เกาะข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 กระทรวงเกษตรฯ สั่งการกรมปศุสัตว์ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและควบ คุมโรคหวัดนก อย่างเคร่งครัด เนื่องจากช่วงฤดูหนาวเป็นสภาวะที่เหมาะสมที่จะเกิดเชื้อไข้หวัดนกได้ รวมถึงควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์บริเวณชายแดน และข้ามเขตจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ที่เกิดการระบาดโรคไข้หวัดนกซ้ำซาก ส่วนในพื้นที่ที่เกิดสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติและผลการตรวจสอบในเบื้องต้นมี เหตุให้น่าสงสัยว่าจะเป็นไข้หวัดนก กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคตามหลักสากล เสมือนว่าพบโรคจริง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการรับรองตาม มาตรฐานเพียง 140,000 ไร่ ดังนั้นจึงต้องเร่งผลักดันให้เกษตรกรขยายฐานการผลิต เกษตรอินทรีย์ เพิ่มขึ้น ซึ่งปี 2552 นี้ กระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 300,000 ไร่ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออก เช่น ข้าวอินทรีย์ ชาอินทรีย์ พืชผัก สมุนไพร ผลไม้เมืองร้อน และกุ้งอินทรีย์ เป็นต้น อีกทั้งยังต้องส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า พร้อมขยายช่องทางและสร้างเครือข่ายตลาดเพิ่มเติมทั้งตลาดกลุ่มสหภาพ ยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ และต้องมองหาตลาดใหม่ ๆ ด้วย สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมกับเทศบาล นครเชียงใหม่ [...]
“โมโรเฮยะ” ผักเพื่อสุขภาพ มหาชะเอม ชะเวงโชติ ปลูกเป็นธุรกิจส่งญี่ปุ่น “โมโรเฮยะ” เป็นผักชนิดหนึ่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ เพาะด้วยเมล็ด โมโรเฮยะกล่าวกันว่าเป็นผักที่ชนระดับสูงในประเทศอียิปต์สมัยโบราณนิยมรับ ประทานกัน ที่ประเทศอียิปต์ มีเรื่องราวเกี่ยวกับ “โมโรเฮยะ” ที่เล่าขานสืบต่อกันมามากมายถึงสรรพคุณที่ดีเลิศของโมโรเฮยะ เป็นตำนานแห่งการขนานนามว่าเป็น “ผักของราชา” มาจนถึงปัจจุบันนี้ ตำนาน เล่าว่า มีพระราชาในประเทศอียิปต์พระองค์หนึ่งทรงพระประชวร พระองค์ทรงรับการถวายซุปชนิดหนึ่งโดยเสวยร่วมกับพระกระยาหารทุกมื้อ ทำให้พระอาการประชวรดีขึ้นตามลำดับ ไม่นานทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ขึ้นด้วยซุป และซุปที่ว่านี้ก็คือ “ซุปโมโรเฮยะ” นั่นเอง นับแต่นั้นมา ซุปชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า “มูลคียะ” แปลเป็นภาษาไทยว่า “ซุปของพระราชา” หรือ “ซุปชาววัง” โมโรเฮยะเข้า ไปแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นเป็นที่นิยมกันมาก ชาวญี่ปุ่นเรียกกันว่า “โมโรเฮยะ” สรรพคุณมีมากมาย นอกจากรับประทานแล้วยังใช้เป็นยาถอนพิษ ปัจจุบันมีการนำเอาโมโรเฮยะไปวิเคราะห์พบว่า ใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น โรคที่เกิดตามบริเวณผิวหนัง ชาวญี่ปุ่นรู้จักทำ โมโรเฮยะรับประทานมานานแล้ว ในช่วงฤดูร้อนนิยมเด็ดใบสดมาประกอบอาหารในครัวเรือน ในช่วงฤดูหนาวนิยมเอาใบที่ร่วงมาตากแห้งแล้วเก็บไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป ชาวอียิปต์นำใบมาสับจนละเอียดทำซุปข้นรับประทานกันในครอบครัว คล้ายกับชาวญี่ปุ่นที่นำเอาใบโมโรเฮยะมาทำเป็นซุปเรียกว่า “มิโสะชิรุ” จาก การวิเคราะห์คุณค่าสารอาหารและแร่ธาตุในโมโรเฮยะพบว่า อุดมไปด้วยวิตามินชนิดต่างๆ ที่ควบคุมการทำงานของร่างกายมนุษย์ [...]
พัฒนาคุณภาพลูกเดือยส่งออก คุมเข้มหลังเก็บเกี่ยวเพื่ออาหารปลอดภัย นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า แม้ลูกเดือยของไทยจะเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดญี่ปุ่น โดยมีการส่งออกประมาณปี ละ 20,000 ตัน แต่ทว่ามีการตรวจพบสาร อัลฟลาทอกซิลในลูกเดือยที่ส่งออกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญอยู่ในขณะนี้ และในอนาคตญี่ปุ่นอาจระงับการนำเข้า ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในระยะแรก จึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการให้เร่งมาขึ้นทะเบียนกับกรม มิฉะนั้นจะไม่อนุญาตให้ ส่งออกอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ก่อนการส่งออกแต่ละครั้ง จะต้องนำลูกเดือยส่งห้องปฏิบัติการของภาครัฐหรือเอกชนที่ได้มาตรฐาน เพื่อตรวจสอบหาสารดังกล่าวก่อน เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดคู่ค้า ส่วนในระยะยาวจะมุ่งไปที่การให้ความรู้ทางด้านวิชาการแก่เกษตรกร ทั้งในด้านกระบวน การผลิต วิทยาการหลังเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพปลอดจากการปนเปื้อน “ขณะนี้กรมกำลังทำวิจัยในด้านการพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว อาทิ วันเวลาการเก็บผลิตผลที่เหมาะสม การเก็บรักษา รวมทั้งการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ภายในโกดัง ซึ่งจะกองทับซ้อนสูงอีกทั้งต้องเก็บไว้เป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เกิดความชื้น จนทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย เพราะลูกเดือยเป็นพืชที่มีปริมาณน้ำมันสูง” ทั้งนี้ เกษตรกรและผู้ส่งออก สามารถ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2561-2825 ทุกวันในเวลาราชการ.
เกาะข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ จัดงาน ราชพฤกษ์รวมใจภักดิ์รักพ่อหลวง ซึ่งกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม เพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2551 ซึ่งจะใช้พื้นที่การจัดงานพืชสวนโลกเดิมทั้งหมด แต่มีบางส่วนที่ต้องดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม เช่น งานปรับปรุงอาคารสิ่งก่อสร้าง งานปลูกต้นไม้และปรับปรุงภูมิสถาปัตย์ และงานการดูแลสวน 470 ไร่ ซึ่งจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน รวมถึงเพิ่มเติมความน่าสนใจมากขึ้น เช่น บริเวณสวนกล้วยไม้ที่จะรวบรวมพันธุ์กล้วยไม้หายากของไทยมาจัดแสดง และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เกี่ยวกับงานในโครงการพระราชดำริ จากการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ และประเทศ + 3 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการดำเนินงานโครงการการพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์ใน กลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการควบคุมคุณภาพเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลระหว่างประเทศอาเซียน และจีน รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไป สู่ตลาดโลก โดยการเสริมศักยภาพของนักวิชาการเกษตร และการแลกเปลี่ยนถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบัน สถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉลี่ยมีอัตราการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น 20% /ปี [...]
