Archive: Posts Tagged ‘การเลี้ยงกบ’

การเลี้ยงกบในกล่องโฟม

11 comments July 2nd, 2009

การเลี้ยงกบในกล่องโฟม
ใช้กล่องโฟมเลี้ยงกบระบบปิด ประหยัดเนื้อที่-ปลอดสารพิษ

หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเลี้ยงกบคอนโด ซึ่งใช้ยางรถยนต์มาเรียงต่อกันเป็นชั้นๆ ประหยัดเนื้อที่การเลี้ยง และกบยังเติบโตได้รวดเร็ว ล่าสุด “ฉะอ้อน เผนโคกสูง” ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นปราชญ์ชาวบ้าน ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา คิดวิธีเลี้ยงกบแบบใหม่ “กบกล่องโฟมคอนโด” ซึ่งใช้กล่องโฟมเลี้ยง พบว่ายิ่งประหยัดพื้นที่เลี้ยง แถมสะดวกในการที่จะวางตรงไหนก็ได้ ง่ายต่อการดูแล ที่สำคัญปลอดสารพิษด้วย

ฉะอ้อนบอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ใช้ยางรถยนต์ที่เหลือมาซ้อนกันเป็นชั้นราว 4-5 เส้น สำหรับเลี้ยงกบ พบว่าประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี กบโตเร็ว ลงทุนน้อยเพราะนำยางรถยนต์ที่เหลือใช้ ใช้พื้นที่ไม่มากนัก แต่กระนั้นก็คิดว่าน่าจะหาวิธีที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า วางเลี้ยงตรงไหนก็ได้ที่คิดว่ามีข้อจำกัดน้อยกว่าการใช้ยางรถยนต์ จึงลองนำกล่องโฟมมาเลี้ยงทดลองเลี้ยงพบว่าดีกว่าการใช้ยางรถยนต์ตรงที่โฟม ดูแลง่ายกว่า

ส่วนการเลี้ยงกบในกล่องโฟมคอนโด ฉะอ้อนบอกว่า ก่อนอื่นต้องหากล่องโฟมขนาดกว้าง 40 ซม.ยาว 60 ซม. สูง 30 ซม. โดยหาซื้อได้จากห้างสรรพสินค้า ที่ห้างใช้ใส่ผักผลไม้มาวางจำหน่าย ราคากล่องละ 80 บาท แต่ต้องเลือกกล่องโฟมที่ใช้ในการใส่ผักและผลไม้เท่านั้น เนื่องจากกล่องโฟมเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างเมื่อนำมาใช้เป็นสถาน ที่เลี้ยงกบ และต้องเลือกดูว่ากล่องโฟมไม่มีการรั่วซึมหรือไม่

จากนั้นนำมาทำความสะอาดและดัดแปลงโดยการเจาะรูรอบกล่องทั้ง 4 ด้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก นำเทปกาวมาติดยึดฝากล่องให้พับปิดเปิดได้ แล้วเจาะรูด้านบนฝากล่อง ตัดปากขวดน้ำดื่มพลาสติก ยัดใส่ลงไปในรูที่เจาะไว้เพื่อใช้เป็นที่ให้อาหาร เมื่อหาที่วางกล่องเรียบร้อย ใส่น้ำลงไปให้สูงประมาณ 1 ซม. นำกบจากบ่ออนุบาลที่มีอายุ 2 เดือนใส่กล่องละ 100 ตัว ไปวางไว้ในโรงเรือนหรือที่ใดก็ได้ แต่ห้ามไปตั้งกลางแจ้งหรือถูกแดดเด็ดขาดเพราะจะทำให้กบร้อนตายได้

เพื่อประหยัดเนื้อที่ นำกล่องโฟมตั้งซ้อนกันไว้แต่ไม่ควรเกิน 4 ชั้น เพราะจะสะดวกต่อการให้อาหาร โดยการให้อาหารกบก็จะใช้หัวอาหารปลาดุกโตวันละ 2 มื้อ เช้า-เย็น ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำก็ควรจะเปลี่ยน 2 วันต่อครั้ง เพื่อไม่ให้น้ำสกปรก ส่วนการเปลี่ยนน้ำก็ทำได้ง่ายๆ โดยการแง้มฝากล่องแล้วเทน้ำออกจากนั้นก็นำสายยางสอดลงไปในที่ให้อาหาร ปล่อยน้ำเข้ากลับไปเหมือนเดิม จากนั้นหมั่นตรวจดูการเจริญเติบโตของกบทุก 2 สัปดาห์ และคัดแยกกบที่โตช้ากว่าตัวอื่นๆ ออก เนื่องจากหากปล่อยไว้กบจะกัดกันและเป็นแผลซึ่งอาจทำให้เกิดโรคตามมาได้

