Archive: Posts Tagged ‘กล้วย’

กล้วยไข่พระตะบอง

No comments December 24th, 2009

กล้วยไข่พระตะบอง

กล้วยไข่พันธุ์นี้ พบมีหวีวางขายที่แผงจำหน่ายกล้วยไม้ของ “คุณวิรัช” บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาหวีละ 20 บาท ซึ่งทีแรกคิดว่าเป็นกล้วยไข่ธรรมดาทั่วไป แต่ดูขนาดของผลแล้วไม่น่าจะใช่ และเมื่อได้ ทดลองรับประทานผลสุกยิ่งพบว่ามีความแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง รสชาติหวานไม่จัดจ้าน สีเนื้อผลสวย ไม่เละ เคี้ยวหนึบมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว อร่อยเยี่ยมจริงๆ

คุณวิรัช ผู้ขายบอกว่าซื้อหน่อพันธุ์จากพ่อค้าชายแดนไทย-พม่า ไปปลูกในสวนที่ จ.เชียงใหม่ จำนวนกว่าสิบต้น ตอนซื้อหน่อไม่ได้ถามชื่อว่ากล้วยอะไร จนกระทั่งติดเครือจำนวนมากเลยตัดหวีวางขาย ปรากฏว่าผู้ซื้อรับประทานส่วนใหญ่ชื่นชอบในรสชาติขายดีมาก เพราะแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปและยืนยันไม่ทราบชื่อจริงๆ

อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้วยบอกว่า กล้วยดังกล่าวมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า “กล้วยไข่พระตะบอง” ยังไม่แพร่หลายในหมู่ผู้ปลูกเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกอยู่ตามพื้นที่ตะเข็บรอยต่อระหว่างไทย-พม่า เท่านั้น ส่วนใครที่ได้อ่านข้อมูลของ “กล้วยไข่พระตะบอง” แล้วอยากได้หน่อไปปลูกให้สอบถาม “คุณวิรัช” ดูว่าพอจะช่วยหาหน่อให้ได้หรือไม่ เพราะ “คุณวิรัช” ไม่ได้มีอาชีพขายหน่อกล้วย แต่ขายกล้วยไม้ไทยหายากเจ้าดังที่สุดในตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ

กล้วยไข่พระตะบอง เท่าที่สอบถามลักษณะต้นพอจะจำแนกได้ว่า เป็นกล้วยในกลุ่มที่เป็นพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก อยู่ในกลุ่มย่อย SUCRIER ลำต้นเทียมสูงได้เกิน 2.5 เมตร ต้นด้านนอกสีเขียวปนเหลืองมีปื้นดำ ด้านในสีชมพูอมแดง ก้านใบสีเขียวอมเหลือง มีร่องกว้าง โคนก้านใบมีครีบเป็นสีชมพู

ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับปลีรูปไข่ม้วนงอขึ้น ปลายค่อน ข้างแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง ด้านล่างที่โคนกลีบสีจะซีด เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หนึ่งหวีจะมีประมาณ 14-16 ผล ผลทรงกลมยาวและอ้วนใหญ่กว่ากล้วยไข่ทั่วไปอย่างชัดเจน ก้านผลค่อนข้างสั้น เปลือกผลบาง เมื่อผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองส้ม มีไส้กลางสีนวล รสชาติหวาน เนื้อเหนียวหนึบไม่เละ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อร่อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ปลูกได้ในดินทั่วไป ไม่ชอบน้ำท่วมขัง หลังปลูกติดเครือและตัดเครือแล้วต้องตัดต้นทิ้งด้วย เพื่อให้มีหน่อใหม่แทงขึ้นจากใต้ดินเป็นต้นใหม่และมีเครือให้เก็บผลรับประทานหรือขายได้อย่างต่อเนื่องครับ.

