Archive: Posts Tagged ‘การปลูกมะม่วง’

ผลิตมะม่วงนอกฤดู

No comments April 8th, 2009

การผลิตมะม่วงนอกฤดู ด้วย สารชีวภาพ
การผลิตมะม่วงนอกฤดู ลดต้นทุนด้วยสารชีวภาพ

เมื่อกระแสการ “เปิบ” อาหารปลอดภัย ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นทุกขณะ เกษตรกรชาวสวนทั้งหลายจึงหันมาปรับเปลี่ยน มุ่งสู่การผลิต “พืชผักอินทรีย์” เกษตรกรผลิตม่ะม่วงนอกฤดูสายพันธุ์น้ำดอกไม้ ส่งออกตลาดต่างประเทศได้ “ฉลุย”

มะม่วง” ก็เป็นหนึ่งในผลิตผล ที่ไทยส่งไปขายในตลาดเพื่อนบ้าน อาทิ สิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง จีน ปีหนึ่งมีมูลค่านับล้านๆบาท และผลผลิตจาก นิคมเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็เป็นหนึ่งที่ติดปลายนวมกับเขาเช่นกัน

นายสุชาติ ขาวบาง ชาวบ้านตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 40 ไร่ ก่อนหน้านั้นปลูกสับปะรด ช่วงราคาตกต่ำ จึงเดินทางไปดู “การทำสวนมะม่วง” แถว จังหวัดสุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา เห็นว่าราคารับซื้อต่อกิโลกรัมค่อนข้างดีกว่าสับปะรด จึงเบน “เข็มอาชีพ” หันมาทำสวนมะม่วงพันธุ์ ฟ้าลั่น เขียวเสวย เพราะเข้าใจว่าส่งออกได้

แต่เอาเข้าจริงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจาก ตลาดต่างประเทศชอบสายพันธุ์น้ำดอกไม้ที่มี “รสหวานปนเปรี้ยว” ต้องโค่นออกเปลี่ยนมาปลูกน้ำดอกไม้สีทองเป็นหลัก และเพื่อให้ส่งออกตลาดต่างประเทศได้ “ฉลุย” ไม่มีปัญหาตามมา จึงเข้าโครงการเปลี่ยนระบบการผลิตที่ถูกต้องตั้งแต่พื้นที่ปลูก ดูแลรักษา เก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว (GAP) กับ กรมวิชาการเกษตร ใช้เวลาอยู่นานกระทั่งผ่านเกณฑ์ และได้ มาตรฐานสินค้าเกษตรตัว Q

“…หาก มุ่งเคมีอาทิปุ๋ย ยา อย่างเดียวก็ไม่ไหว จึงเริ่มหันมาใช้อินทรีย์ เริ่มจากทำปุ๋ยใช้เองก่อน โดยสั่งมูลโคมาโรยตามโคนต้น ตามด้วยน้ำหมักชีวภาพฉีดทับ เพราะเรามีใบอินทรียวัตถุของพืชอยู่แล้วตามโคนต้น ฉีดน้ำหมัก เมื่อฝนตกก็จะย่อยสลายเอง ไม่ต้องเสียเวลา การลัดขั้นตอนดังกล่าวก็ได้ผลเหมือนกัน ส่วนเคมียังคงใช้บ้างแต่จำนวนน้อยลง…”

พร้อมทั้งหันมาทำ มะม่วงนอกฤดู การจัดการเริ่มจากตัดแต่งกิ่งเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ถ้ามีน้ำเพียงพอก็จะ ดึงใบ (แตกใบใหม่) โดยใช้สาร ไทโอยูเรีย ประมาณครึ่ง กก. น้ำ 200 ลิตร ควบคู่ น้ำหมักชีวภาพ 1 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ ช่วงเช้าหากแดดแรงต้องหยุด และฉีดอีกครั้งตอนเย็น สังเกตพอแตกใบอ่อน จะราดสาร แพคโคบิวทาโซน ยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช ในทางตรงกันข้ามจะสร้างตาดอกแทน หลัง 30 วัน ต้นจะเริ่มสะสมตาดอก

