
แพนด้าน้อยแข็งแรงหลินฮุ่ยเลี้ยงเก่ง
สำหรับ “สวนดุสิตโพล” ได้สำรวจความคิดเห็นจากเด็กประถมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 585 คน ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค. ในหัวข้อ เด็ก ๆ คิดอย่างไรกับการเกิดลูกหมีแพนด้าตัวแรกของเมืองไทย 34.58% เด็กอยากให้สื่อนำเสนอการเจริญเติบโตของลูกหมีแพนด้า การเลี้ยงดู และ 26.17% เด็กอยากให้สื่อนำเสนอการเป็นอยู่ของลูกแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่ ส่วนด้านความรู้ของเด็ก ๆ ต่อการเกิดของลูกหมีแพน ด้าตัวแรกของไทย 57.08% อยากให้สื่อนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง 17.17% มีความสุขและภูมิใจ ส่วนในหัวข้อเด็ก ๆ อยากให้ลูกหมีแพนด้าใช้ชื่ออะไรระหว่างชื่อภาษาไทยกับชื่อภาษาจีน 40.76% ต้องการชื่อภาษาไทย อาทิ คำเอ้ย, ขนปุย, คำงาม และ 34.78% ต้องการชื่อภาษาจีน อาทิ ช่วงหลิง, หลิงช่วง เป็นต้น.
แห่เข้าชมผ่านวงจรปิดเนืองแน่น เชียงใหม่ เตรียมบายศรีรับขวัญ
แห่ยลโฉม”แพนด้าน้อย”ผ่านวงจรปิดนักท่องเที่ยวไทย-เทศ สื่อมวลชนเพียบ ผู้เชี่ยวชาญจีน เผย “หลินฮุ่ย” เลี้ยงลูกได้ดีเยี่ยมฟันธงแพนด้าน้อยจะสมบูรณ์แข็งแรงมากเมื่อเติบโตขึ้น หมอชี้หลินฮุ่ย ลูกฟื้นตัวเร็ว นักวิจัยแพนด้า ระบุ เป็นสัตว์โตเร็ว อีก 3 เดือนน้ำหนักพุ่ง 15-20 กิโลกรัมเข้าสู่วัยน่ารัก ด้านพ่อเมืองเชียงใหม่เตรียมจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ รับขวัญยิ่งใหญ่ “บิ๊กจิ๋ว” เป็นปลื้ม อาสาคุยจีนขอเลี้ยงเกิน 2 ปี “ดุสิตโพล” เผย เด็กอยากให้สื่อนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ภายหลังหลินฮุ่ย ได้ตกลูกแพนด้าน้อย มาให้คนไทยได้ยลโฉม เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยบรรยา กาศตั้งแต่เช้าตรู่ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเดินทางมาชมความน่ารักน่าเอ็นดูของหมีแพนด้าทั้งช่วงช่วง หลินฮุ่ย และลูกแพนด้า กันเป็นจำนวนมาก โดยที่ส่วนจัดแสดงมีการนำช่วงช่วงมาจัดแสดงให้ดู ส่วนหลินฮุ่ยกับลูกน้อยนั้น ทางสวนสัตว์ได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งเปิดให้ประชาชนได้ดูความน่ารักน่า เอ็นดูของทั้งสองตัวตลอดเวลา ซึ่งภาพในวันนี้เกือบตลอดทั้งวัน หลินฮุ่ยจะอุ้มลูกน้อยตลอดเวลา บางครั้งเจ้าแพนด้าน้อยก็ดูดนมแม่ สร้างความประทับใจให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมเป็นอย่างมาก
ส่วนบรรยากาศการเฝ้าดูแพนด้าสองแม่ลูก ทางทีมสัตวแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามดูแลหลินฮุ่ย แม่แพนด้ากับลูกแพนด้าน้อยอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาทางทีมสัตวแพทย์ ได้ทำการตรวจร่างกายทั้งหลินฮุ่ยและแพนด้าน้อยอย่างละเอียด โดยหลินฮุ่ยมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ส่วนลูกแพนด้า น้อยก็มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์เช่นกัน ด้าน นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ ผช.ผอ.ส่วนอนุรักษ์วิจัยและศึกษาองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรม ราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการเฝ้าดูผ่านกล้องวิดีโอวงจรปิดและสอบถามข้อมูลจาก สพญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้าและพี่เลี้ยงพบว่า โดยรวมความเป็นอยู่และพฤติกรรมของแพนด้าทั้งสองตัวนั้นเป็นไป อย่างปกติ ลูกน้อยได้รับการโอบกอดจากแม่อยู่ตลอด โดยหลินฮุ่ยมีการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถนั่งสลับนอนตลอดเวลา และก็นำลูกน้อยมาอุ้มเล่นอยู่ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าหลินฮุ่ยมีความเป็นแม่สูง ดูแลลูกได้ดี แต่พอหลังจากทีมงานนำลูกแพนด้าออกมาจากอ้อมกอด เจ้าหลินฮุ่ยจะแสดง อาการหงุดหงิดห่วงลูก