กบในกล่องโฟม

กระทั่งกบอายุได้ 4 เดือน ก็ให้แยกกบออกจนเหลือ 50-60 ตัว เนื่องจากกบจะเริ่มโต หากปล่อยไว้จะทำให้แออัดกบจะกัดกัดตายได้ จากนั้นก็ดูแลไปอีก 2 เดือน ก็สามารถจับไปขายได้แล้ว กบก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ตัวละ 400-500 กรัม ขายในท้องตลาดกิโลกรัมละ 150 บาท

“การเลี้ยงกบกล่องโฟมทำได้ง่าย สะดวกมาก เพราะกล่องมีน้ำหนักน้อย ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย ยกเปลี่ยนน้ำได้สะดวก ถือเป็นการเลี้ยงระบบปิดทำให้กบปลอดจากโรค ประหยัดเนื้อที่ เพียงแต่มีพื้นที่ 4×6 ตารางวา ก็จะเลี้ยงกบได้ถึง 5,000 ตัวเลยทีเดียว” ฉะอ้อนกล่าว

นับเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเลี้ยงกบที่ผู้สนใจสามารถนำไปทดลองเลี้ยงได้ โดยเฉพาะคนเมืองซึ่งมีเนื้อที่น้อยได้ก็สามารถใช้ประโยชน์จากการเลี้ยงกบ เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ
komchadluk

การเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุก

1 comment June 7th, 2009

กบคอนโด
เลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก ของศูนย์การเรียนรู้ฯ ภาคเหนือ

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ ที่ คุณยลวิไล ประสมสุข เป็นผู้อำนวยการสำนักฯ นั้น ได้จัดการฝึกอบรมครูผู้รับผิดชอบโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนของภาคเหนือ จำนวน 85 คน และพร้อมกันนี้ได้ไปศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ และศูนย์สาธิตและส่งเสริมศิลปาชีพภาคเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มทักษะด้านการเกษตร มีจุดเรียนรู้ที่น่าสนใจและเกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ แบบพอเพียงพึ่งพาตนเอง ได้แก่ การเลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก

การเลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก

“เมื่อก่อนนี้ การเลี้ยงกบมักมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ลงทุนสูง และกบมักกัดกินกันเอง แต่ปัจจุบันได้มีการคิดค้นหาวิธีการเลี้ยงกบให้คุ้มค่าและเหมาะสม โดยหาวัสดุในท้องถิ่นที่ใช้แล้วนำมาดัดแปลง และยางรถยนต์เก่าที่ใช้แล้ว ก็เป็นวัสดุที่นำมาใช้ในการเลี้ยงกบ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยนำมาวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ คล้ายกับอาคารคอนโดมิเนียมที่ใช้พื้นที่น้อย แต่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์มาก” จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงกบคอนโดฯ จากการบอกกล่าวของ ร.ต.ประกอบ สีขาว วิทยากรฐานการเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์ของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงภาคเหนือ

วิธีการสร้างคอนโดฯ เลี้ยงกบร่วมกับปลาดุก

การคัดเลือกพื้นที่สำหรับสร้างคอนโดฯ ควรอยู่ใกล้บ่อปลาดุก เพื่อสะดวกในการวางท่อระบายอาหารและน้ำจากคอนโดฯ สู่บ่อปลาดุก สำหรับวิธีการสร้างคอนโดฯ มีขั้นตอน ดังนี้

1. วางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำทิ้งจากคอนโดฯ สู่บ่อปลาดุก

2. นำยางรถยนต์มาวางทับกึ่งกลางท่อระบายน้ำ แล้วใช้ปูนซีเมนต์ยาแนวให้เป็นรูปก้นกระทะด้านล่างสุด เพื่อสะดวกในการให้อาหาร และระบายน้ำ (ถ้าเลือกได้ควรเป็นยางรถปิคอัพ 4 WD เพราะมีขนาดใหญ่ สามารถเลี้ยงกบได้จำนวนมาก)

3. ทิ้งปูนให้แห้ง แล้วเทน้ำใส่ให้ท่วมปูน ตัดต้นกล้วยเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาใส่เพื่อเจือจางความเป็นกรดและความเค็มของปูน จากนั้นระบายน้ำทิ้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์

4. ทำหลังคาซาแรนบังแดด เพื่อไม่ให้ยางถูกแสงแดดมากจนเกินไป ซึ่งจะทำความเสียหายกับกบได้

5. นำยางมาวางซ้อนกัน 3 ชั้น

6. ปล่อยกบอายุ 1-2 เดือน ลงเลี้ยงในคอนโดฯ คอนโดฯ ละ 150 ตัว

7. ใช้ฝาพัดลมเก่าปิดปากด้านบนคอนโดฯ เพื่อป้องกันกบกระโดดออก

วิธีการเลี้ยงกบคอนโดฯ

เมื่อปล่อยกบอายุ 1-2 เดือน ลงเลี้ยงในคอนโดฯ คอนโดฯ ละ 150 ตัว ระยะเดือนแรกให้อาหารปลาดุกเล็ก เดือนที่สองให้อาหารปลาดุกรุ่น และเดือนที่สามไปแล้วให้อาหารปลาดุกใหญ่ การให้อาหารจะต้องปิดรูระบายน้ำ เติมน้ำให้เต็มกระทะ โรยอาหารลงไปให้ลอยน้ำ กบจะลงมากินอาหารจนอิ่ม แล้วก็จะกลับเข้าไปหลบอาศัยอยู่ในวงยางตามเดิม ควรใส่น้ำในขอบวงยางเพื่อให้ความเย็นแก่กบและถ่ายน้ำทุกวัน เช้าและเย็นก่อนให้อาหาร โดยใช้ขวดน้ำกลั่นที่ใช้แล้ว ตัดเป็นกรวยตักน้ำออกจากวงยาง แล้วระบายน้ำลงสู่บ่อปลาดุก ซึ่งปลาดุกจะได้อาหารเหลือเหล่านั้น สำหรับการใช้ขวดน้ำกลั่นตัดเป็นกรวยตักน้ำเพราะมีความอ่อนสามารถตักน้ำจากวงยางได้หมด แม้จะตักถูกตัวกบก็ไม่ระคาย การเลี้ยงกบคอนโดฯ นี้ ไม่แนะนำให้ใช้ไฟล่อแมลงให้กบกินกลางคืน เพราะกบไม่ได้พักผ่อน จะจ้องแต่กินแมลง และข้อสำคัญคือ เราไม่รู้ว่าแมลงบางชนิดมีพิษอยู่ในตัว หรือแมลงที่ถูกยากำจัดศัตรูพืชและไม่ตายในทันที เมื่อมาเล่นไฟและตกลงไปให้กบกิน กบกินพิษยากำจัดแมลงเข้าไปด้วยก็จะทำให้กบตายในที่สุด แต่ถ้าจะให้อาหารเสริม ควรจะเป็นหนอนหรือไส้เดือนที่เราสามารถเพาะเลี้ยงเองได้

การเลี้ยงกบคอนโดฯ ควรมีการคัดขนาดทุกๆ สัปดาห์ เพราะกบมีการเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ถ้าไม่คัดขนาด จะเกิดปัญหากบกัดกินกันเอง และเมื่อเลี้ยงกบได้ 1 เดือน ควรคัดให้เหลือประมาณ 100 ตัว ต่อคอนโดฯ เพื่อไม่ให้แออัดเกินไป เลี้ยงประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้ คิดเป็นเงิน 1,750 บาท ต่อคอนโดฯ

(กบ 100 ตัว ต่อคอนโดฯ เฉลี่ยได้น้ำหนัก 25 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 70 บาท : 3-5 ตัว ต่อกิโลกรัม)

สำหรับการเลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก อัตราการเลี้ยงระหว่างกบกับปลาดุก คือ กบ 100 ตัว หรือ กบ 1 คอนโดฯ จะปล่อยปลาดุก 20 ตัว โดยไม่ต้องให้อาหารปลาดุก ปลาดุกจะกินเศษอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงกบคอนโดฯ ก็พอเพียงต่อการเจริญเติบโตแล้ว หรือถ้าต้องการให้ปลาดุกโตเร็วขึ้น ก็ให้อาหารเสริมบ้างก็ได้ การจำหน่ายปลาดุก 20 ตัว ประมาณ 5 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 40 บาท ก็จะได้ 200 บาท ดังนั้น ถ้ารวมกับการจำหน่ายกบทั้งหมด จะได้ 1,950 บาท ในพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร

ข้อดีของการเลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก

1. เป็นการใช้อาหารอย่างคุ้มค่า ไม่สูญเปล่า เพราะเศษอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงกบ จะเป็นอาหารของปลาดุกอีกต่อหนึ่ง

2. ประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างบ่อเลี้ยงกบ โดยใช้วัสดุอุปกรณ์จากสิ่งเหลือใช้ ได้แก่ ยางรถยนต์เก่า ฝาพัดลมเก่า เป็นต้น

3. การดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ลดปัญหาการเกิดโรค

4. ประหยัดน้ำในการล้างทำความสะอาดบ่อ

5. กบโตเร็ว น้ำหนักดี

6. ลดปัญหาเรื่องการกัดกินกันเอง ทำให้อัตราการรอดสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์

การเลี้ยงกบ

การเลี้ยงกบคอนโดฯ ร่วมกับปลาดุก เกษตรกร/ผู้ว่างงานสามารถทำได้ ให้ผลเร็ว พออยู่พอกิน พึ่งตนเองได้ เหมาะสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันนี้

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ และศูนย์สาธิตและส่งเสริมศิลปาชีพภาคเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โทร. (053) 299-758

matichon

กบกระป๋อง

1 comment March 12th, 2009

กบกระป๋อง - กบทอดกรอบน้ำแดง | กบผัดเผ็ด

ยุพา สังข์เนตร หรือ “ซิ้ม” ประธานกลุ่มอาชีพสตรีแปรรูปผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มซึ่งผลิต กบกระป๋องแปรรูป “บิ๊ก ฟร๊อก” เล่าว่า เดิมทียึดอาชีพเลี้ยงกบขาย พอเกิดช่วง ที่กบล้นตลาดจึงคิดว่าจะแก้ปัญหาการล้นตลาดอย่างไรดี เพราะเลี้ยงไปก็ขาดทุน ก็เลยคิดที่จะทำกบแปรรูป โดยเริ่มลงมือทดลองทำตั้งแต่ปี 2543 ทำเป็น “กบทอดกรอบน้ำแดง” และ “กบผัดเผ็ด” และภายหลังเมื่อผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว จึงเริ่มผลิตจำหน่ายจริงจังมาเรื่อยๆ และตอนนี้นอกจากในประเทศแล้วก็ยังมีออเดอร์ส่งไปขายที่ประเทศจีนด้วย

กระบวนการคัดเลือกกบมาทำนั้น จะใช้กบอายุ 3-4 เดือน ซึ่งชั่งเป็นน้ำหนักคือ 6-7 ตัวต่อ 1 กก. เมื่อได้กบแล้วก็นำมาตัดส่วนหัวออก ลอกหนัง แล้วผ่าท้อง หั่นส่วนต่าง ๆ แยกออกจากกัน ซึ่งแต่ละส่วนนั้นคือ น่อง, ขา, โคนแขน, หน้าอก และส่วนหลัง จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำให้สะอาดก่อนจะนำไปใช้งาน

ขั้นแรกคือการทอดกรอบ ทอดกบเป็นส่วน ๆ ด้วยน้ำมันบัว ขั้นตอนการทำคือตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันบัว หรือน้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันปาล์ม จากนั้นนำกบที่หั่นแล้วมาทอด โดยทอดส่วนต่าง ๆ แยกกัน เหตุที่ต้องทอดแยกส่วนเพราะแต่ละส่วนของกบจะสุกไม่พร้อมกัน ส่วนที่จะสุกยากที่สุดคือส่วนน่อง เพราะเนื้อเยอะ และการทอดก็จะแบ่งทอดเป็น 2 กระทะ โดยกระทะแรกจะทอดเพื่อให้พอสุก ส่วนกระทะที่ 2 ทอดเพื่อให้กรอบ เมื่อทอดกบทุกส่วนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จึงค่อยนำทุกส่วนของกบมารวมกันในขั้นตอนการคลุกเคล้า จะคลุกเคล้าทุกส่วน เพื่อที่แต่ละกระป๋องจะได้ทุกส่วนของกบ