นายเกษตร

กล้วยไข่

No comments July 20th, 2009

กล้วยไข่
กล้วยไข่ มีกล้าขายปลูกคุ้ม

กล้วยไข่ หรืออีกชื่อเรียกว่า “กล้วยกระ” จัดอยู่ในกลุ่มเป็นพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก อยู่ในกลุ่มย่อย SUCRIER มีลำต้นเทียมสูงไม่เกิน 2.5 เมตร กาบด้านนอกเป็นสีเขียวปนเหลือง มีปื้นดำ ด้านในเป็นสีชมพูอมแดง ก้านใบสีเขียวอมเหลือง มีร่องกว้าง โคนก้านใบมีครีบสีชมพู

ก้านช่อดอก มีขนอ่อน ดอกหรือ “ปลี” มีใบประดับหรือใบหุ้มปลีเป็นรูปไข่ม้วนงอขึ้น ปลายใบประดับค่อนข้างแหลม ด้านบนเป็นสีแดงอมม่วง ด้านล่างบริเวณโคนใบสีซีด ติดผลเป็นเครือ หนึ่งเครือจะมีหวีประมาณ 7 หวี หนึ่งหวีมีผลประมาณ 14 ผล ก้านผลสั้น เปลือกผลค่อนข้างบาง ผลดิบสีเขียว เมื่อผลแก่จัดจะมีกระสีดำเล็กๆประปราย จึงถูกเรียกว่า “กล้วยกระ” อีกชื่อตามที่กล่าวข้างต้น ผลสุกเป็นสีเหลือง

เนื้อ ในเป็นสีเหลือง ไม่มีเมล็ด รสชาติหวานอร่อยมาก ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ปัจจุบัน “กล้วย ไข่” หรือ “กล้วยกระ” มีหน่อหรือต้น ขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง ปลูกได้ในดินทั่วไป นิยมปลูกกันแพร่หลายทุกภาคของประเทศไทย เหมาะจะปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หลังเก็บเกี่ยวผลแล้วต้องตัดต้นเก่าทิ้งทันที เพื่อให้แตกหน่อใหม่ขึ้นมาทดแทน พร้อมบำรุงปุ๋ยจำพวกมูลสัตว์ เช่น ขี้วัวหรือขี้ควายแห้งกลบฝังดินรอบโคนหน่อสองเดือนครั้ง จะทำให้ “กล้วยไข่” ต้นใหม่โตเร็วและมีผลสมบูรณ์ให้เก็บรับประทานในฤดูต่อไป ปัจจุบัน “กล้วยไข่” ปลูกเป็นการค้าจำนวนมากที่ จ.กำแพงเพชร จ.เพชรบุรี ตัดผลสุกขายตามตลาดผลไม้ทั่วประเทศและส่งขายต่างประเทศ โดยมีตลาดหลักที่ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่นและฮ่องกง ครับ.

กล้วย เป็นพืชกินผลที่ได้รับความนิยมปลูกกันแพร่หลายมาแต่ดึกดำบรรพ์ เพราะปลูกง่าย โตเร็ว ได้กินผลไวและคุ้มค่าปลูก ซึ่งกล้วยมีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ดั้งเดิมหายากและพันธุ์แปลกๆนำเข้าจากต่างประเทศ มีรสชาติแตกต่างกันออกไป แต่ที่ได้รับความนิยมรับประทานและมีผลวางขายตามตลาดผลไม้ทั่วไป ได้แก่ กล้วยหอม และ “กล้วยไข่” ส่วนใหญ่จะมีหน่อหรือต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร เกือบทุกสายพันธุ์ฺ ได้รับความนิยมจากผู้ปลูกแพร่หลาย แต่หน่อหรือต้น “กล้วยไข่” หายากมาก ผู้อ่านไทยรัฐจำนวนมากที่ชอบปลูกกล้วยขอให้ แนะนำแหล่งจำหน่ายหน่อหรือต้น “กล้วยไข่” บ้าง ซึ่งปัจจุบันเพิ่งจะพบว่ามีผู้นำเอามาวางขายที่ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ไม่นานมานี้มีจำนวนไม่มากนัก จึงรีบสนองความต้องการผู้อ่านทันที

นายเกษตร
thairath

พันธุ์กล้วยไข่

No comments May 24th, 2009

กล้วยไข่

พันธุ์กล้วยไข่ที่ปลูกทั่วไปในประเทศของเรา มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร และกล้วยไข่พระตระบอง แต่พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร

- กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลหรือช็อกโกแลต ร่องก้านใบเปิดและขอบก้านใบขยายออก ใบมีสีเหลืองอ่อน ไม่มีนวล ก้านเครือมีขนขนาดเล็ก ผิวเปลือกผลบาง ผลเล็ก เนื้อมีสีเหลือง รสชาติหวาน