นอกจากนี้หลินฮุ่ย ยังเริ่มกินอาหารมากขึ้นกว่าเดิมมาก โดยพี่เลี้ยงได้ให้ขนมปังไข่เสริมกับแครอทเพิ่มเติมจากการป้อนเพียงแอปเปิ้ล ให้กินในช่วงสองวันที่ผ่านมา และสังเกตได้ว่าหลินฮุ่ยเริ่มมีแววตาที่สดใส ในส่วนของแพนด้าน้อยนั้นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากรับความอบอุ่นจากแม่ตลอด และได้นอนอย่างเต็มที่จึงแข็งแรงขึ้นตามลำดับ และพบว่าตามตัวมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือขนเริ่มดกยาวขึ้นมา พร้อมกับส่งเสียงร้องเสียงดังตลอดเวลา ขณะที่นายเหว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญหมีแพนด้าจีน เปิดเผยว่า เท่าที่เคยพบ และดูแลลูกแพนด้ามาในหลายแห่งเกือบทั่วโลก การที่ลูกแพนด้ายังร้องเสียงดัง เมื่อเปลี่ยนท่าในขณะนี้ ขอพยากรณ์ได้เลยว่าแพนด้าน้อยทายาทของหลินฮุ่ยของประเทศไทยตัวนี้จะเติบโต ขึ้นมาเป็นแพนด้าที่สมบูรณ์แข็งแรงมาก
นสพ.ดร.บริพัตร ยังกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการปรับเปลี่ยนสรีระของแพนด้าน้อย ตามปกติแล้ววิวัฒนาการของการเจริญเติบโตของแพน ด้าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหลังจากคลอดออกมาจะมีลักษณะคล้ายลูกหนู ผิวสีชมพู หลังจากนี้ 2-3 สัปดาห์ จะเริ่มมีขนดกขึ้น รวมทั้งจะมีสภาพขนบริเวณรอบดวงตาเป็นสีดำขึ้นให้เห็นเด่นชัดหลังจากนั้น เมื่อเข้าสู่ระยะ 3 เดือนน้ำหนักตัวของแพนด้าน้อยจะเพิ่มขึ้นเป็น 15-20 กิโลกรัม ลักษณะภายนอกคล้ายกับแม่และพ่อ ส่วนระยะ เวลาในการหย่านมของแพนด้าจะอยู่ระหว่างช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีตามธรรมชาติ เมื่อแพนด้าน้อยเติบโตขึ้นแม่จะทำหน้าที่สอนลูกในการหาอาหาร การกินอาหาร แต่ในสภาพการเลี้ยงที่อยู่ในส่วนจัดแสดงอาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ ที่แตกต่างจากการปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามวิจัยศึกษาใกล้ชิด
ด้าน นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หน.โครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้พยายามในการที่จะเข้าไปรีดนมจากหลินฮุ่ย เพื่อจะนำมาเก็บตัวอย่างใช้วิเคราะห์หาสารอาหารในน้ำนม เพื่อให้ทราบว่าประกอบไปด้วยสารอาหารชนิดใดบ้าง ซึ่งจะนำข้อมูลไปใช้ศึกษาเพื่อเป็นประโยชน์ ในการที่เจ้าหน้าที่จะเลือกสรรนมชนิดอื่นมาจัดเตรียมไว้ให้แพนด้าน้อยได้ดูด กินแทนนมแม่หากไม่สามารถดูดนมจากแม่ได้ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปจับเต้านมผิดข้าง คือไปจับข้างที่หลินฮุ่ยใช้แขนอุ้มลูกไว้จึงทำให้ความพยายามในการที่จะรีดนม นั้นทำไม่สำเร็จ แต่หลังจากนี้หากพ้นเวลา 3 วันหลังคลอดไปแล้วนมน้ำเหลืองซึ่งเป็นนมแม่ชนิดหัวกะทิที่มีคุณค่าสูงก็คงจะ หมดลง การเข้าไปรีดนมเพื่อวิเคราะห์ก็จะไม่มีประโยชน์ ทางทีมวิจัยก็คงไม่เข้าไปรีดน้ำนมแล้ว
ส่วนผู้ดูแลเลี้ยงเจ้าหมีแพนด้าน้อยและหลินฮุ่ย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ช่วงช่วง พ่อหมีหนุ่มได้ออกมาจากคอกกักและเดินมาอยู่ในส่วนจัดแสดง ส่วนพฤติกรรมวันนี้ก็กินอาหารที่เป็นใบไผ่ และไม้ไผ่ตามปกติ จากนั้นก็นอน ช่วงเวลาใกล้เที่ยงก็ตื่นและเดินวนไปมารอบ ๆ ส่วนจัดแสดง ซึ่งยังไม่มีท่าทางแสดงอาการเครียดหรืออาการที่อยากจะเดินเข้าไปหาหลินฮุ่ย แต่อย่างใด เว้นแต่เจ้าลูกแพนด้าน้อยร้อง ช่วงช่วงก็จะมีปฏิ กิริยาเดินวนไปวนมาและพยายามเดินเข้าไปคอกกักกันเพื่อไปหาหลินฮุ่ย และลูกน้อยแต่เข้าไปไม่ได้ก็ร้องเสียงตอบตลอดเวลา สร้างความตื้นตันให้กับผู้ดูแลอย่างมากที่ช่วงช่วงแสดงความเป็นพ่ออยากเข้า ไปหาลูกน้อย