ขั้นตอนต่อมาคือ การปรุงน้ำซอส ซึ่งเป็นสูตรของ “กบทอดกรอบน้ำแดง” โดยการทำกบทอดกรอบ น้ำแดงสูตรนี้จะใช้เนื้อกบสด 3 กก. (ทอดกรอบแล้วจะเหลือประมาณ 500 กรัม) ต่อน้ำซอสมะเขือเทศ 300 กรัม, น้ำตาลทราย 50 กรัม, เกลือ 10 กรัม วิธีทำคือตั้งกระทะ นำส่วนผสมมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว แล้วจึงนำเนื้อกบทอดกรอบลงคลุกเคล้าเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็นำใส่กระป๋อง โดยชั่งน้ำหนักรวม 90 กรัม (รวมน้ำหนักกระป๋อง โดยจะใส่เนื้อกบประมาณ 45 กรัม)

นำไปเข้าตู้อบไอร้อนแห้ง ประมาณ 30 นาที ใช้อุณหภูมิ 80 องศาฯ จากนั้นนำมาปิดฝากระป๋องด้วยเครื่องปิดทันที

สำหรับสูตร “กบผัดเผ็ด” ก็ใช้กบทอดกรอบเช่นเดียวกันกับการทำกบทอดกรอบน้ำแดง แต่สูตรของน้ำซอสจะแตกต่างกัน โดยสูตรนี้จะใช้เนื้อกบสด 40 กก. (ทอดแล้วเหลือประมาณ 4 กก.) ต่อพริกขี้หนูแห้งกับพริกบางช้าง 1 กก., กระเทียม 3 กก. ผัดน้ำมัน และปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย 400 กรัม, เกลือ 40 กรัม รวมถึงใช้เครื่องเทศคือ พริกไทย 300 กรัม, ข่า 100 กรัม, ตะไคร้ 500 กรัม, ผิวมะกรูด 200 กรัม และรากผักชีพอประมาณ นำทุกอย่างโขลกรวมกัน แล้วนำลงไปผัดรวมกัน

เนื้อกบทอดกรอบผัดเผ็ด บรรจุใส่กระป๋อง 90 กรัม (น้ำหนักรวมน้ำหนักกระป๋องด้วย) แล้วนำเข้าตู้อบไอร้อนใช้อุณหภูมิที่ 80 องศาฯ อบประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นนำมาปิดฝาด้วยเครื่องทันที

ทั้ง “กบทอดกรอบน้ำแดง” และ “กบผัดเผ็ด” ราคาขายกระป๋องละ 30 บาทขึ้นไป

กบกระป๋อง

ยุพาบอกว่า กบกระป๋องทั้ง 2 สูตรนี้ ขายในราคากระป๋องละ 30 บาท จึงควรจะทำในช่วงที่เนื้อกบสดราคาไม่เกิน 45 บาท ซึ่งถ้าต้นทุนในส่วนของเนื้อกบอยู่ที่ 45 บาท หักลบต้นทุนทุกอย่างแล้วจะเหลือกำไรกระป๋องละประมาณ 1 บาทขึ้นไป ซึ่งกำไรจะมากกว่านี้แค่ไหนอย่างไรก็ขึ้นกับทุนวัตถุดิบ

วิธีนี้เป็นการแปรรูปเนื้อกบด้วยวิธีที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การจะมีรายได้มากพอ หรือได้กำไรมาก ๆ ก็ต้องอยู่ที่การมีตลาดรองรับ การขายได้ในปริมาณมาก ๆ

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีฯกลุ่มนี้เป็นผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ด้วย ใครสนใจติดต่อ ยุพา สังข์เนตร ก็ติดต่อได้ที่ 103 หมู่ 9 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โทร.08-1258-7705

