การปลูกยางพาราให้ประสบผลสำเร็จ
โฆษณา

ปลูกยางอย่างไร จึงประสบผลสำเร็จ
ยางพารา เป็นพืชที่ปลูกเพื่อหวังผลผลิตในระยะยาว จนอายุมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป หากเกษตรกรปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่เกษตรกรเองที่ต้องสูญเสียเงินที่ลงทุนลงแรงไป เสียทั้งเวลาและโอกาสแล้ว ยังทำให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างน่าเสียดาย การปลูกยางเกษตรกรควรคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ ได้แก่ พื้นที่ปลูก พันธุ์ยาง วัสดุปลูก วิธีการปลูกตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูก การปลูก รวมไปถึงการดูแลรักษาสวนยางอย่างถูกต้อง เช่น การใส่ปุ๋ย การปลูกพืชคลุม การตัดแต่งกิ่ง ฯลฯ เพื่อให้ต้นยางเจริญเติบโตเปิดกรีดได้เร็ว และให้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอ
คุณสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร บอกว่า การปลูกสร้างสวนยางเกษตรกรจำเป็นต้องเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกยาง เสียก่อน เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ในพื้นที่นาข้าว พื้นที่ลุ่มน้ำขัง พื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ดินด่าง ดินปลวก และดินที่มีหินกรวดอัดแน่น หรือเป็นแผ่นหินแข็ง ทำให้ต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต ต้นเล็กไม่ได้ขนาดเปิดกรีดเมื่ออายุ 7 ปี ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ นอกจากนี้ รากแขนงของต้นยางยังไม่สามารถใช้น้ำในฤดูแล้ง ยิ่งถ้าช่วงแล้งยาวนานก็จะทำให้ต้นยางตายจากยอดได้ง่าย
เกษตรกรจึง ควรปลูกยางในพื้นที่ที่เหมาะสมตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โดยให้พิจารณาในเรื่องของดินและภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะสภาพพื้นที่ ต้องเป็นพื้นที่ราบ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ลาดชันก็ไม่ควรเกิน 35 องศา
ถ้าความลาดชันเกิน 15 องศา จำเป็นต้องทำขั้นบันไดเพื่อป้องกันต้นยางโค่นล้มได้ง่ายด้วยแรงลม พื้นที่ควรมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร เพราะถ้าสูงเกิน จะทำให้การเจริญเติบโตลดลง นอกจากนี้ ควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการระบายน้ำดี ไม่มีชั้นหินหรือชั้นดินดาน ระดับน้ำใต้ดินควรต่ำกว่าระดับผิวดินมากกว่า 1 เมตร ดินเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินร่วนทราย และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง 4.5-5.5 นอกจากนี้ ควรมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอไม่น้อยกว่า 1,250 มิลลิเมตร ต่อปี และมีจำนวนวันฝนตกไม่น้อยกว่า 120-150 วัน ต่อปี
หากเกษตรกรปลูกยางในพื้นที่ที่เหมาะสมดังกล่าว นอกจากต้นยางจะเจริญเติบโตไวแล้ว ยังให้ผลผลิตสูงและคุ้มค่ากับที่ลงทุนไป แต่ในทางตรงข้ามถ้าเกษตรกรปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และเกิดปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง
สวนยางที่เพิ่งปลูกใหม่และสวนยางที่เปิดกรีดแล้วจะได้รับผลกระทบ ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย ซึ่งมักพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
การแก้ไข เกษตรกรก็สามารถทำได้ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และช่วยรักษาความชื้นในดิน การใช้วัสดุคลุมดินรอบโคนต้นยาง การใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางด้วยปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ก็จะทำให้ต้นยาง สมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการขุดคูระบายน้ำให้มีความลึกมากกว่า 2 เมตร จากระดับผิวดิน ในกรณีดินมีน้ำท่วมขัง การช่วยบำรุงต้นยางเพิ่มขึ้นโดยวิธีต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน
หลังจากเลือกพื้นที่ปลูกได้แล้ว ถ้าจะปลูกยางให้ประสบผลสำเร็จสูง เพื่อให้ต้นยางเจริญเติบโต เปิดกรีดได้เร็วขึ้นนั้น มีขั้นตอนการปลูกยาง ดังนี้
การเตรียมพื้นที่ปลูกยางพารา
โดยการไถพลิกและไถพรวน อย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมเก็บตอไม้ เศษไม้ และเศษวัชพืชออกให้หมด เพื่อปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการปลูกยางทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการ อนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อสะดวกในการเข้าไปดูแลบำรุงรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยาง
วางแนวปลูกต้นยางพารา
กำหนดแถว หลักของต้นยางโดยให้วางขวางทางการไหลของน้ำ เพื่อลดการชะล้างหน้าดินและการพังทลายของดิน ให้แถวหลักห่างจากเขตสวนเก่า ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร พร้อมขุดคูตามแนวเขตสวน เพื่อป้องกันโรครากยางและการแย่งธาตุอาหาร จากนั้นวางแนวปลูกด้วยการปักไม้ชะมบตามระยะปลูก สำหรับพื้นที่ลาดเทมากกว่า 15 องศา ให้วางแนวปลูกตามแนวระดับและทำขั้นบันได ควรทำให้เสร็จสิ้นก่อนฤดูฝน (มีนาคม-ต้นเมษายน)
ระยะปลูกต้นยางพารา
ถ้า เป็นพื้นที่ราบในเขตปลูกยางเดิมภาคใต้ ใช้ระยะปลูก 2.5x 8 เมตร หรือ 3×7 เมตร จะปลูกยางได้ 80 ต้น หรือ 76 ต้น ต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนพื้นที่ราบในเขตปลูกยางใหม่ ใช้ระยะปลูก 2.5×7 เมตร หรือ 3×6 เมตร หรือ 3×7 เมตร มีจำนวนต้นยาง 91 ต้น หรือ 88 ต้น หรือ 76 ต้น ต่อไร่
ขนาด ของหลุม ขุดหลุมให้มีขนาด 50x50x50 เซนติเมตร โดยขุดดินด้านใดด้านหนึ่งของไม้ชะมบไปในทางเดียวกัน ไม่ต้องถอนไม้ออก แยกดินส่วนบนและส่วนล่างไว้คนละกอง ผึ่งแดดประมาณ 1 สัปดาห์ พอดินแห้งย่อยดินให้ละเอียด นำดินส่วนบนใส่ก้นหลุม ส่วนดินชั้นล่างผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต อัตรา 170 กรัม คลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ต่อหลุม ใส่ด้านบน
วิธีปลูกยางพารา
การปลูกยางให้ถูกวิธี โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม จะให้ผลสำเร็จสูง มีจำนวนต้นยางรอดตาย 87-94% โดยใช้ต้นยางชำถุงพันธุ์ดี มีขนาด 1-2 ฉัตร และฉัตรยอดต้องแก่เต็มที่ เลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคและแมลงศัตรู เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ยางแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นพันธุ์ยางชั้น 1 ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง จะเห็นได้ว่าเกษตรกรในเขตปลูกยางใหม่ นิยมปลูกยางพันธุ์ RRIM 600 มากกว่าร้อยละ 95 แต่ก็ยังมีพันธุ์อื่นที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเช่นกัน ได้แก่ พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 226 พันธุ์ BPM 24 นอกจากพันธุ์ที่ให้น้ำยางแล้ว เกษตรกรยังสามารถเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิต
น้ำยางและเนื้อไม้สูง เช่น พันธุ์ PB 235 พันธุ์ PB 255 ฯลฯ หรือพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูง เช่น พันธุ์ฉะเชิงเทรา 50 พันธุ์ AVROS 2037 พันธุ์ BPM 24 พันธุ์ดังกล่าวเกษตรกรสามารถหาซื้อได้ตามแหล่งขยายพันธุ์ต้นยางที่จดทะเบียน กับกรมวิชาการเกษตร ในแหล่งปลูกยางจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงได้
