Archive: ‘ข่าวเกษตรทั่วไป’ Category

พระโคกินอะไร 2554: กินหญ้า – เหล้า

No comments May 13th, 2011

วันพืชมงคง 2554

พระโคเสี่ยงทาย ปีนี้ กินหญ้า – เหล้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้ากับต่างประเทศดีขึ้น

วันที่ 13 พ.ค. เวลาประมาณ 08.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทั้งนี้ ในปีพุทธศักราช 2554 ปฏิทินหลวงได้กำหนดให้ วันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ค. 2554 เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ถือเป็นวันเกษตร สำหรับวันศุกร์ที่ 13 พ.ค. 2554 เป็นวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (ไถหว่าน)

ต่อมา นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อ่านคำกราบบังคมทูล ผลการเสี่ยงทายของพระยาแรกนา เนื่องในงานพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2554 โหรหลวง ได้ให้คำพยากรณ์ ว่า พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้าสำหรับนุ่ง ไปประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีนี้ เสี่ยงผ้านุ่งปีนี้ พยากรณ์ว่า น้ำสำหรับปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในนาจะได้ผลบริบูรณ์ และ ผลาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี

การเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้ พระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วย ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี พระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง

พระยาแรกนาเสี่ยงได้ผ้า 5 คืบ สองพระโคกินหญ้า-หล้า โหรทำนายน้ำ-อาหารบริบูรณ์พอควร การค้าต่างประเทศดีขึ้น

วันนี้ (13 พ.ค.) ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปีนี้ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีข้าราชการ ประชาชนมารอรับเสด็จจำนวนมาก

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การจัดพิธีดังกล่าว ตามปฏิทินหลวงกำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2554 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ค. เป็นวันสวดมนต์เริ่มการพระราชพิธีพืชมงคล (วันเกษตรกร) ประกอบพระราชพิธี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนวันที่ 13 พ.ค. เป็นวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถหว่าน) ประกอบพระราชพิธีบริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงปีนี้ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้แก่ นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวสรชนก วงศ์พรม นายช่างโยธาชำนาญงาน กรมประมง และนางสาวเดือนเพ็ญ ใจคง เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน กรมหม่อนไหม เทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวศิริลักษณ์ สมสกุล นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ กรมชลประทาน และนางสาวเจษฎาภรณ์ สถาปัตยานนท์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้เชิญเครื่องอิสริยยศ ได้แก่ นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว นายอนันต์ ลิลา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายวินัย กสิรักษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสุรศักดิ์ แสงอร่าม รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และนายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พระโคแรกนา ได้แก่ พระโคฟ้า และพระโคใส พระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเทิดและพระโคทูน

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้กรมการข้าวขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตินำพันธุ์ข้าวนาสวนจำนวน 7 พันธุ์ ได้แก่ กข31(ปทุมธานี 80) สุพรรณบุรี 1 ปทุมธานี 1 ขาวดอกมะลิ 105 กข45 (หอมปราจีนบุรี) พิษณุโลก 2 กข6 และข้าวไร่จำนวน 3 พันธุ์ได้แก่ พันธุ์ซิวแม่จัน ข้าวเหนียวพันธุ์ลืมผัว และดอกพะยอม รวมน้ำหนักเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งสิ้น 1,799 กิโลกรัม และกรมการข้าวนำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2554 และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน”บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกรผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรของตนตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป

ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่เหลือทั้งหมด ทั้งข้าวและเมล็ดพันธุ์ถั่วต่างๆ กรมการข้าวมีความประสงค์ของพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว นำไปปลูกไว้ทำพันธุ์ในฤดูกาลปี 2554 เพื่อเป็นต้นตระกูลของพืชพันธุ์ดีได้เผยแพร่พันธุ์สู่เกษตรกรต่อไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเสี่ยงทายโดยให้พระโคฟ้าและพระโคใส กินของเลี้ยง 7 สิ่ง ผลปรากฏว่า พระโคกินหญ้าและเหล้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าบริบูรณ์พอควร อาหารสมบูรณ์ การคมนาคม-ค้าขายต่างประเทศดีขึ้น ส่วนผลเสี่ยงทายพระยาแรกนา เสี่ยงได้ผ้า5 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำปริมาณพอดี.

