Archive: Posts Tagged ‘การปลูกมะม่วง’

การทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่

No comments June 5th, 2009

การทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่

โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์มะม่วงในบ้านเราส่วนใหญ่จะใช้วิธีการทาบกิ่ง โดยเริ่มต้นจากการเพาะต้นตอด้วยเมล็ดมะม่วงพื้นบ้าน เช่น มะม่วงแก้ว, ตลับนาค ฯลฯ เมื่อต้นมะม่วงมีอายุได้ประมาณ 1 ปี จะถอนต้นตอออกมาและตัดรากทิ้งออกบางส่วนนำมาอัดในขุยมะพร้าวและนำไปทาบกับกิ่งมะม่วงพันธุ์ดี หลังจากทาบกิ่งไปประมาณ 45 วัน- 2 เดือน เมื่อรากในถุงออกดีจะตัดมาชำลงถุงดำเลี้ยงให้ต้นมะม่วงแข็งแรงและนำไปจำหน่ายหรือปลูกในแปลงต่อไป

คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา เกษตรกร อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง หนึ่งในผู้บุกเบิกการปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทูเพื่อการส่งออกของประเทศไทยได้ทำการประยุกต์วิธีการทาบกิ่งมะม่วงแนวใหม่ด้วยการนำต้นตอมะม่วงพื้นบ้านที่มีขนาดต้นเท่ากับแท่งดินสอและนำมาปาดแผลขึ้นทาบกับกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูเลย เริ่มต้นจากการปาดกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูให้เป็นแผลมีความยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ต้นตอที่ถอนมาให้ปาดเป็นลิ่มแผลมีความยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว เช่นกัน ประกบแผลของต้นตอพื้นเมืองกับกิ่งอาร์ทูอีทูให้สนิทด้วยพลาสติกใสโดยพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน หลังจากนั้นนำขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำประมาณ 2 กำมือบีบน้ำออกให้พอหมาด ๆ ใส่ลงในถุงพลาสติกหูหิ้วขนาด 6×7 นิ้ว ใช้ถุงหูหิ้วที่บรรจุขุยมะพร้าวมัดรวบรากต้นตอพื้นเมืองพร้อมกับ มัดอ้อมให้หูหิ้วยึดกับกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทู จากนั้นใช้เชือกฟางมัดถุงให้แน่น หลังจากนั้นประมาณเดือนครึ่ง จะเห็นรากมะม่วงสีน้ำตาลจากต้นตอเดินเต็มถุง ให้ตัดกิ่งไปชำลงถุงเลี้ยงต่อในโรงเรือนเพาะชำ

ในกรณีที่มีความต้องการต้นมะม่วงอาร์ทูอีทูที่มีขนาดต้นใหญ่ เกษตรกรควรจะใช้ต้นตอยกขึ้นทาบด้วยวิธีการเดียวกันสัก 2 ต้นตอ เพื่อให้กิ่งทาบมีรากหากินสมส่วนกับกิ่งขนาดใหญ่ เริ่มต้นใช้ขุยมะพร้าวประมาณ 2 กำมือเช่นกัน แต่จะต้องเพิ่มขนาดถุงที่บรรจุขุยมะพร้าวนำไปล้อมถุงขุยมะพร้าวเดิมให้มีปริมาณขุยมะพร้าวเพิ่มมากขึ้น เมื่อพบว่ารากเดินเต็มถุงขุยมะพร้าวให้ตัดลงมาชำอนุบาลในโรงเรือน แต่ถ้าจะนำไปปลูกลงแปลงเลยก็ได้แต่จะต้องมีการทำหลังคาด้วยตาข่ายพรางแสงเพื่อบังแดดนานประมาณ 2 เดือน และมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญจะต้องมีไม้ค้ำยันเพื่อไม่ให้ต้นมะม่วงโยกคลอน

สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงพื้นบ้านและมีต้นขนาดใหญ่ มีความต้องการจะเปลี่ยนยอดให้เป็นมะม่วงอาร์ทูอีทู ที่ไต้หวันจะใช้วิธีการตัดต้นตอเก่าให้สูงจากพื้นดินประมาณ 30 เซนติเมตร นำยอดมะม่วงอาร์ทูอีทู โดยคัดเลือกยอดที่มีตุ่มตาแตกออกมา ทำการเปิด เปลือกต้นตอให้มีความกว้าง 1 เซนติเมตร และยาว 1 นิ้ว เฉือนแผลยอดพันธุ์อาร์ทูอีทูเป็นรูปลิ่มยาวประมาณ 1 นิ้ว เสียบลงบนต้นตอที่กรีดแผลไว้ ใช้เทปพันแผลให้แน่นจากล่างขึ้นบน ครอบด้วยถุงพลาสติกและใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อทับอีกทีเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ตุ่มตาจะแตกออกมา ให้แกะกระดาษหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกออก.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

dailynews

มะม่วงไต้หวัน เออร์วิน และ จินหวง

No comments May 29th, 2009

มะม่วงไต้หวัน พันธุ์ เออร์วิน หรือเรียกว่า พันธุ์ เออร์วิน มะม่วงไต้หวัน พันธุ์ จินหวง หรือชื่อไทยคือ พันธุ์นวลคำ
ปลูกมะม่วงไต้หวัน พันธุ์เออร์วิน และ พันธุ์จินหวง เพื่อการส่งออก

สภาพพื้นที่ของไต้หวัน 2 ใน 3 เป็นป่ามีพื้นที่ราบสำหรับทำการเกษตรเพียง 1 ส่วนเท่านั้น มะม่วงจัดเป็นผลไม้หลักชนิดหนึ่งที่ไต้หวันได้มีการพัฒนาทั้งทางด้านสาย พันธุ์และการส่งออก ปัจจุบันมะม่วงไต้หวันได้มีการส่งออกไปหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น แคนาดา สาธารณรัฐประชาชนจีน ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ฯลฯ

ผลผลิตมะม่วงไต้หวันจะออกสู่ตลาดใน ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ของทุกปีปัจจุบัน ไต้หวันปลูกมะม่วงอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก ๆ คือ พันธุ์จินหวง และ พันธุ์อ้ายเหวิน (พันธุ์เออร์วิน) ปัจจุบันไต้หวันมีพื้นที่ปลูกพันธุ์จินหวงประมาณ 90,000 กว่าไร่ และพันธุ์อ้ายเหวิน ประมาณ 330,000 ไร่

ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่ามะม่วงพันธุ์จินหวงเป็นสายพันธุ์ดั้ง เดิมของไต้หวันและได้มีการนำพันธุ์มาปลูกในประเทศไทย ในหนังสือ “มะม่วงบนพื้นที่สูง” ของมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนา พื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้เขียนถึงพันธุ์มะม่วงบนพื้นที่สูงที่มูลนิธิโครงการหลวงได้นำพันธุ์จาก ต่างประเทศหลายสายพันธุ์มาทดสอบและวิจัยเพื่อค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะสม สำหรับพื้นที่สูง และหนึ่งในหลายสายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี แนะนำให้ ส่งเสริมปลูกเป็นพันธุ์การค้าได้คือ พันธุ์นวลคำ หรือ พันธุ์จินหวง นั่นเอง

เป็นพันธุ์ที่นำเข้าจากประเทศไต้หวัน ลักษณะผลกลมยาว ก้นผลงอนและค่อนข้างแหลม ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผลประมาณ 600-1,300 กรัมต่อผล รับประทานได้ทั้งดิบและสุก เมื่อผลแก่จัดจะมีรสชาติมัน และเมื่อผลสุกสีของ ผลจะมีสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน ต่อมาได้มีการนำมะม่วงสายพันธุ์นี้มาปลูกในสภาพพื้นที่ราบ ของประเทศไทยทำให้ผลผลิตแก่และเก็บเกี่ยวได้ก่อนบนพื้นที่สูงและได้มีการ ตั้งชื่อสายพันธุ์ใหม่อีกหลายชื่อ มีหลายคนบอกว่ามะม่วงพันธุ์จินหวง, พันธุ์นวลคำ, พันธุ์งามเมืองย่าและพันธุ์เขียวใหญ่ น่าจะเป็นมะม่วงสายพันธุ์เดียวกัน

