พระโคกินอะไร วันพืชมงคล 2556 : พระโค กินข้าวโพด และ หญ้า

No comments May 13th, 2013

พระโคกินอะไร วันพืชมงคล 2556 :

พระโคกินข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร (หมายถึง อาหาร คือ ข้าว) ผลาหาร (ผลไม้) จะบริบูรณ์ดี

พระโคกินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร (หมายถึง เนื้อสัตว์) จะอุดมสมบูรณ์ดี

วันพืชมงคล 2555 : พระโคกินหญ้า

No comments May 9th, 2012

พระโค 2555

วันพืชมงคล ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

ผลการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง) พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่

วันพืชมงคล 2555: วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

No comments March 5th, 2012

พระโค 2555

วันพืชมงคล ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

ผลการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง) พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่

วันพืชมงคล เป็นวันสำคัญที่กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย มีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีโบราณ สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีนี้กระทำที่ท้องสนามหลวง

ทางราชการกำหนดให้วันพืชมงคลเป็นวันเกษตรกร และกำหนดให้วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ยกเว้นธนาคารและบริษัทเอกชนบางแห่งไม่หยุดทำการ วันพืชมงคลจะไม่ตรงกับวันเดิมตามสุริยคติหรือจันทรคติของทุกปี แต่สำนักพระราชวังจะเป็นผู้ประกาศวันพืชมงคล ให้เป็นวันใดวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม แล้วแต่ในแต่ละปี ซึ่งในปี พ.ศ. 2555 วันพืชมงคล ตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

โดยในปี พ.ศ. 2554 พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า – เหล้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้ากับต่างประเทศดีขึ้น และ พระยาแรกนาเสี่ยงได้ผ้า 5 คืบ สองพระโคกินหญ้า-เหล้า โหรทำนายน้ำ-อาหารบริบูรณ์พอควร การค้าต่างประเทศดีขึ้น

และในปี พ.ศ. 2555

วันพืชมงคล ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง พระโคเสี่ยงทาย (พระโคฟ้า-พระโคใส) กินหญ้า พยากรณ์น้ำท่าบริบูรณ์พอควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี

ผลการตั้งสัตยาธิษฐานหยิบผ้านุ่งแต่งกาย (การเสี่ยงทายผ้านุ่ง) พระยาแรกนา หยิบได้ผ้า ๖ คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอน จะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่

การเลี้ยงไส้เดือน

No comments February 29th, 2012

ไส้เดือน” (Earth worm) มีอยู่ในผืนดินทั่วไป ทำหน้าที่สร้างความอุดมสมบูรณ์สร้างอินทรียสารช่วยพรวนดิน จากคุณประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ส่งผลให้ปัจจุบันเกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาสนใจเลี้ยงเพื่อส่งขายสร้างเม็ดเงินเข้ากระเป๋ากันมากขึ้น และที่ ชุมชนต้นแบบของการใช้เกษตรอินทรีย์บ้านไร่กองขิง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในจำนวนนี้

นายเจริญ ธนันชัย กรรมการกลุ่มเกษตรกรบ้านไร่กองขิง บอกกับ “หลายชีวิต” เมื่อครั้งร่วมเดินทางไปกับ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ว่า ปัจจุบันทั่วโลกพบไส้เดือนประมาณ 4,400 ชนิด โดยแบ่งออกได้ตามลักษณะแหล่งที่อยู่อาศัยอย่าง บริเวณหน้าดิน ดินชั้นบน ที่มีความลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ดินชั้นล่าง ที่มีความลึกประมาณ 2-3 เมตร

โดยการเคลื่อนที่ในดินของไส้เดือน ถือเป็นการพรวนดิน ทำให้เกิดช่องว่างเพิ่มปริมาณออกซิเจน และจากสภาพทั่วไปตามธรรมชาติ เราจะเห็นไส้เดือนจะอยู่ทั่วไปตามดินชุ่มชื้นร่วนซุย หากินอยู่ตามผิวดินและชอนไชไปตามซอกหลืบของเม็ดดิน ปกติมันจะกินเศษใบไม้และพืชผักเป็นอาหาร พักผ่อนกลางวันออกหากินกลางคืน มูลจากสัตว์เลื้อยคลานดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพได้อีกด้วย

จากคุณประโยชน์ดังกล่าว ชาวบ้านแถบนี้จึงเริ่มรวมกลุ่มเลี้ยงซึ่งขณะนี้ได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว และเริ่มมีรายได้ ซึ่งการเลี้ยงก่อนที่จะนำไส้เดือนลงในบ่อดิน กลุ่มได้คิดค้นนวัตกรรม ที่ประยุกต์จากชั้นใส่ของพลาสติกที่ขายอยู่ทั่วไป มาทำเป็น “คอนโดฯไส้เดือน” โดยใส่ดินมูลวัวและเศษผักผลไม้ ให้เป็นแหล่งอาหารของไส้เดือน พร้อม ทั้งเจาะรูชั้นพลาสติกทุกชั้น ยกเว้นชั้นสุดท้าย จะไม่เจาะรู เพราะให้เป็นเหมือนสุขาหรือส้วมของไส้เดือน รองรับปัสสาวะและมูลของไส้เดือนนำไปกักเก็บเพื่อขายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ เมื่อไส้เดือนอยู่คอนโดฯได้ระยะเวลาหนึ่ง ก็จะถูกนำไปเลี้ยง ในบ่อซีเมนต์ โดยมีเศษผักเป็นอาหาร ถือเป็นการช่วยกำจัดขยะในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ จากข้อมูลทางวิชาการ ไส้เดือน 1,000 กว่าตัว สามารถช่วยย่อยขยะได้ประมาณ 1 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 3-4 วัน เรียกว่า เลี้ยงไส้เดือนอย่างเดียวได้ประโยชน์หลายต่อ อย่างที่เห็นชัดก็คือจะมีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยจะมาหาซื้อไส้เดือนเพื่อนำไปเลี้ยงต่อ เพื่อนำมูลหรือฉี่ของไส้เดือนไปผสมน้ำใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์รดต้นลำไย ตัวไส้เดือนยังส่งขายได้ในราคากิโลฯละ 500 บาท

