Archive: Posts Tagged ‘น้ำส้มควันไม้’

การพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด

9 comments March 31st, 2009

เตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด
หนุนเกษตรกรเพาะเห็ดฟางด้วย เตาสารพัดประโยชน์ – เตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด

อาจารย์ ลือพงษ์ ลือนาม อาจารย์ประจำภาควิชาเทคนิคเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หัวหน้า โครงการการพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด อันเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เกษตรกรผู้เพาะเห็ดฟางส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ถังขนาด 200 ลิตร ทำเป็นหม้อต้มเพื่อนำไอน้ำเข้าไปฆ่าเชื้อต่าง ๆ ในโรงเรือน โดยนิยมใช้ยางรถยนต์เก่าเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำเนื่องจากมีราคาถูก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทางโครงการฯ จึงได้พัฒนาเตาอบไอน้ำภายใต้แนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรมากที่สุด

“สำหรับเตาผลิตไอน้ำที่ได้รับการพัฒนาแล้วนั้นมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการสร้าง ประมาณ 6,000-7,000 บาท โดยจะสร้างจากอิฐมอญก่อเป็นผนังเตาและใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นหม้อต้มน้ำ ลักษณะของการเผาไหม้จะคล้ายคลึงกับเตาที่ใช้เผาถ่าน ซึ่งคุณสมบัติพิเศษนอกจากจะสามารถผลิตไอน้ำไว้ใช้ในโรงเรือนได้อย่างเพียงพอ แล้ว ยังเกิดผลพลอยได้คือถ่านและ น้ำส้มควันไม้ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกทาง หนึ่ง” อาจารย์ลือพงษ์กล่าว

เตาผลิตไอน้ำที่พัฒนาขึ้นนั้นจะใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุในธรรมชาติเช่น ไม้ฟืนจากต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ในชุมชน โดยไม้ฟืน 100 กิโลกรัม เมื่อผ่านกระบวนการเผาในเตาจนแล้วเสร็จก็จะได้ “ถ่านไม้” ประมาณ 25 กิโลกรัม หรือคิดเป็นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปขายได้ในราคากิโลกรัมละ 7 บาท ในขณะที่รับซื้อไม้ฟืนมาในราคาเพียงตันละ 500-600 บาทเท่านั้น หักค่าใช้จ่ายแล้วเท่ากับว่ามีรายได้เสริมจากการเผาถ่านประมาณ 1,150-1,250 บาท นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้อีกอย่างหนึ่งคือ “น้ำส้มควันไม้” ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นฮอร์โมนหรือสารไล่แมลงในการทำการเกษตรได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายกันในราคาลิตรละ 70 บาท

กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดบ้านดงข่า ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก เป็นกลุ่มเกษตรกรเคยประสบปัญหามลพิษจากควัน เขม่า และกลิ่นที่เกิดขึ้นจากเตาอบไอน้ำที่ใช้ยางรถยนต์เก่าเป็นเชื้อเพลง ซึ่งนอกจากจะรบกวนชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพ ของตัวเอง จึงเริ่มเห็นความสำคัญและหันมาร่วมมือกับโครงการฯ ในการร่วมทำการวิจัยพัฒนาเตาผลิตไอน้ำด้วยการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืนของอาชีพการเพาะเห็ดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

นายสมพงษ์ ดีอาษา แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดบ้านดงข่า เปิดเผยว่าในอดีตการใช้ยางรถยนต์เป็นเชื้อเพลิงได้ก่อปัญหากับคนในชุมชนเป็น อย่างมาก แต่เมื่อมีโครงการดี ๆ เข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เพาะเห็ดกับชาวบ้านก็ดีขึ้น บ้านไหนที่มีต้นไม้ที่ขึ้นเองตามหัวไร่ปลายนาอย่างกระถินณรงค์ ชาวบ้านก็เริ่มที่จะตัดมาขายให้เราเท่ากับว่าเป็นรายได้ของชาวบ้านอีกทาง

โครงการการพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด

การดำเนินงานของโครงการฯ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากจะทำให้ได้รับความร่วมมือที่ดีจากชาวบ้านแล้ว ยังก่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเห็ด และทำให้เกษตรกรที่มี อาชีพเพาะเห็ดฟางสามารถอยู่ร่วมกับเกษตรกรอาชีพอื่น ๆ ได้โดยไม่ก่อปัญหามลพิษให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป.

