วิกฤติยางพารา

Add a comment October 23rd, 2008

โฆษณา

ยางพาราราคาตก…รู้สึกจะเป็นประเด็นที่ สร้างความหวาดแก่ เกษตรกรมากพอสมควร หลังจากที่เคยตีพุงรับทรัพย์กิโลกรัม 100 กว่าบาทมานานหลายปี จนลืมในอดีตครั้งที่อยู่ 12-13 บาท

งานนี้ คุณธีระชัย แสนแก้ว รมช.เกษตรฯ ซึ่งรับผิดชอบสินค้าเกษตรตัวนี้ทิพยอาสน์ไม่นุ่มเลยออกมาแจงว่า… สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นเพียงระยะสั้น มันเป็นผลพวงมาจากวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกา กับ สหภาพยุโรป จึงทำให้กระทบกระเทือนต่อสินค้าโภคภัณฑ์…ประกอบกับ จีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของยาพาราชะลอตัวในการนำเข้า

อีกทั้ง…นํ้ามันดิบ (ปิโตรเลียม) ราคาที่เคยอยู่ที่บาร์เรลเกือบ150 เหรียญ (สหรัฐฯ) ลดฮวบเหลือเพียง 70 กว่าเหรียญ ยางพาราในตลาดโลกก็ผกผันตามนํ้ามัน…ราคาจึงดิ่งลงด้วย

นอกจากนี้ ยางยังเป็นสินค้าในตลาดล่วงหน้ามีการเก็งกำไรและกลุ่มผู้ค้าจึงออกแอ็กชั่น เมื่อตกลงซื้อแล้วแต่ไม่ยอมรับสินค้ายอมให้โดนปรับ จากนั้นค่อยมาช้อนซื้อทีหลัง…จะได้ยางราคาถูก

เพื่อความมั่นใจในสาเหตุที่แท้จริง ของปัญหา จึงได้ ส่งงานต่อให้กรมวิชาการเกษตร หารือกับกลุ่มผู้ประกอบการ พร้อมวางแนวทางในการแก้ไข…เป็นการ โยนเผือกร้อน ให้กับ คุณสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

แล้ว อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ก็ออกมาบอกถึงความโยงใยว่า….เป็นปกติในช่วงปลายปี ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคมราคายางจะลดลงประมาณ 10% ปีนี้ผนวกกันหลายปัจจัยจึงทำให้ ราคาตกต่ำมากกว่าที่ควรจะเป็น

อย่างไรก็ตาม… เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนได้หาแหล่งเงินกู้ ให้กับผู้ประกอบธุรกิจเข้ามารับซื้อยาง และ เจรจากับประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม สัญญาการส่งมอบ โดยไม่ยอมรับสินค้า…

…พร้อมทั้งประชุมหารือกับ 3 ประเทศผู้ผลิต และ ส่งออกรายใหญ่ ของโลก คือ ไทย มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น…คาดว่าอีกไม่นานสถานการณ์จะดีขึ้น

ด้วยฉะนี้จึง ไม่ควรรีบขายยางในคาบเวลานี้… เกษตรกรสามารถเก็บยางไว้ในต้นได้โดยไม่เสียหาย คือ กรีดยางวันเว้นวัน หรือ วันเว้น 2 วัน เป็นการพักต้นยางไปในตัว และทำให้ได้น้ำยางมีปริมาณที่ เพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ กรมวิชาการเกษตรยังถ่ายทอดเทคโนโลยี ต่างๆ เพื่อความเหมาะสมและเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกร

แม้ยางพาราจะราคากิโลกรัมละ 50 บาท แต่ก็มีแนวโน้มสดใส เพราะต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท จึงให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเปรียบ เทียบกับพืชชนิดอื่น…ขออย่าได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก็ไม่รู้คำพังเพยโบราณที่ว่า…ช้าๆได้พร้า 2 เล่มงาม กับหวังนํ้าบ่อหน้า…เกษตรกรควรเอาอันไหนมาใช้ ในยามนี้ครับ…ท่านอธิบดีฯ…!!!

“ดอกสะแบง”


โฆษณา
  1. No comments yet.Be the first ?
  1. No trackbacks yet.
Comments feed