การปลูกด้วยต้นยางชำถุงจึงเป็นวิธีที่ปลูกได้ผลสูงกว่าวิธีการปลูกด้วยต้นตอตา ยาง หรือติดตายางในแปลง เนื่องจากการปลูกยางในพื้นที่แหล่งใหม่มีปริมาณน้ำฝนและจำนวนวันฝนตกน้อย กว่าในเขตปลูกยางเดิมในภาคใต้ การปลูกด้วยต้นยางชำถุง ทำให้ต้นยางเจริญเติบโตสม่ำเสมอ ลดเวลาการดูแลรักษาต้นยางอ่อนให้สั้นลง ทำให้กรีดได้เร็วขึ้น เมื่อเลือกต้นยางชำถุงได้แล้ว ในกรณีที่มีการขนส่งควรระวังอย่าให้ดินในถุงแตกและให้หันลำต้นไปในทิศทาง เดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกกัน หลังการขนส่งให้ตัดรากที่ม้วนเป็นก้อนอยู่ก้นถุงหรือที่ทะลุถุงออก นำมาวางเรียง 2-3 แถว ในแถวเดียวกัน โดยให้หันลำต้นไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ต้นยางมีโอกาสพักปรับตัว ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงย้ายลงปลูก โดยหันแผ่นตาไปทางทิศเหนือ-ใต้ ให้รอยต่อระหว่างรากกับตาอยู่ระดับปากหลุม จากนั้นใช้มีดเฉือนก้นถุงออก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร นำไปวางในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ จากนั้นใช้มีดกรีดข้างถุงให้ขาดออกจากกันทั้ง 2 ด้าน แต่อย่าเพิ่งดึงถุงออก เพราะจะทำให้ดินในถุงแตก จากนั้นจึงกลบดินประมาณครึ่งหลุม โดยนำดินชั้นบนใส่ก้นหลุม ส่วนดินชั้นล่างที่ผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต อัตรา 170 กรัม คลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ต่อหลุม ให้ใส่ไว้ด้านบน จากนั้นจึงดึงถุงออก กลบดินจนเสมอปากหลุม เหยียบดินรอบๆ ต้นยางให้แน่น โดยพูนดินโคนต้นยางให้สูงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำขังในหลุม เสร็จแล้วใช้เศษพืชคลุมบริเวณโคนต้นยางให้มีรัศมี 50-80 เซนติเมตร โดยให้ห่างจากต้นยาง 5-10 เซนติเมตร เพื่อรักษาความชื้นในดิน
คุณ สุขุม แนะนำว่า หลังจากปลูกยางแล้ว ยางจะให้ผลผลิตสูงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการจัดการและการปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา สวนยางเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้การปลูกสร้างสวนยางประสบผลสำเร็จและให้ ผลผลิตสูงได้ เช่น การใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้องถูกวิธีในอัตราและเวลาตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง การตัดแต่งกิ่งในช่วงปีที่ 1-2 เพื่อให้มีพื้นที่กรีด และปล่อยให้ต้นยางสร้างทรงพุ่มต่อไปโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ เกษตรกรควรหมั่นดูแลสวนยางไม่ให้มีวัชพืชขึ้นรกด้วยการปลูกพืชคลุมดินตระกูล ถั่ว เพิ่มธาตุไนโตรเจนให้แก่ดิน หรือจะปลูกพืชแซมยางในช่วง 1-3 ปี ก็เป็นวิธีที่ได้ผลดี ทำให้มีรายได้ก่อนเปิดกรีด หรือใช้วิธีถากรอบโคนต้นยาง หรือไถพรวนปีละ 2 ครั้ง โดยทำในช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝนก่อนการใส่ปุ๋ย จะทำให้ต้นยางได้ใช้ปุ๋ยอย่างเต็มที่ พร้อมหมั่นตรวจตราดูแลในเรื่องโรคและแมลง เพื่อหาวิธีป้องกันการระบาดเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่สวนยาง พอถึงช่วงฤดูแล้งควรคลุมโคนต้นยาง ก็ช่วยให้ยางรอดตายได้ หรือไม่ก็ทาปูนขาว หรือสีน้ำมันบริเวณโคนต้นยาง นอกจากจะป้องกันเปลือกไหม้จากแสงแดดได้แล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำของต้นยางอีกด้วย
หากเกษตรกรท่านใดคิดจะ ปลูกยางในช่วงต้นพฤษภาคมนี้ ต้องมีความพร้อมทั้งในเรื่องของการเลือกพื้นที่ปลูก พันธุ์ยาง วิธีการปลูกที่ถูกวิธี และหัวใจสำคัญของการปลูกยางก็คือ การปฏิบัติต่อต้นยางเป็นอย่างดี เชื่อว่าการปลูกสร้างสวนยางย่อมประสบผลสำเร็จและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่าง แน่นอน เกษตรกรท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อสอบถามได้ที่ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กทม. 10900 โทร. (02) 579-7557-8 ต่อ 181, 522, 501 ได้ในเวลาราชการ
พรรณพิชญา สุเสวี

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 21 ฉบับที่ 450
โฆษณา
การปลูกยางพาราให้ได้ผลดีและได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยการใช้ปูแดงไคโตซาน ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตของเกษตรกรไทย สนใจติดต่อ 0861933974 มีศูนย์อยู่ทั่วประเทศไทย
ปลูกยางพาราอยู่ที่อุดรธานีค่ะแต่ไม่ทราบจะได้ผลรึเปล่าเพราะยางยืนต้นตายก็มีหลายต้นเหมือนกัน ฤดูแล้งก็เป็นห่วงอย่างมากแต่ก็ไม่ทราบจะสูญเงินไปรึเปล่า
ยากรู้ พันธ์ ยางพาราทีปลูกฬนจังหวัดสระแก้ว และวิธีการปลูกดูดแลรักษา
อยากรู้ว่าถ้าปลูกยางที่จังหวัดเลยที่ อ.เมือง ที่บ้านส้านแพ้ที่บ้านป่าข้าวหลาม
สภาพเหมาะสมกับการปลูกยางหรือไม่ เป็นอย่างไร
จะต้องใช้ยางพันธุ์อะไรให้ได้น้ำยางมากๆ และต้นกล้าควรหาซื้อที่ไหนได้บ้าง ควรบำรุงและดูแลอย่างไรบ้าง
ขอความกรุณาแนะนำด้วยนะคะ
ขอบคุณมากคะ
เกษตรกรมือใหม่
จากประสบการณ์จริงเพื่อเพื่อนสวนยางและนาข้าวทำสวนยางมานานมากแล้วลองทำมาหลายรูปแบบ
สว่านเจาะกลางต้นเอาเคมีใส่เร่งยางก็ทำมาหมดแล้วได้ผลให้ได้จริงแต่ต้นยางตายไม่ยั่งยืน
จนมาคิดได้ตอนเสียสวนยางไปกว่า 100ไร่ ตายหมดได้ผลเร็วผิดธรรมชาติมากเกินไปแล้วกลับมาทำ
ตามแบบทั่วไปแต่ก็ใช้เคมีอยู่เหมือนเดิม+กับปุ๋ยหมักทำเองต่อมาได้ทดลองใช่ปุ๋ยชนิดหนึ่งที่
อยากจะมาเล่าความเป็นมาที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆสวนยางและเกษตรทั่วไปว่ามันมาแบบแปลกๆ
เขาบอกว่าเป็นปุ๋ยชนิดที่4ของโลกตอนแรกผมก็ งง!คืออะไร(อ่านต่อข้อความที่2)
-ผมถามว่าปุ๋ยอะไรจะมาหลอกกันอีกแล้วกลับไปเหอะไม่เอาแล้วเขาก็ขอใส่ 10 ต้น
ผมก็กลัวนะก็เลยตกลงกันเขากล้าท้าผมก็กล้าให้ผมเลยขอถ่ายบัตรประชาชนไว้แล้วถ้า
ยางได้น้อยกว่าที่ทำอยู่เองรับผิดชอบด้วยนะเขา OK! ผมดูแล้วก็ยังกลัวอีกว่าจะใส่เคมีที่เคยใส่ดีไหม?
นึกได้ตอนตกลงสัญญาลูกผู้ชายไว้อีกว่าจะไม่แอบใส่เพราะเขาบอกเจอมาเยอะมากเขาเป็นคนตรงๆดี
สุภาษิตว่า(“กูว่าดีถ้าดีจริงคือเพื่อนกัน ถ้าไม่ดีอย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก”)
พวกให้ทดลองเสร็จแล้วแอบใส่ปุ๋ยที่ใช้อยู่-ของฟรีเอาอะไรมาใส่ฟรีเอาหมด!!
(อ่านต่อข้อความที่3)
-ผมก็เลยรอดูพอถึงเวลาใส่ปุ๋ยเคมีต้นยางที่เหลือก็รอกำหนดวันที่จะเปรียบเทียบเพราะปุ๋ยชนิดนี้
มีทั้งอินทรีย์สารและสารเคมีอยู่ในเม็ดเดียวกัน ผมถึงคิดออกว่ามันก็คือปุ๋ยชนิดที่4อย่างที่เขา
บอกนี้เอง ปุ๋ยชนิดที่1 คือ ปุ๋ยเคมี 2.ปุ๋ยอินทรีย์ 3.ปุ๋ยนํา แต่เขาเอาเคมีมาร่วมกับอินทรีย์
และยังมีใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตรและโรงงานมีใบ(ส.ค.บ)ถูกต้องและยังพาผมไปเที่ยว
ที่โรงงานอีกไปดูว่าของเขาทำอย่างไรโรงงานมาตราฐานทำปุ๋ยเคมี+อินทรีย์มา 10กว่าปีแล้ว
…อยากทราบรายละเอียดข้อมูล(โทร.081-7000955 คุณ บุญญฤทธิ์)
เรื่องยังไม่จบนะ!(อ่านต่อข้อความที่4)
การผลิตเริ่มต้นจากผลิตอินทรีย์สารที่ได้มาตราฐานที่กรมวิชาการเกษตรระบุไว้มีใบรับรอง
เขาเอาวัตถุดิบเหลือใช้จากโรงงานต่างๆเช่น รง.นําตาล(ได้กากนำตาล)รง.ชูรส(ได้กากชูรส)
รง.นมถั่วเหลือง(ได้กากนมถั่วเหลือง)รง.เบียร์(ได้ส่าห์เบียร์ส่าห์เหล้า)และหินพรุ(ดินก้นถํา)
ในแถบบริเวณที่หมัก-ตากอินทรีย์มี 300กว่าถำได้จากเทือกเขาตะนาวศรี มูลสัตว์ต่างๆขี้ค้าวคาวถูกกว่า
ขี้วัวขี้ควายอีกแต่เขาใส่แค่ 10-15%เพราะไนเตรทสูงทำให้ดินเค็มเป็นบ่อเกิดของโรครากเน่าและ
โรคต่างๆที่จะตามมาแต่ก็มีประโยชน์ใส่พอสมควรเขานำอินทรีย์วัตถุต่างๆมาหมัก-ตากและรดด้วยนําจุลินทรีย์ที่มี
คุณประโยชน์ต่างๆเพื่อย่อยสลายรดทุก2อาทิตย์ใช้เวลาโดยประมาณ8-12เดือนขึ้นไปและนำไปตรวจสอบคุณภาพที่
ติดต่อทราบรายละเอียดข้อมูล(โทร.081-7000955) (อ่านต่อข้อวามที่5)
-ม.เกษตรศาสตร์ ก่อนนำมาผสมสูตรต่างๆและเขาพาไปดูในส่วนของเคมีที่นำมาใช้ก็มี
แอมโมเนี่ยมซัสเฟสหรือ21-0-0=มีค่าไนโตรเจน(N)21%แต่ได้จากกากมันสำปะหลังในการผลิตนำมันเป็นต้น
และแอมโมเนี่ยมคลอลาย25หรือ25-0-0=มีค่าไนโตรเจน(N) 25% และ ฟอสฟอรัส (P)
ที่จะบำรุงต้นติดดอกต่างๆและสุดท้ายที่ประทับใจที่สุดคือได้เห็นวัตถุดิบที่ให้ได้ผลผลิตต่างๆ คือ
โพแทสเซียม(K)หรือที่รู้จักกัน 0-0-60=มีค่าโพแทสเซี่ยม 60%เคมีทั้งหมด
อยากทราบรายละเอียดปรึกษาข้อมลู(โทร.081-7000955 คุณ บุญญฤทธิ์)(อ่านต่อข้อความที่6)
-นี้ใส่ในเชิงกระตุ้นเพื่อให้อินทรีย์มีประสิทธิภาพและเคมีทำหน้าที่ๆอินทรีย์ไม่มีแต่อินทรีย์ก็
ทำหน้าที่ๆเคมีไม่มีเช่นกัน วัตถุดิบที่เป็นเคมีทางโรงงานนำเข้าแม่ปุ๋ยเคมีต่างๆจากต่างประเทศและ
สถานที่ผลิตอินทรีย์สารอยู่ติดกับเทือกเขาตะนาวศรีพื้นที่หมักเพื่อเตรียมวัตถุดิบโดยประมาณ100กว่าไร่
ห่างจากโรงงานปั้นเม็ด 30กว่ากิโลเมตรพื้นที่ในโรงงานปั้นเม็ดประมาณเกือบ200ไร่มีการขยาย
อย่างต่อเนื่องเฉพาะจานปั้นปุ๋ยอินทรีย์อย่างเดียว 11จานรถเข้าคิวจำนวนมาก
ข้อมูลรายละเอียดปรึกษา(โทร.081-7000955 คุณ บุญญฤทธิ์)
…สวัสดีครับ! ผู้ที่ได้ใช้ปุ๋ยเม็ดชนิดที่4ของโลกแล้วมาเล่าให้เพื่อนสวนยางใหม่ๆได้อ่านกันดีมากๆเลยครับ!
