เกษตรกรเลี้ยงหมูเมืองสกลนคร วอนรัฐบาลหยุดควบคุมราคาหมูหน้าฟาร์ม หลังลดราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 50 บาท เผยต้องแบกรับค่าวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ได้ราคาต่ำลงจนขาดทุน… เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่บ้านดงสมบูรณ์ ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นายพงษ์นารถ ไตรธิเลน เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เดือดร้อนอย่างมากหลังรัฐบาลประกาศควบคุมราคาสุกรหน้าฟาร์มเหลือเพียงกิโลกรัมละ 50 บาท ในขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ 55-60 บาท ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะขาดทุนประมาณตัวละ 800 – 1,200 บาท นายพงษ์นารถ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งวัตถุดิบ เช่น รำจากเดิมที่เคยซื้อเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท ปัจจุบันพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 9-10 บาท ปลายข้าวจากเดิมซื้อกิโลกรัมละ 7-8 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 14-15 บาท อาหารข้นจากเดิมกระสอบละ 380-450 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกระสอบละ 430-580 บาท อีกทั้ง ยังต้องแบกรับภาระค่าจ้างแรงงาน และค่าขนส่ง [...]

 

“เม่นแคระ” ที่คนไทยได้นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์แอฟริกันหรือยุโรป ยังมีผู้เลี้ยงอีกเป็นจำนวนมากยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงโดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมเกี่ยวกับความเป็นอยู่ เช่น เม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่ชอบหากินตามลำพัง ดังนั้นการเลี้ยงไม่ควรรวมกันเป็นฝูง เม่นแคระมีนิสัยชอบหลบหนี ดังนั้นสถานที่เลี้ยงควรมีผิวผนังเรียบเพื่อให้ปีนป่ายไม่ได้ ภายในกรงเลี้ยงควรมีวัสดุปูรองนอนในพื้นกรงเพื่อให้เม่นแคระได้ใช้มุดขุดเล่นคล้ายสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติ ในการเลี้ยงเม่นแคระเหมือนกับเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ควรหาวงล้อให้เขาถีบหรือวิ่งปั่น เหล่านี้เป็นต้น คุณศิวกร อีนด้วง ชาวปทุมธานีได้อธิบายถึงลักษณะและพฤติกรรมของเม่นแคระเป็นสัตว์ที่มีใบหน้าแหลมคล้ายหนูหรือตัวแรคคูน แต่จมูกเล็ก จมูกมักจะขยับกระดุกกระดิกไปมาเหมือนกำลังสูดดมพบกลิ่นผิดปกติ ลำตัวมีหนามแหลม และมีสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่สีพื้นดำ หน้าดำ จมูกดำ ตาดำ ลำตัวและขน สีชอล์ก ส้ม น้ำตาล เทา ขาว หน้าขาวหรือสลับกันตามปริมาณของความหนาแน่นของสีขนนั้นไปจนถึงขาวแบบเผือกตาแดงก็มี จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าเม่นแคระเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน จะตื่น ทั้งกลางวันและกลางคืนคล้ายกับแมว เจ้าของผู้เลี้ยงจึงเล่นได้ตลอด เชื่องและเข้ากับผู้เลี้ยงได้ง่าย ผู้ที่เลี้ยงเม่นแคระยังต้องทำความเข้าใจในเรื่องของพฤติกรรมที่เม่นแคระแสดงความเจ็บปวดหรือไม่พึงพอใจ เช่น ร้องด้วยความกลัวหรือหวีดเสียงดัง แล้วม้วนตัวกลม ขนแหลมตั้งชัน ฯลฯ ถ้าพบว่าเม่นแคระมีท่าเดินเหย่งขาแสดงว่ามีอาการเจ็บขา ถ้าเจ็บปวดในปากมักจะมีน้ำลายไหลเยิ้ม เคี้ยวอาหารลำบากหรือคาบเหยื่อไม่อยู่และไม่กินอาหาร ในเรื่องของการให้อาหารเม่นแคระผักและผลไม้ ควรจะปลอดสารพิษ ไม่ควรทิ้งอาหารไว้ข้ามวันถ้าเม่นแคระกินไม่หมดโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนผักและผลไม้เน่าเสียง่าย ผลไม้ที่แนะนำเช่น แอปเปิ้ล, ชมพู่ ฯลฯ หากเป็นผักควรจะมีกากใยอาหารสูง ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง เนื่องจากถ้ากินมากอาจจะพบปัญหาเรื่องลำไส้อุดตันได้ เม่นแคระยังจัดว่ามีความเป็นสัตว์ป่า ดังนั้นถ้าผู้เลี้ยงได้เม่นแคระที่ถูกจับมาจากป่าที่ไม่คุ้นกับคน [...]