- กล้วยไข่พระตะบอง ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลปนดำ สีของใบเข้มกว่าสายพันธุ์กำแพงเพชร รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว และผลมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียว มีประดำหนา โดยเฉพาะใต้ขอบใบ ด้านในมีสีเขียวอมเหลือง ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด ขอบก้านใบมีสีชมพูเล็กน้อย ผลโตกว่ากล้วยไข่ทั่วไป ก้านผลค่อนข้างสั้น ผลไม่มีเหลี่ยม ปลายผลมนโค้งขึ้นเล็กน้อย เปลือกค่อนข้างหนา เนื้อด้านในสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

จากคุณค่าอาหารของกล้วยไข่ จะพบว่ามีสารอาหารหลายชนิดที่อยู่ในกล้วย ซึ่งหากจะเขียนบรรยายให้หมดแล้ว คาดว่าน่าจะใช้พื้นที่ประมาณหนึ่งเล่มหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้านของเราเลยล่ะ ครับ ขออนุญาตนำเสนอเฉพาะที่ผมพอจะรู้จักนะครับ แคโรทีน และวิตามิน ซี ที่มีผลต่อการป้องกันหรือลดการเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น

- วิตามิน เอ ที่ร่างกายไม่สามารถจะสร้างขึ้นเองได้ แต่จะต้องบริโภคอาหารที่มีแคโรทีน แล้วตับจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน เอ ถ้าร่างกายขาดจะทำให้เกิดโรคตาบอดในเวลากลางคืน ผิวหนังเป็นตะปุ่มตะป่ำแบบหนังคางคก แก้วตาแห้ง และผู้ที่มีวิตามิน เอ ในเลือดต่ำกว่าปกติ จะเป็นมะเร็งได้ในภายหลังได้มากกว่าผู้ที่มีวิตามิน เอ ในเลือดสูง ถึง 2.2 เท่า อ่านแล้วไม่ต้องตกใจครับ ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานกล้วยไข่ วันละ 1-2 ลูก ทุกๆ ท่านก็จะแข็งแรงไร้โรคา

- วิตามิน ซี เป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลคล้ายคลึงกับน้ำตาลกลูโคส มีคุณสมบัติไปสกัดกั้นหรือทำลายหน้าที่การย่อยของน้ำย่อยซึ่งในเซลล์ปกติของ มนุษย์จะมีสารชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหนียวและหนืด ล้อมรอบเซลล์ จึงทำให้เซลล์ปกติเกาะแน่นติดกันเป็นกลุ่มและป้องกันสารแปลกปลอมที่จะเข้าไป เป็นอันตรายภายในเซลล์ด้วย แต่เมื่อใดเซลล์ปกติ เปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งก็จะผลิตน้ำย่อยหลายชนิด เช่น ทำให้เซลล์มะเร็งหลุดแพร่กระจายไปทางเลือด ทางน้ำเหลือง หรือช่องทางอื่นๆ ของร่างกายได้ ฉะนั้น การรับประทานอาหารที่มีวิตามิน ซี อย่างเพียงพอ เหมาะสม เช่น กล้วยไข่ เป็นประจำทุกวัน ก็ถือได้ว่าเป็นการช่วยป้องกันมิให้เกิดเซลล์มะเร็ง หรือถ้ามีเซลล์มะเร็ง ก็ช่วยชะลอการแพร่กระจายและการแทรกซึมของเซลล์มะเร็งให้ช้าลงด้วย

- แคลเซียม ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จะมีการเสียสมดุลของแคลเซียม ทำให้กระดูกเสื่อมลง เช่น โรคกระดูกพรุน เกิดขึ้นได้เนื่องจากได้รับแคลเซียมจากภายนอกไม่เพียงพอ หรือการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ไม่ดี จะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลง เกิดการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการปลดปล่อยสลายแคลเซียม (กระดูก) ดังนั้น การรับประทานกล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง เป็นประจำและเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมจากภายนอกอย่างเพียงพอ