ผมอยู่ จ.สุราษฯใช้มาเกือบ 5ปีแล้วแรกๆที่เขามาแนะนำคล้ายๆกันเลยแต่ผมลองใส่ ต้นยางและต้นปาล์มด้วย
อย่างละกระสอบไม่เคยคิดว่าจะดีกว่าเคมีแค่ได้เท่าเดิมก็เก่งแล้วไม่มีทาง 1%ที่คิดว่าถ้าได้ผลจะใช้จนตาย
ไปข้างหนึ่งเลยเพราะเราได้สบายๆอยู่แล้วจนวันไปกรีดต้นที่ทดลองตกใจอีกไหลน่ากลัวเขาไม่พูดอะไรเลย
นอกจากพูดว่า “ไม่ได้ผลหน้ายางตายนึ่งหรือต้นยางตายนำยางไม่ออกก็เอาคนมาที่หน้าโรงงานเยอะๆแล้วตะโกน
ว่าโรงปุ๋ยเฮ็งซวย!และอย่าลืมเอานักข่าวมาด้วยนะครับเพราะโรงงานลงทุนหลายร้อยล้านผมจำได้แม่นเลย”
ผลที่ได้ตอนแรกตกใจทำไมไม่ได้ผลเลยอย่างที่ใช้เคมีก็โทรไปว่าเขา สรุปเป็นเพราะผม
ผมชาวสวนไม่ใช่ตัวแทนขายปุ๋ยแต่อย่างแนะนำใช้แล้วได้ผลจริง(โทร.086-1574566 บังฮิม)
ยังไม่เข้าใจการทำงานของปุ๋ยอินทรีย์เพราะผมลืม!เขาให้ใส่ก่อนกำหนดประมาณ
10-15วัน แต่ผมใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่จะทดลองพร้อมปุ๋ยเคมีแต่พอเข้าใจแล้วว่าอินทรีย์ควรที่
จะใส่ยังไง!เพราะอะไร?ก็รอดูเออใช้อย่างที่เขาอธิบายและลองกรีดดูก็พอใจครั้งแรกพร้อมและก็
ดีขึ้นเรื่อยๆทุกวันนี้ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีกับยาจำนวนมากๆแล้วไหนจะสารพิษสะสมในร่างกายอีกสารพัดโรค…
งั้นเดียวผมเล่าเรื่องการใช้แล้ววจะเจออะไรบ้างสำหรับเกษตรกรที่อยากทดลองและที่ยังคุ้นเคยกับสารเคมีอยู่
โทรมาคุยกันยินดีให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดกัน. (โทร. 086-1574566 บังฮิม)
(สวัสดีครับ”เช่นกันครับพี่เดียวผมข้อเล่าเรื่องไปดูโรงงานก่อนนะครับเดียวคนอ่าน งง!)
และผมสังเกตุเห็นอยู่อย่าง1จึงได้คำตอบว่าเชื้อเพลิงในการอบได้ใช้ไม้ฟืนธรรมชาติ
เพราะขี้เถ้านั้นมีประโยชน์เรียกว่าซัลเฟ่อช่วยให้เขียวนานและอุณหภูมิความร้อนที่ช่วยให้เม็ดปุ๋ยจับ
ตรึงดีคลุกเคล้าได้ส่วนผสมมาตราฐานและการผสมสูตรก็ควบคุมด้วยเครื่องอิเล็คโทนิคมีกลุ่มเพื่อนเกษตร
ไปเที่ยวชมและศึกษามากมายพอเข้าไปถามมาจากไหนไม่น่าเชื่อว่าเป็นพี่น้องจาก3จังหวัดมากัน4บัสใหญ่
โรงงานเขาผลิตให้หลายแบรนด์ปุ๋ยเคมีก็มีจดทะเบียนปุ๋ยถูกต้องทุกอย่างไม่ขอเอ๋ยแบรนด์นะครับ
ขั้นตอนบรรจุก็มีเครื่องอิเล็คโทนิคดิจิตอลบรรจุนำหนักมาตราฐานก่อนถึงเกษตรกร
แล้วก็สงสัยว่าปุ๋ยขึ้นรถแล้วมาจอดรออะไรอีกก็มองไปเห็นต้นสายมีที่ชั่งนำหนักรถ
ขึ้นปุ๋ยก่อนเข้า-ออกที่มาตราฐานเหมือนกับด่านทั่วๆไปใช่เครื่องมือทันสมัยตรงไปตรงมาไม่หวัง
เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวแบบทำไปๆลดวัตถุดิบแล้วก็ปิดหนีบ้างแอบทำแบบไม่มีคุณภาพ
เอาเข้าไปประมูลราคาถูกๆ (“การ Comment ข้อมูลทั้งหมดนี้ถ้ามีประโยคใดที่ผิดจากข้อเท็จจริงหรือ
-มีคำความหมายที่ไม่เหมาะสมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ”)
แค่อยากถ่ายทอดความรู้สึกว่าความภาคภูมิใจที่ได้เห็นสิ่งที่เราใช้และสัมผัสแต่
สำเร็จรูปโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่ากว่าจะมาเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพ 1เม็ดนั้นจะต้องใช้เวลาและ
ผ่านกระบวนการต่างๆมากมายไม่ได้มาตราฐานก็ถูกส่งกลับไปเริ่มใหม่และเห็นนักขายพา
เกษตรกรมาดูความมั่นคงและมุ่งมั่นของโรงงานในวันนั้นถึงจะไม่เคยรู้จักอยู่คนละภาค
แต่ไม่แบ่งแยกสีไม่แบ่งพวกคน ภาคกลาง,เหนือ,อีสาน,ใต้ ก็ตามได้นั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ทางโรงงานก็ตอนรับอย่างดีมีห้องสำหรับชาวอิสลามด้วยประทับใจมากครับนั่งดื่ม
กาแฟในสวน,ให้ข้อมูลความรู้,ทานอาหารเที่ยงร่วมกัน,เข้าชมการผลิตรายละเอียดต่างๆ”
(ความรู้สึกและข้อมูลทั้งหมดอาจเป็นประโยชน์สำหรับท่านใดที่ยังไม่ประสบผลสำเร็จหรือ
มือใหม่เริ่มต้นก็ลองเอาสิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์ไปลองใช้ดู)
ผมก็เป็น1ในผู้ที่ได้ทดลองใช้ปุ๋ยเม็ดจากโรงงานนี้แต่อยากให้ทุกท่านเห็นผลด้วยตนเองก่อน
ผมเริ่มต้นก็เหมือนทุกท่านคือได้คำแนะนำก็ลองจนเห็นด้วยมีของผมเองแต่ถึงวันนี้ก็ภูมิใจแล้ว
ว่าเป็นเกษตรหรือใครก็ตามที่เป็นผู้ซื้อปุ๋ยจากร้านทั่วๆไปสุดท้ายเราได้กินเหล้าหน้าร้านเขาปีละ
1-2ครั้งแต่”เจ้าของร้านกับครอบครัวได้ไปเที่ยวต่างประเทศกินอยู่ฟรีครับหรือนายทุนปล่อย
ปุ๋ยให้ใช้+ดอกเบี้ย(ปล่อยเกี๊ยว)ยังไงก็ต้องส่งผลผลิตที่เราไม่สามารถตั้งราคาขายได้เลย
*ถ้าเกิดภัยธรรมชาติหรือผลผลิตไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ติดหนี้ส่วนใหญ่ก็โดนยึดที่ทำกินจนกลายเป็น
คนรับจ้างรายวันในที่สุด…!
