Archive: Posts Tagged ‘การส่งออก’

Sponsored Links

ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน

1 comment September 22nd, 2009

ผลไม้เมืองร้อนไทย สยายปีกตีตลาดจีน สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย โดยมีมูลค่าส่งออกสูงถึง 200,000 ล้านบาทต่อปี และมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ผลไม้ สดแช่เย็น-แช่แข็งและแห้ง ปลาสดแช่เย็น-แช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็น-แช่แข็ง ปลาหมึกสดแช่เย็น-แช่แข็ง กล้วยไม้ สัตว์น้ำ จำพวกครัสตาเซีย และตะพาบน้ำ เป็นต้น ขณะนี้ผลไม้ไทยกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างมาก ทำให้ไทยสามารถส่งออกผลไม้คุณภาพดีไปจีนได้ปีละกว่า 5,000 ล้านบาท และปีนี้คาดว่ามูลค่าส่งออกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากกระทรวง เกษตรฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า และความปลอดภัยทางอาหารให้กับผู้นำเข้า ซึ่งเป็นช่องทางที่จะช่วยขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทยในจีนได้เพิ่มมากขึ้น นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดโรดโชว์ ศักยภาพผลไม้เมืองร้อนของไทยได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย เงาะ ลองกอง ส้มโอ และ กล้วยไข่ ที่ตลาดขายส่งสินค้าเกษตรซินฟาตี้ ณ กรุงปักกิ่ง ภายใต้ [...]

พุทราพันธุ์มิ่งเฉา

No comments August 1st, 2009

พุทราพันธุ์ มิ่งเฉา ที่ไต้หวัน หลายคนยังไม่ทราบว่าไต้หวันเป็นประเทศที่มีสายพันธุ์พุทราดี ๆ มากมายหลายสายพันธุ์มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์พุทราจากไต้หวันมาปลูกในบ้านเราจน ประสบผลสำเร็จหลายราย เนื่องจากพุทราไต้หวันมีขนาดของผลใหญ่มาก รสชาติดีและเป็นที่ต้องการของตลาด ในขณะเดียวกันที่ไต้หวันเองได้มีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยเรียกว่าพันธุ์ “น้ำผึ้ง” เป็นสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากที่สุดในไต้หวันด้วยคุณภาพที่เนื้อหวานและกรอบ มีรูปทรงเป็นรูปกระสวย ขนาดของผลใหญ่มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 5-6 ลูกต่อ 1 กิโลกรัมแตกต่างจากพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้และพันธุ์นมสดที่มีปลูกอยู่ในบ้าน เราในขณะนี้ ในเรื่องวิธีการปลูกและบำรุงรักษาพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” มีหลายเรื่องที่น่าสนใจที่นำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราได้ อาทิ อุณหภูมิของสภาพพื้นที่ปลูกเฉลี่ยไม่ควรสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยจะต้องไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส สภาพดินที่ใช้ปลูกพุทราที่ไต้หวันจะให้ความสำคัญในเรื่องของอินทรียวัตถุมาก โดยเฉพาะการใส่ปุ๋ยคอก ค่าของความเป็นกรดและด่างของดินเฉลี่ย 6-6.5 (pH=6-6.5) เหมาะสมที่สุด ต้นพุทราไม่ชอบสภาพดินเป็นกรด ถ้า สภาพดินมีค่า pH ต่ำกว่า 5 จะต้องใส่ปูนขาวก่อนปลูก นอกจากนั้นสภาพดินควรจะมีการระบายน้ำที่ดีถึงแม้จะเป็นสภาพที่ดอนควรจะทำ แปลงแบบยกร่องลูกฟูก แปลงปลูกพุทราหลายแปลงที่มีพื้นที่ปลูกไม่มากจะมีการกางมุ้งเพื่อป้องกัน แมลง เป็นที่สังเกตว่าการปลูกพุทราไต้หวันหลังจากที่เก็บ เกี่ยวผลผลิตเสร็จในแต่ละปี จะมีการตัดกิ่งทั้งหมดทิ้งให้เหลือเพียงต้นตอและกิ่งหลัก หลังจากนั้นจะมีการนำยอดหรือตาพันธุ์ดีมาเสียบใหม่ทุกปี สำหรับปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการปลูกพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” [...]