วันพืชมงคล 2554: พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2554

No comments May 8th, 2011

วันพืชมงคล 2554: พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นงานพระราชพิธีที่กระทำในตอนเช้าของรุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ณ บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวง ที่มีแจ้งไว้ในกำหนดการดังนี้

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 07.30 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนาพร้อมด้วยเทพีขึ้นรถยนต์หลวงที่หน้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูสวัสดิโสภา ถนนสนามไชยไปยังมณฑลพิธีสนามหลวง เมื่อเดินทางมาถึงจะได้ตั้งกระบวนแห่อิสริยยศ แล้วเดินกระบวนแห่อิสริยยศไปส่งที่โรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนาจุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสำคัญแล้วจะได้ตั้งสัตยาธิษฐาน หยิบผ้านุ่งแต่งกายไว้พร้อม เมื่อพระยาแรกนาตั้งสัตยาธิษฐานหยิบได้ผ้านุ่งผืนนั้นทับผ้านุ่งเดิมอีกชั้นหนึ่งนุ่งอย่างบ่าวขุนเตรียมออกแรกนา

ครั้นเวลาประมาณ 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไปยังพลับพลาที่ประทับบริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงเพื่อเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ฤกษ์พิธี ไถหว่าน ระหว่างเวลา 08.19-08.59 น. นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา จะได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์นำผ่านพลับพลา หน้าพระที่นั่ง พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละออกธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถแล้วไถดะไปโดยรี 3 รอบ เพื่อพลิกดินให้เป็นก้อน ไถโดยขวาง 3 รอบ เพื่อย่อยดินให้ละเอียดพร้อมหว่านเมล็ดธัญพืช พนักงานประโคมฆ้องชัยเครื่องดุริยางค์แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เพื่อกลบเมล็ดธัญพืชลงในดินเสร็จแล้วพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยัง โรงพิธีพราหมณ์ พราหมณ์เสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใดโหรหลวงจะได้ถวาย คำพยากรณ์เสร็จแล้วจะได้เบิกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาต่างๆ ตัวแทนสถาบันเกษตรกรดีเด่น สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติสาขาต่างๆ และผู้รับรางวัลสมทบ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ หลังจากนั้นจะได้แห่พระยาแรกนา เป็นกระบวนอิสริยยศออกจากโรงพิธีพราหมณ์พระยาแรกนากราบถวายบังคม แล้วเข้ากระบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงพร้อมด้วยเทพีไปรอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ พระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพลับพลาพิธีไปยังแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พระยาแรกนาได้เข้ากราบถวายบังคม พระยาแรกนาและเทพีนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปหว่านในแปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อปลูกไว้ใช้ในพระราชพิธีฯ ในปีต่อไป

เมื่อพระยาแรกนาหว่านข้าวเสร็จแล้ว เข้าไปกราบถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นอันเสร็จพระราชพิธี

พระโคแรกนา 2554

No comments May 8th, 2011


พระโค ในทางศาสนาพราหมณ์หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข้ง และหมายถึงสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแล ซึ่งเปรียบได้กับ ความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้มีพระโค เพศผู้เข้าร่วมพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์

ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมี สีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใสหูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้องลักษณะที่ดี กีบข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม

กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี พุทธศักราช 2554 จำนวน 2 คู่ คือ พระโคแรกนา 1 คู่ ได้แก่ พระโคฟ้า พระโคใส และพระโคสำรอง 1 คู่ ได้แก่ พระโคเทิด พระโคทูน

พระโคแรกนา 2554

พระโคฟ้า มีความสูง 171 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 230 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 225 เซนติเมตร อายุ 8 ปี

พระโคใส มีความสูง 173 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 240 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 215 เซนติเมตร อายุ 8 ปี

พระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2554 เป็นพระโคพันธุ์ไทยมีชื่อประจำพันธุ์ว่า “พันธุ์ขาวลำพูน” ซึ่งเป็นโคที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่เกษตรกรภาคเหนือ มีผิวสีขาวอมชมพู ขนสีขาวสะอาด ทั้งลำตัวไม่มีจุดด่างดำ หรือสีอื่นบนลำตัว เขามีสีขาว ลำเขาเป็นลำเทียน เขาทั้งสองข้างมีลักษณะโค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสีชมพู บริเวณจมูกขาว กีบสีขาว ขนหางเป็นพวงสีขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคฟ้า แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2551 และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2552-2554

นายยุทธ วัฒนกุล บริจาคทรัพย์ซื้อพระโคใส แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2551และเป็นพระโคแรกนาประจำปีพุทธศักราช 2552-2554

พระโคสำรอง 2554

พระโคเทิด มีความสูง 168 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 275 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 224 เซนติเมตร อายุ 17 ปี

