“ปลาเทโพ” เป็นปลาน้ำจืดของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในครอบครัวเดียวกับปลาสวายและปลาบึก ปลาเทโพ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นแตกต่างกันออกไป เช่น คนหนองคายจะเรียกว่า “ปลาหูหมาด” ส่วนคนทางอีสานใต้ เช่น จ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด ฯลฯ เรียกว่า “ปลาปึ่ง” ในประเทศไทยพบว่าปลาเทโพอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายต่าง ๆ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล หรือแม้แต่สาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิงและยังสามารถพบได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เช่น อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ด้วยปลาเทโพจัดเป็นปลาน้ำจืดที่มีรสชาติอร่อย ราคาแพงและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ปลาเทโพที่จับได้จากธรรมชาติเหลือน้อยลง ปัจจุบันทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอุบลราชธานีได้ทำการเพาะพันธุ์ปลาเทโพและมีการส่งเสริมเป็นอาชีพให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ได้นำไปเลี้ยงในบ่อดินและเลี้ยงในกระชัง สร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร ทางศูนย์ฯได้แนะนำในการเตรียมพ่อ-แม่พันธุ์ปลาเทโพควรจะมีอายุประมาณ 3 ปี โดยน้ำหนักพ่อ-แม่พันธุ์ในอายุดังกล่าวจะมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม การเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ควรเลี้ยงในบ่อดินแบบรวมเพศ ควรปล่อยพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในอัตราส่วน 1 : 2 ในพื้นที่บ่อครึ่งไร่ปล่อยพ่อพันธุ์จำนวน 20 ตัว และแม่พันธุ์จำนวน 40 ตัว แบ่งบ่อโดยใช้ตาข่ายพลาสติกกั้นไว้เป็นสองส่วน ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ด้านละ 30 ตัว ในการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ใช้วิธีการตรวจสอบความสมบูรณ์เพศของพ่อพันธุ์ด้วยการใช้มือรีดเบา ๆ [...]
นักวิจัย มก. เจ๋ง พบยีนความหอมในข้าว นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ค้นพบยีนควบคุมความหอมในข้าว มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยในการปกป้องการนำยีนความหอมไปใช้ประโยชน์ในเชิงการค้า และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการควบคุมการผลิตสารหอมในข้าว ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงพันธุ์ข้าว ผลงานการค้นพบที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพันธุ์ข้าวดังกล่าวนี้ เป็นของ รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร และคณะวิจัยจากหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร เผยว่า การวิจัยค้นหายีนความหอมของข้าวขาวดอกมะลิ เริ่มทำการทดลองในปี 2537 ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขั้นตอนแรก การหาตำแหน่งยีนข้าวว่าอยู่โครโมโซมแท่งที่เท่าไร โดยใช้เวลาในการวิจัยประมาณ 4 ปี เพราะตำแหน่งที่อยู่ของยีนตัวนี้คือโครโมโซมแท่งที่ 8 มีอาณาเขตที่ยีนตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 4.5 ล้านเบส ซึ่งก็กว้างมาก จากนั้นได้ดำเนินการต่อเนื่องอีก 3 ปี โดยร่วมกับนานาชาติในการถอดรหัสจีโนมของข้าวญี่ปุ่น ทำให้ได้ข้อมูลของสาธารณะเข้ามาในการวิจัย จึงลดขนาดพื้นที่การทำงานลงได้มาก “เราได้แสดงให้เห็นว่าชิ้นส่วนของสารพันธุกรรม ซึ่งมีขนาดไม่กี่ร้อยเบสที่อยู่ในข้าวที่ไม่หอม เช่น ข้าวนิปปอนบาร์เลย์ หรือข้าวญี่ปุ่น ก็ผลิตสารหอมได้ปริมาณเท่ากับข้าวหอมมะลิ แต่รับประทานอร่อยไม่เหมือนกัน [...]