 

พระโค ในทางศาสนาพราหมณ์หมายถึง เทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นพาหนะของพระอิศวร เปรียบได้กับการใช้แรงงานและความเข้มแข้ง และหมายถึงสัตว์เลี้ยงที่พระกฤษณะและพระพลเทพดูแลซึ่งเปรียบได้กับความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงได้กำหนดให้มีพระโคเพศผู้เข้าร่วมพิธีเสมอมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ เพื่อเป็นตัวแทนของความเข้มแข็งและความอุดมสมบูรณ์ ในการประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ โดยศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพราชบุรี สังกัดสำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม กล่าวคือ จะต้องเป็นโคที่มีลักษณะดี รูปร่างสมบูรณ์ มีความสูงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ความยาวลำตัวไม่น้อยกว่า ๑๒๐ เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอกไม่น้อยกว่า ๑๘๐ เซนติเมตร โคทั้งคู่จะต้องมีสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่ายไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ตาแจ่มใสหูไม่มีตำหนิ หางยาวสวยงาม มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ซ้ายขวา และขวัญหลังถูกต้องลักษณะที่ดี กีบข้อเท้าแข็งแรง ถ้ามองดูด้านข้างลำตัวจะเป็นสี่เหลี่ยม กรมปศุสัตว์ได้ทำการคัดเลือกพระโคเพื่อใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๓ จำนวน ๒ คู่ คือ พระโคแรกนา ๑ คู่ ได้แก่ พระโคฟ้า พระโคใส และพระโคสำรอง ๑ [...]

 

เลือกใช้ไก่แต่ละส่วนให้เหมาะกับอาหาร ไก่แต่ละส่วนมีความอร่อยแตกต่างกันไป ถ้านำไปปรุงอาหารอย่างถูกประเภทก็จะเพิ่มความอร่อยมากขึ้น มีวิธีเลือกไก่ให้เหมาะกับการปรุงอาหารแต่ละประเภทดังนี้ – สันในไก่ เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าผัด ทอด หรือต้ม แล้วฉีกเป็นเส้นไว้ใส่กับกระเพาะปลา หรือทานกับสลัดผัก – อกไก่ เป็นเนื้อส่วนที่อ่อนนุ่มรองจากสันในไก่ นำมาปรุงอาหารได้หลากกลาย แต่มีบางคนตั้งข้อสังเกตว่าเนื้ออกไก่ เป็นเนื้อส่วนที่มีรสชาติค่อนข้างจืด เมื่อเทียบกับเนื้อส่วนอื่น ๆ – ปีกไก่ เหมาะที่จะนำไปต้ม ตุ๋น หรือทำสตู นำไปหมักกับกระเทียมพริกไทยแล้วทอด หรือนำไปชุบแป้งทอดก็อร่อย – น่องไก่ ลักษณะเนื้อจะมีความเหนียว เหมาะสำหรับนำไปย่าง ทอด หรือตุ๋น – โครงไก่หรือกระดูกไก่ นำมาใช้ต้มน้ำซุป มีรสชาติหวานอร่อย ใช้ทำเป็นน้ำแกง น้ำตุ๋น หรือใส่ผัดช่วยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถเลือกส่วนของไก่ไปปรุงอาหารได้อย่างอร่อยแล้ว.

 

แกะขุนลูกผสม 3 สายเลือด “แกะ” จัดเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก กินหญ้าเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับวัว แต่ปริมาณในการกินอาหารน้อยกว่า ถ้านำมาเลี้ยงในเชิงพาณิชย์จะให้ผลผลิตและผลตอบแทนเร็วกว่า อีกทั้งใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย ปัจจุบันสายพันธุ์แกะที่เลี้ยงในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง มีเรื่องที่น่ายินดี ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตจังหวัดสกลนคร ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงแกะเนื้อขึ้นในเขตภาคอีสานตอนบน เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ศึกษาวิจัยสมรรถภาพทางการผลิตของแกะ ในระบบการเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็มในทุ่งหญ้าเขตร้อนของ จ.สกลนคร โดยนำแกะลูกผสมระหว่างพันธุ์พื้นเมืองกับพันธุ์ดอร์เปอร์เข้ามาเลี้ยงเพื่อศึกษาอัตราการเจริญเติบโต ปัจจุบัน อ.วัชรวิทย์ มีหนองใหญ่ ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์แกะเพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นและง่ายต่อการจัดการ โดยใช้พ่อพันธุ์แกะซานตาอิเนส (นำเข้า จากประเทศบราซิล จัดเป็นแกะขนาดใหญ่ เพศผู้เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักถึง 80-90 กิโลกรัม เพศเมีย 60 กิโลกรัม ใช้เพื่อ ทำการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์แกะเนื้อ ให้มีการเจริญเติบโตดี) เข้ามาปรับปรุง สายพันธุ์เป็นลูกผสมสามสายเลือดโดยนำ มาผสมพันธุ์กับลูกผสมพื้นเมืองกับดอร์เปอร์ ได้แกะขุนสายพันธุ์ใหม่ที่มีหลายสี ไม่มีเขา หน้าโค้งนูน ขนบริเวณซี่โครงและท้องมีลักษณะคล้ายพันธุ์ซานตาอิเนสและขนบริเวณแนวสันหลัง จะมีลักษณะหนาและเมื่อเลี้ยงจนมีอายุ ได้ 9 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 16 กิโลกรัม ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้พัฒนาการเลี้ยงแกะลูกผสมสามสายเลือดเข้าสู่ระบบการเลี้ยงขุนเพื่อให้ผลตอบแทนได้เร็วขึ้น อ.วัชรวิทย์ยังได้อธิบายวิธีการเลี้ยงแกะโดยทั่วไปจะมี [...]

© 2012 ข่าวเกษตร Suffusion theme by Sayontan Sinha