
ขยายผลการเพาะเลี้ยงปลานิลในกระชังสู่เกษตรกร
กว่า 30 ปีที่ปลานิลเข้ามาในประเทศ ไทย มีการเพาะขยายพันธุ์ การปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลตลอดมา โดยใช้ชื่อสายพันธุ์ในประเทศไทยว่าจิตรลดา (CHITRALADA) นอกจากนี้ ในประเทศไทยยังมีปลานิลสีแดง ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์มาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง ปลานิลกับปลาหมอเทศ ซึ่งนอกจากสีภายนอกที่แตกต่างจากปลานิลธรรมดาแล้ว ภายในตัวปลาที่ผนังช่องท้องยังเป็นสีขาวเงินคล้ายผนังช่องท้องของปลากิน เนื้อและสีของเนื้อปลาเป็นสีขาวชมพูคล้ายเนื้อปลาทะเล เรียกว่า “ปลานิลแดง”
การเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง หมายถึง การเพาะพันธุ์ การอนุบาล หรือการเลี้ยงปลา ให้เพิ่มปริมาณด้านจำนวนตัวหรือเพื่อให้เจริญเติบโตมีน้ำหนักและขนาดเพิ่ม ขึ้น เพาะเลี้ยงในภาชนะที่โปร่ง น้ำสามารถลอดผ่านได้ ลอยหรือแขวนอยู่ในแหล่งน้ำ ตัวกระชังถูกยึดไม่ให้เคลื่อนที่ โดยผูกติดอยู่กับหลัก หรือโครงกระชังที่วางอยู่บนแพหรือวัสดุที่ใช้เป็นทุ่นลอยน้ำ การเลี้ยงปลาในกระชัง มีปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดที่สามารถเลี้ยงได้ดีในกระชัง ซึ่งจากการทดลองศึกษาพบว่า ปลานิลสามารถทำได้ทุกกิจกรรมโดยไม่มีความจำเป็นต้องใช้บ่อเลย
ปัจจุบันกระชังเลี้ยงปลามีการพัฒนารูปแบบและวัสดุที่ใช้ทำกระชังไปหลากหลาย ตามแต่วัตถุประสงค์ กระชังที่ใช้เลี้ยงปลา สามารถแบ่งออกได้ 2 รูปแบบ คือ กระชังประจำที่และกระชังลอยน้ำ รูปร่างของกระชังที่ใช้เลี้ยงปลานิล โดยทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะทำได้ง่าย การจัดวางก็ไม่ยุ่งยากและการถ่ายเทของน้ำได้ดี ขนาดกระชังที่ใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการและขนาดพื้นที่ที่วางกระชัง ขนาดที่นิยมใช้ คือ 2x2x2 เมตร และขนาด 5x5x2 เมตร เพราะเมื่อนำไปวางผูกติดกับแพหรือทุ่นลอยที่มีโครงทำด้วยเหล็กแป๊บจะวางได้พอดี และเป็นขนาดที่การจัดการดูแล การจับทำได้สะดวก และทำฝาปิดด้วยเนื้ออวนเช่นเดียวกับกระชังเพื่อป้องกันนกกินปลาและป้องกัน ปลากระโดดออกนอกกระชังหรือปลาภายนอกกระโดดเข้ามาในกระชัง
ปลานิลกินอาหารในช่วงเวลากลางวันได้ดีกว่ากลางคืน และเนื่องจากปลานิลเป็นปลาที่ไม่มีกระเพาะอาหารจริงจึงกินอาหารได้ทีละน้อยและย่อยได้ช้าจึงควรให้ อาหารครั้งละน้อยแต่บ่อยครั้ง การเลี้ยงปลานิลในกระชัง ถ้าเป็นการเลี้ยงปลาเพศเดียวหรือการเลี้ยงปลานิลเพศผู้ ที่เลี้ยงแบบการพัฒนา ส่วนใหญ่จะได้ปลาที่มีอัตราการเจริญเติบโตและขนาดสม่ำเสมอ สามารถจำหน่ายสู่ท้องตลาดได้ราคาดีกว่าการเลี้ยงปลานิลรวมเพศปลานิลจะมีน้ำหนักประมาณ 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ
ปัจจุบันมีการส่งออกปลานิลกันมากขึ้น ในรูปของปลาแช่แข็งทั้งตัว โดยเฉพาะการแปรรูปเป็นปลาแล่เนื้อแช่แข็ง ประเทศที่นำเข้า เช่น สหรัฐอเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เป็นต้น แต่มีข้อแม้ว่าปลาที่เลี้ยงได้จะต้องมีขนาดโต น้ำหนักประมาณ 400 กรัมขึ้นไป และไม่มีสารตกค้างในเนื้อปลา และข้อกีดกันทางการค้าของบางประเทศ เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนในการเปลี่ยนเพศปลา กลิ่นสาบหรือกลิ่นโคลนในตัวปลานิลที่เลี้ยงในบ่อดินมักจะไม่เกิดขึ้นกับการ เลี้ยงปลานิลในกระชังที่มีการเลี้ยงแบบพัฒนาดังที่กล่าวมา.

น่าจะนำเสนอเรื่อง การแก้ไขปัญหา การตายของปลานิลในกระซังด้วย