ชุดทดสอบ “สารโพลาร์” กรมวิทย์ เครื่องระวังสุขภาพจากน้ำมันทอดซ้ำ อันตรายจากน้ำมันทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง ไม่เพียงแต่คุณภาพจะเสื่อมลง ทั้งสี กลิ่น รสชาติของอาหารและมีความหนืดมากขึ้นแล้วเท่านั้น ยังก่อให้เกิดสารประกอบโพลาร์ที่สามารถสะสมในร่างกายเสี่ยงต่อการก่อให้เกิด โรคร้ายอย่างมะเร็งเป็นอย่างมาก แต่หลังจากกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับกรมส่งเสริมปกครอง ท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยเพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร เครือข่ายอสม. และประชาชนทั่วไปได้เข้าใจถึงพิษภัยที่เกิดขึ้นจากน้ำมันทอด ซ้ำ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี อุส่าห์ เพชรคำ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ รับผิดชอบด้านอาหาร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สุราษฎร์ธานีกล่าวถึงอันตรายจากน้ำมันที่ผ่านการ ทอดซ้ำหลายๆ ครั้งว่า จะมีคุณภาพเสื่อมลง ทั้งสี กลิ่น รสชาติและมีความหนืดมากขึ้น ที่สำคัญยังก่อให้เกิดสารประกอบโพลาร์ที่สามารถสะสมในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์ได้ จากข้อมูลการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของน้ำมันทอดอาหารเป็นสารก่อกลายพันธุ์ที่ทำให้ เกิดมะเร็งผิวหนังในสัตว์ทดลอง รวมทั้งมีสารจากน้ำมันทอดซ้ำ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ในเชื้อแบคทีเรีย โดยสารดังกล่าวเป็นสารที่ก่อให้เกิดเนื้องอกในตับ ปอดและก่อให้เกิดมะเร็งในเม็ดเลือดขาวด้วย “ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือใช้ในครัวเรือนก็ไม่ควรใช้น้ำมันทอดอาหารซ้ำ เกิน 2 ครั้ง แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้เกินก็ให้เทน้ำมันเก่าทิ้ง 1 ใน 3 แล้วก็เติมน้ำมันใหม่ลงไป ก่อนเริ่มทอดอาหารในครั้งต่อไป หรือให้สังเกตน้ำมันถ้ามีกลิ่นเหม็นหืน เหนียวข้น สีดำ ฟองมากเป็นควันง่ายก็ควรทิ้งไป” เจ้าหน้าที่คนเดิมระบุอีกว่า [...]
มหัศจรรย์สับปะรด เพชรบุรี สุดวิเศษไม่ต้องปอกเปลือก หลังจากที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ใช้เวลาในการวิจัยพัฒนาสับปะรดไต้หวันมานานกว่า 10 ปี ล่าสุดประสบผลสำเร็จจนได้สับปะรดพันธุ์ใหม่ “เพชรบุรี” มีลักษณะเด่นบริเวณปลายคอดเล็ก ตาค่อนข้างใหญ่และนูนเล็กน้อย และมหัศจรรย์ที่สุดสามารถแกะผลย่อยออก นำมารับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องปอกเปลือกเหมือนสับปะรดทั่วไป เนื้อสับปะรดมีรสชาติหวาน กรอบ และหอมแรง ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ ต่างชาติ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 36 ปี กรมวิชาการเกษตรทำการวิจัยและพัฒนาพืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาพันธุ์สับปะรดพันธุ์เพชรบุรี หรือที่เรียกกันว่า สับปะรดไต้หวัน หลังจากที่ทำการวิจัยพัฒนามากว่า 10 ปี จนได้สับปะรดที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องมานั่งปอกเปลือกเหมือน เช่นสับปะรดทั่วไป ขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากตลาดเป็นอย่างมาก ลักษณะพิเศษของสับปะรดพันธุ์เพชรบุรีดังกล่าว คือสามารถแกะผลย่อย หรือตา (fruitlet) ออกจากกันได้ง่าย ทำให้สามารถแกะผลย่อยออกมารับประทานได้โดยไม่ต้องปอกเปลือก อีกทั้งแกนผลยังสามารถรับประทานได้ รสหวานอมเปรี้ยว มีปริมาณกรดต่ำ กลิ่นหอม เนื้อกรอบ [...]
ขมิ้นชันพันธุ์ตรัง 2 สมุนไพรไทยพันธุ์ใหม่ “ขมิ้นชัน” เป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างหลากหลาย เป็นทั้งเครื่องเทศ สมุนไพร หรือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ซึ่งปัจจุบันตลาดทั้งภายในและต่างประเทศมีความต้องการขมิ้นชันเพิ่มสูงขึ้น เรื่อย ๆ โดยเฉพาะการใช้สรรพคุณทางยาและเครื่องสำอาง ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกขมิ้นชัน เพื่อการค้าแพร่หลายมากขึ้น โดยมีพื้นที่ปลูก 5,000-6,000 ไร่ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้ผลผลิตประมาณ 10,000-12,000 ตัน ขณะที่ราคาก็อยู่ในเกณฑ์สูง โดยหัวสดซื้อขายที่ราคากิโลกรัม ละ 10-50 บาท หัวแห้ง (ทั้งหัว) 30-150 บาท/กิโลกรัม หัวหั่นเป็นแว่นแห้ง 60-150 บาท/กิโลกรัม และผงขมิ้นชันแห้ง 80-150 บาท/กิโลกรัม นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรม วิชาการเกษตร กล่าวว่า จากการที่นักวิจัยของศูนย์วิจัยพืชสวนตรังได้ศึกษาวิจัย พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ขมิ้นชันมาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อให้ได้พันธุ์ขมิ้นชันที่เหมาะสมในการบริโภค ให้ผลผลิตสูง และมีสารสำคัญคือ เคอร์คูมินอยด์ ไม่ ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด คือ 5 เปอร์เซ็นต์ [...]