คนไต้หวันเรียกมะม่วงพันธุ์เออร์วินว่า “อ้ายเหวิน” และเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ไต้หวันมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดเนื่องจากเป็นสาย พันธุ์ที่ถูกใจคนญี่ปุ่นและส่งออกไปขายญี่ปุ่นมากที่สุด มะม่วงสายพันธุ์นี้จัดเป็นมะม่วงที่มีผลขนาดปานกลาง น้ำหนัก 300 กรัมต่อผลโดยประมาณ รูปร่างค่อนข้างยาวรีหรือรูปไข่ ติดผลดกมาก ระยะผลดิบจะมีจุดประสีแดงบริเวณไหล่และแก้มผล ผิวผลสุกมีสีแดงประสีเลือดนก

จัดเป็นมะม่วงกินสุกเมื่อสุกเนื้อมีสีเหลืองทอง ไม่มีเสี้ยน กลิ่นไม่แรง รสชาติหวาน ความจริงแล้วมะม่วงพันธุ์เออร์วินนิยมบริโภคกันทั่วโลก เนื่องจากมะม่วงพันธุ์อ้ายเหวิน จัดเป็นมะม่วงที่มีผิวบาง ดังนั้นทุกขั้นตอนในการเก็บเกี่ยวจะต้องมีความประณีตเหมือนกับขั้นตอนการส่ง มะม่วงน้ำดอกไม้ของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
dailynews

มะม่วงนนทิพย์

No comments May 13th, 2009

มะม่วงพันธุ์นนทิพย์
มะม่วงนนทิพย์ ผลทั้งปี อร่อยทั้งดิบสุก

มะม่วงนนทิพย์ เป็นมะม่วงสายพันธุ์เก่าแก่ มีถิ่นปลูกในแถบจังหวัดนนทบุรี และปลูกกันมากในย่านอำเภอไทรน้อย และเขตใกล้เคียง เช่น ย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี เป็นมะม่วงที่มีรสชาติดีทั้งผลดิบและสุก โดยผลดิบหรือผลแก่จัด จะมีรสหวานมัน เนื้อแน่นกรอบ สามารถรับประทานเปล่าๆ ไม่ต้องจิ้มน้ำปลาหวาน หรือเกลือป่นได้เลย เพราะไม่มีรสเปรี้ยวแม้แต่นิดเดียว คนสมัยก่อนนิยมเอาผลดิบหรือผลแก่จัดปอกเปลือกแล้วเฉาะเป็นชิ้นใส่จานรับ ประทานยามว่างอร่อยมาก

ส่วนผลสุกเนื้อจะแน่น ไม่มีเสี้ยน รสหวานจัดมาก ถ้าหากเทียบความหวานกับมะม่วงน้ำตาลเตา ที่ถือว่าเป็นมะม่วงที่มีรสหวานที่สุด น่าจะหวานหย่อนกว่าเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะหวานใกล้เคียงหรือหวานกว่ามะม่วงยายกล่ำที่เป็นสายพันธุ์ของจังหวัด นนทบุรีเหมือนกัน คนโบราณนิยมรับประทานเนื้อจากผลสุกของ “มะม่วงนนทิพย์” กับข้าวสวยร้อนๆ หรือกินกับข้าวเหนียวที่นึ่งสุกใหม่ๆ ยังร้อนและนุ่มอยู่จะทำให้ได้รสชาติหวานอร่อยแบบพอดี หากรับประทานกับข้าวเหนียวมูนจะหวานมากเกินไป เพราะเนื้อของ “มะม่วงนนทิพย์” มีความหวานจัดอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ในสมัยก่อนชาวบ้านที่ปลูก “มะม่วงนนทิพย์” ไว้ มักจะเก็บผลดิบและผลสุกใส่ชะลอมเป็นของฝากให้ผู้นับถือหรือผู้เป็นที่รัก ชื่นชอบมาก ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ “มะม่วงนน-ทิพย์” คือ จะติดผลตลอดปี หรือที่นิยมเรียกกันว่า ทะวายนั่นเอง จึงทำให้ได้รับความนิยมปลูกกันแพร่หลายในยุคสมัยก่อน เพราะสามารถเก็บผลรับประทานหรือเก็บผลขายได้ตลอดไม่ขาดต้น แต่ในปัจจุบันหาซื้อผลรับประทานได้ยากมาก และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ น้อยคนนักจะรู้จักมะม่วงพันธุ์นี้