การใส่ปุ๋ยก็ต้องรู้สภาพดิน ฟ้า อากาศ ไม่ใช่รู้มาสูตรไหนใส่สูตรนั้น ทำให้ไม่ได้ผล ยิ่งการทำสวนมะม่วงนอกฤดูไม่มีสูตรที่ตายตัว หากทำตามหลักวิชาการ “เป๊ะๆ” ก็ ไปไม่รอด เพราะต้องดูด้วยว่าสภาพอากาศ การตัดแต่งทรงพุ่ม พื้นที่ไปดูงานมาเหมือนกับของเราหรือไม่ หากฝนไม่มากจะใส่ปุ๋ยสูตร 0-52-34 ซึ่งเป็นปุ๋ยกรด ฉีดพ่นทางใบ ทางดินจะใส่ 8-24-24 นิดหน่อย แต่ถ้าฝนตกชุกต้องเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตร 0-42-56 ซึ่งเป็นปุ๋ยด่าง

จากนั้น 1 เดือน จะดึงตาดอก ตามหลักวิชาการจะใช้สาหร่ายทะเล ซึ่งมีราคาลิตรละ 200-300 บาท/น้ำ 1,000 ลิตร ทำให้ต้นทุนสูง ดังนั้นจึงปรับเปลี่ยนมาใช้ ไทโอฯ ควบ โปแตสเซียม ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ฉีดพ่น เมื่อดอกออก ต้องบำรุงรักษาให้แข็งแรง การดูแลมีหลายวิธีสังเกตหากธาตุอาหารเพียงพอก็ไม่ต้องบำรุงมาก และต้องรู้ด้วยว่าควรใส่ธาตุอาหารชนิดใดลงไป

พร้อมทั้งกำจัดแมลง ในครั้งแรกจำเป็นต้องใช้เคมีเพื่อ “ล้างดง” เป็นการ “น็อก” ให้ แมลงศัตรูพืชตายก่อน จึงเริ่มใช้ชีวภาพ ก่อนดอกบาน 3-5 วัน ควรหยุดเพื่อป้องกันเรื่องสารตกค้างช่อดอก เพราะจะทำให้แมลงไม่สามารถผสมเกสรได้ ทำให้ไม่ติดดอก ผล และเมื่อผลมีขนาดเท่าหัวไม้ขีด จึงฉีดยาซึ่งจะทำให้ขั้วผลแข็งแรงดูแลจะง่ายขึ้น

การประยุกต์ ปรับเปลี่ยนระบบการจัดการที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ในปี’ 49 สวนของสุชาติสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของจังหวัดมาได้ เกษตรกรรายใดที่สนใจจะลดต้นทุนสามารถ กริ๊งกร๊างสอบถามรายละเอียดกันได้ที่โทร.08-1744-5656 ในเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว
thairath

มะม่วงอาร์ทูอีทู

No comments February 23rd, 2009

มะม่วงอาร์ทูอีทู
อาร์ทูอีทู มะม่วงเพื่อการส่งออกของไทย

ในปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้จัดเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มีทั้งที่ส่งขายเป็นผลสดซึ่งมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ราคารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดเอ เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50 บาท นอกจากการส่งออกในรูปผลสดแล้วยังมีการส่งออกแบบแช่แข็งและดรายฟรีซ เป็นต้น

ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในขณะนี้จะมุ่งเน้นในการขยายพื้นที่ปลูกน้ำดอกไม้สีทองเป็นหลัก แต่ในสภาพความเป็นจริงพ่อค้าที่มารับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออกเกือบทุกรายมักจะถามเกษตรกรว่าได้ปลูกมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูกันบ้างหรือไม่ เนื่องจากเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการมากแต่เกษตรกรไทยยังขยายพื้นที่ปลูกกันน้อย

“อาร์ทูอีทู” เป็นสายพันธุ์มะม่วงมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา นับเป็นเกษตรกรรายแรกที่ปลูกมะม่วงสายพันธุ์นี้ในเชิงการค้าและนำมาปลูกในเขตพื้นที่ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ผลผลิตและคุณภาพไม่แพ้ที่ปลูกในออสเตรเลีย และได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่าปลูกได้ในทุกพื้นที่ที่ปลูกมะม่วงได้ในบ้านเรา มะม่วงอาร์ทูอีทู จัดเป็นมะม่วงประเภทกินสุกที่มีขนาดผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 800 กรัม-1 กิโลกรัม เมื่อผลสุกสีของผลจะเปลี่ยนจากสีเขียวอมชมพูเป็นสีเหลืองอมแดงสวยงามสะดุดตาต่อผู้บริโภค รสชาติของมะม่วงสายพันธุ์นี้จะไม่หวานแหลมเหมือนกับมะม่วงน้ำดอกไม้ (มะม่วงอาร์ทูอีทูสุกวัดค่าความหวานได้ประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์บริกซ์ ในขณะที่มะม่วงน้ำดอกไม้สุกวัดได้ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์บริกซ์) จัดเป็นมะม่วงที่มีเนื้อละเอียดเนียนและไม่มีเสี้ยน ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้

เนื่องจากอาร์ทูอีทูเป็นมะม่วงที่ขนาดทรงพุ่มใหญ่ ในเรื่องของการจัดการแปลงปลูกควรจะใช้ระยะปลูก 6×6 เมตร เป็นอย่างน้อยและมีการติดตั้งระบบน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ ถ้าติดตั้งหัวมินิสปริงเกลอร์จะต้องวางอย่างน้อยต้นละ 1 หัว เป็นที่สังเกตว่าในการปลูกมะม่วงสายพันธุ์นี้ในเชิงพาณิชย์ได้มีการทดลองใช้สารแพคโคลบิวทราโซล บังคับให้มีการออกดอกและติดผลนอกฤดู ผล ปรากฏว่ามะม่วงสายพันธุ์นี้ไม่ตอบสนองต่อสารเท่าที่ควร ซึ่งแตกต่างจากการบังคับในมะม่วงน้ำดอกไม้และมะม่วงกินดิบสายพันธุ์อื่น ๆ ทำให้ผลผลิต มะม่วงอาร์ทูอีทูจะต้องปล่อยให้ออกในฤดูกาลคือผลผลิตจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนเมษายน ทำให้เกษตรกรหลายรายเกรงว่าราคาขายผลผลิตจะไม่ดี เนื่องจากมะม่วงปีทุกสายพันธุ์จะออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน

แต่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาในช่วงเดือนเมษายน มะม่วงสายพันธุ์อื่น ๆ ของไทยจะมีราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 3-5 บาท มะม่วงอาร์ทูอีทูยังขายจากสวนได้อย่างต่ำกิโลกรัมละ 30 บาท และเกือบทั้งหมดได้ซื้อเพื่อการส่งออกทั้งสิ้น.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
dailynews

การผลิตสินค้าเกษตรระบบ GAP

No comments November 19th, 2008

ระบบจัดการผลิตที่ถูกต้องเหมาะสม (GAP)
ยกเกรดสินค้าเกษตรโกอินเตอร์ เปลี่ยนแนวการผลิตด้วย GAP

ปัจจุบันผลิตผลทางเกษตรกรรม… แม้เกษตรกรไทยจะมีฝีมือสร้างผลิตผลออกมาคุณภาพสูงเพียงใด หากผ่านกระบวนการตาม ระบบจัดการผลิตที่ถูกต้องเหมาะสม (GAP) ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของตลาด….มิหนำซ้ำยังถูก “กดราคา” รับซื้อโดยเฉพาะกับผู้บริโภคในต่างแดน

แต่ถ้าหากรายไหน “ปรับทิศเปลี่ยนแนวทาง” ได้ทันสถานการณ์ ก็นอนนับเงินต่างประเทศได้อย่าง “ชิลด์ๆ” เหมือนอย่างกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกของ นายมนตรี ศรีนิล เกษตรกรบ้านเลขที่ 31 หมู่ 7 ตำบลโป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งในวันนี้โกยเม็ดเงินจากการส่งออกผลผลิตได้ปีหนึ่งนับล้านบาท

…มนตรี บอกให้ฟังว่า….หลังไปดูงานที่กลุ่มผู้ส่งออกมะม่วงในอำเภอบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา พอกลับมาจึงเริ่มโค่นพันธุ์เขียวเสวย ทองดำ แก้ว แล้วเปลี่ยนมาปลูก “น้ำดอกไม้” ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งติดต่อกับบริษัทผู้รับซื้อเพื่อส่งออกกับเขาบ้าง แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ และยังโดนกดราคา ทั้งๆที่ผลผลิตมีคุณภาพ

…แล้วชักชวนเพื่อนบ้านรวมกลุ่ม ปรึกษา หาแนวทางผลิตมะม่วงคุณภาพ ศึกษาว่า “สารเคมี” ที่อยู่ตามท้องตลาดว่า ชนิดไหนต้องห้ามสามารถใช้ได้กี่วันก่อนเก็บเกี่ยว อีกทั้ง ติดต่อขอคำชี้แนะจาก สนง.เกษตรอำเภอ ในการ เข้าสู่ การผลิตระบบ GAP หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จึงส่งไปตรวจ ขอรับรองสัญลักษณ์ Q ว่า “ปลอดสาร” จาก กรมวิชาการเกษตร

หลายๆบริษัทเริ่มเข้ามารับซื้อถึงหมู่บ้าน เพื่อส่งไปขาย ประเทศญี่ปุ่น ยุโรป เกาหลี จีน สิงคโปร์ จากเดิมสมาชิกบางรายจะขายมะม่วงแบบ เหมาสวน พอเปลี่ยนมาควบคุมคุณภาพแม้บางฤดูผลผลิตจะมีมากแต่ก็ไม่ทำให้เสียราคา

และ…นี่คือความแตกต่างของตลาดในบ้านเรากับตลาดส่งออก ที่เพียงรักษาคุณภาพให้ได้อย่างที่ผู้ซื้อต้องการ ราคาก็ไม่ตกแม้ผลผลิตจะมีมาก… .

สำหรับการจัดการ ภายในสวนเพื่อให้มีคุณภาพนั้น มนตรี บอกว่า ในเดือนมกราคมหลังเก็บเกี่ยวผลิตผลหมดจะให้ปุ๋ยสูตรเสมอ อัตราครึ่ง กก./ต้น/ครั้ง ทิ้งช่วง 30 วัน ตัดแต่งกิ่ง ฉีดฮอร์โมนกระตุ้น ช่วงที่แดดไม่ร้อนจัด พอเริ่มแตกใบอ่อนจะราดสารแพคโคบิวโคโซนเพื่อชะลอการเจริญเติบโต และให้น้ำปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ จากนั้น 15 วัน ฉีดพ่นอาหารทางใบ กระตุ้นการสร้างตา พอเริ่มเห็นดอกมะม่วงควรให้น้ำ พร้อมกับฉีดยากันแมลง ภายในสวนต้องสะอาดตามมาตรฐานของกรมวิชาการเกษตรและเกณฑ์ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมาดูบ่อยครั้ง

พอมะม่วงมีขนาดเท่าไข่ไก่ ห่อด้วยถุงกระดาษ “คาร์บอน” กันแมลง แต่ถ้าไม่ใช้ตลาดต่างประเทศก็ไม่รับซื้อผลผลิต จึงทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น และเราพึ่งตั้งกลุ่มไม่นานเงินทุนหมุนเวียนมีน้อย ดังนั้นจึงกู้เงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาใช้หมุนเวียน หลังจากนั้นอีก 45-50 วัน จึง เก็บผลผลิตอย่างระมัดระวัง เพราะหากเกิดรอยช้ำจะทำให้ ราคาหายไปเกือบครึ่ง

นายไพฑูรย์ มาไพศาล หนึ่ง ในสมาชิก บอกว่า แรกๆตอนพี่มนตรีชักชวนให้เข้าร่วมยังไม่กล้าเพราะต้องใช้ต้นทุนสูง อีกทั้งทางประเทศญี่ปุ่นเคร่งครัดเรื่องคุณภาพที่ต้องผ่านการคัดสรรอย่างดี ทำให้กลัวว่าผลผลิตจะไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ผ่านไปหนึ่งฤดู บอกได้เลยว่า “ไม่ใช่เรื่องยาก” ถ้า ทำตามแนวทางการดูแลสวนอย่างที่อบรม วันนี้ตั้งมั่นเพียงอย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้มะม่วงของเราคุณภาพดีที่สุด เท่านั้น ทุกวันนี้ผมเริ่มจะลืมตาอ้าปากได้ “แม้ต้นทุนจะสูงแต่ก็พออยู่ได้ เพราะการรับซื้อผลผลิตเขาวัดกันที่คุณภาพ”

นายวินัย ตั้งบุญนิธิวงศ์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาปากช่อง บอกว่า แม้หลายพื้นที่จะหันมาปลูกมะม่วงสายพันธุ์น้ำดอกไม้กันมาก แต่เพื่อไม่ให้ปริมาณล้นตลาด กลุ่มผู้ส่งออกจึงวางแผนร่วมกัน อย่างที่อำเภอปากช่อง จะทำมะม่วงนอกฤดู พอปริมาณเริ่มลดน้อยลง ผลผลิตจากอำเภอบางคล้า สุพรรณบุรี อ่างทอง พื้นที่ทางภาคเหนือ ก็จะออกสู่ท้องตลาดหมุนเวียนสลับกัน การวางแผนนี้จึงทำให้ราคาซื้อขายไม่ตก