- แทนนิน มีฤทธิ์ห้ามเลือด ซึ่งแต่เดิมภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อถูกของมีคม บาดแผลเล็กน้อย มีเลือดออกจะใช้ก้านกล้วย หรือยอดของหน่อกล้วยไข่ เอายางหยดลงบนแผล แล้วใช้มือกดปากแผลไว้ เลือดจะหยุดได้โดยง่าย เพราะยางกล้วยไข่มีสารชนิดหนึ่ง ชื่อ แทนนิน นั่นเอง อีกอย่างหนึ่งครับ สำหรับใครที่ท้องผูกเป็นประจำให้รับประทานกล้วยต่อเนื่อง ครั้งละอย่างน้อย 1 ลูก จะช่วยไม่ให้ท้องผูก ระบบขับถ่ายจะดี

ราคาขายของกล้วยไข่ใน ตลาดไท อยู่ที่หวีละ 4-18 บาท แพงที่สุดก็จะอยู่ที่หวีละ 6-25 บาท (เล็ก กลาง ใหญ่) แต่นานๆ จะมีสักที ประมาณช่วงฤดูฝน ปกติราคากล้วยไข่ค่อนข้างจะถูกแสนถูกอยู่แล้วครับ เมื่อมองถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับจากกล้วยไข่มันยิ่งกว่าคุ้มอีกครับ หาง่าย มีรับประทานตลอดปี นิดหนึ่งนะครับเหตุที่เมืองกำแกงเพชรได้ชื่อว่าเมืองกล้วยไข่ ย่อมมีที่มาครับ การปลูกกล้วยไข่ในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นโดยชาวจีน ท่านชื่อ นายฮะคลึ้ง แซ่เล้า ซึ่งเดิมมีอาชีพรับจ้างอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ได้เปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อค้าเรือเร่ (เรือถ่อ) เดินทางค้าขายระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดกำแพงเพชร และในที่สุดได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน หักล้างถางป่า ทำสวนกล้วยไข่ อยู่ที่บ้านหนองเหมือด หมู่ที่ 6 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยได้นำหน่อกล้วยไข่จากจังหวัดนครสวรรค์มาปลูก ในปี พ.ศ. 2465 และนับตั้งแต่บัดนั้น กล้วยไข่ก็ได้แพร่ขยายไปสู่หมู่บ้านข้างเคียง จนเป็นของคู่บ้านคู่เมืองมาจวบจนปัจจุบันนี้ ใช่แต่จะดังเฉพาะในเมืองไทยนะครับ ตลาดกล้วยไข่ในต่างประเทศที่สำคัญก็มี เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก และแคนาดา กล้วยไข่นี้จะนิยมรับประทานสด และกล้วยไข่ที่ห่ามเกือบสุก จะนิยมนำมาทำกล้วยเชื่อมทั้งเปียก หรือทำข้าวเม่าก็สุดจะเข้ากัน อย่าลืมหากล้วยติดบ้านไว้นะครับ จะเป็นกล้วยชนิดไหนก็ให้สารอาหารได้ดีพอๆ กัน รับประทานกล้วยบ่อยๆ ไม่ต้องกลัวใครเขาว่าเป็นลิงหรอกครับ ดีต่อร่างกาย ช่วงนี้ก็หมดโปรโมชั่นวันหยุดแล้ว ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลายก็ต้องกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานทำเงินกันให้ดีนะ ครับ ลด ละ เลิก ในสิ่งที่ไม่ดี เราทั้งหลายยังต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจอีกไม่น้อยแน่นอนครับ

สนใจสอบถามข้อมูลธุรกิจ หรือราคาสินค้าเกษตรทุกชนิดในตลาดไท รวมถึงสมัครรับ SMS ราคาสินค้าเกษตรที่สนใจ สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ (02) 908-4490 ต่อ 276 หรือที่ www.talaadthai.com

ประสิทธิ์ศิลป์ ชัยยะวัฒนะโยธิน
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 455
matichon

เสื้อจากใยกล้วย

No comments May 20th, 2009

เสื้อ จากใยกล้วย . ใยกล้วย
จากเส้นใยต้นกล้วยมาเป็น เสื้อใยกล้วย ระบายร้อนได้ดี

จากสภาพปัญหาโลกร้อนที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อกิจวัตรของสรรพชีวิตบนโลก ดังนั้น มนุษย์ทุกคนในฐานะผู้เบียดเบียนสภาพแวดล้อมและทำลายความสมดุลของระบบนิเวศ มากที่สุด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงภัยคุกคามทางธรรมชาติและหาทางแก้ไขอย่าง เร่งด่วน

