
ในอดีต ชาวนาไทยเคยพึ่งพาการใช้แรงงานควายในการไถนามาอย่างยาวนาน เรียกว่าเป็นสัตว์ที่มีคุณค่าต่อเกษตรกรอย่างมาก แต่เมื่อยุคสมัยพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ก้าวเข้ามาแทนที่ ทำให้มีรถไถนาเข้ามาแทน เกษตรกรส่วนใหญ่จึงละทิ้งควายคู่ยากไปใช้ควายเหล็กที่ กินน้ำมันแทนหญ้า ที่ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่ม ต้นทุนการผลิตของชาวนาเท่านั้น ยังทำให้วิถีชีวิตชาวนาแบบดั้งเดิมได้หายไปด้วย จากสถิติกรมปศุสัตว์ปี 2551 พบว่ามีเกษตรกร กระบือ 0.21 ล้านราย จำนวน 1.36 ล้านตัว ซึ่งมีแนวโน้มจะลดลงจากนี้อีกถ้าไม่ช่วยกันอนุรักษ์ ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความห่วงใยชาวนา ซึ่งประสบปัญหาความยากจนเนื่องจากภาวะน้ำมันแพงทำให้ต้นทุนสูง พระองค์ทรงรับสั่งให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาใช้แรงงานควายเพื่อลดค่า ใช้จ่ายในการทำนา
นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯได้น้อมรับที่จะสนองพระราชดำริ จัดตั้งโครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนาตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 2551 โดยความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นับเป็นโครงการที่สนับสนุนให้เกษตรกรชาวนาไทยหันกลับมาใช้แรงงานกระบือในการไถนาเพื่อลด ค่าใช้จ่ายจากเครื่องจักร และเป็นการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์
ปัจจุบันมีพื้นที่ดำเนินการ 12 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ศรีสะเกษ ยโสธร สกลนคร หนองบัวลำภู แพร่ น่าน อุทัยธานี ตาก นครศรีธรรมราช และเชียงราย โดยคาดว่าจะกระตุ้นให้เกษตรกร 309 ราย ประกอบอาชีพการทำนาโดยใช้ปุ๋ยคอกได้ปีละ 1,236 ตัน คิดเป็นมูลค่าปีละ 1,156,000 บาท นอกจากนี้ยังช่วยในการปรับปรุงดิน ลดการใช้สารเคมี รักษาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังถือเป็นการรณรงค์ลดปัญหาโลกร้อนได้ทางหนึ่ง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูวัฒนธรรม ประเพณี โดยเฉพาะการลงแขกเกี่ยวข้าว
และในปี 2552 นี้ 10 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมชลประทาน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้บูรณาการร่วมกันดำเนินโครงการดังกล่าวให้ลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้ง ไว้ โดยกำหนดจัดงานโครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนาตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขึ้น พร้อมกับการจัด งานกระบือและโคเนื้อแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ณ ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นครราชสีมา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2552
ทั้งนี้ มุ่งหวังให้เป็นสถานที่แสดงผลงานของเครือข่ายฯ ในการใช้ประโยชน์โค- กระบือไทย เทคโนโลยีใหม่สู่ความพอเพียง เป็นเวทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการแสดงผลงานในการพัฒนาการผลิต โค-กระบือไทย ตลอดห่วงโซ่สายพานการผลิตถึงการบริโภคระหว่างหน่วยงานรัฐ เกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการ และองค์กรเอกชน และเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและ โรงเรียนไถนาต้นแบบแสดงผลงานในหอเกียรติยศมอบรางวัลเกียรติยศฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น และโรงเรียนฝึกควายฝึกคนต้นแบบ ทั้งยังเป็นแหล่งเปรียบเทียบผลงานเกษตรกรเป็นแหล่งซื้อ-ขาย และแลกเปลี่ยนพันธุ์โค-กระบือ
สำหรับรูปแบบการดำเนินโครงการนี้ เริ่มจากการคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ เพื่อเข้ารับการฝึกสอนวิธีใช้ควายเพื่อไถนาและทำเกษตรกรรมตามหลักสูตรที่ กำหนด โดยมีกรมปศุสัตว์เป็นพี่เลี้ยง รวมทั้งจัดหาควายให้ยืมไปใช้แรงงาน ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความรู้ทั้งการใช้แรงงานควายไถนาและทำการเกษตรด้านอื่น ๆ ใช้มูลควายทำปุ๋ย และอื่น ๆ อีกมากมาย
นับได้ว่าโครงการพลิกฟื้นธนาคารควายไถนาตามแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะก่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน.

