สูตรสมุนไพร บำรุงไต สายตา แก้เพลีย

No comments December 28th, 2009

สมุนไพร กระชาย ตะไคร้ อัญชัน
กระชาย ตะไคร้ อัญชัน บำรุงไต สายตา แก้เพลีย

สูตรดังกล่าวมีวิธีทำง่ายๆ คือ เอากระชายสด 50 กรัม ตะไคร้สด 50 กรัม และดอกอัญชันสด 30 กรัม ต้มกับน้ำ กะโดยสายตาจนเดือดแล้วดื่มขณะอุ่นทุกวัน วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละครึ่งแก้ว หรือดื่มแทนน้ำ

ต้มดื่มติดต่อกัน 3-6 เดือน จะช่วยบำรุงไตสำหรับไตปกติให้แข็งแรง ไม่ใช่ดื่มเพื่อรักษาโรคไต บำรุงสายตาแก้ตาแห้ง บำรุงกำลังและแก้อาการอ่อนเพลีย ร่างกายกระชุ่มกระชวยดีมาก

กระชาย หรือ BOESENBERGIA ROTUNDA LINN. อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE ประโยชน์ เหง้าและรากมีน้ำมันหอมระเหย เช่น CINEOL, BORNEOL, ใช้แต่งกลิ่นอาหารและแก้บิด

ตะไคร้ CYMBOPOGON CITRATUS (NEES) STAPF. ชื่อสามัญ LEMON GRASS อยู่ในวงศ์ GRAMINAE ประโยชน์ ทั้งต้นเป็นเครื่องเทศ ทำเครื่องดื่ม เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ สารสำคัญคือน้ำมันหอมระเหยซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสาร CITRAL และ GERANIOL

อัญชัน หรือ CLITORIA TERNATEA LINN. ชื่อสามัญ BLUE PEA, BUTTERFLY PEA วงศ์ LEGUMINOSAE ประโยชน์ ดอกใช้แต่งสีขนม ใช้ทดสอบความเป็นกรด-ด่างแทนกระดาษ “ลิตมัส” น้ำคั้นจากดอกทาทำให้ผมขึ้นและคิ้วดก ซึ่งจะได้ผลดีในเด็ก

นายเกษตร

กล้วยไข่พระตะบอง

No comments December 24th, 2009

กล้วยไข่พระตะบอง

กล้วยไข่พันธุ์นี้ พบมีหวีวางขายที่แผงจำหน่ายกล้วยไม้ของ “คุณวิรัช” บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับสวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ราคาหวีละ 20 บาท ซึ่งทีแรกคิดว่าเป็นกล้วยไข่ธรรมดาทั่วไป แต่ดูขนาดของผลแล้วไม่น่าจะใช่ และเมื่อได้ ทดลองรับประทานผลสุกยิ่งพบว่ามีความแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง รสชาติหวานไม่จัดจ้าน สีเนื้อผลสวย ไม่เละ เคี้ยวหนึบมีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว อร่อยเยี่ยมจริงๆ

คุณวิรัช ผู้ขายบอกว่าซื้อหน่อพันธุ์จากพ่อค้าชายแดนไทย-พม่า ไปปลูกในสวนที่ จ.เชียงใหม่ จำนวนกว่าสิบต้น ตอนซื้อหน่อไม่ได้ถามชื่อว่ากล้วยอะไร จนกระทั่งติดเครือจำนวนมากเลยตัดหวีวางขาย ปรากฏว่าผู้ซื้อรับประทานส่วนใหญ่ชื่นชอบในรสชาติขายดีมาก เพราะแตกต่างจากกล้วยไข่ทั่วไปและยืนยันไม่ทราบชื่อจริงๆ

อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกล้วยบอกว่า กล้วยดังกล่าวมีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า “กล้วยไข่พระตะบอง” ยังไม่แพร่หลายในหมู่ผู้ปลูกเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกอยู่ตามพื้นที่ตะเข็บรอยต่อระหว่างไทย-พม่า เท่านั้น ส่วนใครที่ได้อ่านข้อมูลของ “กล้วยไข่พระตะบอง” แล้วอยากได้หน่อไปปลูกให้สอบถาม “คุณวิรัช” ดูว่าพอจะช่วยหาหน่อให้ได้หรือไม่ เพราะ “คุณวิรัช” ไม่ได้มีอาชีพขายหน่อกล้วย แต่ขายกล้วยไม้ไทยหายากเจ้าดังที่สุดในตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ

กล้วยไข่พระตะบอง เท่าที่สอบถามลักษณะต้นพอจะจำแนกได้ว่า เป็นกล้วยในกลุ่มที่เป็นพันธุ์แท้ของกล้วยป่า หรือพันธุ์ที่ได้กลายพันธุ์ไปจากพันธุ์แท้ แต่ยังมีลักษณะพันธุ์แท้อยู่มาก อยู่ในกลุ่มย่อย SUCRIER ลำต้นเทียมสูงได้เกิน 2.5 เมตร ต้นด้านนอกสีเขียวปนเหลืองมีปื้นดำ ด้านในสีชมพูอมแดง ก้านใบสีเขียวอมเหลือง มีร่องกว้าง โคนก้านใบมีครีบเป็นสีชมพู

ก้านช่อดอกมีขน ใบประดับปลีรูปไข่ม้วนงอขึ้น ปลายค่อน ข้างแหลม ด้านบนสีแดงอมม่วง ด้านล่างที่โคนกลีบสีจะซีด เครือหนึ่งมีประมาณ 7 หวี หนึ่งหวีจะมีประมาณ 14-16 ผล ผลทรงกลมยาวและอ้วนใหญ่กว่ากล้วยไข่ทั่วไปอย่างชัดเจน ก้านผลค่อนข้างสั้น เปลือกผลบาง เมื่อผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองส้ม มีไส้กลางสีนวล รสชาติหวาน เนื้อเหนียวหนึบไม่เละ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว อร่อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยหน่อ ปลูกได้ในดินทั่วไป ไม่ชอบน้ำท่วมขัง หลังปลูกติดเครือและตัดเครือแล้วต้องตัดต้นทิ้งด้วย เพื่อให้มีหน่อใหม่แทงขึ้นจากใต้ดินเป็นต้นใหม่และมีเครือให้เก็บผลรับประทานหรือขายได้อย่างต่อเนื่องครับ.

นายเกษตร

โรคเหงาหลับในปลา

No comments December 24th, 2009

ปลา และ ปลิง

โรคเหงาหลับในปลา จัดเป็นโรค ที่สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากยังไม่มียาหรือ สารเคมีที่สามารถใช้ในการกำจัดหรือรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ สาเหตุของโรคเกิดจากปรสิตเซลล์เดียวที่มีแส้ในเลือดของปลาน้ำจืด

ดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ จากสถาบันวิจัยสุขภาพน้ำจืด สำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้แสดง ผลวิจัยโดยการตรวจปรสิตในเลือดของ ตัวอย่างปลาน้ำจืดที่รวบรวมได้จากแหล่งน้ำ ธรรมชาติ ในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นครปฐม, ราชบุรี, สิงห์บุรี และชัยนาท เป็นต้น พบปรสิตที่เป็นสาเหตุของโรคเหงาหลับในปลา จำนวน 9 ชนิด คือ ตะเพียนขาว, ดุกอุย, บู่ทราย, หมอไทย, กระดี่นางฟ้า, สลิด, กระดี่หม้อ, กะสง และปลาช่อน ส่วนปลาที่ไม่พบปรสิตเลยคือ ปลาสร้อยหลอด

ผลจากการวิจัยยังพบว่าปลาบู่ทรายมีความชุกชุมของปรสิตมากที่สุด และรองลงมาคือปลาช่อนและปลา กะสงตามลำดับ มีการตรวจพบปรสิตเซลล์ เดียวที่มีแส้ครั้งแรกในปลาทองต่อมาพบ ในปลาไนและพบในปลาคาร์ปที่นำเข้ามา จากประเทศเยอรมนี ในประเทศไทยมีการตรวจพบปรสิตชนิดนี้ในเลือดของปลาน้ำ จืดหลายชนิด เช่น ปลาแรด, ปลานิล, ปลาดุกบิ๊กอุย และปลาช่อน แต่ในขณะนั้นยัง ไม่มีการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง

ดร.ฐิติพร ยังได้บอกถึงวิธีการป้องกันโรคนี้เริ่มต้นจะต้องมีการจัดฟาร์มที่ดี โดยการกำจัดปลิงซึ่งเป็นพาหะของปรสิต ชนิดนี้ในระบบเพาะเลี้ยง ในปัจจุบัน การเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดหลายชนิดในบ้าน เรา เช่น ปลาช่อน, ปลาบู่, ปลาไหลนา, ปลาหลด และปลากระดี่ เป็นต้น ยังมีความจำเป็นจะต้องอาศัยพ่อ-แม่พันธุ์ปลาจากธรรมชาติ

จากข้อมูลเบื้องต้นมีรายงานว่าในสภาวะที่ปลามีความอ่อนแอและมีปรสิตเซลล์เดียวที่มีแส้อยู่ในเลือด ปรสิตชนิดนี้ จะสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อสุขภาพของปลา จากผลงานวิจัยนี้ทำให้ทราบว่าปลาน้ำจืดจากแหล่ง น้ำธรรมชาติของประเทศไทยมีโอกาสพบปรสิตเซลล์เดียวมีแส้ได้มากกว่า 50% ซึ่งเมื่อรวบรวมปลามาเตรียมการเพาะพันธุ์ในโรงเพาะฟัก ปลาจะแสดงอาการของโรคในเวลาต่อมา เช่น ไม่กินอาหาร เซื่องซึมลอยหัวและตายในที่สุด เมื่อนำปลาดังกล่าวมาตรวจวินิจฉัยโรคพบว่า ปลามีอาการเหงือกซีด ตาโปนและมีปรสิตเซลล์เดียวที่มีแส้เป็นจำนวนมาก ลักษณะกลไกการก่อให้เกิดโรคนี้ เกิดจากการที่ปรสิตใช้สารอาหารและก๊าซออกซิเจนในกระแสเลือดของปลาเป็นแหล่งพลังงาน ในขณะเดียวกันก็ผลิตสารฮีโมไลซินซึ่งเป็นพิษต่อเม็ดเลือดแดง มีผลทำให้เม็ดเลือดแดงแตก เมื่อจำนวนของเม็ดเลือดแดงมีจำนวนน้อยลงปลาจะเริ่มอ่อนแอ เกิดอาการโลหิตจาง ระบบหมุนเวียนเลือดล้มเหลวและตายใน ที่สุด

ดังนั้นในการรวบรวมปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อมาใช้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์จะต้องระมัดระวังไม่ให้ปลาเกิดความเครียดหรืออ่อนแอและควรกำจัดพาหะ คือ ปลิงดูดเลือดไม่ให้ปนเปื้อนมากับปลา.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

การเลี้ยงแกะ

No comments December 23rd, 2009

แกะ
แกะขุนลูกผสม 3 สายเลือด

“แกะ” จัดเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก กินหญ้าเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับวัว แต่ปริมาณในการกินอาหารน้อยกว่า ถ้านำมาเลี้ยงในเชิงพาณิชย์จะให้ผลผลิตและผลตอบแทนเร็วกว่า อีกทั้งใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย ปัจจุบันสายพันธุ์แกะที่เลี้ยงในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นพันธุ์พื้นเมือง

มีเรื่องที่น่ายินดี ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตจังหวัดสกลนคร ได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงแกะเนื้อขึ้นในเขตภาคอีสานตอนบน เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 ศึกษาวิจัยสมรรถภาพทางการผลิตของแกะ ในระบบการเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็มในทุ่งหญ้าเขตร้อนของ จ.สกลนคร โดยนำแกะลูกผสมระหว่างพันธุ์พื้นเมืองกับพันธุ์ดอร์เปอร์เข้ามาเลี้ยงเพื่อศึกษาอัตราการเจริญเติบโต

