พื้นที่โฆษณา

กล้วยไข่

พันธุ์กล้วยไข่ที่ปลูกทั่วไปในประเทศของเรา มีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร และกล้วยไข่พระตระบอง แต่พันธุ์ที่นิยมปลูกเป็นการค้าคือ กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร

- กล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลหรือช็อกโกแลต ร่องก้านใบเปิดและขอบก้านใบขยายออก ใบมีสีเหลืองอ่อน ไม่มีนวล ก้านเครือมีขนขนาดเล็ก ผิวเปลือกผลบาง ผลเล็ก เนื้อมีสีเหลือง รสชาติหวาน

- กล้วยไข่พระตะบอง ลักษณะกาบใบเป็นสีน้ำตาลปนดำ สีของใบเข้มกว่าสายพันธุ์กำแพงเพชร รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว และผลมีขนาดใหญ่กว่ากล้วยไข่สายพันธุ์กำแพงเพชร ลำต้นสูง 2.5-3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกสีเขียว มีประดำหนา โดยเฉพาะใต้ขอบใบ ด้านในมีสีเขียวอมเหลือง ก้านใบสีเขียว ร่องใบเปิด ขอบก้านใบมีสีชมพูเล็กน้อย ผลโตกว่ากล้วยไข่ทั่วไป ก้านผลค่อนข้างสั้น ผลไม่มีเหลี่ยม ปลายผลมนโค้งขึ้นเล็กน้อย เปลือกค่อนข้างหนา เนื้อด้านในสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

จากคุณค่าอาหารของกล้วยไข่ จะพบว่ามีสารอาหารหลายชนิดที่อยู่ในกล้วย ซึ่งหากจะเขียนบรรยายให้หมดแล้ว คาดว่าน่าจะใช้พื้นที่ประมาณหนึ่งเล่มหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้านของเราเลยล่ะ ครับ ขออนุญาตนำเสนอเฉพาะที่ผมพอจะรู้จักนะครับ แคโรทีน และวิตามิน ซี ที่มีผลต่อการป้องกันหรือลดการเกิดโรคได้หลายชนิด เช่น

- วิตามิน เอ ที่ร่างกายไม่สามารถจะสร้างขึ้นเองได้ แต่จะต้องบริโภคอาหารที่มีแคโรทีน แล้วตับจะเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน เอ ถ้าร่างกายขาดจะทำให้เกิดโรคตาบอดในเวลากลางคืน ผิวหนังเป็นตะปุ่มตะป่ำแบบหนังคางคก แก้วตาแห้ง และผู้ที่มีวิตามิน เอ ในเลือดต่ำกว่าปกติ จะเป็นมะเร็งได้ในภายหลังได้มากกว่าผู้ที่มีวิตามิน เอ ในเลือดสูง ถึง 2.2 เท่า อ่านแล้วไม่ต้องตกใจครับ ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานกล้วยไข่ วันละ 1-2 ลูก ทุกๆ ท่านก็จะแข็งแรงไร้โรคา

- วิตามิน ซี เป็นสารประกอบที่มีโมเลกุลคล้ายคลึงกับน้ำตาลกลูโคส มีคุณสมบัติไปสกัดกั้นหรือทำลายหน้าที่การย่อยของน้ำย่อยซึ่งในเซลล์ปกติของ มนุษย์จะมีสารชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเหนียวและหนืด ล้อมรอบเซลล์ จึงทำให้เซลล์ปกติเกาะแน่นติดกันเป็นกลุ่มและป้องกันสารแปลกปลอมที่จะเข้าไป เป็นอันตรายภายในเซลล์ด้วย แต่เมื่อใดเซลล์ปกติ เปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์มะเร็ง เซลล์มะเร็งก็จะผลิตน้ำย่อยหลายชนิด เช่น ทำให้เซลล์มะเร็งหลุดแพร่กระจายไปทางเลือด ทางน้ำเหลือง หรือช่องทางอื่นๆ ของร่างกายได้ ฉะนั้น การรับประทานอาหารที่มีวิตามิน ซี อย่างเพียงพอ เหมาะสม เช่น กล้วยไข่ เป็นประจำทุกวัน ก็ถือได้ว่าเป็นการช่วยป้องกันมิให้เกิดเซลล์มะเร็ง หรือถ้ามีเซลล์มะเร็ง ก็ช่วยชะลอการแพร่กระจายและการแทรกซึมของเซลล์มะเร็งให้ช้าลงด้วย