เกษตรกรรายใดที่ต้องการหันมาเปลี่ยนแนวทางการผลิตที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม เพื่อทำให้ผลผลิตโกอินเตอร์บ้าง กริ๊งกร๊างสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 08-9582-2211, 08-9844-4993. ในวันเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

มะม่วงอกร่อง พันธุ์ทองอุไร

No comments November 11th, 2008

มะม่วงอกร่อง พันธุ์ อกร่องใหญ่
มะม่วงอกร่อง พันธุ์ทองอุไร หรือ อกร่องใหญ่

มะม่วงอกร่อง พันธุ์นี้ เล่ากันว่า เป็นมะม่วงที่เกิดจากการเพาะด้วยเมล็ด แต่ไม่ทราบว่าเป็นเมล็ดของมะม่วงพันธุ์อะไร โดยพระรูปหนึ่งไม่ทราบชื่อและวัดอะไร พอแตกเป็นต้นได้ประมาณศอกกว่าๆ พระรูปที่ว่าก็นำเอาไปมอบให้ญาติโยมและคนสนิทแยกย้ายกันนำไปปลูก จนต้นใหญ่โตมีดอกและติดผลรูปทรงแปลกๆ มีขนาดใหญ่คล้ายผลมะม่วงหนังกลางวัน แต่เนื้อสุกมีรสชาติหวานหอมเป็นมะม่วงอกร่อง เมื่อ เก็บผลออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้รับประทานอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านนิยมเรียกอีกชื่อว่า “อกร่องใหญ่” ปัจจุบันพบว่ามีผู้นำกิ่งตอนออกมาวางขาย จึงรีบแนะนำอีกตามระเบียบ

มะม่วงอกร่องทองอุไร หรือ “อกร่องใหญ่” อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็น ไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านเยอะ ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรอบกิ่งก้าน เป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบจะยาวและแคบคล้ายใบมะม่วงอกร่องทั่วไป สีเขียวสด เวลาใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อตามปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอก เป็นสีเหลืองนวล หรือขาวนวล ดอกมีกลิ่นหอม ช่วง ติดดอกจะมีน้ำหวานเหนียวๆจากดอกหยดหรือร่วงลงสู่โคนต้น คนคิดว่าเป็นยางมะม่วง ซึ่งในระหว่างนี้ใครนำรถยนต์ หรือของมีค่าไปจอดหรือวางไว้ จะถูกน้ำหวานเหนียวๆ ดังกล่าวหยดลงถูกทำให้ เสียหายได้

ผล รูปทรงกลมยาวคล้ายผลมะม่วงหนังกลางวัน ตามที่กล่าวข้างต้น เมล็ดลีบ เนื้อเยอะ ผลดิบรสเปรี้ยว เมื่อผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในเป็นสีเหลืองปนขาวเหมือน กับเนื้อมะม่วงอกร่อง แต่มีเสี้ยนน้อยกว่ามะม่วงอกร่อง รสชาติหวานหอมแบบเดียวกับมะม่วงอกร่องทุกอย่าง ซึ่งความหวานวัดได้ 18 องศาบริกซ์ ผลเมื่อโตเต็มที่เฉลี่ย 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม

ที่สำคัญ “มะม่วงอกร่องทองอุไร” หรือ “อกร่องใหญ่” คือผลสุกเมื่อใช้มีดปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นใส่จานรับประทานไม่หมด ส่วนที่เหลือเก็บไว้รับประทานได้ โดยเนื้อบริเวณที่ใช้มีดหั่นจะไม่เป็นสีสนิม สีน้ำตาลแดง เหมือนกับมะม่วงพันธุ์อื่น ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

มีต้นขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามกับโครงการ 13 ราคาสอบถามกันเอง ซึ่ง “มะม่วงอกร่องทองอุไร” หรือ “อกร่องใหญ่” ปลูกง่าย โตเร็ว เวลาติดผลจะเป็นพวง 3-5 ผลขึ้นไป ถ้าหากได้รับการดูแลบำรุงปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอผลจะดกเต็มต้น สามารถเก็บรับประทานในครัวเรือน หรือเก็บขาย ให้คนซื้อไปรับประทานเพิ่มรายได้คุ้มค่ามากครับ.

นายเกษตร