ปัจจุบัน อ.วัชรวิทย์ มีหนองใหญ่ ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์แกะเพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นและง่ายต่อการจัดการ โดยใช้พ่อพันธุ์แกะซานตาอิเนส (นำเข้า จากประเทศบราซิล จัดเป็นแกะขนาดใหญ่ เพศผู้เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักถึง 80-90 กิโลกรัม เพศเมีย 60 กิโลกรัม ใช้เพื่อ ทำการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์แกะเนื้อ ให้มีการเจริญเติบโตดี) เข้ามาปรับปรุง สายพันธุ์เป็นลูกผสมสามสายเลือดโดยนำ มาผสมพันธุ์กับลูกผสมพื้นเมืองกับดอร์เปอร์ ได้แกะขุนสายพันธุ์ใหม่ที่มีหลายสี ไม่มีเขา หน้าโค้งนูน ขนบริเวณซี่โครงและท้องมีลักษณะคล้ายพันธุ์ซานตาอิเนสและขนบริเวณแนวสันหลัง จะมีลักษณะหนาและเมื่อเลี้ยงจนมีอายุ ได้ 9 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 16 กิโลกรัม ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้พัฒนาการเลี้ยงแกะลูกผสมสามสายเลือดเข้าสู่ระบบการเลี้ยงขุนเพื่อให้ผลตอบแทนได้เร็วขึ้น

อ.วัชรวิทย์ยังได้อธิบายวิธีการเลี้ยงแกะโดยทั่วไปจะมี 2 แบบใหญ่ ๆ คือ การเลี้ยงแบบปล่อยแทะเล็มในแปลงหญ้า และการเลี้ยงแบบขุนในคอก ซึ่งการเลี้ยง แบบปล่อยแทะเล็มในแปลงหญ้าจะมีข้อดีตรงที่ช่วยประหยัดต้นทุนในเรื่องอาหาร โดยจะมีการปล่อยเลี้ยงแกะในช่วงเวลา เช้าประมาณ 2 ชั่วโมง และช่วงบ่ายอีก ประมาณ 2 ชั่วโมง แกะเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมแทะเล็มเฉพาะยอดหญ้าไปเรื่อย ๆ ไม่อยู่กับที่ แต่ในช่วงฤดูร้อนจะต้องระวังเรื่อง ท้องอืด อีกทั้งจะต้องคอยระวังสุนัขมากัดแกะด้วย

มีข้อเสียของการเลี้ยงแบบปล่อย คือช่วงฤดูแล้งหญ้ามักจะขาดแคลนและหาได้ยาก สำหรับการเลี้ยงแบบขุนในคอก จะทำให้แกะเจริญเติบโตเร็วแต่มีต้นทุนในเรื่องอาหารสูงขึ้น ถ้าเป็นไปได้เพื่อเป็นการลดต้นทุนเรื่องอาหาร สูตรอาหารที่จะนำมาใช้เลี้ยงจะต้องหาง่ายในท้องถิ่น เช่น เปลือกและกากมันสำปะหลังที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในสูตรอาหารเพื่อลดต้นทุนการผลิตและสามารถใช้ได้ทั้งรูปของการหมัก (ฤดูฝน) และรูปแบบตากแห้ง (ฤดูแล้ง)

สำหรับช่องทางการตลาดแกะเนื้อนั้นยังมีความสดใส ตลาดใหญ่อยู่ที่ภาคใต้, ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิม.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

การเลี้ยงปลาคาร์ป

No comments December 23rd, 2009

ปลาคาร์ป
การเลี้ยงปลาคาร์ปในปัจจุบัน

จริงอยู่ราคาซื้อ-ขายปลาคาร์ปจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะปลาสวยงามชนิดนี้จะเป็นของฟุ่มเฟือยก็ว่าได้

สำหรับ คุณประหยัด สิงห์บุปผา ชาวจังหวัดปทุมธานี มีอาชีพเลี้ยงและจำหน่ายปลาคาร์ปมานานกว่า 10 ปี ได้บอกถึงเสน่ห์ของปลาคาร์ป ผู้เลี้ยงสามารถสร้างมูลค่าของปลาเพิ่มได้ไม่ยาก โดยเฉพาะปลาคาร์ปที่เลี้ยงยิ่งนานปีและมีความสวยงาม ตัวใหญ่จะเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในหมู่คนไทยที่มีฐานะดี ถึงแม้สภาวะเศรษฐกิจไทยจะถดถอยลงไปแต่ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาคาร์ป ยังมีจำนวนมาก

ปัจจุบันฟาร์มที่เลี้ยงปลาคาร์ปในประเทศไทยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ฟาร์มของคนที่มีฐานะและมีเงินลงทุนมาก จะต้องมีการสร้างฟาร์มด้วยบ่อซีเมนต์และมีระบบกรองน้ำที่ดีมีประสิทธิภาพ และมักจะนิยมสั่งซื้อพันธุ์ปลาคาร์ป เกรด A จากต่างประเทศมาเลี้ยง อีกกลุ่มหนึ่งจัดเป็นฟาร์มระดับชาวบ้านที่มุ่งเพาะขยายพันธุ์เพื่อผลิตลูกปลาขายเป็นหลัก ไม่เน้นการคัดสายพันธุ์มากนัก เนื่องจากเน้นตลาดล่างหรือตลาดซื้อปลาสวยงามทั่ว ๆ ไป อย่างไรก็ตามผลผลิตลูกปลาบางฟาร์มของกลุ่มนี้ส่งออกลูกปลาคาร์ปไปยังตลาดต่างประเทศอีกด้วย สำหรับฟาร์มของคุณประหยัดจะเลี้ยงปลาคาร์ปในบ่อดิน แต่มีการเอาใจใส่ในเรื่องของคุณภาพน้ำที่จะต้องมีความสะอาดอาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อาหารเม็ดประเภทปลากินพืช เช่น อาหารปลาดุก

คุณประหยัดบอกว่าในการคัดเลือกลูกปลาคาร์ป ออกจำหน่ายจะเริ่มต้นจากลูกปลาที่ขนาดความยาวของลำตัว 3 นิ้วขึ้นไป โดยแบ่งเกรดการขายออกเป็น 3 ระดับ เกรดเอ ปลาคัดสวยพิเศษขนาดลำตัว 3 นิ้วขึ้นไป จะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 100 บาทขึ้นไป, เกรดบี จะจำหน่ายตัวละ 10 บาทและเกรดซีจะขายเป็นปลาถุงราคาตัวละ 6 บาท สำหรับปลาคาร์ปเกรดเอที่มีสีและลักษณะของลำตัวสวยและมีขนาดลำตัวยาวกว่า 50 เซนติเมตร ราคาขายอาจจะถึงหลักหมื่นก็มี ทุกวันนี้คุณประหยัดจะบรรจุปลาคาร์ปหลากสีสันโดยบรรจุถุงละ 30 ตัว นำไปจำหน่ายที่ตลาดนัดจตุจักรทุกวันตลาดขายลูกปลาคาร์ปของคุณประหยัดจะอยู่ภายในประเทศเป็นหลักคือขายส่งให้พ่อค้าปลาสวยงามตามต่างจังหวัด ตลาดยังพอไปได้เนื่องจากปลาคาร์ปยังจัดเป็นปลาสวยงามที่เลี้ยงง่ายและค่อนข้างทนต่อทุกสภาพแวดล้อม

สำหรับเรื่องของการผสมพันธุ์ปลาคาร์ปไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แม่ปลาหลังจากฉีดฮอร์โมนจะถูกนำมาปล่อยในบ่อปูนซีเมนต์ขนาดความกว้างของบ่อ 2.50 เมตร,ยาว 3 เมตรและมีระดับความสูงของน้ำ 50 เซนติเมตร ภายในบ่อมีพ่อพันธุ์อยู่แล้ว และมีท่อออกซิเจนและเชือกฟางฝอยเพื่อให้ไข่ปลายึดติด เพราะธรรมชาติของไข่ปลาคาร์ปเป็นไข่ลอย สัดส่วนของการปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ในบ่อขนาดนี้จะปล่อยแม่พันธุ์ จำนวน 2 ตัวและพ่อพันธุ์ จำนวน 5 ตัว.

ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