
เชิญชวนตั้งชื่อ “แพนด้าน้อย” ชิง 1 ล้านบาท
“สุวิทย์” เยี่ยมครอบครัวแพนด้า เผยดันตั้งศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าไทย-จีนถาวรที่เชียงใหม่ ส่วนคืบหน้าตั้งชื่อได้กติกาการประกวดชิงเงินรางวัลชนะเลิศสูง 1 ล้าน
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 มิ.ย. ที่ส่วนจัดแสดงแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงฯและคณะเดินทางมาเยี่ยมชมครอบครัวแพนด้าผ่านโทรทัศน์จรปิดด้านนอกคอกกัก เพื่อรอการแยกตัวลูกแพนด้าน้อยออกมาจากแม่มาตรวจสุขภาพ โดยมีนายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ และนายไพโรจน์แสงภู่วงษ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้าถึงสุขภาพของแพนด้าน้อยและหลินฮุ่ย
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ครบวันที่ 7 ของการให้กำเนิดแพนด้าน้อยตัวแรกของเมืองไทย ทั้งคนไทยและต่างประเทศ ให้ความสนใจในความสำเร็จทางด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาการของแพนด้าเป็นความร่วมมือของไทยและจีนกว่า 6 ปี จนมีแพนด้าน้อยออกมาเป็นผลสำเร็จ
หลังจากนี้มีจะมีการพัฒนาความร่วมมือไทยจีนโดยการตั้งทำศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์แพนด้าที่เชียงใหม่อย่างถาวร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการวิจัยแพนด้าใน จ.เชียงใหม่ และเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญของจีนเดินทางมาเรียนรู้ที่ไทยมากขึ้น
นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับการเจรจาขอยืดระยะเวลาในการส่งกลับแพนด้านั้น ระดับรัฐมนตรีและองค์การสวนสัตว์ฯจะเดินทางไปเจรจาที่จีนและเดินทางไปยังเมืองเฉินตูล่วงหน้าเพื่อหารือกับทางการจีนภายในต้นเดือนนี้ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะเดินทางไปจีนในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานทางจีนอยู่เพื่อรอความพร้อมสองฝ่าย เรื่องดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จร่วมกันและคาดว่าจะขอให้จีนยืดเวลาในการอยู่เมืองไทยให้กับแพนด้าทั้ง 3 ตัวไม่แค่ลูก
เนื่องจากแพนด้าพ่อกับแม่ชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่แล้ว นักวิจัย สัตว์แพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมดูแลกันนานกว่า 6 ปี จนประสบผลสำเร็จ น่าจะสร้างความเชื่อมั่นสูง เพราะเป็นการสร้างการเรียนรู้ ร่วมกัน และหากตกลงเป็นศูนย์วิจัยถาวรได้ ฝ่ายจีนก็น่าจะมาอยู่ที่นี่หรือไปกลับได้นานขึ้น ซึ่งองค์การสวนสัตว์ และกระทรวงทรัพยากรฯ พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการวิจัย
ด้านนายโสภณ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยว่า การตั้งชื่อนี้ถือเป็นเรื่องของประชาชน คาดจะมีผู้เข้าร่วมตั้งชื่อประกวดเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นตกลงที่จะให้มีการส่งชื่อผ่านสื่อมวลชนทุกแขนง และสวนสัตว์ 5 แห่งทั่วประเทศ จากนั้นคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯจะเป็นผู้รวบรวมชื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 4 ชื่อ ในขั้นนี้ผู้ที่ตั้งชื่อและผ่านเข้ารอบนี้จะได้รับเงินรางวัล รายละ 100,000 บาท พร้อมรับสิทธิพาครอบครัวไปเที่ยวชมศูนย์วิจัยแพนด้าที่จีน
จากนั้นคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯจะนำ 4 ชื่อที่เหลือเปิดให้ประชาชนโหวตผ่านทางไปรษณียบัตรเพื่อร่วมโหวตชื่อสุดท้ายให้เหลือเพียงชื่อเดียวตรงนี้คาดว่าน่าจะมีผู้โหวตชื่อเข้ามาเป็นหลักแสนหลักล้านคน จึงตัดสินใจใช้วิธีจับสลากชื่อผู้โชคดีที่ส่งโหวตชื่อสุดท้ายมาให้เหลือเพียง 1 รายเพื่อรับเงินรางวัลเป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท และอาจจะมีรถยนต์มอบให้อีก 1 คันซึ่งส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างรอผู้ให้การสนับสนุน
หลังจากนั้นนายโสภณ ดำนุ้ย ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ ในฐานะผู้แจ้งเกิดได้มอบสูติบัตรแพนด้า น้อยขนาดใหญ่ ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษให้กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพย์ฯและนายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงฯ ในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งเกิดแพนด้าน้อย ทั้งนี้ในสูติบัตรพิเศษดังกล่าวมีรายละเอียดทั้งภาพถ่าย 3 วันของแพนด้าน้อยและระบุถึงข้อมูลทั้งชื่อ เพศ วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด ผู้ทำคลอด น้ำหนักตัว เพศ ชื่อพ่อแม่
หลังการแถลงข่าวนายสุวิทย์ได้เข้าไปร่วมสังเกตการณ์ ในระหว่างการที่ผู้เชี่ยวชาญจีนและทีมสัตวแพทย์ทำการแยกตัวแพนด้าน้อยออกมาตรวจร่างกายในตู้อบอย่างใกล้ชิด โดยผลการตรวจสุขภาพวันนี้พบว่า แพนด้าน้อยมีความเปลี่ยนแปลงคือหูมีสำดำเข้มมากขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 30 กรัม คือจากเดิม 260 กรัม เป็น 290 กรัม ลำตัวยาว 18.5 เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร ลำตัวอ้วนขึ้นจาก 17.5 เซนติเมตร เป็น 18 เซนติเมตร แต่ขายาวเท่าเดิม
2 Responses to “ประกวดตั้งชื่อลูกแพนด้า ชิง 1 ล้านบาท”
Sorry, the comment form is closed at this time.

