
ประชาชนกรูเข้าเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวมงคล
ประชาชนจำนวนมากต่างกรูเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวมงคล เมื่อเสร็จสิ้นการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แน่นบริเวณท้องสนามหลวง
หลังจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินกลับ พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ฯ เมื่อเสร็จสิ้นในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ พลับพลาท้องสนามหลวง แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมากต่างกรูเข้าไปเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวมงคล เมื่อเสร็จสิ้นการพระราชพิธีฯ แน่นบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อนำไปใส่ในไร่นาของตน ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจ เนื่องจากพระราชพิธีนี้มีความสำคัญต่อขวัญและกำลังใจแก่ผู้มีอาชีพเป็น เกษตรกร พ่อค้าบางรายนำข้าวที่เก็บได้ มาขายในราคา 1-2 บาท หรือ 9 เม็ด 20 บาท ส่วนประชาชนบางคน ที่แย่งเก็บข้าวไม่ทัน ก็หันไปเก็บต้นไม้ของ กทม.ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อความเป็นสิริมงคล
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรมการข้าวได้ขอพระบรมราชานุญาตินำพันธุ์ข้าวนาสวนจำนวน 7 พันธุ์ ประกอบด้วย 1. สุพรรณบุรี 2. ปทุมธานี 80 (กข31)3. ขาวดอกมะลิ 105 4. เจ้าพัทลุง 5. ชัยนาท 80 ( กข29 ) 6. กข 6 และ7. ปทุมธานี 1 และข้าวไร่ จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ 1. ซิวแม่จัน และ2. ดอกพะยอม รวมน้ำหนัก ทั้งสิ้น 1,920 กิโกกรัม นำเข้าในพระราชพิธีฯ และบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายพสกนิกรและชาวนาทั่วประเทศ
สำหรับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญหรือที่เรียกสั้นๆว่า“งานแรกนาขวัญ” จัด ขึ้นเป็นงานเฉพาะ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลแก่กระบวนการผลิตพืชพันธุ์ ธัญญาหารของประเทศไทย มุ่งหมายบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เมื่อย่างเข้าสู่ต้นฤดูกาลเพาะปลูกทุกปี นับตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็น พระราชพิธี 2 พิธีรวมกันคือ พระราชพิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ( พิธีไถหว่าน ) อันเป็นพิธีพราหมณ์ ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง
