Archive: Posts Tagged ‘งานวิจัย’

Sponsored Links

การเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรในกระชังและในบ่อดิน

No comments May 4th, 2010

การเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธร ปัจจุบันมีการใช้ไรน้ำนางฟ้าเป็นอาหารคุณภาพสูงสำหรับเร่งสีในการผลิตปลาหมอสีครอสบรีดเพื่อการส่งออกและยังมีการทดลองใช้ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกราม พบว่ากุ้งก้ามกรามอายุ 6 เดือนที่ได้รับไรน้ำนางฟ้าสิรินธรเป็นอาหาร 100% เป็นเวลา 2 เดือน มีการเจริญเติบโตและอัตรารอดสูงที่สุด ทำให้ในขณะนี้ได้มีการพัฒนาใช้ประโยชน์จากไรน้ำนางฟ้าเพื่อใช้ทดแทนอาร์ทีเมียและไรน้ำชนิดอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทย สาขาวิชาประมง คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานร่วมกับ สาขาวิชาชีววิทยาคณะ วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ผศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร และ ศ.ดร.ละออศรี เสนาะเมือง เป็นผู้ทำการวิจัยและพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น, สกลนคร, มหาสารคามและกาฬสินธุ์ ได้พัฒนาระบบการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยและไรน้ำนางฟ้าสิรินธร ซึ่งจัดเป็นไรน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่พบในประเทศไทย การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดินที่ระดับความหนาแน่น 1 ล้านตัวต่อไร่และในกระชังที่ระดับความหนาแน่น 2,500 ตัวต่อตาราง เมตร สำหรับการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรในบ่อดินจะใช้ความหนาแน่น 2 ล้านตัวต่อไร่และในกระชังที่ระดับความหนาแน่น 5,000 ตัวต่อตารางเมตร พบว่าสามารถพัฒนาการเลี้ยงไรน้ำทั้ง 2 ชนิดได้ในทุกจังหวัดที่ได้กล่าวมา โดยการเลี้ยง ในบ่อดินจะให้ผลผลิตรวมสูงกว่าการเลี้ยง ในกระชัง แต่การเลี้ยงในกระชังพบข้อดีตรงที่การจัดการและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่ายกว่าในบ่อดิน ปัจจุบันได้มีตัวอย่างเกษตรกรที่มีการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรในบ่อดินร่วม กับการอนุบาลลูกปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ หลายชนิด [...]

ต้นเร่วหอม

No comments April 2nd, 2010

เร่วหอม พืชสมุนไพรมากสรรพคุณ “เร่วหอม” พืชสมุนไพรเศรษฐกิจมากคุณค่า สามารถสกัดได้เป็น ทั้งน้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาหารได้อีกหลากหลายชนิด โดยนำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาช่วยการขยายพันธุ์เร่วที่มีคุณภาพ เพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาดยาสมุนไพรและตลาดสินค้าส่งออก นางมณฑา วงศ์มณีโรจน์ และทีมงานนักวิจัยฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และทีมงานนักวิจัยสถานีวิจัยวนเกษตรตราด สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันพัฒนาการผลิตต้นกล้าเร่วหอม โดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาช่วยในการขยายพันธุ์ เนื่องจากเร่วหอมเป็นพืชสมุนไพรที่ เหง้ามีกลิ่นหอมและมีน้ำมัน หอมระเหยเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยทำการปลูกแบบระบบการปลูกพืชเพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดการเข้าไปขุดเหง้าเร่วหอมจากป่ามาขาย สำหรับวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเร่วหอมนั้น เริ่มจากการฟอก ฆ่าเชื้อเนื้อเยื่อเร่วหอม โดยนำหน่ออ่อนที่ใบยังไม่ คลี่ออกยาวประมาณ 5-6 นิ้ว มาล้างให้ สะอาด ลอกกาบใบออกเพื่อนำไปฟอกฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาคลอร็อก 10% นาน 10 นาที และ 5 นาที ล้างน้ำให้สะอาด 2 ครั้ง จากนั้นให้สูตรอาหารที่เหมาะสมในการ ขยายพันธุ์ตามลำดับขั้นตอนของอายุเนื้อเยื่ออ่อน เมื่อมีการแตกหน่อใหม่ที่สมบูรณ์แล้วได้นำไปทดลองปลูกที่สถานีวิจัยวน เกษตรตราด จ.ตราด พบว่าเร่วหอมเจริญเติบโตได้ดี ทั้งที่ปลูกในร่มเงาของสวนยางพารา สวนผลไม้ที่มีร่มเงาประมาณ [...]

โรคเหงาหลับในปลา

No comments December 24th, 2009

โรคเหงาหลับในปลา จัดเป็นโรค ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มียาหรือ สารเคมีที่สามารถใช้ในการกำจัดหรือรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ สาเหตุของโรคเกิดจากปรสิตเซลล์เดียวที่มีแส้ในเลือดของปลาน้ำจืด ดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ จากสถาบันวิจัยสุขภาพน้ำจืด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้แสดง ผลวิจัยโดยการตรวจปรสิตในเลือดของ ตัวอย่างปลาน้ำจืดที่รวบรวมได้จากแหล่งน้ำ ธรรมชาติ ในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ราชบุรี, สิงห์บุรี และชัยนาท เป็นต้น พบปรสิตที่เป็นสาเหตุของโรคเหงาหลับในปลา จำนวน 9 ชนิด คือ ตะเพียนขาว, ดุกอุย, บู่ทราย, หมอไทย, กระดี่นางฟ้า, สลิด, กระดี่หม้อ, กะสง และปลาช่อน ส่วนปลาที่ไม่พบปรสิตเลยคือ ปลาสร้อยหลอด ผลจากการวิจัยยังพบว่าปลาบู่ทรายมีความชุกชุมของปรสิตมากที่สุด และรองลงมาคือปลาช่อนและปลา กะสงตามลำดับ มีการตรวจพบปรสิตเซลล์ เดียวที่มีแส้ครั้งแรกในปลาทองต่อมาพบ ในปลาไนและพบในปลาคาร์ปที่นำเข้ามา จากประเทศเยอรมนี ในประเทศไทยมีการตรวจพบปรสิตชนิดนี้ในเลือดของปลาน้ำ จืดหลายชนิด เช่น ปลาแรด, ปลานิล, ปลาดุกบิ๊กอุย และปลาช่อน แต่ในขณะนั้นยัง [...]