- แคลเซียม ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ จะมีการเสียสมดุลของแคลเซียม ทำให้กระดูกเสื่อมลง เช่น โรคกระดูกพรุน เกิดขึ้นได้เนื่องจากได้รับแคลเซียมจากภายนอกไม่เพียงพอ หรือการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้ไม่ดี จะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลง เกิดการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการปลดปล่อยสลายแคลเซียม (กระดูก) ดังนั้น การรับประทานกล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง เป็นประจำและเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมจากภายนอกอย่างเพียงพอ

- แทนนิน มีฤทธิ์ห้ามเลือด ซึ่งแต่เดิมภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อถูกของมีคม บาดแผลเล็กน้อย มีเลือดออกจะใช้ก้านกล้วย หรือยอดของหน่อกล้วยไข่ เอายางหยดลงบนแผล แล้วใช้มือกดปากแผลไว้ เลือดจะหยุดได้โดยง่าย เพราะยางกล้วยไข่มีสารชนิดหนึ่ง ชื่อ แทนนิน นั่นเอง อีกอย่างหนึ่งครับ สำหรับใครที่ท้องผูกเป็นประจำให้รับประทานกล้วยต่อเนื่อง ครั้งละอย่างน้อย 1 ลูก จะช่วยไม่ให้ท้องผูก ระบบขับถ่ายจะดี

ราคาขายของกล้วยไข่ใน ตลาดไท อยู่ที่หวีละ 4-18 บาท แพงที่สุดก็จะอยู่ที่หวีละ 6-25 บาท (เล็ก กลาง ใหญ่) แต่นานๆ จะมีสักที ประมาณช่วงฤดูฝน ปกติราคากล้วยไข่ค่อนข้างจะถูกแสนถูกอยู่แล้วครับ เมื่อมองถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับจากกล้วยไข่มันยิ่งกว่าคุ้มอีกครับ หาง่าย มีรับประทานตลอดปี นิดหนึ่งนะครับเหตุที่เมืองกำแกงเพชรได้ชื่อว่าเมืองกล้วยไข่ ย่อมมีที่มาครับ การปลูกกล้วยไข่ในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นโดยชาวจีน ท่านชื่อ นายฮะคลึ้ง แซ่เล้า ซึ่งเดิมมีอาชีพรับจ้างอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ได้เปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อค้าเรือเร่ (เรือถ่อ) เดินทางค้าขายระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดกำแพงเพชร และในที่สุดได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือน หักล้างถางป่า ทำสวนกล้วยไข่ อยู่ที่บ้านหนองเหมือด หมู่ที่ 6 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร โดยได้นำหน่อกล้วยไข่จากจังหวัดนครสวรรค์มาปลูก ในปี พ.ศ. 2465 และนับตั้งแต่บัดนั้น กล้วยไข่ก็ได้แพร่ขยายไปสู่หมู่บ้านข้างเคียง จนเป็นของคู่บ้านคู่เมืองมาจวบจนปัจจุบันนี้ ใช่แต่จะดังเฉพาะในเมืองไทยนะครับ ตลาดกล้วยไข่ในต่างประเทศที่สำคัญก็มี เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก และแคนาดา กล้วยไข่นี้จะนิยมรับประทานสด และกล้วยไข่ที่ห่ามเกือบสุก จะนิยมนำมาทำกล้วยเชื่อมทั้งเปียก หรือทำข้าวเม่าก็สุดจะเข้ากัน อย่าลืมหากล้วยติดบ้านไว้นะครับ จะเป็นกล้วยชนิดไหนก็ให้สารอาหารได้ดีพอๆ กัน รับประทานกล้วยบ่อยๆ ไม่ต้องกลัวใครเขาว่าเป็นลิงหรอกครับ ดีต่อร่างกาย ช่วงนี้ก็หมดโปรโมชั่นวันหยุดแล้ว ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลายก็ต้องกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานทำเงินกันให้ดีนะ ครับ ลด ละ เลิก ในสิ่งที่ไม่ดี เราทั้งหลายยังต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจอีกไม่น้อยแน่นอนครับ

สนใจสอบถามข้อมูลธุรกิจ หรือราคาสินค้าเกษตรทุกชนิดในตลาดไท รวมถึงสมัครรับ SMS ราคาสินค้าเกษตรที่สนใจ สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ (02) 908-4490 ต่อ 276 หรือที่ www.talaadthai.com

ประสิทธิ์ศิลป์ ชัยยะวัฒนะโยธิน
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 455
matichon

 Leave a Reply

(required)

(required)

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

   
© 2012 ข่าวเกษตร Suffusion theme by Sayontan Sinha