Archive: Posts Tagged ‘การตัดชำกิ่งมะนาว’

การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์

2 comments June 24th, 2009

การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์
ปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ของศูนย์เรียนรู้

ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.สงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เกิดจากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในงานส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ “เกษตรกร อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ภายใต้การนำของ นายเฉลิมศักดิ์ ลิ้มวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ที่มีความตั้งใจจะทำให้พื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 3 ไร่ ในบริเวณสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ให้เป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์ ในงานส่งเสริมการเกษตรให้มากที่สุด มีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ คราวที่แล้วบอกเรื่องการทำปุ๋ยหมักสูตรของศูนย์ฯแห่งนี้ไป มีผู้สนใจกันมากมาย โทรฯ มาถามไถ่กันมากเหลือเกิน หากใครสนใจก็ไปดูกันได้ที่ศูนย์แห่งนี้เพราะที่นี่เขาเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ พืชพื้นบ้านในท้องถิ่นภาคใต้ นอกจากนี้ที่ตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมด้านการ ผลิตทางการเกษตรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ในพื้นที่ภาคใต้ มีกิจกรรมหนึ่ง ที่น่าสนใจและที่นี่ก็มีข้อแนะนำสำหรับการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ดังนี้…

สำหรับท่อซีเมนต์ขนาดที่เหมาะสมกับสถานที่ ขนาด 80-100 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตรด้านล่างก้นท่อมีแผ่นซีเมนต์วางรองอยู่ชนิดไม่เชื่อมกับก้นท่อ หรืออาจจะใช้ท่อซีเมนต์ที่มีรูระบายน้ำก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำที่รดลงไปขังอยู่ด้านล่างและไม่ให้รากมะนาวแทงลงดิน นอกก้น โดยแต่ละท่อควรวางห่างกัน ประมาณ 3×4 เมตร

ขั้นตอนการเตรียมดิน ขั้นตอนนี้สำคัญ เพราะการจำกัดพื้นที่การปลูกและต้องการให้มะนาว เติบโตได้ตามปกติ ดินที่ใช้ต้องเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ควรเตรียมดินผสมดังนี้คือ ดินร่วนหรือหน้าดิน 3 ส่วน แกลบผุ 1 ส่วน ปุ๋ยคอก (ขี้ไก่) 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดี แล้วนำไปใส่ในท่อซีเมนต์แล้วพูนดินขึ้นมาเล็กน้อยพอเป็นหลังเต่า

ขั้นตอนการคัดเลือกกิ่งพันธุ์ จำเป็นต้องพิจารณาถึงขนาดผล ปริมาณน้ำต่อผล การปฏิบัติดูแลรักษา ต้านทานต่อโรคและแมลง ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 เลือกพันธุ์มะนาวที่นำมาปลูก จำนวน 3 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พิจิตร 1 พันธุ์ตาฮิติ และพันธุ์ไข่

ขั้นตอนการปลูกนำกิ่งพันธุ์มะนาวที่แข็งแรงลงปลูกในท่อซีเมนต์ ก่อนปลูกควรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้นและใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หลังปลูก 1-2 เดือน อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมะนาวครบ 8 เดือนหรือ 1 ปี เริ่มบังคับให้ออกดอกตามที่ต้องการเมื่อมะนาวอายุได้ประมาณ 3-5 เดือน มะนาวจะออกดอกติดผลบ้าง ให้ปลิดดอกและผลทิ้ง เพื่อไม่ให้ต้นมะนาวโทรมเร็วกว่าปกติ