มะม่วงนนทิพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ เหมือนกับมะม่วงทั่วไปคือ MANGIFERA INDICA LINN. อยู่ในวงศ์ ANACAR-DIACEAE เป็นไม้ยืนต้นสูง 10-20 เมตร ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก แต่ใบของ “มะม่วงนน-ทิพย์” จะมีขนาดเรียวเล็กกว่าใบของมะม่วงทั่วไป ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก เป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม “ผล” รูปกลมรีคล้ายผลมะม่วงยายกล่ำแต่ทรงผลจะสวยกว่า ผลโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 4-5 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม เนื้อเยอะเมล็ดลีบ เสี้ยนน้อย รสชาติอร่อยทั้งผลดิบและผลสุกตามที่กล่าวข้างต้น ติดผลตลอดปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และ เสียบยอด มีต้นขายที่ตลาดนัด ไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามโครงการ 17 กับ แผง “คุณหลง-คุณก๊อต” ตรงกันข้ามโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเองครับ.

นายเกษตร
thairath

มะม่วงมันค่อม

No comments April 30th, 2009

มะม่วง พันธุ์ มันค่อม
มะม่วงมันค่อม หายาก

มะม่วงชนิดนี้ เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ นิยมปลูกกันแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยคุณปู่คุณย่า หรือปลูกกันเรื่อยมาตั้งแต่โบราณแล้ว เป็นมะม่วงที่มีรสชาติดีทั้งดิบและสุกคือ จะมันกรอบขณะที่ผลห่าม เมื่อผลสุกจะหวานอย่างพอดี ไม่หวานจัด อยู่ระหว่าง 18 องศาบริกซ์ ซึ่งในยุคสมัยก่อน “มะม่วงมันค่อม” จะมีผลวางขายตามตลาดผลไม้มากมายได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานไม่แพ้ มะม่วงอกร่องเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันหาซื้อรับประทานได้ยากแล้ว เพิ่งพบว่ามีผู้ทำต้นออกจำหน่าย จึงรายงานความเคลื่อนไหวให้ผู้ที่ชอบปลูกไม้ผลกินได้ โดยเฉพาะมะม่วงได้ทราบข้อมูลทันที

มะม่วงมันค่อม มีชื่อวิทยาศาสตร์เหมือนมะม่วงทั่วไปคือ MANGIFERA INDIGA LINN. อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเป็นคู่ๆ หนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน เนื้อใบหนา สีเขียวสด เวลาใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม “ผล” ของ “มะม่วงมันค่อม” เป็นรูปกลมรีใกล้เคียง กับรูปทรงของมะม่วงอกร่อง แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า ผลเมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผลต่อ 1 กิโลกรัม

ผลดิบสีเขียว ห่ามสีเขียวอมเหลืองนิดๆ รสชาติมันกรอบปนหวานนิดๆสามารถรับประทานเปล่าๆได้ เลย แต่ส่วนใหญ่แล้วนิยมฝานเป็นชิ้นแล้วจิ้มน้ำปลาหวานอร่อยมาก และยังให้เนื้อเยอะเพราะเมล็ดของ “มะม่วง มันค่อม” ลีบเล็กนั่นเอง ผลสุกเนื้อไม่เละ?? เสี้ยนน้อย รสหวานพอดีไม่หวานจัดจนเกินไป ซึ่งคนในสมัยก่อนนิยมรับประทานกับข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆกำลังร้อนๆ หรือกินกับข้าวสวยร้อนๆ 3-4 ช้อน หรือ 3-4 คำ อิ่มอร่อยเด็ดขาดนัก

ข้อ ดีของ “มะม่วงมันค่อม” อีกอย่างหนึ่งได้แก่ จะติดผลเกือบตลอดปี หรือ ที่นิยมเรียกกันว่าทะวายนั่นเอง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เป็นสายพันธุ์ที่ติดผลดกโดยธรรมชาติ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่งและเสียบยอด ปัจจุบันมีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอก ไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 19 แผง “นายดาบสมพร” ราคาสอบถามกันเอง

การปลูกมะม่วงมันค่อม เหมาะจะปลูกอนุรักษ์ เนื่องจากปัจจุบันหายากแล้ว และปลูกในบริเวณบ้านเพื่อเก็บผลรับประทาน หรือปลูกหลายๆต้น เพื่อเก็บผลขายได้ตลอดปีไม่ขาดต้นครับ.