พระโคทูน มีความสูง 166 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 273 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 260 เซนติเมตร อายุ 17 ปี

พระโคสำรองเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูนลูกผสม คือ เป็นโคลูกผสมระหว่างพันธุ์ขาวลำพูนกับพันธุ์อเมริกันบราห์มัน มีผิวสีขาว ขนสีขาวปนดี เขาสีดี ลำเขาเป็นลำเทียน โค้งสวยงาม ดวงตาแจ่มใสสีดำ ขนตาสีดำ กีบสีดำ ขนหางเป็นพวงสีดำปนขาวยาว ลำตัวช่วงขาหลังและกีบมีความสมบูรณ์แข็งแรง เวลายืนและเดินสง่า

นางสาวสุนีย์ สัตตัญญู บริจาคทรัพย์ ซื้อพระโคเทิดและพระโคทูน แล้วมอบให้กรมปศุสัตว์ นำน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้เป็นพระโคสำรองประจำปีพุทธศักราช 2543-2544, 2549, 2552-2554 และเป็นพระโคแรกนาขวัญประจำปีพุทธศักราช 2545, 2547-2548 และ 2550-2551

สรรพคุณทางยาของอ้อยแดง

No comments June 9th, 2010

อ้อยแดง

อ้อยแดง หรือ SUGARCANE, SACCHARUM OFFICINARUM LINN. อยู่ในวงศ์ GRAMINEAE เป็นอ้อยที่นิยมปลูกกันตามหัวไร่ปลายนามาแต่โบราณแล้ว เพื่อใช้ประโยชน์ทางยาเท่านั้น เนื่องจากเปลือกต้นของ “อ้อยแดง” มีรสขม และ น้ำที่ได้ก็ไม่หวานแหลมนัก หากปลูกเพื่อปอกเปลือกแล้วควั่นเป็นข้อขายไม่มีคนซื้อรับประทานอย่างแน่นอน ลำต้นสูง 2-5 เมตร เปลือกต้นเป็นสีม่วงแดงจนเกือบดำ มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรียาว ปลายแหลม โคนเรียว และเป็นกาบหุ้มลำต้น ผิวใบจะเป็นสีม่วงอ่อนปนสีม่วงเทา ดูแปลกตามาก

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกเป็นสีขาว “ผล” ขนาดเล็ก มักเป็นผลแห้ง ไม่แตกอ้า ภายในมีเมล็ด ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำต้น มีชื่อเรียกอีก คือ อ้อยขม และ อ้อยดำ ชาวจีนนิยมใช้ “อ้อยแดง” ทั้งต้นผูกติดหน้ารถยนต์ที่จะนำตัวเจ้าสาวไปส่งให้บ้านเจ้าบ่าว ถือว่าเป็นมงคลกับคู่แต่งงานเป็นยิ่งนัก ซึ่งอ้อยมีหลายสายพันธุ์ จะมีความแตกต่างกันที่ความสูงของต้น ความยาวระหว่างข้อ และสีของลำต้น แต่ละพันธุ์ยังมีรสชาติต่างกันอีกด้วย

ประโยชน์ทางยา ตำรายาไทย ใช้ลำต้นเป็นยาขับปัสสาวะ โดยใช้ลำต้นสด 70-90 กรัม หรือลำต้นแห้ง 30-40 กรัม หั่นเป็นชิ้นเล็กต้มกับน้ำจนเดือด แบ่งดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร แก้ไตพิการ หนองใน ขับนิ่ว และยังใช้ขับเสมหะได้ด้วย ตำรายาโบราณบอกว่า เอาทั้งต้นของ “อ้อยแดง” แบบสด หรือเผาไฟนำไปหีบหรือคั้นเอาเฉพาะน้ำ ซึ่งมีรสหวานขม มีกลิ่นหอมเมื่อถูกเผา กินเป็นยา แก้เสมหะ หืด ไอ แก้ไข้สัมปะชวน ทั้งต้นควั่นตากแห้งต้มน้ำกินแก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว ขัดเบา ช้ำรั่วได้ ตา ของ “อ้อยแดง” จะมีรสขมกว่าเปลือกเยอะ นิยมนำไปปรุงเป็นยาแก้ตัวร้อน ดับพิษตานซางในเด็ก และบำรุงธาตุ ทำให้เกิดกำลังดีมาก ใครต้องการต้น “อ้อยแดง” ไปปลูก ลองติดต่อ “คุณพร้อมพันธุ์” ตามสถานที่ที่กล่าวข้างต้น อาจจัดหาให้ได้ครับ.