กระผม พงศ์สุระ ยะแสง มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมตั้งชื่อลูกแพนด้าน้อย ตัวแรกของเมืองไทย โดยตั้งชื่อร่วมประกวดไว้ดังนี้ครับ
1.ชื่อภาษาจีน คือ “ช่วงหลิน” ซึ่งความหมายได้นำมาจากชื่อของพ่อและแม่ของแพนด้าน้อย นั่นก็คือ ช่วงช่วง กับ
หลินฮุ่ย นั่นเอง ช่วงช่วง+หลินฮุ่ย = ช่วงหลิน เพื่อที่ทุกคนจะได้รับรู้ว่าเจ้าลูกแพนด้าน้อยตัวนี้ได้ถือกำเนิดมาจาก
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ที่เป็นที่รักและรู้จักของไทยเรานั่นเอง
2.ชื่อภาษาไทย คือ “น้องสมพร” ซึ่งเป็นทั้งชื่อไทยที่ใช้ได้ทุกภาค มีความหมายอย่างยิ่งและเข้า
ใจง่าย เหมาะที่จะนำมาเป็นชื่อของลูกหมีแพนด้าน้อย เพราะกว่าพวกเราชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้
ยลโฉมลูกหมีน้อยก็ใช้เวลานานหลายปีเพราะหลินฮุ่ยติดลูกยากมาก ชาวไทยก็ใจจดใจจ่อตั้งตารอมานานกว่า
สมหวัง อีกอย่างลูกแพนด้าก็เป็นเพศเมีย อาจจะชื่อสมหวังไม่ได้ก็เลย ตั้งเป็น “สมพร” แทน คือสมความ
ปรารถนาของทุกๆคนที่รอคอยนั่นเองครับ
3.ชื่อภาษาอังกฤษ คือ “Angle” (fever) ซึ่งเป็นชื่อที่ผมคิดว่ามันน่ารักเพราะหูดี แองเจิ้ล ฟีเวอร์ หมายถึง
นางฟ้า ที่ทุกคนต้องการและเรียกร้องถวิลหามาแสนนาน
4.ชื่อภาษาไทยคำเมืองทางภาคเหนือ คือ “เอื้องฟ้า” ซึ่งความหมายของชื่อแพนด้าน้อยชื่อที่ 4นี้ก็คือ ดอกไม้
เมืองเหนือที่สวยงามน่ารักน่าถนอมดูแลเป็นที่ชูหน้าชูตาของคนในประเทศไทยนั่นเอง อีกความหมายของชื่อ
“เอื้องฟ้า”นั้นก็คือเปรียบเสมือนนางฟ้าซึ่งเป็นดอกไม้มาจากฟ้าหรือดอกไม้ของเทวดาที่เอาไว้ประดับบนฟ้าเป็น
ที่เชิดชูหน้าตาของทุกๆชนชาติ
ทั้งหมด 4 ชื่อนี้กระผมได้คิดขึ้นมาเพื่อเข้าร่วมประกวดชิงเงินรางวัลและมีความตั้งใจอยากตั้งชื่อให้เจ้าลูกหมีแพนด้าน้อยตัวนี้เพื่อเป็นเกียรติประวัติ ที่ครั้งหนึ่งกระผมได้มีส่วนร่วมกับประเทศไทยในการตั้งชื่อเจ้าลูกหมีน้อยตัวนี้ให้เป็นชื่อที่ทุกคนในประเทศปละต่างประเทศได้รับรู้โดยมีความรู้สึกว่าดีใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมในโครงการนี้ครับ หากกระผมได้รับรางวัลดังกล่าวกระผมจะได้นำเงินนี้ไปเป็นทุนในการประกอบสัมมาอาชีพที่ตั้งใจและปรารถนาไว้และจำจดจำไว้ว่าเงินลงทุนนั้นได้รับมาจากการประกวดตั้งชื่อและถือเป็นบุญคุณจากลูกแพนด้าน้อยอย่างยิ่งโดยกระผมได้แนบชื่อและที่อยู่เบอร์ติดต่อไว้ด้านล่างขอรับ
พงศ์สุระ ยะแสง ชื่อเล่น บอมบ์ (กายส์) เบอร์ติดต่อ 084-8787359
อยู่บ้านเลขที่ 164 หมู่ที่ 7 บ้านวังม่วง ต.เจดีย์ชัย
อ.ปัว
จ.น่าน
รหัสไปรษณีย์ 55120
ขอขอบพระคุณไว้เป็นอย่างสูง
ดิฉัน นางเนตรนภา คันธใส มีควมยินดีอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อย
ดิฉันขอให้ชื่อว่า น้องอั่งเปา เพราะเธอคือของขวัญที่ทุกคนรอยคอยและทุกคนดีใจมากเมื่อเธอเกิดออกมา
ดิฉันรู้สึกยินดีและดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการตั้งชื่อแพนด้าน้อยซึ่งเหมือนการตั้งชื่อลูกของตัวเองต้องคิดและต้องตั้งชื่อให้ไพเราะและเป็นสิริมงคล
ดิฉันได้แนบชื่อ-ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ด้านล่างนะคะ
นางเนตรนภา คันธใส (087-1932960/0846132521)
32/1 หมู่ที่ 9
ต.ส้าน อ.เวียงสา
จ.น่าน 55110