dailynews

เตาผลิตไอน้ำเพาะเห็ด

No comments March 25th, 2009

โรงเรือน เพาะเห็ด
เตาผลิตไอน้ำใช้ระบบถ่าย นวัตรกรรมใหม่ วงการ เพาะเห็ด

การผลิตเห็ดฟางของเกษตรกรจะนิยมเพาะในโรงเรือน เนื่องจากสามารถผลิตเห็ดได้ตลอดทั้งปี และควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตได้ ซึ่งการเพาะเห็ดในโรงเรือน เกษตรกรผู้เพาะเห็ดทุกรายจะต้องมีเตาต้มน้ำเพื่อผลิตไอน้ำ ไว้สำหรับอบฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ภายในโรงเรือน ดังนั้นการผลิตไอน้ำจึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการเพาะเห็ด เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิต ในอดีตการผลิตไอน้ำของเกษตรกรส่วนใหญ่จะนิยมใช้วัสดุที่หาง่ายและมีราคาถูกเป็นเชื้อเพลิงเช่น ไม้ฟืน ซังข้าวโพด น้ำมันเตา น้ำมันเครื่องเก่า และยางรถยนต์ เป็นต้น

ภาควิชาเทคนิคเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงจัดทำโครงการ “การพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเตาผลิตไอน้ำให้มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อทดแทนการใช้ยางรถยนต์ที่ก่อมลพิษต่อชุมชน และลดมลภาวะที่เป็นพิษ

ลือพงษ์ ลือนาม อาจารย์ประจำภาควิชาเทคนิคเกษตร หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เพาะเห็ดฟางส่วนใหญ่มักนิยมจะใช้ถังขนาด 200 ลิตร ทำเป็นหม้อต้มเพื่อนำไอน้ำเข้าไปฆ่า เชื้อต่างๆ ในโรงเรือน โดยนิยมใช้ยางรถยนต์เก่าเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำเนื่องจากมีราคาถูก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทางโครงการจึงได้พัฒนาเตาอบไอน้ำภายใต้แนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดมลพิษน้อยที่สุดและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรมากที่สุด

“สำหรับเตาผลิตไอน้ำที่ได้รับการพัฒนาแล้วมีต้นทุนในการสร้าง 6,000-7,000 บาท โดย สร้างจากอิฐมอญก่อเป็นผนังเตาและใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นหม้อต้มน้ำ การเผาไหม้คล้ายคลึงกับเตาที่ใช้เผาถ่าน คุณสมบัตินอกจากผลิตไอน้ำไว้ใช้ในโรงเรือนได้อย่างเพียงพอแล้ว ยังเกิดผลพลอยได้คือถ่านและน้ำส้มควันไม้ ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง” อ.ลือพงษ์กล่าว

เตาผลิตไอน้ำที่พัฒนาขึ้นนั้น จะใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุในธรรมชาติ อาทิ ไม้ฟืน 100 กิโลกรัม เมื่อผ่านกระบวนการเผาในเตาจนแล้วเสร็จก็จะได้ “ถ่านไม้” ราว 25 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรนำไปขายได้กิโลกรัมละ 7 บาท ขณะที่รับซื้อไม้ฟืนมาตันละ 500-600 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วเท่ากับว่ามีรายได้เสริมจากการเผาถ่าน 1,150-1,250 บาท นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้คือ “น้ำส้มควันไม้” ซึ่งนำไปใช้เป็นสารไล่แมลงทำการเกษตรได้อีกด้วย ปัจจุบันจำหน่ายราคาลิตรละ 70 บาท

สมพงษ์ ดีอาษา แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดบ้านดงข่า ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายกเผยว่า ในอดีตการใช้ยางรถยนต์เป็นเชื้อเพลิงได้ก่อปัญหากับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมีโครงการเข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เพาะเห็ดกับชาวบ้านก็ดีขึ้น บ้านไหนที่มีต้นไม้ขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ชาวบ้านก็เริ่มตัดมาขายให้เท่ากับว่าเป็นรายได้ของชาวบ้านอีกทาง

“เตาผลิตไอน้ำนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเพาะเห็ดฟางได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องมลภาวะที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งนอกจากเกษตรกรจะขายเห็ดฟางได้ตามปกติแล้ว ยังจะมีรายได้เสริมจากผลพลอยได้ดังกล่าว ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจของชุมชนต่อไปได้” สมพงษ์ระบุ

การดำเนินงานของโครงการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านแล้ว ยังก่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเห็ด และทำให้เกษตรแขนงนี้อยู่ร่วมกับเกษตรกรอาชีพอื่นๆ ได้โดยไม่ก่อปัญหามลภาวะให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป

komchadluk