นายเกษตร

พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก

2 comments May 15th, 2010

มะนาว
“รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกคุ้ม

พอเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนเสาะหามะนาวพันธุ์ดีๆไปปลูกและขอให้แนะนำสายพันธุ์เจ๋งๆในคอลัมน์บ้าง ซึ่งความจริงแล้วมะนาวสายพันธุ์ดีๆ ที่ผู้ปลูกต้องการนั้นเคยเสนอในคอลัมน์ไปเกือบทุกชนิดแล้ว แต่เมื่อผู้อ่านไทยรัฐเรียกร้อง ประกอบกับพบว่าผู้ขายกิ่งตอนมะนาวพันธุ์เยี่ยมๆ นำสายพันธุ์ออกวางขายมากมายอยู่ในเวลานี้ พร้อมกับมีผลจริงๆของแต่ละสายพันธุ์โชว์ให้ผู้สนใจได้ทดลองชิมรสชาติอีกด้วย จึงรีบ “รวมมิตรมะนาวดี” ปลูกแล้วคุ้มค่าลงในคอลัมน์อีกครั้งทันที

ผลมะนาว ที่ผู้ขายกิ่งพันธุ์มะนาวนำไปวางรวมกันโชว์บนจานเท่าที่สังเกต มีด้วยกัน 4 สายพันธุ์ เริ่มจาก มะนาวแป้นพิจิตร มะนาวแป้นจริยา มะนาวแม่ไก่ไข่ดก และ มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไม่มีเมล็ด ทั้ง 4 สายพันธุ์ถือเป็นมะนาวเด่นที่ได้รับความนิยมปลูกอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เคยแจกแจงรายละเอียดในคอลัมน์ไปทุกพันธุ์แล้ว บางพันธุ์มีผลทะวายหรือตลอดปี ให้น้ำเยอะ รสเปรี้ยวจัด ติดผลดก แต่ละพันธุ์ที่กล่าวข้างต้นปลูกแล้วคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะมะนาวแป้นพิจิตร เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่นักวิชาการเกษตรบำรุงพันธุ์ให้ทนทานต่อโรคแมลงทุกชนิด และยังสามารถติดผลดกในช่วงฤดูแล้งที่ผลมะนาวมีราคาแพงด้วย เกษตรกรในปัจจุบันจึงนิยมปลูกมะนาวสายพันธุ์ แป้นพิจิตรอย่างแพร่หลาย

ส่วนมะนาวแป้นจริยา มีความโดดเด่นตรงเวลาติดผลจะเป็นพวงเกินกว่า 5 ผลขึ้น และที่เป็นจุดดีอีกอย่างได้แก่ เปลือกผลของมะนาวแป้นจริยาจะบางมาก จึงทำให้มีน้ำเยอะรสชาติเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มะนาวแม่ไก่ไข่ดก จะติดผลกระจายทั่วทั้งต้นได้ดีและสม่ำเสมอ แม้จะไม่เป็นพวงแต่จะให้ผลดกมาก มีรสเปรี้ยวใกล้เคียงกับน้ำมะนาวแป้นทั่วไป สุดท้าย มะนาวน้ำหอมทูลเกล้าไร้เมล็ด มีลักษณะเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่เกือบเท่าลูกเทนนิส เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ผู้ปลูกนิยมปลูกกันมาก เนื่องจากให้น้ำเยอะ เวลาติดผลดกทั้งต้นจะคุ้มค่ายิ่งนัก ซึ่งมะนาวดีทั้ง 4 สายพันธุ์มีกิ่งตอนขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผง “คุณภิญโญ” ตรงกันข้ามกับโครงการ 13 มีผลจริงของแต่ละสายพันธุ์ให้ดูและทดลองชิมด้วย ราคาสอบถามกันเอง ส่วนใหญ่เป็นต้นเสียบยอด จะทำให้ ใช้เวลาปลูกเพียง 8-10 เดือน สามารถติดผลให้เก็บใช้ประโยชน์ได้

ส่วนอีก 2 สายพันธุ์ ที่อยากแนะนำให้ปลูกได้แก่ มะนาวด่านเกวียน กับ มะนาวพวง ทั้งสองชนิดมีรูปทรงของผล น้ำจากผล ผิวผลคล้ายกับ “เลมอน” ของฝรั่งมาก เวลาติดผลจะเป็นกระจุกแน่นเกิน 10 ผล ต่อพวงน่าชมมาก ที่สำคัญจะติดผลตลอดปีครับ.

ดอกสะแบง