กลุ่มผลิต กบกระป๋องแปรรูป  บิ๊ก ฟร๊อก

คู่มือลงทุน…กบกระป๋อง
ทุนอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับขนาด-คุณภาพเครื่อง
ทุนวัตถุดิบ ไม่เกิน 29 บาท / กระป๋อง
รายได้ ขายกระป๋องละ 30 บาทขึ้นไป
แรงงาน 1-2 คนขึ้นไป
ตลาด ขายปลีก, ขายส่ง, ส่งออก
จุดน่าสนใจ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล / ภัทราภรณ์ พลายเถื่อน :รายงาน
dailynews

การทำกบกระป๋อง

No comments February 13th, 2009

ผลิตภัณฑ์ กบประป๋อง
เลี้ยงกบอัดกระป๋อง เศรษฐกิจพอเพียงหลังฤดูทำนา

อาชีพทำนา ซึ่งต้องอาศัยธรรมชาติ บางปีฝนแล้งทำนาไม่ได้ผลก็จะทำให้ขาดทุนและเป็นหนี้ หากปีใดฝนพอเพียงทำนาได้ผลดี กลับเจอปัญหาราคาข้าวตกต่ำ รายได้ไม่เพียง พอต่อการดำรงชีวิต เกษตรกรอย่าง นางยุพา สังข์เนตร อายุ 45 ปี จึงคิดหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัวโดยการเลี้ยงกบ เพราะตลาดมีความต้องการ จึงได้พยายามศึกษาหาความรู้วิธีการเลี้ยงกบ โดยอ่านจากตำรา และไปดู ฟาร์มเลี้ยงกบ หลายแห่ง ใช้เวลาศึกษาด้วยตัวเองพอสมควร จึงเริ่มลงมือเลี้ยงกบในปี 2533 ซึ่งทำให้มีรายได้เสริมเพื่อนำมาใช้จ่ายในครอบครัวดีขึ้น

ต่อมาในปีพ.ศ. 2539 ได้รวบรวมสมาชิกที่สนใจการเลี้ยงกบในละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง จัดตั้งกลุ่มเลี้ยงกบขึ้นมีสมาชิก 32 คน โดยยุพาเป็นประธานกลุ่มฯ ก่อนได้รับงบประมาณสนับสนุนใน โครงการพัฒนาตำบล ให้ค่าพันธุ์ และอาหารกบ ซึ่งทำให้กิจการดีขึ้น แต่เกิดปัญหาราคาไม่แน่นอน บางช่วงขายได้ราคาดีบางครั้งก็ไม่คุ้มต้นทุน

ยุพากล่าวอีกว่า ทางสมาชิกในกลุ่มฯไม่ย่อท้อจึงคิดหาวิธีแปรรูปกบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยนำกบมาปรุงรสและบรรจุลงกระป๋อง มีทั้ง กบผัดกะเพรา และ กบทอดกระเทียม ซึ่งได้นำไปขอความอนุเคราะห์จาก กลุ่มปลาร้ากระป๋อง ของ อำเภอผักไห่ ในการอัดลงกระป๋องและจำหน่ายในงานแสดงสินค้าของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งปรากฏว่าขายได้ดี ทำรายได้สูงกว่ากบมีชีวิตและทำลายสถิติปลากระป๋อง

การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกบมาอัดกระป๋องนั้น นอกจากจะช่วยให้คุณยุพาและสมาชิกกลุ่มขายกบได้กำไรมากขึ้นแล้ว ยังทำให้คนชรา คนด้อยโอกาส และครอบครัว ซึ่งไม่มีที่ดินทำกินในเขตหมู่บ้าน, ตำบล มีอาชีพเสริมด้วยการ ปลูกพริก, ตะไคร้, กะเพรา, ข่า และ ใบมะกรูด ขายให้กับกลุ่มฯทั้งยังเป็นลูกจ้างในการเลี้ยงกบ

คาดว่าในคาบเวลาไม่นานนี้จะสามารถนำผลิตภัณฑ์ ของบประมาณสนับสนุนเครื่องไล่อากาศ เพื่อนำไปขอเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก องค์การอาหารและยา (อย.) แล้วนำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ทั้งนี้ ยุพายังขอเสนอตัวเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกบ การทำกบกระป๋อง ฯลฯ ให้แก่ นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ติดต่อไปได้ที่ 103 หมู่ที่ 9 ต.บ่อตาโล่ อ. วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ 13170 หรือกริ๊งกร๊างถึงยุพา 08-1258-7705 ในเวลาที่เหมาะสม ยกเว้น ตอน ฝนตกเพราะกำลังจับกบ อยู่…!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน
thairath