ขั้นตอนการบังคับให้มะนาวออกดอกติดผลเมื่อต้องการบังคับให้มะนาวออกดอกติดผลนอกฤดู ควรงดการให้น้ำ และใช้พลาสติกคลุมท่อซีเมนต์เพื่อไม่ให้น้ำฝนลงไปในท่อได้ ในเดือนสิงหาคม หรือเดือนกันยายน ประมาณ 10-15 วัน และคอยสังเกตจนใบมะนาวเริ่มเหี่ยวหรือใบร่วง ควรงดให้น้ำเมื่อใบมะนาวแก่จัดเท่านั้น เมื่อสังเกตเห็นว่ามะนาวขาดน้ำ ใบร่วงแล้ว ดำเนินการ ให้น้ำและปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อต้น ประมาณ 15-30 วัน มะนาวจะออกดอก ช่วงนี้ต้องให้น้ำอย่างพอเพียง เพราะเป็นช่วงที่มะนาวต้องการน้ำมาก จากนั้นให้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ประมาณ 1-2 ช้อนแกงต่อต้นเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ต้องดูปริมาณผลผลิตด้วยว่า มีจำนวนมากน้อยเพียงใด โดยการให้ปุ๋ยรอบทรงพุ่ม ซึ่งเป็นการบำรุงต้นและผลมะนาว จนกว่าจะเก็บเกี่ยว ผลผลิต

ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต หลังจากมะนาวติดดอก และดอกบานได้ประมาณ 4-5 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตสู่ตลาดได้ โดยสังเกตผิวภายนอกของผลมะนาว จะต้องมีลักษณะเป็นมันถึงจะเก็บเกี่ยวได้

เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว การดูแลหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตก็สำคัญเพราะมะนาวต้องให้ผลผลิตในคราวต่อไป …แต่ขอผู้อ่านโปรดติดตามตอนต่อไปในวันพุธหน้า จะมาบอกถึงเรื่องโรคและศัตรูของมะนาวด้วย.

จีร์ ศรชัย
dailynews

ปัจจัยที่จะทำให้กิ่งตัดชำของมะนาวออกรากดี

No comments February 18th, 2009

มะนาว
เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์มะนาวเชิงการค้า

สำหรับปัจจัยที่จะทำให้กิ่งตัดชำของมะนาวออกรากดี สภาพภายในกิ่ง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องหรือมีอยู่ในกิ่งตัดชำนั้นเอง ได้แก่สภาพดังต่อไปนี้

การเลือกกิ่งมะนาวเพื่อตัดชำ ควรจะเลือกกิ่งที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. เลือกกิ่งที่มีอาหารมาก เพราะอาหารภายในกิ่งจำเป็นในการเกิดรากและการเจริญของกิ่งสำหรับการตัดชำ กิ่งแก่ไม่มีใบ อาหารจะสะสมอยู่ภายในกิ่ง ซึ่งกิ่งที่แก่มาก (ไม่เกิน 1 ปี) อาหารยิ่งสะสมอยู่ภายในกิ่งมาก การเกิดรากและแตกยอดก็จะง่ายขึ้น

2. อายุของต้นพืชที่จะนำมาตัดชำควรเลือกกิ่งจากต้นที่มีอายุน้อย (นับจากเพาะเมล็ด) เพราะกิ่งจากต้นที่มีอายุน้อยจะออกรากได้ง่ายกว่ากิ่งที่นำมาจากต้นที่มี อายุมาก ๆ

3. เลือกชนิดของกิ่งให้เหมาะกับการเกิดราก โดยพิจารณาดังนี้ คือถ้าเป็นการตัดชำกิ่งแก่ ควรเลือกกิ่งข้างมากกว่ากิ่งกระโดง เพราะกิ่งข้างมีอาหารภายในกิ่งมากกว่ากิ่งกระโดง แต่ถ้าเป็นการตัดชำกิ่งอ่อนหรือกิ่งมีใบ การใช้กิ่งกระโดงจะออกรากง่ายกว่ากิ่งข้าง

4. การเลือกฤดูการตัดชำกิ่งให้เหมาะ คือ เป็นการตัดชำกิ่งแก่ที่ไม่มีใบ ควรจะตัดชำกิ่งในระยะที่กิ่งพักการเจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตาบนกิ่งเริ่มจะเจริญใหม่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนการตัดชำกิ่งอ่อนนั้น อาจทำได้เมื่อกิ่งเจริญได้ระยะหนึ่งโดยกิ่งที่เจริญนั้นมีความแข็งพอสมควร และมีใบเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว สำหรับการตัดชำไม้ผลหรือไม้ประดับบางชนิดที่ออกรากค่อนข้างยากการใช้กิ่งที่ แข็ง กลม และมีเส้นลายบนกิ่งเล็กน้อยจะออกรากได้ดีกว่าใช้กิ่งค่อนข้างอ่อน

5. การทำแผลโคนกิ่ง แผลโคนกิ่งจะช่วยให้กิ่งมีเนื้อที่ที่จะเกิดรากได้มากขึ้น นอกจากจะช่วยให้กิ่งเกิดจุดกำเนิดรากได้ง่ายแล้วยังช่วยให้กิ่งดูดน้ำและ ฮอร์โมนได้มากขึ้นอีกด้วย

6. การใช้ฮอร์โมนและสารบางอย่างช่วยการออกราก ฮอร์โมนช่วยให้กิ่งตัดชำออกรากดีขึ้น ช่วยให้เกิดรากมาก ออกรากไวและรากเจริญได้เร็ว สารฮอร์โมนสังเคราะห์ที่เป็นตัวสารเคมีที่ใช้ผสมอยู่ในชื่อฮอร์โมนการค้า ต่าง ๆ มักจะมีสารฮอร์โมนอยู่ 2 ชนิด คือไอบีเอหรือชื่อเต็มคือ กรดอินโดลบิวไทริค (indolebutyric acid) และเอ็นเอเอ หรือชื่อเต็มคือกรดแนฟทาลีน อะซีติก (naphthaleneacetic acid) สารฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้เป็นสารที่เสื่อมช้าคือไม่สูญเสียง่าย แต่ในการใช้มีข้อที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การใช้ฮอร์โมนกับพืชใด ควรจะรู้ความเข้มข้นที่แน่นอนและให้พอเหมาะกับพืช

การจัดสภาพแวดล้อมให้กับกิ่งตัดชำมะนาวในระหว่างรอการออกราก

1. การจัดความชื้นในอากาศรอบ ๆ กิ่งตัดชำความชื้นในอากาศเกี่ยวข้องกับการตัดชำ โดยที่กิ่งตัดชำเหล่านี้จำเป็นต้องรักษาใบไว้ปรุงอาหาร เพื่อช่วยการออกราก ฉะนั้นจึงต้องรักษาใบไว้ให้สดและติดอยู่กับกิ่งตลอดไป แต่การที่ใบจะสดอยู่ได้ก็จะต้องมีความชื้นในอากาศรอบ ๆ ใบสูงพอ น้ำจากใบจึงจะไม่คายออกมาและใบก็จะไม่เหี่ยว เราควรฉีดหรือพ่นละอองน้ำให้จับใบอยู่ตลอดเวลาหรือเป็นระยะ ซึ่งวิธีการหลังนี้อาจใช้คนช่วยฉีดพ่น หรือโดยการใช้เครื่องพ่นน้ำอัตโนมัติก็ได้

2. แสงสว่างกับการออกราก แสงสว่างมีความจำเป็นสำหรับการตัดชำกิ่งพืชที่ต้องมีใบติด เพราะแสงสว่างจำเป็นในการปรุงอาหาร รวมทั้งสร้างสารฮอร์โมนเพื่อช่วยการออกรากของกิ่งตัดชำ การให้กิ่งตัดชำได้รับแสงมากเท่าไร ก็จะช่วยให้การออกรากดีขึ้น

3. วัตถุที่ใช้ในการตัดชำการออกรากของกิ่งตัดชำ จะไม่เกี่ยวกับอาหารที่มีอยู่ในวัตถุปักชำนั้น แต่จะเกี่ยวข้องกับความชื้นและอากาศที่มีอยู่ในวัตถุปักชำนั้น โดยที่วัตถุปักชำแต่ละชนิดจะดูดความชื้นและมีอากาศผ่านเข้าออกได้ต่างกัน ซึ่งจะเป็นผลให้การออกรากแตกต่างกันไปด้วย วัตถุที่จะช่วยให้การออก รากเกิดได้ดี จะต้องดูดความชื้นได้มาก และมีอากาศผ่านได้สะดวก สำหรับวัตถุปักชำที่นิยมใช้กันทั่ว ๆ ไป ได้แก่ ทรายหยาบ ถ่านแกลบที่ล้างด่างหมดแล้ว หรือส่วนผสมของทรายหยาบกับถ่านแกลบอย่างละเท่ากัน

เป็นงานวิจัยที่ใกล้ชิดกับเกษตรกร…ที่เมื่อได้รับคำแนะนำเหล่านี้ แล้วสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เป็นการถ่ายทอดความรู้จากนักวิชาการสู่เกษตรกร ก่อให้เกิดผลดีต่อคนในชุมชนที่ดำรงตนอยู่ได้ด้วยอาชีพทางการเกษตร.

จีร์ ศรชัย
dailynews

การขยายพันธุ์มะนาว

No comments February 11th, 2009

มะนาว
เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์มะนาวเชิงการค้า

งาน วันเกษตรแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกปี สลับกันไประหว่างจัดในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ปีที่แล้วจำได้ว่าจัดที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีนี้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน (มาถึงวันนี้ งานก็จบเรียบร้อยไปแล้ว) แม้ว่างานเกษตรแห่งชาติไม่ได้จัดที่ ม.เกษตรศาสตร์ทุกปี แต่ที่นี่เขาก็มีงานเกษตรทุกปี เรียกว่า “งานเกษตรแฟร์” หากเมื่อใดที่งานเกษตรแห่งชาติจัดขึ้นที่นี่พร้อมงานเกษตรแฟร์ก็แสดงว่า งานจะมีความหลากหลายมากขึ้น มีการแสดงนิทรรศการความรู้ทางวิชาการจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนมากขึ้น ปีนี้ก็เช่นกัน ใครที่ไปดูในส่วนนิทรรศการคงได้เก็บเกี่ยวความรู้มาด้วยมากมาย หากใครไม่ได้ไปก็จะเอามาฝาก…เช่น เรื่อง “เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์มะนาวเชิงการค้า” โดยคณะผู้วิจัย ได้แก่ สามารถ เศรษฐวิทยา, กาญจน์ จันทร์ลอย, มณฑา วงศ์มณีโรจน์ และ รวี เสรฐภักดี ศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขตร้อน สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม ขออนุญาตนำข้อมูลมาเผยแพร่สู่ผู้สนใจโดยเฉพาะเกษตรกร ดังต่อไปนี้

เขาบอกว่า ราคามะนาวจะสูงขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ช่วงนี้จึงมีการผลิตมะนาวนอกฤดู ซึ่งการเตรียมกิ่งพันธุ์มะนาวให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรต้องมีการ วางแผนการผลิตกิ่งพันธุ์ให้ได้ต้นมะนาวที่สมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตได้ดีตาม ความต้องการของตลาด ฉะนั้น การเพิ่มทักษะ การขยายพันธุ์มะนาว ให้เกษตรกรตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการผลิต เทคนิคและวิธีการผลิต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรต้องรู้เพื่อจะได้นำไปสร้างอาชีพต่อไป

สำหรับความต้องการกิ่งพันธุ์มะนาว จะมีมากตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม หลังจากนั้นแล้วความต้องการกิ่งพันธุ์จะลดลง อย่างไรก็ตามเกษตรกรสามารถนำกิ่งพันธุ์มะนาวที่เหลือจำหน่ายมาดูแลรักษา กิ่งพันธุ์จะขยายใหญ่ขึ้นนั่นก็หมายความว่า มันเพิ่มมูลค่าขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

วิธีการคือ การตัดชำกิ่งมะนาว การตัดชำ คือ การตัดส่วนของกิ่งพันธุ์มะนาวที่มีสภาพต้นที่สมบูรณ์ แล้วนำมาชำไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดรากและยอดพัฒนาเป็นพืชต้น ใหม่ โดยที่ต้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการและจะช่วยร่นระยะเวลาในการออก ดอกติดผลเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการเพาะเมล็ด มะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งปักชำระยะเวลา 2-3 ปีก็จะให้ผลผลิต ส่วนการเพาะด้วยเมล็ดใช้เวลามากกว่านั้น