_วันนี้ถ้าเราจะเปลี่ยนเป็นกษตรกรซื้อปุ๋ยจากโรงงานไปใช้ๆดีเอาไปขายเพื่อนแปลงข้างๆ
โรงงานตั้งยอดสั่งซื้อให้ส่วนตัวครบแล้ว”บินไปเที่ยวแล้วรับประทานอาหารร่วมกันที่ฮ่องกง”
40ท่านแรกมีสิทธิ์ทุกท่านสามารถเก็บสะสมยอดสั่งซื้อได้ตามเงื่อนไขที่บริษัทระบุเท่านั้น_
(ยอดส่วนตัว 50ตันต่อท่าน/1ที่นั่ง)ติดต่อทราบรายละเอียด โทร.081-7000955(คุณ บุญญฤทธิ์)
วิธีการปลูกยางพาราก็ปลูกกันได้ทั่วไป วิธีสังเกตุคือสวนข้าง ๆ ปลูกหรือเปล่า หรือ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หรือเปล่า
ปริมาณน้ำฝนมากน้อยเพียงใด เป็นต้น แต่ จ.เลย บุรีรัมย์ หนองคาย หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็ปลูกกันนะ สำหรับต้นพันธ์หรือต้นกล้า ติดต่อได้ที่อีเมล Linemony@yahoo.com
มีที่ดิน 33 ไร่ อยากจะปลูกยาง ใช้ต้นทุนประมาณเท่าไหร่
โธ่…
ข้อมูลน้อยมาก
หามาให้ได้มากกว่านี้หน่อยซิ
เห็นแล้วเศร้า
ข้อมูลน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยางพารา เป็นพืชที่ปลูกเพื่อหวังผลผลิตในระยะยาว จนอายุมากกว่า 20 ปี ขึ้นไป หากเกษตรกรปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่เพียงแต่เกษตรกรเองที่ต้องสูญเสียเงินที่ลงทุนลงแรงไป เสียทั้งเวลาและโอกาสแล้ว ยังทำให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและเศรษฐกิจของประเทศอย่างน่าเสียดาย การปลูกยางเกษตรกรควรคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ ได้แก่ พื้นที่ปลูก พันธุ์ยาง วัสดุปลูก วิธีการปลูกตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูก การปลูก รวมไปถึงการดูแลรักษาสวนยางอย่างถูกต้อง เช่น การใส่ปุ๋ย การปลูกพืชคลุม การตัดแต่งกิ่ง ฯลฯ เพื่อให้ต้นยางเจริญเติบโตเปิดกรีดได้เร็ว และให้ผลผลิตสูงอย่างสม่ำเสมอ
คุณสุขุม วงษ์เอก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร บอกว่า การปลูกสร้างสวนยางเกษตรกรจำเป็นต้องเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกยาง เสียก่อน เพราะปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เช่น ในพื้นที่นาข้าว พื้นที่ลุ่มน้ำขัง พื้นที่ที่เป็นดินเค็ม ดินด่าง ดินปลวก และดินที่มีหินกรวดอัดแน่น หรือเป็นแผ่นหินแข็ง ทำให้ต้นแคระแกร็นไม่เจริญเติบโต ต้นเล็กไม่ได้ขนาดเปิดกรีดเมื่ออายุ 7 ปี ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ นอกจากนี้ รากแขนงของต้นยางยังไม่สามารถใช้น้ำในฤดูแล้ง ยิ่งถ้าช่วงแล้งยาวนานก็จะทำให้ต้นยางตายจากยอดได้ง่าย
เกษตรกรจึง ควรปลูกยางในพื้นที่ที่เหมาะสมตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โดยให้พิจารณาในเรื่องของดินและภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะสภาพพื้นที่ ต้องเป็นพื้นที่ราบ แต่ถ้าเป็นพื้นที่ลาดชันก็ไม่ควรเกิน 35 องศา
ถ้าความลาดชันเกิน 15 องศา จำเป็นต้องทำขั้นบันไดเพื่อป้องกันต้นยางโค่นล้มได้ง่ายด้วยแรงลม พื้นที่ควรมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร เพราะถ้าสูงเกิน จะทำให้การเจริญเติบโตลดลง นอกจากนี้ ควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการระบายน้ำดี ไม่มีชั้นหินหรือชั้นดินดาน ระดับน้ำใต้ดินควรต่ำกว่าระดับผิวดินมากกว่า 1 เมตร ดินเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินร่วนทราย และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง 4.5-5.5 นอกจากนี้ ควรมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอไม่น้อยกว่า 1,250 มิลลิเมตร ต่อปี และมีจำนวนวันฝนตกไม่น้อยกว่า 120-150 วัน ต่อปี
หากเกษตรกรปลูกยางในพื้นที่ที่เหมาะสมดังกล่าว นอกจากต้นยางจะเจริญเติบโตไวแล้ว ยังให้ผลผลิตสูงและคุ้มค่ากับที่ลงทุนไป แต่ในทางตรงข้ามถ้าเกษตรกรปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม และเกิดปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง
สวนยางที่เพิ่งปลูกใหม่และสวนยางที่เปิดกรีดแล้วจะได้รับผลกระทบ ทำให้ต้นยางยืนต้นตาย ซึ่งมักพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
การแก้ไข เกษตรกรก็สามารถทำได้ด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และช่วยรักษาความชื้นในดิน การใช้วัสดุคลุมดินรอบโคนต้นยาง การใส่ปุ๋ยบำรุงต้นยางด้วยปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ก็จะทำให้ต้นยาง สมบูรณ์แข็งแรงยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการขุดคูระบายน้ำให้มีความลึกมากกว่า 2 เมตร จากระดับผิวดิน ในกรณีดินมีน้ำท่วมขัง การช่วยบำรุงต้นยางเพิ่มขึ้นโดยวิธีต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ต้นยางเจริญเติบโตได้ดี แต่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน
หลังจากเลือกพื้นที่ปลูกได้แล้ว ถ้าจะปลูกยางให้ประสบผลสำเร็จสูง เพื่อให้ต้นยางเจริญเติบโต เปิดกรีดได้เร็วขึ้นนั้น มีขั้นตอนการปลูกยาง ดังนี้
การเตรียมพื้นที่ปลูกยางพารา
โดยการไถพลิกและไถพรวน อย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมเก็บตอไม้ เศษไม้ และเศษวัชพืชออกให้หมด เพื่อปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมต่อการปลูกยางทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการ อนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อสะดวกในการเข้าไปดูแลบำรุงรักษา และเก็บเกี่ยวผลผลิตน้ำยาง
วางแนวปลูกต้นยางพารา
กำหนดแถว หลักของต้นยางโดยให้วางขวางทางการไหลของน้ำ เพื่อลดการชะล้างหน้าดินและการพังทลายของดิน ให้แถวหลักห่างจากเขตสวนเก่า ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร พร้อมขุดคูตามแนวเขตสวน เพื่อป้องกันโรครากยางและการแย่งธาตุอาหาร จากนั้นวางแนวปลูกด้วยการปักไม้ชะมบตามระยะปลูก สำหรับพื้นที่ลาดเทมากกว่า 15 องศา ให้วางแนวปลูกตามแนวระดับและทำขั้นบันได ควรทำให้เสร็จสิ้นก่อนฤดูฝน (มีนาคม-ต้นเมษายน)
ระยะปลูกต้นยางพารา
ถ้า เป็นพื้นที่ราบในเขตปลูกยางเดิมภาคใต้ ใช้ระยะปลูก 2.5x 8 เมตร หรือ 3×7 เมตร จะปลูกยางได้ 80 ต้น หรือ 76 ต้น ต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนพื้นที่ราบในเขตปลูกยางใหม่ ใช้ระยะปลูก 2.5×7 เมตร หรือ 3×6 เมตร หรือ 3×7 เมตร มีจำนวนต้นยาง 91 ต้น หรือ 88 ต้น หรือ 76 ต้น ต่อไร่
ขนาด ของหลุม ขุดหลุมให้มีขนาด 50×50×50 เซนติเมตร โดยขุดดินด้านใดด้านหนึ่งของไม้ชะมบไปในทางเดียวกัน ไม่ต้องถอนไม้ออก แยกดินส่วนบนและส่วนล่างไว้คนละกอง ผึ่งแดดประมาณ 1 สัปดาห์ พอดินแห้งย่อยดินให้ละเอียด นำดินส่วนบนใส่ก้นหลุม ส่วนดินชั้นล่างผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต อัตรา 170 กรัม คลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ต่อหลุม ใส่ด้านบน
วิธีปลูกยางพารา
การปลูกยางให้ถูกวิธี โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม จะให้ผลสำเร็จสูง มีจำนวนต้นยางรอดตาย 87-94% โดยใช้ต้นยางชำถุงพันธุ์ดี มีขนาด 1-2 ฉัตร และฉัตรยอดต้องแก่เต็มที่ เลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคและแมลงศัตรู เกษตรกรสามารถเลือกพันธุ์ยางแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นพันธุ์ยางชั้น 1 ที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูง จะเห็นได้ว่าเกษตรกรในเขตปลูกยางใหม่ นิยมปลูกยางพันธุ์ RRIM 600 มากกว่าร้อยละ 95 แต่ก็ยังมีพันธุ์อื่นที่ให้ผลผลิตน้ำยางสูงเช่นกัน ได้แก่ พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 226 พันธุ์ BPM 24 นอกจากพันธุ์ที่ให้น้ำยางแล้ว เกษตรกรยังสามารถเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิต
น้ำยางและเนื้อไม้สูง เช่น พันธุ์ PB 235 พันธุ์ PB 255 ฯลฯ หรือพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อไม้สูง เช่น พันธุ์ฉะเชิงเทรา 50 พันธุ์ AVROS 2037 พันธุ์ BPM 24 พันธุ์ดังกล่าวเกษตรกรสามารถหาซื้อได้ตามแหล่งขยายพันธุ์ต้นยางที่จดทะเบียน กับกรมวิชาการเกษตร ในแหล่งปลูกยางจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงได้