การเลี้ยงกบขวด

7 comments January 27th, 2009

กบ

กบนา จัดเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ คนไทยยังนิยมบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบดีว่ากบนาในธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงไม่สอดคล้องกับความต้องการ ในการบริโภคที่มีเพิ่มมากขึ้น รูปแบบการเลี้ยงกบจึงได้มีการพัฒนาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น อาทิ การเลี้ยงกบในบ่อปูน, การเลี้ยงกบในกระชัง, การเลี้ยงกบในบ่อดิน ฯลฯ ต่อมาได้เริ่มมีเกษตรกรประยุกต์วิธีการเลี้ยงโดยนำวัสดุเหลือใช้มาก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดคือเลี้ยงในยางรถยนต์เก่าและเรียกวิธีการเลี้ยงรูปแบบนี้ ว่า การเลี้ยงกบคอนโด ในขณะนี้ได้มีการพัฒนา นำกบมาเลี้ยงในขวดพลาสติก เพื่อเน้นการบริโภคในครัว เรือนซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีการนำเอาวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ให้เกิด ประโยชน์

การเลี้ยงกบในขวด
นางสัมพันธ์ ต้นกันยา ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนบ้านคงอุดม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำโครงการเลี้ยงกบขวดเพื่อเศรษฐกิจในครัวเรือนในโรงเรียนจนประสบความ สำเร็จสามารถขยายผลไปสู่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงสามารถประกอบเป็นอาชีพเสริม ในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี คุณสัมพันธ์ได้บอกถึงข้อดีของการเลี้ยงกบนาในรูปแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยงและลดต้นทุนในการผลิต โดยเริ่มต้นจากการจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยง ใช้ขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาดบรรจุ 1.25 ลิตร นำขวดพลาสติกมาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นเจาะรูเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาด 2 เซนติเมตร บริเวณ 1 ส่วน 3 ของขวดด้านบนเพื่อเป็นที่หายใจและให้อาหาร

นำลูกกบนาที่มีอายุประมาณ 2-3 อาทิตย์ มาใส่ในขวดพลาสติกขวดละ 1 ตัว ปิดฝาขวดให้แน่นใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ใน 4 ของขวด นำไปวางในชั้นวางลักษณะขวดเอียง 45 องศา โดยเอาปากขวดลงและเอาก้นขวดบริเวณที่เจาะรูขึ้น สถานที่วางขวดจะต้องวางในที่ร่มและเย็น ป้องกันแสงแดดส่องเผาตัวกบ และควรจะเป็นสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ใต้ชายคาบ้าน ในระยะแรกในการเลี้ยงใช้อาหารกบเล็ก ถ้าไม่มีหรือหายากอาจจะประยุกต์ใช้อาหารปลาดุกเล็กที่มีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30% ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3-5 เม็ด เช้า-เย็น

เมื่อกบนาโตขึ้นให้ปรับสูตรอาหารเป็นอาหารปลาดุกกลางและปลาดุกใหญ่ตามลำดับ ในระหว่างการเลี้ยงจะต้องมีการถ่ายเทน้ำ 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย โดยให้สังเกตจากเศษอาหารในขวดถ้ามีมากและน้ำเริ่มเปลี่ยนสี เมื่อเลี้ยงกบในขวดได้นานประมาณ 3 เดือน ให้เปิดฝาปิดขวดและน้ำหนักของตัวกบนาจะได้ขนาด 200-250 กรัม ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับการเลี้ยงในบ่อดิน

คุณสัมพันธ์ ได้บอกว่าเมื่อกบนามีอายุได้ 4 เดือน ให้นักเรียนจับมาบริโภคได้ ข้อเสนอแนะในการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกควรจะให้อาหารพอเหมาะไม่ควรมีอาหาร เหลือในขวด น้ำที่เปลี่ยนถ่ายให้นำไปรดต้นไม้หรือพืชผักสวนครัว ขวดพลาสติกที่นำมาเป็นภาชนะเลี้ยงควรเป็นขวดลักษณะสี่เหลี่ยมเพื่อสะดวกใน การจัดชั้นวางรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่โรงเรียนบ้านคงอุดม โทร. 0-4222-3430

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