
ราคาสูง จีน ยุโรป อินโดนีเซีย รับไม่อั้น
นายกมล เกษมศุข รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ปลูกลำไยมีมากกว่า 1 ล้านไร่ ทำให้ผลผลิตลำไยล้นตลาดขายไม่ได้ราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไยในฤดูซึ่งจะออกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ของทุกปี โดยลำไยผลใหญ่สุดได้แก่ ลำไยเกรด AA จะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 10 บาท ลำไยเกรด A มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 5 บาท และลำไยเกรด B มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 3 บาทเท่านั้น
ทำให้เกษตรกรจำนวนมากประสบปัญหาการขาดทุน ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางแก้ไข ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรหาแนวทางแก้ไข ด้วยการกระจายการผลิตลำไยให้ได้ผลผลิตตลอดทั้งปี ให้ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 40 ของพื้นที่ผลิตลำไยทั้งหมด
ส่วนใหญ่การส่งออกของลำไยจะอยู่ในรูปลำไยสดช่อซึ่งมีตลาดส่งออกหลัก คือ จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ และภายหลังที่ประเทศไทยได้จัดทำข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอกับหลายประเทศ เป็นผลให้ลำไยได้กลายเป็นสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสดใส ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันส่งออกได้เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการเปิดตลาดใหม่ที่น่าสนใจซึ่งผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มตะวันออกกลาง และสหภาพยุโรป เป็นต้น
“กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้เร่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตลำไย นอกฤดูคุณภาพดี เพื่อลดปริมาณการกระจุกตัวของลำไยสดช่อที่จะออกสู่ตลาดในฤดูช่วงเดือน กรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำและส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุน ปัจจุบัน สินค้าลำไยนอกฤดูกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาดส่งออก จึงมีเกษตรกรบางส่วนได้หันมาผลิตลำไยนอกฤดู เพื่อป้อนตลาดที่มีกำลังความต้องการสูง” นายกมล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า ในปีนี้ลำไยนอกฤดูของเกษตรกรในหลายพื้นที่ เช่นที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กำลังให้ผลผลิต โดยเฉพาะในอำเภอโป่งน้ำร้อนมีพื้นที่เพาะปลูกลำไยนอกฤดูกว่า 60,562 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 49,372 ไร่ ซี่งผลผลิตทั้งหมดจะส่งออกไปจำหน่ายในประเทศจีน ร้อยละ 80 อินโดนีเซีย ร้อยละ 10 และ ทวีปยุโรป ร้อยละ 3 โดยราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 25 ถึง 30 บาท
“นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร หันมาปลูกพืชที่ให้ผลผลิตนอกฤดูกาล อันนำมาซึ่งรายได้ของเกษตรกรตลอดทั้งปี และรายได้ของประเทศในการส่งออกผลผลิตภาคการเกษตรอีกด้วย” นายกมล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว.
