์ (081) 968-1438, (081) 085-1374 ได้ทุกวัน

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 452
สุกัญญา พัวพันธ์ agritech71@doae.go.th
matichon

อบรมผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ

No comments February 12th, 2009

ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ

นาย ฉลอง เทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า ปัจจุบันปริมาณขยะเพิ่มขึ้น น้ำทิ้งจากชุมชนลงแหล่งน้ำธรรมชาติและการทำปศุสัตว์ กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญส่งผลให้เกิดน้ำเสียและส่งกลิ่นเหม็น ที่ผ่านมา กรมได้ทำการวิจัยด้านจุลินทรีย์และมีผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สารเร่ง พด. เพื่อใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นจึงส่งเสริมให้เกษตรกรนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิตรวมถึงลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีตลอดจนใช้เพื่อกำจัดกลิ่น เหม็นในคอกเลี้ยงสัตว์หรือบำบัดน้ำในบ่อเลี้ยงปลา

ดังนั้น กรมจึงต้องการขยายผลการดำเนินงานที่มุ่งเน้นไปในกลุ่มประชาชนในเขตชุมชน เพื่อช่วยลดปัญหาขยะในชุมชนเมืองเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งกรมฯได้เปิดฝึกอบรมในหลักสูตร การผลิตและใช้น้ำหมักชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นโดยใช้สารเร่ง พด.ขึ้น โดยตั้งเป้าอบรมหลักสูตรนำร่องรวม 4 รุ่น ขณะนี้อบรมแล้ว 2 รุ่น ได้รับความสนใจจากประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเดินทางมาจากจังหวัดต่างๆจำนวนมาก ซึ่งจะเปิดอบรมในรุ่นต่อไป ผู้สนใจสอบถามที่ 0-2579-8515, 0-2579-0679

“นอกจากนี้ กรมฯยังมุ่งหวังว่าจะช่วยให้เกิดการขยายเครือข่ายผู้ผลิตและใช้น้ำหมักชีวภาพเพิ่มขึ้นในแต่ละชุมชน สำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกเดินทางแต่ในชุมชนมีผู้สนใจสามารถ รวมตัวกันติดต่อมายังกรมฯจะส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมให้ถึงชุมชน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ” นายฉลองกล่าว.

thairath