การปลูกด้วยต้นยางชำถุงจึงเป็นวิธีที่ปลูกได้ผลสูงกว่าวิธีการปลูกด้วย ต้นตอตา ยาง หรือติดตายางในแปลง เนื่องจากการปลูกยางในพื้นที่แหล่งใหม่มีปริมาณน้ำฝนและจำนวนวันฝนตกน้อย กว่าในเขตปลูกยางเดิมในภาคใต้ การปลูกด้วยต้นยางชำถุง ทำให้ต้นยางเจริญเติบโตสม่ำเสมอ ลดเวลาการดูแลรักษาต้นยางอ่อนให้สั้นลง ทำให้กรีดได้เร็วขึ้น เมื่อเลือกต้นยางชำถุงได้แล้ว ในกรณีที่มีการขนส่งควรระวังอย่าให้ดินในถุงแตกและให้หันลำต้นไปในทิศทาง เดียวกัน เพื่อป้องกันการกระทบกระแทกกัน หลังการขนส่งให้ตัดรากที่ม้วนเป็นก้อนอยู่ก้นถุงหรือที่ทะลุถุงออก นำมาวางเรียง 2-3 แถว ในแถวเดียวกัน โดยให้หันลำต้นไปในทางเดียวกัน เพื่อให้ต้นยางมีโอกาสพักปรับตัว ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงย้ายลงปลูก โดยหันแผ่นตาไปทางทิศเหนือ-ใต้ ให้รอยต่อระหว่างรากกับตาอยู่ระดับปากหลุม จากนั้นใช้มีดเฉือนก้นถุงออก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร นำไปวางในหลุมที่ขุดเตรียมไว้ จากนั้นใช้มีดกรีดข้างถุงให้ขาดออกจากกันทั้ง 2 ด้าน แต่อย่าเพิ่งดึงถุงออก เพราะจะทำให้ดินในถุงแตก จากนั้นจึงกลบดินประมาณครึ่งหลุม โดยนำดินชั้นบนใส่ก้นหลุม ส่วนดินชั้นล่างที่ผสมกับปุ๋ยหินฟอสเฟต อัตรา 170 กรัม คลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ประมาณ 3-5 กิโลกรัม ต่อหลุม ให้ใส่ไว้ด้านบน จากนั้นจึงดึงถุงออก กลบดินจนเสมอปากหลุม เหยียบดินรอบๆ ต้นยางให้แน่น โดยพูนดินโคนต้นยางให้สูงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำขังในหลุม เสร็จแล้วใช้เศษพืชคลุมบริเวณโคนต้นยางให้มีรัศมี 50-80 เซนติเมตร โดยให้ห่างจากต้นยาง 5-10 เซนติเมตร เพื่อรักษาความชื้นในดิน
คุณ สุขุม แนะนำว่า หลังจากปลูกยางแล้ว ยางจะให้ผลผลิตสูงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการจัดการและการปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา สวนยางเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้การปลูกสร้างสวนยางประสบผลสำเร็จและให้ ผลผลิตสูงได้ เช่น การใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้องถูกวิธีในอัตราและเวลาตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง การตัดแต่งกิ่งในช่วงปีที่ 1-2 เพื่อให้มีพื้นที่กรีด และปล่อยให้ต้นยางสร้างทรงพุ่มต่อไปโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ เกษตรกรควรหมั่นดูแลสวนยางไม่ให้มีวัชพืชขึ้นรกด้วยการปลูกพืชคลุมดินตระกูล ถั่ว เพิ่มธาตุไนโตรเจนให้แก่ดิน หรือจะปลูกพืชแซมยางในช่วง 1-3 ปี ก็เป็นวิธีที่ได้ผลดี ทำให้มีรายได้ก่อนเปิดกรีด หรือใช้วิธีถากรอบโคนต้นยาง หรือไถพรวนปีละ 2 ครั้ง โดยทำในช่วงต้นฝนและปลายฤดูฝนก่อนการใส่ปุ๋ย จะทำให้ต้นยางได้ใช้ปุ๋ยอย่างเต็มที่ พร้อมหมั่นตรวจตราดูแลในเรื่องโรคและแมลง เพื่อหาวิธีป้องกันการระบาดเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เกิดความเสียหายแก่สวนยาง พอถึงช่วงฤดูแล้งควรคลุมโคนต้นยาง ก็ช่วยให้ยางรอดตายได้ หรือไม่ก็ทาปูนขาว หรือสีน้ำมันบริเวณโคนต้นยาง นอกจากจะป้องกันเปลือกไหม้จากแสงแดดได้แล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียน้ำของต้นยางอีกด้วย
สมาชิกสวนยางเชียงใหม่ อ.แม่อาย อ.ฝาง อ.ไชยปราการ กล้ายางมาแล้วรับปลาย พ.ค. ประชุมโรงเรียนแม่อายวิทยาคม
ติดต่อ อ.สมศักดิ์ 086-1800737
Thanks Cat. Your information is helpful
.
มีการอบรมการปลูกยางพาราในจังหวัดเชียงใหม่ที่ โรงเรียนแม่อายวิทยาคม อำเภอแม่อายโดยสำนักงานเกษตรแม่อาย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมฟรี
วิทยากร ติดต่อ 081-9513433
ผมอยากได้ข้อมูลการปลูกยางสำหรับมือใหม่ครับ
ขอบคุณสำหรับ ข้อมูลนะครับ
ผมจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์
(แบงค์ สิทธิฤกษ)
อยากได้ข้อมูลการปลูกยางพาราค่ะ ต้นทุนการลงทุนประมาณ เท่าไหร่ค่ะ สำหรับการปลูก 10 ไร่นะ
——————————————————————————–
ปุ๋ยมูลค้าวคาว ตราอินทรีย์ภัณท์ ค่าOM=76%
ปุ๋ยเคมี+อินทรีย์ สูตร 6-3-3
บรรจุกระสอบละ 25 ก.ก ราคาส่ง 450บาท ทำไมราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่น
( เป็นมูลค้างคาวได้มาจากการสัมประทานเจ้าเดียวในประเทศ เป็นค้างคาวชนิดกินแมลงพันธุ์หนูปากหย่น ขุด
ออกมาจากถ้ำที่ทับถมมานานนับหลายร้อยปี ให้ธาตุอาหารครบ 13 ธาตุ ธาตุอาหารหลัก NPK 6-3-3
ธาตุอาหารเสริม
ธาตุอาหารรอง ที่พืชต้องการ ผ่านขบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยี่ของญี่ปุ่น ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์หลายชนิดที่ผ่าน
การเพาะเลี้ยงคัดแยกสายพันธ์ ช่วยยับยั้งการเจริญเติยโตของเชื้อราและแบคทีเรียในดิน ป้องกันโรคพืชทุกชนิด
รากเน่าโคนเน่าทำให้ดินหลวมบำรุงดินกระตุ้นการแตกรากของพืชได้ดี ช่วยย่อยสะลายธาตุอินทรีย์ธรรมชาติใน
ดิน ย่อยสะลายปุ๋ยเคมีที่ตกค้างในดิน ทำให้พืชอยากและพืชกินปุ๋ย ทำให้ต้นพืชอุดมสมบูรณ์แข็งแรง ออก
ดอกออกผลได้ดีมาก ลดต้นทุนการซื้อปุ๋ย เพิ่มผลผลิต ยิ่งใช้ยิ่งรวย )
ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีย์ภัณท์ ปลดปล่อยธาตุอาหารได้นานถึง 30 วัน ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์ บำรุงดิน/บำรุงราก/บำรุงเปลือก/บำรุง
ต้น/บำรุงใบ/บำรุงดอกและผล ใช้ได้กับพืชทุกชนิดเช่น ข้าว/ข้าวโพด/มันสำประหลัง/อ้อย/ยางพารา/ปลาร์ม/
พืชผักทุกชนิดพืชล้มลุกและพืชยืนต้น
การลงทุน
1. 1รหัสใช้เงิน 6,100บาท โอกาสสร้างรายได้
จับคู่จ่ายรายวันสูงสุดวันละ1,5000บาทต่อวัน450,000บาทต่อเดือน
1M ค่าตำแหน่ง 15,000บาท+จับคู่จ่าย450,000บาทรวมรายได้ 460,000บาทต่อเดือน
1D ค่าตำแหน่ง 50,000บาท+จับคู่จ่าย450,000บาทรวมรายได้ 500,000บาทต่อเดือน
1P ค่าตำแหน่ง 100,000บาท+จับคู่จ่าย450,000บาทรวมรายได้ 550,000บาทต่อเดือน
2. 3รหัสใช้เงิน 17,400บาท โอกาสสร้างรายได้
จับคู่จ่ายรายวันสูงสุดวันละ1,5000บาทต่อวัน450,000บาทต่อเดือน
1M รายได้ 460,000บาทx3=1,380,000บาทต่อเดือน
1D รายได้ 500,000บาทx3=1,500,000บาทต่อเดือน
1P รายได้ 550,000บาทx3=1,650,000บาทต่อเดือน
3. 7รหัสใช้เงิน 40,000บาท โอกาสายได้
จับคู่จ่ายรายวันสูงสุดวันละ1,5000บาทต่อวัน450,000บาทต่อเดือน
1M รายได้ 460,000บาทx7=3,220,000บาทต่อเดือน
1D รายได้ 500,000บาทx7=3,500,000บาทต่อเดือน
1P รายได้ 550,000บาทx7=3,850,000บาทต่อเดือน
4. 15รหัสใช้เงิน 85,200บาท โอกาสสร้างรายได้
จับคู่จ่ายรายวันสูงสุดวันละ1,5000บาทต่อวัน450,000บาทต่อเดือน
1M รายได้ 460,000บาทx15=6,900,000บาทต่อเดือน
1D รายได้ 500,000บาทx15=7,500,000บาทต่อเดือน
1P รายได้ 550,000บาทx15=8,250,000บาทต่อเดือน
5.MDP รับโบนัสไตรมาส4เดือนครั้ง,รับโบนัสปลายปี
6.MDP ท่องเที่ยวฟรีต่างประเทศ
7.MDP ประกันชีวิต1ล้านบาท
8.MDP โอนถ่ายให้ลูกหลานทำต่อไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เป็นมรดกตกทอดตลอดไป
9.ไม่ต้องรักษายอด,ไม่ต้องต่ออายุสมาชิก
10.อีกมากมายที่ท่านคิดไม่ถึง( ที่มาของเงิน40%บริษัทบริหารภายในค้าส่ง30%+ค้าปลีก30%=ท่านกับญาติ
ทำตลาดได้เเลยลูกค้า100% ) รายได้เกิดจากการใช้สินค้าไม่มีค่าหัวคิว
ซื้อปุ๋ยได้ปุ๋ยซื้อสินค้าได้สินค้าธุรกิจเป็นของแถม
การลงทุนอาจมีความเสี่ยงควรศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุน
ส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,เลขที่บัญชีธนาคารกรุงเทพหรือไทยพาณิชย์,ผู้รับผลประโยชน์
ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆจนกว่าจะซื้อสินค้า
คุณบุญมี อัคฮาดศรี 199/2175 ม.3 ซ.18/1 พฤษา15 ถ.บางพลี-ตำหรุ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.
สมุทรปราการ 10280 โทร.081-4319494 / 02-360-4121
( BOONMEE_2512@HOTMAIL.COM ) เข้าชมบริษัท http://www.coin.co.th
อยากลองปลูกยางที่ขอนแก่น ขอคำแนะนำด้วยค่ะเพราะไม่มีความรู้เรื่องการปลูก และพันธ์ยางที่เหมาะสมกับสภาพดินทางภาคอีสาน ขอบคุณคะ
ผมขอนำเสนอ เทคนิคในการจัดการปลูกยางพารา ในแนวทางจากประสพการณ์จริงๆปัญกาการจัดการให้ได้นั่นคือ”ดิน”หรือพื้นที่ๆทำการเพาะปลูก เพราะวันนี้พื้นที่ๆทำการเพาะปลูกดินมีปัญหา ดินแข็ง ดินเป็นกรด ดินมีเชื้อรา โดยเชื้อราไฟท็อปเทอราและออยเดี่ยม ที่มีปัญหาต่อโรคเชื้อราและใบร่วง หรือหน้ากรีดไม่สมบูรณ์ ทำให้หน้ากรีดแห้งหรือตายนึ่งในที่สุด…แนวทางในการจัดการนั่นคือ”การใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติคไคโตซาน”ซึ่งได้รับการวิจัยโดยแท้จริง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน นครปฐม สนใจข้อมูลรายละเอียด..โทร.อ.สิงห์ทองหัวหมาก086-2741839
@อยากได้ข้อมูลการปลูกยางค่ะ
@อยากได้ข้อมูลการปลูกยางค่ะ ควรตรวจเช็คสภาพดินให้ละเอียดก่อนน่ะครับจะได้ไม่มีปัญหาเมื่อปลูกไปแล้ว นั่นคือการปรับปรุงบำรุงดินและต้นกล้ายางพาราควรเลือกให้นานๆระวังโดนต้นกล้ายางที่ไม่มีคุณภาพ ใช้ยาเร่งรากให้รากงอกเร็วๆเพื่อต้องการขายอย่างเดียวระวังให้ดีๆปัญหานี้เกิดมากมาย สนใจติดต่อรายละเอียดโดยตรง086-2741839
@veerayuth_poko สนใจติดต่อข้อมูลปลูกยางพารแบบมืออาชีพติดต่อส่งชื่อที่อยู่มาที่โทร.086-2741839หรือที่เลล์นี้
การปลูกยางพารา ณ วันนี้สิ่งสำคัญคือ การจัดการดินและต้นกล้ายางพารา เสียก่อนน่ะครับ..ใช่ยางพาราต้องกานนำและความชื้นแต่ไม่ต้องการน้ำในปริมาณที่มาก เพราะจะทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าและความเป็นกรดด่างของดินก็มีผลทั้งหมด การใช้ปุ๋ยเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น แต่การให้ธาตุอาหารแก่ยางพาราสำคัญลองโทรมาปรึกษา086-2741839
การปลูกยางพารา เรื่องของดินและสายพันธุ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะปัจจุบันดินมีปัญหาต่อการเจริญเติบโตของ กล้ายางพารา
ปุ๋ย เป็นองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นในการเจริญเติบโต..การคปรับปรุงดินสร้างธาตุอาหาร..นีคือสิ่งจำเป็น..สนใจติดต่อ086-2741839
ยางผมปลูก4ปีแล้วยังกรีดไม่เป็นเลย อยากทราบที่เรียนอยู่ที่ไหน
ผมอยากได้ข้อมูลการปลูกยางพาราสำหรับเนื้อที่10ไร่ปีนี้ผมกำลังวางแผนถางต้นไม้ในที่ออกแล้วเตรียมหน้าดินแล้วผมขอข้อมูลกล้ายางพาราที่เหมาะสมลำปางคับ
สหกรณ์การเกษตรและศูนย์วิจัยปุ๋ยมูลค้างคาว
บริหารโดย คุณบุญมี อัคฮาดศรี
081-4319494
ขอแนะนำปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีย์ภัณท์ ค่า om = 76%
ปุ๋ยดีใช้สำหรับ ยางพารา
ให้ธาตุอาหารครบ 13 ธาตุ
ธาตอาหารหลัก 6-3-3
ธาตุอาหารรอง
ธาตุอารหารเสริม
ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์ไล่แมลง/ป้องกันโรคพืชรากเน่าโคนเน่า/เชื้อราแบคทีเรียในดิน
ฉีดพ่นด้วยจุลินทรีย์/บำรุงดิน/บำรุงราก/บำรุงเปลือก/บำรุงลำต้น/บำรุงใบดอกและผล
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ขายส่งตันละ 17,000 บาท
ค้าส่งค้าปลีก/มีเงินปันผลรายเดือนและรายวัน
แปลงรายจ่ายเป็นรายได้
ติดต่อคุณบุญมี อัคฮาดศรี
081-4319494
สนับสนุนโดย
บริษัทเจริญโอสถและห้างจอยมาร์ท http://www.coin.co.th
( ห้างจอยมาร์ทค้าปลีกค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคมีสินค้า 10,000 รายการ 80 สาขาทั่วประเทศ )
หากท่านมีสินค้าดีแข่งขันได้เชิญนำมาวางในห้างเราได้
ไวเท็กซ์ (Vitex)
นำเข้า , จัดจำหน่าย และบริการหลังการขายโดย
บริษัท ที.พี.พี.โปรตัส จำกัด
น้ำยายืดอายุต้นยางพารา เพื่อบำรุงรักษาคุณภาพ และเพิ่มผลผลิตยางพาราได้อย่างมหัศจรรย์ ค้นคว้าวิจัยโดยศูนย์วิจัยยางพาราแห่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานวิจัยยางพารามานานกว่า ๓๐ ปี
ทางศูนย์วิจัย ฯ ได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ ไวเท็กซ์ กับต้นยางพาราทั้งในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา อินเดีย และไทย รวมกันกว่า ๒๕,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่า ได้ผลดี มีประสิทธิภาพสูงเท่าเทียมกันทั้งหมด เพราะไวเท็กซ์ไม่ใช่สารกระตุ้นเร่งน้ำยาง แต่เป็นวิตามินเพิ่มคุณภาพให้กับต้นยาง จึงช่วยให้ต้นยางสามารถสร้างน้ำยางได้มากขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ทำให้ต้นยางเสื่อมโทรมเลยแม้แต่น้อย
มีการรับรองยืนยันผลการทดสอบโดยสถาบัน MTES. ประเทศมาเลเซีย เลขที่ MD-AOT-106-07 เพราะฉะนั้นประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ไวเท็กซ์จึงมีดังนี้
๑. รักษาและป้องกันโรคหน้ายางแห้ง ช่วยให้หน้ายางกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง อันเป็นการยืดอายุของต้นยางพารา
๒. เพิ่มความเข้มข้นของน้ำยางได้สูงขึ้นอีก ๓๘% จึงสามารถเพิ่มผลผลิตน้ำยางได้สูงสุด ๓ เท่า จากผลผลิตเดิม
๓. สร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้กับต้นยางพารา
๔. สร้างเปลือกของต้นยางให้มีความหนานุ่มมากยิ่งขึ้น จึงช่วยทำให้ง่ายต่อการกรีดซึ่งประหยัดเวลามากขึ้นด้วย
๕. ไม่เป็นอันตรายต่อต้นยางพารา และช่วยลดต้นทุน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากขึ้น
วิธีการใช้น้ำยาไวเท็กซ์กับต้นยางพารา คือ ลอกยางแห้งจากรอยกรีดเดิมออกก่อน จากนั้นใช้พู่กันขนาด ๔ มิลลิเมตร จุ่มน้ำยาไวเท็กซ์เพียงครั้งเดียว แล้วทาตามแนวหน้ายางไป – กลับ ๑ ครั้ง โดยทาทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมงก่อนที่จะกรีดยางซ้ำ ซึ่งจะเห็นผลตามที่กล่าวมาข้างต้นทันที และควรทาซ้ำในทุก ๆ ๑๐ วัน สำหรับต้นยางทั่วไป แต่ถ้าเป็นต้นยางแก่ควรทาซ้ำทุก ๆ ๕ วัน