ต่อมานายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้เรียกประชุมคณะทำงานทีมงานทั้งหมดในสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมเปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในทุก ๆ เรื่องเพราะจากเดิมหมีแพนด้าช่วงช่วงและหลินฮุ่ย จะมีประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าชม 3-4 พันคนทุกวัน แต่หลังจากที่ลูกหมีแพนด้าเกิดแล้วเชื่อมั่นว่าคนจะต้องเข้ามาชมมากกว่าที่ ผ่านมา เราจึงต้องเตรียมการรับมือโดยมีการเตรียมแผนเรื่องการจราจร การจอดรถ การเข้าชมทุกอย่างให้มีระเบียบ ส่วนการที่จะให้แพนด้าทั้งพ่อแม่และลูกได้อยู่กันหลังครบสัญญาต้องอยู่ที่ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนเจรจากันว่าจะต่อสัญญาได้หรือไม่ ส่วนการตั้งชื่อลูกน้อยนั้นเรากำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะดำเนินการให้ประชาชน ชาวไทยได้มีส่วนร่วมในการส่งชื่อเข้าประกวด
วันเดียวกัน นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผวจ.เชียงใหม่ พร้อมคณะได้เดินทางมาที่สวนสัตว์เชียงใหม่ และได้เข้ารับฟังรายงานสรุปเกี่ยวกับหมีแพนด้า และได้เข้าเยี่ยมชมหลินฮุ่ยในคอกกักกัน พร้อมเปิดเผยว่า นับเป็นความสำเร็จในการผสมเทียมแพนด้าเป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่ให้กำเนิดลูกแพนด้าได้สำเร็จ และในวันนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จมายังจังหวัดเชียงใหม่ ถ้าท่านรับสั่งถามเรื่องหมีแพนด้าก็จะได้ตอบข้อมูลทุกอย่างได้ ซึ่งลูกหมีแพนด้านับเป็นความสำเร็จอย่างสูงของจังหวัดเชียงใหม่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก และตอนนี้ลูกหมีแพนด้าอายุได้เพียง 3 วันเท่านั้นคงต้องรอลูกหมีอายุได้ประมาณ 1 เดือน ทางจังหวัดจะได้ร่วมกับทางสวนสัตว์เชียงใหม่จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญรับขวัญลูก หมีให้ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อไป
ขณะที่ ทางทีมวิจัยหมีแพนด้า พร้อมผู้เชี่ยวชาญหมีแพนด้าจีน ได้นำลูกหมีแพนด้าออกมาทำการชั่งน้ำหนัก และตรวจดูความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกหมี ปรากฏว่าผลการตรวจลูกหมีมีน้ำหนักมากถึง 235 กรัมมีสุขภาพทุกอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญจากจีนได้สอนให้ทีมวิจัยของสวนสัตว์เชียงใหม่ทำการป้อน นมจากขวดนมให้แก่ลูกหมีแพนด้าน้อยด้วย โดยการสอนการป้อนนมจากขวดนมนี้ เพื่อป้องกันเผื่อว่าหลินฮุ่ยแม่หมีไม่ให้ลูกหมีกินนม แต่จากการดูพฤติกรรมในช่วง 1-2 วันนี้ หลินฮุ่ยแสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถป้อนนมให้ลูกหมีและมีการดูแลลูกหมีได้เป็นอย่างดีทุกอย่าง จึงไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตกลูกของหลินฮุ่ย ว่า รู้สึกดีใจเหมือนกับคนไทยทุกคน ส่วนการเจรจากับประเทศจีน เพื่อยืดระยะเวลาเลี้ยงดูลูกหลินฮุ่ย ให้นานกว่า 2 ปี ตามที่เจรจากันก่อนหน้านี้นั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดติดต่อมายังตนเอง เพื่อให้พูดคุยเจรจากับประเทศจีน ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องนี้ ผอ.องค์การสวนสัตว์ ให้ความสนใจมาก คงพยายามพูดคุยกับประเทศจีน รวมถึงคนไทยทุกคนก็พยายามเพื่อให้ลูกหลินฮุ่ย อยู่เมืองไทยนานที่สุด ส่วนตัวหากจะให้ช่วยเหลือด้านใดก็พร้อมช่วยเหลือทุกอย่าง

ผมขอตั้งชื่อ หมีว่า “ปัน-ปัน” 0852521150
jT5Vyp cueaewuugnev, [url=http://dierhhcjpmzo.com/]dierhhcjpmzo[/url], [link=http://ytuviugtwerm.com/]ytuviugtwerm[/link], http://ljcmqyegqzrb.com/