โครงการใช้นกแสกควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน

No comments September 23rd, 2009

นกแสกนักปราบหนูมือหนึ่งในสวนปาล์มน้ำมัน โครงการใช้นกแสกควบคุมประชากรหนูในสวนปาล์มน้ำมัน หนู เป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับสวนปาล์มน้ำมันทุกระยะ โดย หนูพุกใหญ่ และ หนูนาใหญ่ มักกัดทำลายต้นกล้าปาล์มน้ำมันในแปลงเพาะชำและต้นปาล์มปลูกใหม่ นอกจากนี้ยังมี หนูป่ามาเลย์ ที่เข้าทำลายปาล์มน้ำมันในช่วงให้ผลผลิต กัดกินตั้งแต่ช่อดอกอ่อน ผลปาล์มอ่อน ผลดิบ และกินกระทั่งเนื้อเปลือกผลสุก เกษตรกรหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากหนูป่า มาเลย์ที่กัดกินทะลายปาล์มสดเสียหายสะสมรุนแรง ทำให้ขายผลผลิตไม่ได้ราคา รวมทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดหนูค่อนข้างสูงแต่ก็ยังไม่สามารถปราบหนูได้ กรมวิชาการเกษตร จึงได้ศึกษาวิจัยการใช้ “นกแสก” กำจัดหนูในสวนปาล์มน้ำมันซึ่งได้ผลดีมาก นกแสกเป็นนกประจำถิ่นของไทยซึ่งมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ และเป็นนกกลางคืนที่อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน ปกติใช้โพรงไม้และช่องใต้หลังคาเป็นรังวางไข่ กินหนูเป็นอาหาร มีพฤติกรรมล่าเหยื่อในที่โล่ง ทุ่งหญ้า ไร่นา และสวนปาล์มน้ำมัน มีการผสมพันธุ์ในช่วงเดือนกันยายน-กุมภาพันธ์ เลี้ยงลูก 2 ครอกติดต่อกัน จำนวนไข่รังละ 5-7 ฟอง จำนวนต่ำสุด 2 ฟอง สูงสุด 15 ฟอง เพศเมียจะฟักไข่ประมาณ 30 วัน ใช้เวลาฟักไข่ 18 ชั่วโมงต่อวัน ระยะแม่นกฟักไข่และช่วงที่ลูกยังเล็ก ๆ พ่อนกจะออกล่าเหยื่อนำมาป้อนให้แม่และลูกนกทุกวัน ทีมนักวิจัยของกรมวิชาการเกษตรได้ศึกษาส่วนประกอบของเศษอาหารที่นกแสกสำรอกออกมาในบริเวณที่นกเกาะพักนอน [...]

ปลาเทโพ

No comments September 21st, 2009

“ปลาเทโพ” เป็นปลาน้ำจืดของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในครอบครัวเดียวกับปลาสวายและปลาบึก ปลาเทโพ มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นแตกต่างกันออกไป เช่น คนหนองคายจะเรียกว่า “ปลาหูหมาด” ส่วนคนทางอีสานใต้ เช่น จ.อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด ฯลฯ เรียกว่า “ปลาปึ่ง” ในประเทศไทยพบว่าปลาเทโพอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายต่าง ๆ เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำมูล หรือแม้แต่สาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิงและยังสามารถพบได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เช่น อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ด้วยปลาเทโพจัดเป็นปลาน้ำจืดที่มีรสชาติอร่อย ราคาแพงและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ปลาเทโพที่จับได้จากธรรมชาติเหลือน้อยลง ปัจจุบันทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอุบลราชธานีได้ทำการเพาะพันธุ์ปลาเทโพและมีการส่งเสริมเป็นอาชีพให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ได้นำไปเลี้ยงในบ่อดินและเลี้ยงในกระชัง สร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร ทางศูนย์ฯได้แนะนำในการเตรียมพ่อ-แม่พันธุ์ปลาเทโพควรจะมีอายุประมาณ 3 ปี โดยน้ำหนักพ่อ-แม่พันธุ์ในอายุดังกล่าวจะมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 2.5 กิโลกรัม การเลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ควรเลี้ยงในบ่อดินแบบรวมเพศ ควรปล่อยพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ในอัตราส่วน 1 : 2 ในพื้นที่บ่อครึ่งไร่ปล่อยพ่อพันธุ์จำนวน 20 ตัว และแม่พันธุ์จำนวน 40 ตัว แบ่งบ่อโดยใช้ตาข่ายพลาสติกกั้นไว้เป็นสองส่วน ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ด้านละ 30 ตัว ในการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ใช้วิธีการตรวจสอบความสมบูรณ์เพศของพ่อพันธุ์ด้วยการใช้มือรีดเบา ๆ [...]