ข้อควรระวังในการใช้น้ำยาไวเท็กซ์ คือ ควรใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแม้ว่าหน้ายางจะเป็นปกติดีแล้ว เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำยาง และป้องกันไม่ให้โรคหน้ายางแห้งกลับมาเป็นซ้ำอีก โดยไม่ควรใช้น้ำยาไวเท็กซ์ในช่วงที่ฝนตก เพราะความชื้นจะทำให้หน้ายางอุดตันได้ จึงเหมาะที่จะใช้น้ำยาไวเท็กซ์ในช่วงฤดูหนาว หรือหน้าแล้งที่ไม่มีมรสุม นอกจากนี้ยังไม่ควรผสมน้ำยาไวเท็กซ์กับน้ำยาอื่น หรือทำให้เจือจางลงด้วยการเติมน้ำเป็นอันขาด แต่สามารถใช้ปุ๋ยทั่วไปในการบำรุงต้นยางได้ตามปกติ
การเก็บรักษาน้ำยาไวเท็กซ์ ควรเก็บไว้ในที่แห้งตามอุณหภูมิปกติ อย่าให้ถูกแสงแดดโดยตรง และพึงระมัดระวังไม่ควรสูดดม รวมถึงเข้านัยน์ตา หากน้ำยาไวเท็กซ์เข้าดวงตา ต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ จึงควรเก็บให้ห่างไกลจากมือเด็กด้วย
ราคาที่จัดจำหน่าย มีการกำหนดราคาทั้งปลีกและส่ง ตามปริมาณของการสั่งซื้อดังนี้
(๑) การสั่งซื้อในปริมาณไม่ถึง ๓๐๐ ลิตรของแต่ละครั้ง จำหน่ายในราคาลิตรละ ๑,๘๐๐ บาท (เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อใช้ประโยชน์เท่าที่มีต้นยางพารา หรือเท่าที่จำเป็น)
(๒) การสั่งซื้อในปริมาณตั้งแต่ ๓๐๐ ลิตร แต่ไม่ถึง ๕๐๐ ลิตรของแต่ละครั้ง จำหน่ายในราคาลิตรละ ๑,๗๕๐ บาท (เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อใช้ประโยชน์ครั้งหนึ่ง และสำรองเพื่อใช้ประโยชน์ครั้งต่อ ๆ ไปในสวนที่มีขนาดเล็ก – กลาง กล่าวคือ ไม่เกิน ๑๐๐ ไร่)
(๓) การสั่งซื้อในปริมาณตั้งแต่ ๕๐๐ ลิตร แต่ไม่ถึง ๑,๐๐๐ ลิตรของแต่ละครั้ง จำหน่ายในราคาลิตรละ ๑,๗๐๐ บาท (เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อใช้ประโยชน์ และสำรองไว้กับสวนขนาดใหญ่ มีเนื้อที่มากกว่า ๑๐๐ ไร่)
(๔) การสั่งซื้อในปริมาณตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ลิตรขึ้นไปของแต่ละครั้ง จำหน่ายในราคาลิตรละ ๑,๖๕๐ บาท (เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อใช้/สำรองการใช้ในสวนของผู้ซื้อเอง และเพื่อการจำหน่ายต่อให้กับผู้ซื้อรายอื่นด้วย โดยไม่ควรจำหน่ายเกินกว่าราคาลิตรละ ๑,๘๐๐ บาท)
ติดต่อสอบถาม และสั่งซื้อได้ที่ นายไกรศรี จันทรปัญญา (นนท์) โทรศัพท์/โทรสาร. ๐๒ – ๒๗๙๐๔๓๙ , มือถือ. ๐๘๙ – ๘๑๐๗๓๗๑ หรือทาง E-mail : t-offks@windowslive.com nitisak_ud@hotmail.com
ยากรู้วิธีการบำรุงรักษาต้นยางพารา
มีอุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในสวนยางพาราจำหน่าย และต้องการตัวแทนจำหน่ายครับ
สารทาหน้ายาง ทาธา คุณภาพสูง
ประโยชน์และคุณสมบัติ
1 ป้องกันและกำจัด โรคสาเหตุจากเชื้อราสกุล Phytophthera sp. เช่นโรคเส้นดำ โรครากเน่าโคนเน่า โรคใบร่วง
2 ทำให้แผลที่เกิดจากรอบกรีด หายได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
3 ทำให้สร้างเนื้อเยื่อและเปลือกใหม่ได้รวดเร็ว
4 ปริมาณน้ำยางไม่ลด แม้ต้นที่เป็นแผล
5 มีความเข้มข้นสูง จึงใช้ปริมาณน้อยและติดทนนาน ใช้ได้800-1000ต้น
วิธีการใช้
ใช้แปรงจุ่ม ทาธา ทาบริเวณหน้าที่กรีดยางทุก7วัน ประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ถ้าหากฝนตกชุกติดต่อกันควรทาสารต่อไปอีกจนกว่าโรคนี้จะหายหรือทาทุกครั้งที่มีการกรีดยาง
คำเตือน
ต้องเก็บ ทาธา ในภาชนะที่มิดชิด ห่างจากเด็ก อาหาร และสัตว์เลี้ยง ควรล้างมือหรืออาบน้ำหลังการใช้งานทุกครั้ง
สนใจจำหน่าย ติดต่อ อุไรวรรณ 0815502458 0863700745
ต้องการขายสวนยางที่จ.ร้อยเอ็ดอายุยาง 7 ปี เนื้อที่ 12 ไร่ ประมาณเจ็ดร้อยกว่าต้น ราคา เจ็ดแสนห้า ที่ดินจับจอง สนใจโทร 081-471-0691
ยากรู้วิธีการปลูกยางพาราเพื่อที่จะให้ยางพาราสวยงามมากขึ้น
การปลูกยาง ปลูกไม่ยากครับ แต่เราต้องรู้จักดูแลด้วยครับ ระยะเวลา 3 เดือนใส่ปุ๋ย 1ครั้งจนถึงระยะเวลา 1ปีถึง3ปี ระยะเวลา 3ปีถึง 6ปี ใส่ปุ่ยปีละสองครั้งก็ได้ หากคุณต้องการให้ยางสมบูรณ์ดีละก็ ห้ามใช้สารเคมีอยางเด็ดขาดเพราะยางพาราทุกพันธุ์จะแพ้สารเคมี 30 กว่าปี ที่ผมทำเรืองวิสัยมา ผมจึงทราบเป็นอย่างดีสวนยางของผมไม่เคยใช่สารเคมีเลย เพราะสารเคมีทำให้ต้นยางเป็นเชื้อราครับ ทำให้ยางไม่ออก และหน้ายาง ตายนึ้ง หน้ายางเสียครับ ยากรุ้เรื่องยางพารา ยินดีให้คำปรึกษา โทรมาถามได้ครับ 042-224221-084-2091114-080-7030191
(เอกอินทรีย์ นาโน ชนิดน้ำ เป็นสูตรป้องกันเชื้อรา สำหรับต้นยางพารา)มีจำหน่ายแล้ว โทร มา สั่งชือได้ครับ (ไม่มีสารเคมีครับ)รับสั่งจองยางตาเขียว ยางถุง ยางถุง1 ชั้น และ 2 ชั้น รับส่งทั้วประเทศ โทรมาที่ 042-224221-080-7030191-087-2226653 รับสั่งจองด๋วนมีไม่มากครับ E-Mail/ John09_Rover@hotmail.com
ผมจะบอกให้เพือนทราบนะครับ สวนยางผมไม่เคยไช้สารเคมีเลยครับ ผมใส่ปุ๋ยขี้ไก่แห่ละ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพมาคลอด ใช้ดี น้ำยางดี หนัยางไม่เคยตายแห้งครับ ยากรุ้เรืองยาง โทรมาถามได้ครับ 042-2242210-080-7030191-
จำหน่ายต้นกล้ายางพาราชำถุงแหล่งผลิตจากจังหวัดตราดรับรองพันธุ์ตายางจากสถานีการยางโป่งแรดจันทบุรีพร้อมแนะนำการดูแลโทร0838702101
ที่จังหวัด…อุดร..ตอนนี้ดีมากครับน้ำยางดีครับแต่ ที่ไม่ได้ผลเพราะคุณไม่ดูแลอยางถูกวิทีครับ…สนใจเรื่องยางพารา ยากเรียน โทรมาครับ 042-224221-080-7030191ครับทุกปัญหามีคำตอบขอให้คุณตั้งใจทำ ชาวจังหวัดอูดร เรา วิทยากรสอนให้ท่านทุกอาทิตย์ มีรายดี คนมียางยิ้มครับ ยากจะปรึกษา เรียนรุ้ เรื่องยางพารา ท่านโทรมาติดต่อ และเข้าอบรมได้ครับผม และยินรับ ปรึกษา และสอน ทุกจังหวัด หากท่านสนใจ
อยากทราบว่าจะสามารถปลูกอ่างที่อ่างทองได้ไหม พอดีสนใจเห็นจังหวัดอื่นเค้าปลูกกันเยอะ
ท่านที่สนใจที่จะเรียนรุ้ ด้านการกรีดยางพารา การลับมีดกรีดยาง วิทีรักษาหน้ายางตายนึ้ง โทรมาสมัครได้ที่ โทร 042-224221-080-7030191 เรามีครูฝึกสอนให้ครับ สนใจโทรสอบถามกอ่นครับ
รับสอนกรีดยางพารา ลับมีดกรีดยาง สอนวิธีดูแลยางพารา วิธีใส่ปุ๋ย สอนโดยครู ที่มีประสบการมากว่า 30 ปี ท่าน ดร.ดิลกนพรัฐ ชัยวรรณวงศ์ ณ นคร โทรสอบถ่ามมาที่เบอร์ 042-224221-080-7030191-087-2226653 ครับผม
อ่างทองต้องปลูกปามล์ครับเหมาะที่สุด ดินและน้ำไม่เหมาะสำหรับการปลูกยางพาราครับ จงทำในสิ่งที่ปัจจัยแวดล้อมเหมาะสม จะช่วยลดต้นทุนในการผลิต
เฒ่า วิเศษฯ
อยากได้ข้อมูลการปลูกยาง ที่ 10 ไร่ ขอบคุณครับ