“…ตอนนี้ ก็มีเกษตรกรมาขอซื้อไส้เดือนและมูลไส้เดือนอยู่เรื่อยๆ ถ้ากิจการดี กลุ่มก็อาจจะขยายการเลี้ยงไปในชุมชนต่อไป…”

เกษตรกรในพื้นที่อื่นที่สนใจการเลี้ยงไส้เดือนดิน กลุ่มเกษตรกรบ้านไร่กองขิง ไม่หวงวิชาติดต่อขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้ที่กลุ่มเกษตรกรบ้านไร่กองขิง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่

อนาคตไม่แน่หากเลี้ยงดีๆ อาจเป็นเศรษฐีไส้เดือนโดยไม่รู้ตัว.

เพ็ญพิชญา เตียว

การเพาะหอยหลอด

No comments February 27th, 2012

กรมประมง ได้จัดทำ “แผนการดำเนินงานเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำประเภทหอยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย” ขึ้น โดยได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์หอยชนิดต่างๆ เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งล่าสุด ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กรมประมง ได้ทำการเพาะขยายพันธุ์หอยหลอด ซึ่งเป็นหอยประจำถิ่นของจังหวัดสมุทรสงครามที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ

นางสาวจินตนา นักระนาด ผู้อำนวยการศูนย์ วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ กรมประมง บอกว่า ทางศูนย์ได้รับพ่อแม่พันธุ์มาจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสมุทรสงคราม โดยนำมารวบรวมและ ทำการขุนเลี้ยงไว้ในถังไฟเบอร์กลาส ที่ปูพื้นถัง ด้วยทรายละเอียดปนเลนหนาประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้หอยฝังตัวอยู่ และให้ สาหร่ายเซลล์เดียวชนิดต่างๆ ได้แก่ Isochrysis, Chaetoceros และ Tetraselmis เป็นอาหารวันละ 2 มื้อ เช้า–เย็น ระยะเวลา ประมาณ 2–3 สัปดาห์ เพื่อให้หอยมีความสมบูรณ์แล้ว

จากนั้น จึงทำการเพาะพันธุ์ โดยนำหอยหลอดขึ้นมาจากถังที่ขุนเลี้ยงล้างโคลนออกจากเปลือกหอยให้สะอาด ก่อนจะ ใช้เทคนิคกระตุ้นให้หอยปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ โดยวิธีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม หรือ การฉีดกระตุ้นด้วยสาร Serotonin ทั้งนี้ วิธีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำร่วมกับการปล่อยให้ตัวหอยสัมผัสอากาศจะเป็นวิธีที่ประหยัด และ ไม่ยุ่งยาก การเพาะพันธุ์หอยหลอดครั้งนี้ทางศูนย์ได้ทดลองใช้ทั้ง 2 วิธี ซึ่งสามารถกระตุ้นให้หอยปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาได้จากทั้ง 2 วิธี…

นางสาวจินตนา บอกอีกว่า…เมื่อ หอยหลอดปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาแล้วต้องสังเกตและจำแนกว่าเป็นน้ำเชื้อหรือไข่ แยกพ่อแม่พันธุ์หอยที่ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาใส่ภาชนะไว้ โดยแยกเพศผู้เพศเมียออกจากกัน ตรวจดูความสมบูรณ์ของไข่และน้ำเชื้อ โดยนำไป ส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ แล้วจึงรวบรวมไข่และน้ำเชื้อมาผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสม ก่อนจะนำ ไข่ที่ได้รับการผสมแล้วลงฟักในถังใช้ระยะเวลาประมาณ 17 ชั่วโมง ลูกหอยหลอดจึงฟักเป็นตัว แล้วจึง ทำการอนุบาลโดยให้สาหร่ายเซลล์เดียวชนิด Isochrysis และ Chaetoceros เป็นอาหาร

จากนั้น เริ่ม ถ่ายน้ำออกไป 100% ของถังวันเว้นวัน ในระยะแรกลูกหอยจะดำรงชีวิตโดยว่ายน้ำกรองกินอาหารอยู่ในมวลน้ำ ใช้ระยะเวลาประมาณ 7 วัน ลูกหอยจึงเริ่มลงพื้น และจะ พัฒนาต่อไปจนมีรูปร่างคล้ายตัวเต็มวัย โดยจะใช้เวลา อนุบาลในโรงเพาะฟักประมาณ 3–4 เดือน จึงจะได้ หอยขนาดความยาวเปลือกโดยเฉลี่ยประมาณ 1 เซนติเมตร

ทั้งนี้…หาก กรมประมง สามารถทำการเพาะขยายพันธุ์หอยหลอดได้ในปริมาณมาก ก็จะนำลูกพันธุ์หอยหลอดที่ได้จากการเพาะพันธุ์ไป ปล่อยคืนสู่แหล่งอาศัยในธรรมชาติในบริเวณอ่าวไทย เพื่อช่วยฟื้นฟูทรัพยากรหอยหลอด หลังจากที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย…ให้กลับมาคงความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม…!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน