Archive: Posts Tagged ‘การเลี้ยงกบในขวด’

กบกระป๋อง

1 comment March 12th, 2009

กบกระป๋อง - กบทอดกรอบน้ำแดง | กบผัดเผ็ด

ยุพา สังข์เนตร หรือ “ซิ้ม” ประธานกลุ่มอาชีพสตรีแปรรูปผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มซึ่งผลิต กบกระป๋องแปรรูป “บิ๊ก ฟร๊อก” เล่าว่า เดิมทียึดอาชีพเลี้ยงกบขาย พอเกิดช่วง ที่กบล้นตลาดจึงคิดว่าจะแก้ปัญหาการล้นตลาดอย่างไรดี เพราะเลี้ยงไปก็ขาดทุน ก็เลยคิดที่จะทำกบแปรรูป โดยเริ่มลงมือทดลองทำตั้งแต่ปี 2543 ทำเป็น “กบทอดกรอบน้ำแดง” และ “กบผัดเผ็ด” และภายหลังเมื่อผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว จึงเริ่มผลิตจำหน่ายจริงจังมาเรื่อยๆ และตอนนี้นอกจากในประเทศแล้วก็ยังมีออเดอร์ส่งไปขายที่ประเทศจีนด้วย

กระบวนการคัดเลือกกบมาทำนั้น จะใช้กบอายุ 3-4 เดือน ซึ่งชั่งเป็นน้ำหนักคือ 6-7 ตัวต่อ 1 กก. เมื่อได้กบแล้วก็นำมาตัดส่วนหัวออก ลอกหนัง แล้วผ่าท้อง หั่นส่วนต่าง ๆ แยกออกจากกัน ซึ่งแต่ละส่วนนั้นคือ น่อง, ขา, โคนแขน, หน้าอก และส่วนหลัง จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำให้สะอาดก่อนจะนำไปใช้งาน

ขั้นแรกคือการทอดกรอบ ทอดกบเป็นส่วน ๆ ด้วยน้ำมันบัว ขั้นตอนการทำคือตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันบัว หรือน้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันปาล์ม จากนั้นนำกบที่หั่นแล้วมาทอด โดยทอดส่วนต่าง ๆ แยกกัน เหตุที่ต้องทอดแยกส่วนเพราะแต่ละส่วนของกบจะสุกไม่พร้อมกัน ส่วนที่จะสุกยากที่สุดคือส่วนน่อง เพราะเนื้อเยอะ และการทอดก็จะแบ่งทอดเป็น 2 กระทะ โดยกระทะแรกจะทอดเพื่อให้พอสุก ส่วนกระทะที่ 2 ทอดเพื่อให้กรอบ เมื่อทอดกบทุกส่วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จึงค่อยนำทุกส่วนของกบมารวมกันในขั้นตอนการคลุกเคล้า จะคลุกเคล้าทุกส่วน เพื่อที่แต่ละกระป๋องจะได้ทุกส่วนของกบ

ขั้นตอนต่อมาคือ การปรุงน้ำซอส ซึ่งเป็นสูตรของ “กบทอดกรอบน้ำแดง” โดยการทำกบทอดกรอบ น้ำแดงสูตรนี้จะใช้เนื้อกบสด 3 กก. (ทอดกรอบแล้วจะเหลือประมาณ 500 กรัม) ต่อน้ำซอสมะเขือเทศ 300 กรัม, น้ำตาลทราย 50 กรัม, เกลือ 10 กรัม วิธีทำคือตั้งกระทะ นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว แล้วจึงนำเนื้อกบทอดกรอบลงคลุกเคล้าเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็นำใส่กระป๋อง โดยชั่งน้ำหนักรวม 90 กรัม (รวมน้ำหนักกระป๋อง โดยจะใส่เนื้อกบประมาณ 45 กรัม)

นำไปเข้าตู้อบไอร้อนแห้ง ประมาณ 30 นาที ใช้อุณหภูมิ 80 องศาฯ จากนั้นนำมาปิดฝากระป๋องด้วยเครื่องปิดทันที

สำหรับสูตร “กบผัดเผ็ด” ก็ใช้กบทอดกรอบเช่นเดียวกันกับการทำกบทอดกรอบน้ำแดง แต่สูตรของน้ำซอสจะแตกต่างกัน โดยสูตรนี้จะใช้เนื้อกบสด 40 กก. (ทอดแล้วเหลือประมาณ 4 กก.) ต่อพริกขี้หนูแห้งกับพริกบางช้าง 1 กก., กระเทียม 3 กก. ผัดน้ำมัน และปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย 400 กรัม, เกลือ 40 กรัม รวมถึงใช้เครื่องเทศคือ พริกไทย 300 กรัม, ข่า 100 กรัม, ตะไคร้ 500 กรัม, ผิวมะกรูด 200 กรัม และรากผักชีพอประมาณ นำทุกอย่างโขลกรวมกัน แล้วนำลงไปผัดรวมกัน

เนื้อกบทอดกรอบผัดเผ็ด บรรจุใส่กระป๋อง 90 กรัม (น้ำหนักรวมน้ำหนักกระป๋องด้วย) แล้วนำเข้าตู้อบไอร้อนใช้อุณหภูมิที่ 80 องศาฯ อบประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นนำมาปิดฝาด้วยเครื่องทันที

ทั้ง “กบทอดกรอบน้ำแดง” และ “กบผัดเผ็ด” ราคาขายกระป๋องละ 30 บาทขึ้นไป

กบกระป๋อง

ยุพาบอกว่า กบกระป๋องทั้ง 2 สูตรนี้ ขายในราคากระป๋องละ 30 บาท จึงควรจะทำในช่วงที่เนื้อกบสดราคาไม่เกิน 45 บาท ซึ่งถ้าต้นทุนในส่วนของเนื้อกบอยู่ที่ 45 บาท หักลบต้นทุนทุกอย่างแล้วจะเหลือกำไรกระป๋องละประมาณ 1 บาทขึ้นไป ซึ่งกำไรจะมากกว่านี้แค่ไหนอย่างไรก็ขึ้นกับทุนวัตถุดิบ

วิธีนี้เป็นการแปรรูปเนื้อกบด้วยวิธีที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การจะมีรายได้มากพอ หรือได้กำไรมาก ๆ ก็ต้องอยู่ที่การมีตลาดรองรับ การขายได้ในปริมาณมาก ๆ

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีฯกลุ่มนี้เป็นผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ด้วย ใครสนใจติดต่อ ยุพา สังข์เนตร ก็ติดต่อได้ที่ 103 หมู่ 9 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โทร.08-1258-7705

กลุ่มผลิต กบกระป๋องแปรรูป  บิ๊ก ฟร๊อก

คู่มือลงทุน…กบกระป๋อง
ทุนอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับขนาด-คุณภาพเครื่อง
ทุนวัตถุดิบ ไม่เกิน 29 บาท / กระป๋อง
รายได้ ขายกระป๋องละ 30 บาทขึ้นไป
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ขายปลีก, ขายส่ง, ส่งออก
จุดน่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล / ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน :รายงาน
dailynews

การเลี้ยงกบขวด

7 comments January 27th, 2009

กบ

กบนา จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ คนไทยยังนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบดีว่ากบนาในธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงไม่สอดคล้องกับความต้องการ ในการบริโภคที่มีเพิ่มมากขึ้น รูปแบบการเลี้ยงกบจึงได้มีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น อาทิ การเลี้ยงกบในบ่อปูน, การเลี้ยงกบในกระชัง, การเลี้ยงกบในบ่อดิน ฯลฯ ต่อมาได้เริ่มมีเกษตรกรประยุกต์วิธีการเลี้ยงโดยนำวัสดุเหลือใช้มาก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดคือเลี้ยงในยางรถยนต์เก่าและเรียกวิธีการเลี้ยงรูปแบบนี้ ว่า การเลี้ยงกบคอนโด ในขณะนี้ได้มีการพัฒนา นำกบมาเลี้ยงในขวดพลาสติก เพื่อเน้นการบริโภคในครัว เรือนซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีการนำเอาวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ให้เกิด ประโยชน์

การเลี้ยงกบในขวด
นางสัมพันธ์ ต้นกันยา ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนบ้านคงอุดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำโครงการเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือนในโรงเรียนจนประสบความ สำเร็จสามารถขยายผลไปสู่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงสามารถประกอบเป็นอาชีพเสริม ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี คุณสัมพันธ์ได้บอกถึงข้อดีของการเลี้ยงกบนาในรูปแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยงและลดต้นทุนในการผลิต โดยเริ่มต้นจากการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยง ใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาดบรรจุ 1.25 ลิตร นำขวดพลาสติกมาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นเจาะรูเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาด 2 เซนติเมตร บริเวณ 1 ส่วน 3 ของขวดด้านบนเพื่อเป็นที่หายใจและให้อาหาร

นำลูกกบนาที่มีอายุประมาณ 2-3 อาทิตย์ มาใส่ในขวดพลาสติกขวดละ 1 ตัว ปิดฝาขวดให้แน่นใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ใน 4 ของขวด นำไปวางในชั้นวางลักษณะขวดเอียง 45 องศา โดยเอาปากขวดลงและเอาก้นขวดบริเวณที่เจาะรูขึ้น สถานที่วางขวดจะต้องวางในที่ร่มและเย็น ป้องกันแสงแดดส่องเผาตัวกบ และควรจะเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ใต้ชายคาบ้าน ในระยะแรกในการเลี้ยงใช้อาหารกบเล็ก ถ้าไม่มีหรือหายากอาจจะประยุกต์ใช้อาหารปลาดุกเล็กที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30% ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3-5 เม็ด เช้า-เย็น

เมื่อกบนาโตขึ้นให้ปรับสูตรอาหารเป็นอาหารปลาดุกกลางและปลาดุกใหญ่ตามลำดับ ในระหว่างการเลี้ยงจะต้องมีการถ่ายเทน้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย โดยให้สังเกตจากเศษอาหารในขวดถ้ามีมากและน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เมื่อเลี้ยงกบในขวดได้นานประมาณ 3 เดือน ให้เปิดฝาปิดขวดและน้ำหนักของตัวกบนาจะได้ขนาด 200-250 กรัม ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับการเลี้ยงในบ่อดิน

คุณสัมพันธ์ ได้บอกว่าเมื่อกบนามีอายุได้ 4 เดือน ให้นักเรียนจับมาบริโภคได้ ข้อเสนอแนะในการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกควรจะให้อาหารพอเหมาะไม่ควรมีอาหาร เหลือในขวด น้ำที่เปลี่ยนถ่ายให้นำไปรดต้นไม้หรือพืชผักสวนครัว ขวดพลาสติกที่นำมาเป็นภาชนะเลี้ยงควรเป็นขวดลักษณะสี่เหลี่ยมเพื่อสะดวกใน การจัดชั้นวางรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่โรงเรียนบ้านคงอุดม โทร. 0-4222-3430

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