ผศ.บุษรา สร้อยระย้า คณบดีคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโน โลยีราชมงคล (มทร.) วิทยาเขตพระนคร กล่าวว่า คณะเทคโนโลยีคหกรรมฯ ได้ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น จึงได้พยายามคิดค้นถึงแนวทางในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสผ่านไปบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมที่ จ.สมุทรปราการ น้ำคลองบริเวณโรงงานดังกล่าวเป็นน้ำดำเน่าเสีย ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยสารเคมีที่ใช้ในการผลิตทางด้านสิ่งทอและเสื้อ ผ้า จึงคิดหาวิธีที่ จะช่วยให้สิ่งแวดล้อมดังกล่าวมีสภาพที่ดีขึ้น ซึ่งในอนาคตการผลิตเสื้อผ้าสิ่งทอจะเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

ผศ.บุษรา กล่าวอีกว่า มทร.พระนครได้เห็นถึงปัญหาเหล่านี้ จึงได้ผลิตเส้นใยที่ทำจากธรรมชาติ โดยได้วิจัยผลงานการผลิตเส้นใยจากต้นกล้วย ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นส่วนของกาบกล้วยกระบวนการผลิตจะนำกาบกล้วยที่ได้มา ที่เครื่องแยก เพื่อนำไปนวดและทำการฟอกขาว หลังจากนั้นนำไปเป็นเส้นด้าย แล้วนำเส้นด้ายที่ได้มานั้นไปทอเป็นเนื้อผ้า ในเรื่องการตัดเย็บและการออกแบบไม่มีอะไรพิเศษสามารถออกแบบและตัดเย็บได้ เหมือนกับเนื้อผ้าปกติ สำหรับความโดดเด่นของเนื้อผ้าชนิดนี้คือ การดูดซับน้ำได้ดี ช่วยระบายอากาศ มีความทนทาน ไม่ต่างจากผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน ที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเลือกใส่ในบ้านเรา เพราะจะทำให้ผู้ที่สวมใส่รู้สึกสบาย

สำหรับต้นทุนการผลิตนั้น เนื่องจากว่าวัสดุที่ใช้ทำมาจากธรรมชาติ ส่งผลให้ต้นทุนใน การผลิตไม่สูง แต่มีเฉพาะเครื่องจักรที่ใช้ในการแยกและการนวดนั้นเราได้ประสานความร่วมมือ กับโรงงานช่วยเหลือ ทำให้ลดต้นทุนไปเยอะมาก ราคาของเสื้อที่ได้ตัดเย็บเรียบร้อยแล้วครั้งแรกที่วางจำหน่ายอาจจะมีราคา ค่อนข้างสูง ที่ตั้งราคาสูงเนื่องจากเริ่มแรกยังคงต้องผลิตออกมาน้อยทำให้ต้นทุนการผลิต ที่ได้จากโรงงานก็จะยังสูง แต่เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นยอดการผลิตสูงขึ้นราคาก็จะลดลงตามความเหมาะสม

และ เสื้อผ้าที่ได้ผ่านกระบวนการทุกอย่างตั้งแต่ก่อนเป็นเส้นด้ายจนทอเป็นผืนผ้า ไปถึงการตัดเย็บแล้วด้วยการออกแบบ รวมถึงสีสันที่ทั้งสดใสเป็นธรรมชาติ หรือสีสันที่สามารถเลือกได้ตามชอบ น่าจะได้รับความนิยม เพราะเนื้อผ้าที่ทำจากธรรมชาติจะทำให้รู้สึกสบายเมื่อสวมใส่ อีกทั้งยังช่วยในการซับน้ำได้ดี จึงเหมาะอย่างยิ่งกับอากาศที่ร้อนอย่างเมืองไทย

ซึ่งคาดว่างานแรกที่จะนำผลงานวิจัยดังกล่าวมาเผยแพร่ในงานที่กำลังจะมีขึ้น คือ งานประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 1 “The 1st RMUTP International Conference: Green Trends in Food, Crafts, Fashion and Textiles” โดยการนำเสนอบทความทางวิชาการ เผยแพร่ผลงานสู่ระดับนานาชาติ

โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง มทร.พระนคร นักวิชาการ นักวิจัย และนักธุรกิจชั้นนำของโลกจากนานาประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อิตาลี ญี่ปุ่น และไทย โดยภายในงานจะมีการจัดเสวนาทางวิชาการ การนำเสนอบทความทางวิชาการต่าง ๆ การทำ “เวิร์กช็อป” เกี่ยวกับอาหารให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 13-15 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมการประชุมจะได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน, ได้รับรู้นวัตกรรมและวิทยาการใหม่ในด้านอาหารและโภชนาการ, สิ่งประดิษฐ์, การออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ รวมถึงการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนทางวิชาการเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาลดภาวะ โลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราในปัจจุบัน

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองประชาสัมพันธ์ มทร.พระนคร (เทเวศร์) โทร. 0-2282-9009-15, 0-2282-0014 ต่อ 6070-6074, 6023 หรือเว็บไซต์ www.g-trends.rmutp.ac.th

dailynews

กล้วยน้ำว้า

No comments March 13th, 2009

กล้วยน้ำว้า

ปัจจุบันการทำการเกษตรของประเทศไทย เกษตรกรมีการประยุกต์ใช้แนวทางทฤษฎีใหม่ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาสินค้าทางการเกษตรในพื้นที่ให้มีราคาและเป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เพิ่มรายได้สร้างงานสร้างเงินในชุมชน

กล้วยน้ำว้า จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรหลายคนนำมาก่อเกิดอาชีพ หารายได้สร้างงานสร้างเงินให้ครอบครัว ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ กล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นกล้วยพันธุ์หนึ่ง พัฒนามาจากลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี บริโภคกันอย่างแพร่หลาย ปลูกง่าย รสชาติดี มีความอร่อย ซึ่งกล้วยน้ำว้ามีชื่อพื้นเมืองอื่นเช่น กล้วยน้ำว้าเหลือง กล้วยใต้ หรือกล้วยอ่อง มีคุณค่าทางอาหารและยา ซึ่งเป็น “ต้นไม้เพื่อชีวิต” ที่มีคุณค่านานัปการ

นางธัญดา พัชรมนตรี เจ้าของบ้านกล้วยน้ำว้า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เป็นบุคคลหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญของกล้วยน้ำว้า จึงนำมาคิดค้นประยุกต์ใช้ทุกส่วนของกล้วยน้ำว้า สร้างรายได้ให้ครอบครัว ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากกล้วยน้ำว้า ทั้งกล้วยน้ำว้าแผ่น กรอบ แป้งกล้วยน้ำว้า กล้วยตาก กล้วยคืนรูป กล้วยแผ่นหนาหรือแผ่นบาง น้ำกล้วยน้ำว้าหวาน กล้วยฉาบ กล้วยน้ำว้าอบเนย กล้วยน้ำว้ากวน อาหารเสริมสำหรับเด็ก แยมกล้วยน้ำว้า และข้าวเกรียบกล้วยน้ำว้า พร้อมทั้งเปิดร้านอาหาร บ้านกล้วยน้ำว้า นำผลิตภัณฑ์ที่ ซื้อมาจากชาวบ้านและผลิตเอง มาจัดจำหน่ายและนำมาปรุงอาหารหลากหลายเมนูให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้รับ ประทานเป็นเมนูเด็ดของร้าน

โดยนางธัญดา กล่าวว่า กล้วยน้ำว้าเมื่อเทียบกับกล้วยอื่น ๆ กล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานมากที่สุด กล้วยน้ำว้าห่ามและสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น กินกล้วยน้ำว้าสุกจะช่วยระบายท้องและสามารถรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันในเด็ก เล็กได้ ช่วย ลดอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอกที่มีอาการไอแห้งร่วมด้วย โดยกินวันละ 4-6 ลูก แบ่งกินกี่ครั้งก็ได้ กินกล้วยก่อนแปรงฟันทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี เห็นผลได้ใน 1 สัปดาห์

นางธัญดา กล่าวต่อว่า กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก มีประโยชน์มากมายมหาศาล อย่างเช่น กล้วยดิบมีสารฝาดสมาน (Astringent) จึงช่วยในการสมานรักษาอาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและอาหารที่มีรสเผ็ด จัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะ ลำไส้ โดยกินครั้งละครึ่งลูกหรือ 1 ลูก อาการท้องเสียจะทุเลาลง และยังช่วยรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย.

dailynews