การแปรรูปสับปะรด
![]()
แปรรูปสับปะรดครบวงจร เนื้อกวน-น้ำ-เปลือกทำปุ๋ย
บรรดาแม่บ้านจากบ้านจำค่า ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง ก็คล้ายๆ กับหลายๆ หมู่บ้าน ที่มองเห็นถึงผลผลิตทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำและล้นตลาดอย่างน่าเสียดาย
จึงรวมตัวตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านจำค่าขึ้นมา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตสับปะรด ด้วยการแปรรูปทำสับปะรดกวน ส่วนน้ำทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ และเปลือกทำเป็นปุ๋ยหมักมาใช้เอง ปรากฏว่าเฉพาะผลิตภัณฑ์สับปะรดกวนสามารถสร้างรายเดือนละ 2.5 หมื่นบาท
อัมพร ปินตาสา ประธานกลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านจำค่า บอกว่า ใน ต.บ้านเสด็จ รวมถึงในหมู่บ้านจำค่าด้วย ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ยึดอาชีพปลูกสับปะรดสายพันธุ์ปัตตาเวียครอบครัวละตั้งแต่ 5-50 ไร่ โดยผลผลิตป้อนส่งโรงงานมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่ตอนหลังเกิดภาวะผลผลิตสับปะรดล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ บางปีเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1.50 บาท จากปกติในอดีตทรงตัวอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 บาท ที่สำคัญตอนหลังโรงงานจำกัดการปริมาณรับซื้อด้วย เกษตรกรบางส่วนจึงนำสับปะรดไปขายให้โรงงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ยังมีสับปะรดอีกจำนวนหนึ่งเหลือทิ้ง จึงคิดว่าควรจะนำสับปะรดเหล่านี้มาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เนื่องจากถ้าจะให้เกษตรกรอยู่ได้จริง สับปะรดต้องมีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท
ใน ที่สุดเมื่อปี 2548 จึงรวมกลุ่ม 15 คน พร้อมจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจแม่บ้านจำค่า โดยมีศูนย์ประสานงานติดถนนลำปาง-งาว ต.บ้านเสด็จ เริ่มต้นมาจากแปรรูปทำเป็นสับปะรดกวน เนื่องจากสามารถเก็บได้นานถึง 6 เดือน ต่อมานำน้ำสับปะรดทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ เปลือกสับปะรดมาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ นำไปใช้ในพื้นที่การเกษตร รวมใช้ในไร่สับปะรดด้วย นอกจากนี้ยังคัดสับปะรดเกร็ดเอที่มีรสชาติหวานกรอบ ที่ชาวบ้านเรียกว่าสายน้ำผึ้ง มาวางจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านตามถนนสายลำปาง-งาว และอีกจำนวนหนึ่งมีพ่อค้าจากถิ่นอื่นซื้อไปขายต่อในราคากิโลกรัมละ 6 บาท จากปกติที่โรงงานรับกิโลกรัมละ 4.50 บาท
อัมพรเล่าถึงการแปรรูปสับปะรด ทำเป็นสับปะรดกวนด้วยว่า ใช้ผลสับปะรดสด 100 กิโลกรัม จะได้สับปะรดกวน 10 กิโลกรัม ขายส่งที่ทำการกลุ่มกิโลกรัมละ 80 บาท นอกจากนั้นมีการบรรจุล่องเองขายเป็นของฝากด้วย มี 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก 100 กรัม กล่องละ 10 บาท ขนาดกลาง 20 บาท ขนาดใหญ่ 50 บาท วางจำหน่วยให้แก่นักท่องเที่ยวที่ทำการของกลุ่มเดือนละประมาณ 200-250 กิโลกรัม สร้างรายได้เฉพาะสับปะรดกวนเดือนละ 1.6-2.5 หมื่นบาท ส่วนปุ๋ยชีวภาพจากน้ำสับปะรด และปุ๋ยหมักจากเปลือกสับปะรด จะนำมาใช้เองมากกว่า
“สับปะรดกวนถือเป็นอาชีพเสริมของเรา เพราะอาชีพหลักของเราคือ การปลูกสับปะรดส่งขายให้โรงงาน บางคนทำเองในครัวเรือน บางคนมาทำที่กลุ่ม ถ้ามาทำที่กลุ่มเราให้ค่าแรงคนละ 120 บาทต่อวัน พอสิ้นปีจะมีการปั่นผลอีกครั้ง” อัมพรกล่าว
ด้านบุญเทียม ปินตาสา ประธานกลุ่มสมาคมไร่สับปะรด จ.ลำปาง และประธานสหพันธ์ผู้ปลูกสับปะรดบ้านเสด็จ บอกว่า ในพื้นที่บ้านเสด็จมีเกษตรกรปลูกสับปะรดทั้งหมดในพื้นที่ 1.7 หมื่นไร่ ในแต่ละวันจะมีสับปะรดป้อนเข้าสู่โรงงานราววันละ 900 ตัน หากราคาสับปะรดอยู่ที่กิโลกรัมละ 4.50 บาท จะมีเงินสะพัดเข้า ต.บ้านเสด็จ ถึงวันละกว่า 4 ล้านบาท แต่น่าเสียดายที่สับปะรดราคาตกต่ำ ซึ่งความจริงน่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท จึงอยากให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคาสับปะรดด้วย
“ยังดีครับ ที่ในหมู่บ้านจำค่าของผมนี่ มีกลุ่มแม่บ้านรวมตัว เพื่อแปรรูปสับปะรด และคัดสับปะรดเกรดดีมาขาย ทำให้แม่บ้านมีรายได้เสริมขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยได้ช่วยจุนเจือครอบครัวได้ระดับหนึ่ง” บุญเทียมกล่าว
นับเป็นกลุ่มแม่บ้านตัวอย่างอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถนำผลผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ล้นตลาด มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่งผลให้ผลผลิตที่เกือบจะสูญเปล่ามีค่าขึ้นมาได้
โครงการเกษตรทัศนศึกษากับ “คม ชัด ลึก” ที่จะไปดูงานด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายนนี้ จะพาแวะชมการแปรรูป ไปชิมน้ำสับปะรดและสับปะรดกวนที่บ้านเสด็จด้วย สนใจสอบถามได้ที่ 0-2338-3356-7
ดลมนัส กาเจ