Archive: Posts Tagged ‘กล้วยไม้สกุลสปาโทกลอททิส’

แผนส่งออก กล้วยไม้ไทย

1 comment October 27th, 2008

เจาะแผนส่งออก”กล้วยไม้ไทย” วาดฝันปีครองแชมป์ตลาดโลก

ท่ามกลางภาวะราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำแต่สำหรับกล้วยไม้ พืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งของไทยกลับไม่มีปัญหา เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการสูงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศนั้น

กล้วยไม้ไทยได้รับการยอมรับจากประเทศคู่ค้าอยู่ในระดับต้นๆ ส่งผลให้ ปัจจุบันประเทศไทยกลายเป็นแหล่งกำเนิดของกล้วยไม้หลากหลายชนิดที่มีมูลค่า การส่งออกนับพันล้านบาทในแต่ละปีด้วยเหตุนี้เองทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญได้ดำเนินงานโครงการผลักดันการส่งออกกล้วยไม้ใน ปี2551 และคาดว่าในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือปี 2555 ประเทศไทยจะสามารถส่งออก กล้วยไม้ได้มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันจะยกระดับให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการผลิตกล้วยไม้เขตร้อนของโลกและให้กล้วยไม้ไทยเป็นจุดดึงดูดการ ท่องเที่ยว

“ในปี 2551 คาดว่าพื้นที่ปลูกกล้วยไม้ตัดดอกจะขยายตัวเพิ่ม ขึ้นเป็น 21,757 ไร่ส่วนการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งการส่งออกดอก กล้วยไม้และต้นกล้วยไม้ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เอื้อ เช่น จีนซึ่งเป็น ตลาดกล้วยไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย หรือประเทศที่เป็นตลาดใหม่ อย่าง อินเดีย และประเทศในยุโรปตะวันตกก็เริ่มมีความต้องการกล้วยไม้มากขึ้นตาม ลำดับ” สมชายชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตรพูดถึงสถานการณ์ตลาด กล้วยไม้ไทยในต่างแดน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ การผลิตกล้วยไม้ให้มีคุณภาพเพื่อการส่งออก จึงได้มอบหมายให้กรมวิชาการ เกษตร โดยสถาบันวิจัยพืชสวนจัดทำระบบการจัดการคุณภาพ GAP สำหรับกล้วยไม้ เพื่อรับรองแปลงเกษตรกรที่ปฏิบัติตามแผนการควบคุมการผลิตกล้วยไม้ ให้ผลิต กล้วยไม้ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่น่าพอใจของคู่ค้าและผู้บริโภค ขณะ เดียวกันสามารถผลิตกล้วยไม้ที่ตรงตามพันธุ์ มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ กำหนดและปลอดศัตรูพืช โดยผู้ที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาระบบ GAP แล้ว กรม วิชาการเกษตรจะมอบเครื่องหมายสัญลักษณ์ Q ให้

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นแหล่งกำเนิดของกล้วยไม้หลากหลายชนิดที่มีค่าสามารถทำ รายได้จากการส่งออกไม่ต่ำกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท และสามารถส่งออกเป็น อันดับ 2 ของโลก ในอนาคตคาดว่าอีกประมาณ 3-4 ปี จะสามารถทำรายได้ ถึง 1 หมื่นล้านบาท โดยส่งออกในรูปแบบของไม้ตัดดอกไม้ต้น ไม้ขวด ตลอดจน ผลิตภัณฑ์จากดอกกล้วยไม้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเผย

ที่ผ่านมาสถาบันวิจัยพืชสวนได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการและ เกษตรกรที่มีโรงเรือนกล้วยไม้ให้เข้ามาขอจดทะเบียนGAP ล่าสุดมีเกษตรกรให้ ความสนใจยื่นขอจดทะเบียนดังกล่าวแล้วกว่า 100 ราย และขณะนี้อยู่ระหว่างการ พิจารณาสอดรับกับมุมมอง สุชาติวิจิตรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันพืชสวน ยอมรับว่า สถาบันวิจัยพืชสวนในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานนโยบายกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งขณะนี้ได้เร่งดำเนินการศึกษาและวิจัยแก้ไขปัญหา ที่เป็นอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของระบบการขนส่ง เพื่อให้สะดวกสบายและ รวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งเพื่อผลักดันให้มีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้พัฒนากล้วยไม้พื้นถิ่นที่มีศักยภาพทางการค้ากล้วยไม้ต้นที่ สำคัญ ได้แก่ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี สกุลซิมบิเดีย สกุลสปาโทกลอททิส และ สกุลฮาบินาเรีย จนสามารถเปิดตลาดกล้วยไม้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง และสามารถ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