จะปลูกยางในพื้นที่ภูเขา อ.เขาค้อ เพชรบูรณ์ พันธ์ุไหนเหมาะ ควรไถก่อน หรือขุดหลุมปลูกเลย เพราะบางคนบอกไม่้องไถ และเผา เดี๋ยวดินแห้ง จะไม่รอด ช่วยตอบด้วย
ขายขี้ค้างคาว100% ราคาก.กละ16บาท ( ผสมหัวปุ๋ย NPK 24-12-12 ราคาก.กละ18บาท )
มีธาตุอาหารครบ13 ธาตุ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารเสริม ธาตุอาหารรอง ติดต่อ คุณบุญมี อัคฮาดศรี
081-4319494 boonmee_2512@hotmail.com
ปลูกยางที่แพร่ ดีใหมครับ หรือที่จันทบุรี ดีกว่า ครับ มี ที่ดินสองที่ครับ
มีปุ๋ยอะไรดีก้อเมล์มาได้นะค่ะ เพราะไม่อยากใช้สารเคมีอีกต่อไปเหมือนกันค่ะ เพราะปีนี้อยากใส่ปุ๋ย อินทรีย์ แต่เห็นเขาว่าใส่แล้วไม่ได้ผล อันนี้ก้อไม่รู้ค่ะ แต่กำลังหาปุ๋ยอินทร์เคมีอยู่ลองเสนอปุ๋ยมาที่ ch_kankaset@hotmail.com แล้วส่งถึงที่ราคาตกเท่าไหร่เพราะเอามาใส่เองค่ะ สั่งต่อครั้งถ้าเป็นเคมีที่เคยใช้อยู่ประจำทุกปีก้อ 70 กระสอบค่ะ แต่ถ้าเป็น อินทรีเคมีต้องใส่กี่กระสอบค่ะและราคาตกประมาณเท่าไหร่
ชาวสวนอุดรค่ะ
ถ้าจะปลูกที่จังหวัดนครสวรรค์ อ.ตากฟ้า สามารถปลูกได้ไหมครับ แล้วต้องใช้ยาง พันธ์ไหนครับและหาซื้อได้ที่ไหนครับ รบกวนด้วยนะครับ
อยากทราบว่า จริงหรือไม่ที่เขาบอกว่าแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือปลูกยาง 251 บางครั้งไม่มีนำ้ยางออกหลังจากปลูกมาได้ 6 ปี ถ้าใครทราบข้อเท็จจริงรบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะค่ะ
พื้นที่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เหมาะกับการปลูกยางพารา หรือปาล์มน้ำมันหรือเปล่าคะ
เคริ่องรีดยางเครพ 1. เครื่องลูกกลิ้ง 14 นิ้ว เป็นเหล็กหล่อ ขนาดความยาวของลูกกลิ้ง .95 ม. มอเตอร์ 40 แรง ระบบสายพาน เป็นของไต้หวัน มือ 2 นะครับ พึ่งปลดจากโรงงาน ราคา 240000 บาท 2.เครื่องลูกกลิ้ง 14นิ้ว เป็นเหล็กหล่อ ขนาดความยาวของลูกกลิ้ง 1.2 ม. มอเตอร์ แรง ระบบยอย เป็นของไต้หวัน มือ 2 นะครับ พึ่งปลดจากโรงงาน ราคา 270000 บาท 3เครื่องลูกกลิ้ง 14 นิ้ว เป็นเหล็กหล่อ ขนาดความยาวของลูกกลิ้ง .95 ม. มอเตอร์ 40 แรง ระบบสายพาน เป็นของไต้หวัน มือ 2 นะครับ พึ่งปลดจากโรงงาน ราคา 260000บาท ทุกเครื่องที่โพทต์ใช้ได้ทันที่ ทดสอบก่อนได้ครับเพื่อความพึ่งพอใจ ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 087-984-1370-085-366-7077 คุณ x
มีที่ดินประมาณ ๒0 ไร่ อำเภอศรีมหาโพธิ์ ปราจีนบุรี อยากปลูกยางดีใหมมือใหม่ขอคำ แนะนำด้วย
เกษตรกรที่ปลูกยางพารา ถ้าอยากใด้ความรู้ในการปลูกยางพารา วิธีปลูก การเตรียมดิน ฯ รับปรึกษาฟรีครับ 087-9162130 บริการถึงที่ครับฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
สนใจการปลูกยางพารามากครับไทราบว่าพื้นที่เพชรบูรณ์ติดต่อจังหวัดเลยปลูกได้ไหมครับ
เรียนท่านวิทยากร
มีทีดินอยู่ปราจีนบุรี 32ไร่ ติดเขาเป็นที่ราบบางส่วน ลาดชันบางส่วนและติดคลองน้ำธรรมชาติ ปัจจุบันเป็นที่รกๆ สนใจอยากปลูกยาง อ่านข้อมูลข้างต้นบ้างแล้ว แต่อยากทราบการเริ่มต้นจริงๆ จะใช้ต้นทุนในปีแรกเท่าไหร่และปีต่อๆไปโดยประมาณจนกว่าจะกรดยางได้ค่ะ หรือควรปรึกษาขั้นต้นกับหน่วยงานใดค่ะ
ขอบคุณ
ดาริณ๊
สวัสดีครับผม ผมขายปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ยี่ห้อ วินโกลด์ wingold สำหรับใส่ต้นยางพาราโดยเฉพาะ
ข้อดีสำหรับปุ๋ยวินโกลด์ wingold
1. ใช้แล้วสามารถรักษาหน้ายางตายนึ่งได้ผลดีมาก
2. ใช้แล้วหน้ายางนิ่มกรีดง่าย
3. ใช้แล้วเปอร์เซ็นต์น้ำยางจะดีกว่าปกติ ทำให้ขายได้ราคา
4. ใช้แล้วน้ำยางจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
5. ใช้แล้วใบยางไม่ร่วง ผิวยางจะเนียน และต้นยางให้ผลผลิตนานกว่า
6. ใช้แล้วหน้ายางไม่เป็นโรคเส้นดำ และโรครากขาว
7. ทำให้ดินร่วนซุย และทำให้ดินมีออกชิเจนมากพอที่ต้นยางจะใช้
9. เพิ่มธาตุอาหารให้ดินที่ต้นยางไว้ใช้ผลิตน้ำยางได้ครบถ้วน
วิธีการใช้ ใช้ต้นละ 1-3 กิโลกรัม สนใจติดต่อซื้อปุ๋ย อินทรีย์วินโกลด์
ได้ที่คุณศุภกฤษ 089-986-9179,086-994-2615 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่บ้านมีที่ดินเป็นสวนลำใยเก่าประมาณ 70 ไร่ ที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีระบบนําพร้อม ท้ายสวนติดคลอง มีนําตลอดปี ความลาดเอียงไม่เกิน 35 องศา อยากทำสวนยาง รบกวนพวกพี่ๆ ช่วยแนะนำหน่อยครับ ป.เดี่ยว
พันธ์ยาง 600 ยอดดำของแท้จากพังงา กล้ายางอยู้ยโสธร ดูแลครบวงจรสนใจมั้ย
รับสั่งจองกล้ายาง 1-10000000 ต้นขึ้นไปในปี55 และเรามียาฆ่าเพลี้ยแป้งเด็ดขาดแต่ปลอดภัย-ยาฆ่าหญ้าระบบออแกนนิคส์เหมาะธุรกิจส่งออก
มีกล้ายางพาราทุกสายพันธุ์ จำหน่าย ราคาต้นละ 30 บาท ขึ้นไป สนใจติดต่อคุณสนั่น 086-2617538 จังหวัดอุบลราชธานี
ขายต้นยางพารา 4 ปีครึ่งกรีดยางได้เลย และ
พันธุ์ปาล์ม เมล็ดปาล์ม ต้นปาล์ม พร้อมปลูกในภาคอีสาน
สนใจติดต่อได้ที่ คุณตุ้ย 088-4793895+++.
อยากลองปลูกยางครับพื้นที่30กว่าไร่อยู่ที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบ เริ่มหาข้อมูลอยู่อยากทรายรายลัเอียดเพิ่มเติมครับ
ที่ดินในอีสาน ถมที่นาสูง 50 ซม.นำ้ท่วมไม่ถึงเหมาะแก่การป,ุกยางพาราไหมครับ อยากลองปลูก
กานปุกยางพารา และ กานดุแลรกสายาง
“อยากทราบว่า จริงหรือไม่ที่เขาบอกว่าแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือปลูกยาง 251 บางครั้งไม่มีนำ้ยางออกหลังจากปลูกมาได้ 6 ปี ถ้าใครทราบข้อเท็จจริงรบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะค่ะ”
ปลูกที่จังหวัดเลย กรีดมาได้ 4 ปี แล้ว 20 ไร่ได้วันละ 100 แผ่นกว่า ๆ
ที่เชิงดอยปลูกได้ป่าวครับ
จำหน่ายพันธุ์ยางชำถุงคุณภาพดีเพาะเมล็กติดตาในถุง
สายพันธุ์ RRIM 600 , RRIP 251 ,PB 235
และมีการจำหน่ายยางตาเขียว ที่มีรากแก้วที่สมบูรณ์แข็งแรง
สามารถหาอาหารได้ดีและปรับตัวได้ทุกสภาพพื้นที่
ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ
การติดตาได้ทีการรับรองพันธุ์โดยศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่คุณกรเอก จันทรเจ็ก ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา
Tel. 084-3452855
สนใจต้นกล้ายางพาราคุณภาพดี เข้าไปดูได้ตามเว็บไซต์
อยากปลูกยางที่ศรีสะเกษจะปลูกได้หรือเปล่า