การตัดชำกิ่งอ่อน คือ การตัดกิ่งที่เพิ่งแตกออกมาใหม่ มีลักษณะอ่อนและอวบน้ำ ความสำเร็จในการขยายพันธุ์โดยการตัดชำกิ่งอ่อนขึ้นอยู่กับอาหารและฮอร์โมน ของพืช กล่าวคือ อาหารที่มีอยู่ในกิ่งอ่อนหรือยอดของพืชไม่ใช่ปัจจัยอันสำคัญ เพราะอาหารในส่วนของพืชดังกล่าวมีไม่มากพอ ดังนั้นอาหารที่จะนำมาสร้างรากจะต้องได้จากการสังเคราะห์แสง ด้วยเหตุนี้การตัดชำกิ่งอ่อนจะต้องมีใบติด นอกจากนั้นปัจจัยอื่นๆ คือ อุณหภูมิ ความชื้น และแสงที่พอเหมาะก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญเช่นกัน

การตัดชำกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ กิ่งชนิดนี้เป็นกิ่งที่มีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และมีเนื้อไม้เริ่มแข็งเหมาะแก่การผลิตมะนาวเชิงการค้า สำหรับกิ่งที่ใช้ในการตัดชำ ควรลิดใบแก่หรือใบล่างออกเหลือไว้เฉพาะใบที่เจริญเต็มที่และใบที่อยู่ด้าน ยอดประมาณ 4-5 ใบ

วิธีตัดชำกิ่งมะนาว ปฏิบัติดังนี้

1.เมื่อตัดกิ่งพันธุ์มะนาวมาแล้วควรพ่นน้ำให้แก่กิ่งพันธุ์มะนาวเป็นระยะ เพื่อช่วยลดการคายน้ำ

2.เตรียมกิ่งขนาดยาวโดยทั่วไปประมาณ 6-9 นิ้ว ขนาดของกิ่งประมาณ 1 นิ้ว โดยรอยตัดควรอยู่บนข้อและใกล้กับข้อให้มากที่สุด

3. กิ่งจะต้องมีข้อจำนวนประมาณ 3-5 ข้อ และมีใบอยู่ 4-6 ใบ

4.โคนกิ่งควรตัดเป็นรูปปากฉลามหรือฝานบวบ จะมีรอยแผลช้ำบริเวณรอยตัดให้ใช้คัตเตอร์ตัดรอยช้ำออกซ้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกราก

5.ใช้คัตเตอร์กรีดบริเวณโคนกิ่งในแนวตั้งความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร 3-4 รอย

6.หลังจากนั้นนำกิ่งมะนาวแช่ลงในน้ำที่ผสมสารป้องกันเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรีย เพื่อไม่ให้เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียเข้าทางรอยแผล

7.นำกิ่งพันธุ์จุ่มลงในสารเร่งการเกิดรากจำพวก NAA และ IBA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกรากของกิ่งพันธุ์มะนาว

8.หลังจากเตรียมกิ่งพันธุ์มะนาวเสร็จแล้ว ใช้ไม้ที่มีขนาดเล็กหรือเท่ากับขนาดของกิ่งปักชำ แทงลงในวัสดุปลูกก่อนนำกิ่งลงปักชำ เพื่อป้องกันการเกิดรอยช้ำบริเวณแผล

9.ฝังกิ่งลึก 1/2 ส่วน ของความยาวกิ่ง และที่สำคัญคือต้องกดบริเวณโคนกิ่งให้แน่น

10. ใช้วัสดุพรางแสง ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก และต้องบังกระบะปักชำไม่ให้มีลมมาปะทะเพื่อไม่ให้กิ่งปักชำขยับและลดการคาย น้ำของกิ่งพันธุ์มะนาว

11.สังเกตดูว่าวัสดุเพาะชำหรือน้ำที่จับบริเวณใบแห้งเกินไปหรือไม่ ถ้าแห้งเกินไปควรพ่นน้ำให้ถี่ขึ้น

จีร์ ศรชัย
dailynews