ส่วนผู้ประกอบธุรกิจส่งออก กล้วยไม้พันธพัฒน์คุ้มวิเชียร ใน ฐานะผู้จัดการสวนกล้วยไม้แอร์ออคิด& แลบ มองว่าปัญหาการส่งออกกล้วยไม้ ไทยขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดี ทำให้การส่งออกกล้วยไม้มี ปัญหาตามไปด้วย โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันที่เป็นตัวแปรหลักในการส่ง ออก นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคากล้วยไม้และเร่งทำโรดโชว์ใน ต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยในการขยายตลาดเพิ่มขึ้น จะได้ไม่จำกัดอยู่แค่ ตลาดอเมริกา จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่นและยุโรปไม่กี่ประเทศ

“ปัจจัยอีกตัวที่ธุรกิจส่งออกกล้วยไม้บ้านเรามีปัญหา เพราะการรวม ตัวของผู้ปลูกกล้วยไม้ไทยยังไม่เข้มแข็งพอ ดำเนินกิจการในลักษณะต่างคนต่าง ทำ ทำให้อำนาจการต่อรองมีน้อย ขณะเดียวกันภาครัฐก็ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ สักเท่าไรเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจตัวอื่น” ผู้จัดการสวนกล้วยไม้แอร์ ออคิด & แลบ กล่าวย้ำกล้วยไม้นับเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวของประเทศที่ ควรได้รับการส่งเสริมภาครัฐอย่างจริงจัง เพราะเป็นพืชตัวเดียวในขณะนี้ก็ว่า ได้ที่ไม่มีปัญหาในเรื่องราคา แต่กลับไม่มีตลาดรองรับอย่างเพียงพอ

แนะวิธีดูแลกล้วยไม้ปลอดโรค

ชมพูนุทจรรยาเพศ นักสัตววิทยา8 สำนักวิจัยพัฒนา อารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรแนะนำเกษตรกรควรให้ความสนใจและดูแลสวนกล้วยไม้ ให้ปลอดจากเชื้อรา แบคทีเรีย และหอยทาก โดยระบุว่าเนื่องจากสวนกล้วยไม้ส่วน ใหญ่มีความชื้นสูง มักพบหอยทากบกเข้าทำลายตาและหน่อดอกหรือใบ ถึงแม้ว่าความ เสียหายจะไม่มากนัก แต่ถ้าไม่มีการจัดการใดๆ ประชากรหอยจะเพิ่มสูงขึ้น จนก่อให้เกิดความเสียหายมากขึ้น นอกจากนี้หอยยังปล่อยเมือกไว้เป็นแนวตามทาง เดินอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราซ้ำได้ และประการสำคัญคือการที่หอยปะปนไป กับกล้วยไม้ที่ส่งไปต่างประเทศ เป็นสาเหตุให้ถูกเผาทำลาย นอกเหนือจากการ ต้องสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลแล้ว ยังทำให้ไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง

“จะเห็นได้ว่าหอยทากเป็นศัตรูของกล้วยไม้อีกประเภทหนึ่งที่ เกษตรกรจะต้องกำจัดให้สิ้นซาก หากเกษตรกรไม่ให้ความสนใจดูแลก็จะส่งผลกระทบ ต่อการส่งออกกล้วยไม้ของไทย และจะเป็นผลเสียต่อชื่อเสียงของไทยในอนาคต ด้วย ซึ่งเท่าที่ผ่านมาประเทศคู่ค้ามักพบหอยทากติดไปกับกล้วยไม้ ซึ่งจะทำ ให้เกิดความเสียหาย และถูกขึ้นบัญชีดำ ทำให้การส่งออกกล้วยไม้ไทยได้รับผล กระทบตามมาอีกด้วย” เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าวทิ้งท้าย

สุรัตน์ อัตตะ