นายเกษตร
thairath

มะม่วงของพม่า

No comments April 24th, 2009

มะม่วงที่ประเทศพม่า
เซงตะโลง มะม่วงดีของพม่า

เมื่อพูดถึงความเก่าแก่ของการปลูกมะม่วงในโลกแล้ว “อินเดีย” นับเป็นประเทศที่มีประวัติความเป็นมาในการปลูกมะม่วงมานานกว่า 4,000 ปี ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการที่เขียนโดย คุณสุรชา สิทธิชัย ในงานประชุมมะม่วงโลกที่ประเทศบราซิล รายงานว่าปัจจุบันอินเดียยังเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากที่สุดใน โลกคือมากกว่า 8 ล้านไร่ ให้ผลผลิตแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 11 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของผลผลิตมะม่วงทั่วโลก สำหรับสายพันธุ์มะม่วงของประเทศอินเดียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในขณะนี้คือ พันธุ์ “อัลฟอนโซ” คนญี่ปุ่นนิยมบริโภคมะม่วงอินเดียสายพันธุ์นี้กันมากในรูปแบบของน้ำมะม่วง เนื่องจากมีกลิ่นหอมพิเศษ

สำหรับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยได้มีการพัฒนาการปลูกมะม่วงมาอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องสายพันธุ์ และการจัดการ ดูแลรักษา จากที่ปลูกและผลิตขายบริโภคกันในประเทศ คนไทยส่วนใหญ่ในอดีตมักจะคุ้นเคยบริโภคมะม่วงกินดิบ อาทิ เขียวเสวย แรด ฟ้าลั่น เจ้าคุณทิพย์ ฯลฯ ในกลุ่มมะม่วงกินสุกจะรู้จักเฉพาะพันธุ์อกร่อง มาถึงทุกวันนี้มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ของไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยน้ำ ดอกไม้สีทองที่มีการส่งออกไปยังหลายประเทศโดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น นอกจากประเทศไทยแล้วพม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีพื้นที่ปลูกมะม่วงมากพอ สมควร ผู้เขียนได้มีโอกาสไปประเทศพม่าเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2552 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ ผลผลิตมะม่วงของพม่าเริ่มออกสู่ตลาดพอดีซึ่ง ตรงกับมะม่วงปีในบ้านเรา

ถ้าใครได้ไปเที่ยวยังประเทศพม่าจะได้ เห็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของคนพม่าและผลไม้ที่มักจะพบเห็นอยู่มากคือ กล้วยและมะพร้าว เพราะเป็นผลไม้ที่คนพม่านิยมซื้อมาบูชาเทพ และกล้วยที่คนพม่านิยมบริโภคมากที่สุดคือกล้วยหักมุก (กล้วยหักมุก คนพม่าเรียกว่า “พีจาง”) สำหรับมะม่วงพม่ามีหลายสายพันธุ์คล้ายกับมะม่วงไทย อย่างเช่น มะม่วงพันธุ์หยิ่งกแว ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “อกแยก”

มีลักษณะรูปทรงผลคล้ายมะม่วงอกร่องแต่รสชาติสู้ไม่ได้ ในขณะเดียวกันพม่ามีพันธุ์มะม่วงที่มีชื่อเสียงและรสชาติดีอยู่สายพันธุ์ หนึ่งที่มีชื่อว่าพันธุ์ “เซงตะโลง” ในช่วงที่ประเทศอินเดียปกครองประเทศพม่าจะเรียกมะม่วงสายพันธุ์นี้ว่า เซนทาโล ผู้เขียนได้ทดลองรับประทานมะม่วงพันธุ์เซงตะโลง จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อยพอใช้ได้ ผลไม่ใหญ่นักขนาดเท่ากับมะม่วงอกร่องและมีเนื้อละเอียดรสชาติใกล้เคียง มะม่วงแก้วผสมมะม่วงอกร่อง และเป็นมะม่วงที่มีการขยายพื้นที่ปลูกกันมากในแถบเมืองมัณฑะเลย์

การผลิตและการตลาดของมะม่วงในประเทศพม่าส่วนใหญ่จะผลิตเพื่อการบริโภคภายใน ประเทศเป็นหลัก ยังไม่มีการผลิตเพื่อการส่งออกและเทคโนโลยีในการผลิตมะม่วงนอกฤดูยังตามหลัง ประเทศไทย.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ
dailynews