ปทุมมา หรือ สยามทิวลิป

4 comments July 8th, 2009

ปทุมมา เป็นที่ต้องการของตลาดโลก เราเห็นดอกทิวลิป เราก็ว่ามันเป็นดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะที่เขาปลูกเป็นทิวแถวเห็นแล้วรู้สึกชื่นชมสมอุรา ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เขาปลูกเป็นอุตสาหกรรมเลย ปัจจุบันบ้านเราก็มีคนเอาทิวลิปมาปลูกกันแล้ว แต่ต้องมีวิธีการจัดการที่เหมาะสม เพราะมันเป็นไม้ดอกเมืองหนาว แต่ก่อนนั้น เราไม่มีทิวลิป เราเห็น ดอกกระเจียว หรือ ดอกปทุมมา เราก็พยายามผลักดันให้มันเหมือนดอกทิวลิป คือจากดอกไม้ที่ไม่มีราคาค่างวดอะไรก็พยายามส่งเสริม ยกระดับมันขึ้นมาให้มันเป็น “ดาว” ให้ได้ มัวแต่ผลักดันปั้นดินให้เป็นดาว จนลืมไปว่า ชาวต่างชาติชอบที่จะนำเอาพืชท้องถิ่นของไทยนี่แหละ ไปจดสิทธิบัตรว่า เป็นพันธุ์พืชของประเทศเขา เราเคยโดนมาแล้วไง ยังไม่เข็ด แล้วปทุมมาที่เรากำลังผลักดันให้เป็นดาวอยู่นี่แหละ เรากำลังหวั่นเกรงว่าจะถูกเนเธอร์แลนด์ยื่นจด “สิทธิบัตร” ฮุบ “พันธุ์ปทุมมา” เรื่องนี้ช้าไม่ได้ ทาง นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า เนื่องจากแต่ละปีสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) นำเข้าหัวพันธุ์ปทุมมาจากไทยไปปลูกค่อนข้างมาก เพื่อผลิตเป็นไม้ตัดดอกและไม้กระถาง โดยเฉพาะประเทศเนเธอร์แลนด์ได้มีความพยายามที่จะยื่นจดสิทธิบัตรพันธุ์ปทุมมาให้เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเนเธอร์แลนด์ กรมวิชาการเกษตรจึงนำคณะนักพฤกษศาสตร์ของไทยเดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชคุ้มครองของอียูเพื่อตรวจสอบข้อมูลการยื่นจด สิทธิบัตรคุ้มครองพันธุ์ปทุมมาที่เนเธอร์แลนด์แอบอ้างสิทธิ ถ้าพบว่าเป็นพันธุ์ปทุมมาของไทย กรมวิชาการเกษตรจะยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชดังกล่าวทันที เพื่อปกป้องพันธุ์พืชไทยไม่ให้ต่างชาติขโมยพันธุ์ไปได้ ขณะเดียวกันยังเป็นการปกป้องตลาดและมูลค่าการส่งออกหัวพันธุ์ปทุมมาที่มีแนว โน้มเพิ่มสูงขึ้นไต่ระดับสู่ปีละ 100 ล้านบาท หากปล่อยให้อียู [...]

นวัตกรรมกล้วยไม้นานาชาติ

No comments June 25th, 2009

เป้าผลักดันส่งออกกล้วยไม้ปีละ 10,000 ล้านบาท นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การ มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ จัดงานแสดง “นวัตกรรมกล้วยไม้นานาชาติ” ขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2552 ณ ฮอลล์ 8 อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการขยายตัวทางด้านการตลาด การเจรจาทางธุรกิจและการตกลงซื้อขายสินค้ากล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับให้ กว้างขวางเพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นผู้นำด้านการผลิตกล้วยไม้และไม้ดอกไม้ประดับ ของประเทศไทย อีกทั้งสร้างความเข้าใจในด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าระหว่างผู้ผลิตและผู้ประกอบการทุกประเภทที่เกี่ยวข้อง “กิจกรรมภายในงานจะประกอบด้วยนิทรรศการ 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1 เป็นนิทรรศการกลางจัดแสดงนวัตกรรมใหม่ของกล้วยไม้ไทยและนานาชาติ จะจัดนิทรรศ การเกี่ยวกับกล้วยไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับพันธุ์ใหม่ นิทรรศการการผลิตกล้วยไม้ในทศวรรษหน้า และนิทรรศการการสาธิต การใช้ประโยชน์จากกล้วยไม้ สำหรับส่วนที่ 2 เป็นนิทรรศ การแสดงผลงานด้านนวัตกรรมและผลงานวิจัยและการบริการของหน่วยงานภาครัฐและ เอกชนทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีการสัมมนานวัตกรรมกล้วยไม้ ทั้งด้านการผลิตและการตลาด การเจรจาธุรกิจระหว่าง [...]

การส่งออกของลำไย

No comments June 20th, 2009

ราคาสูง จีน ยุโรป อินโดนีเซีย รับไม่อั้น นายกมล เกษมศุข รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกลำไยมีมากกว่า 1 ล้านไร่ ทำให้ผลผลิตลำไยล้นตลาดขายไม่ได้ราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไยในฤดูซึ่งจะออกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ของทุกปี โดยลำไยผลใหญ่สุดได้แก่ ลำไยเกรด AA จะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท ลำไยเกรด A มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 5 บาท และลำไยเกรด B มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 3 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรจำนวนมากประสบปัญหาการขาดทุน ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรหาแนวทางแก้ไข ด้วยการกระจายการผลิตลำไยให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี ให้ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 40 ของพื้นที่ผลิตลำไยทั้งหมด ส่วนใหญ่การส่งออกของลำไยจะอยู่ในรูปลำไยสดช่อซึ่งมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ และภายหลังที่ประเทศไทยได้จัดทำข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอกับหลายประเทศ เป็นผลให้ลำไยได้กลายเป็นสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสดใส ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันส่งออกได้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการเปิดตลาดใหม่ที่น่าสนใจซึ่งผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง [...]